Share

บทที่ 11 สุราวานร

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-08 07:00:15

อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์ 

การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด 

โปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่ง

ฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใด

โบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต้องทนย่ำต๊อกไปเรื่อย ๆ นี่แหละ แต่เมื่อฉินฟ่านเดินทางมาถึงที่นี่ เขาไม่ได้สนใจสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เลย 

เขาแค่เดิน เดิน เดินลึกเข้าไปในขุนเนาไพรห่างไกลผู้คนไปเรื่อย ๆ ก้าวข้ามก้อนหินน้อยใหญ่ก้อนแล้วก้อนเล่า ข้ามโขดหินลุยลำธารมาถึงสามวัน 

ตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว เขาคงต้องหาที่พักพิงซะก่อน พอดีไปเจอต้นไม้ใหญ่ มีกิ่งก้านที่แข็งแรง เหมาะจะทำเป็นที่นอน เขาจึงใช้มีดฟันต้นไม้ขนาดลำแขนมาหลายท่อน แล้วนำขึ้นไปผูกเป็นห้าง เพราะว่าหากนอนที่พื้น อาจจะถูกงูหรือสัตว์ร้ายกัดเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นการนอนบนต้นไม้ จึงน่าจะปลอดภัยกว่า 

เมื่อเขาก่อกองไฟเสร็จ ฟ้าก็มืดค่ำพอดี อาหารมื้อนี้คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เหลืออยู่สองซอง พรุ่งนี้คงต้องล่าสัตว์มาทำอาหาร อาจจะเป็นเพราะใช้แรงมากไปหน่อย จึงกินอย่างเอร็ดอร่อย แม้แต่น้ำซุปก็ซดจนเกลี้ยง 

ลมพัดเบา ๆ เย็นสบาย เสียงนกฮูกดังแว่วมา ท่ามกลางความมืด ผสานกับเสียงของสัตว์ป่า ที่เขานึกไม่ออกว่ามันเป็นสัตว์อะไร 

เขาหยิบท่อนฟืนเติมลงไปอีกห้าท่อน แล้วกระโดดขึ้นต้นไม้ เพื่อนอนพักผ่อน เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน เขาหลับรวดเดียวถึงเช้า

ฟิ้ว…

ฉินฟ่านสะบัดมือซัดก้อนหินเล็ก ๆ ใส่ไก่ป่าอย่างแม่นยำ จนส่งผลให้มันลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น เขายิ้มเผล่ที่มุมปาก

"ลาภปากแท้ๆ"

เขาจัดการถอนขนล้างทำความสะอาด แล้วเหลาไม้ให้มีปลายแหลมเสียบมัน ทาผงเครื่องปรุงรสแล้วเอาไปย่าง พอไก่ย่างเริ่มสุก ผิวหนังของมันเริ่มกรอบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมยั่วกระเพาะจนน้ำลายสอ เขาโรยเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ 

วันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาก็มีลาภปากเลย เขาแบ่งไก่อีกครึ่งตัว ห่อด้วยใบไม้ใบใหญ่เก็บเอาไว้ ส่วนอีกครึ่งตัว จัดการแทะกินอย่างเอร็ดอร่อย ขนมปัง ตามด้วยกล้วยที่เด็ดมาจากข้างทางอีกสามลูกก็อิ่มพอดี 

 เขากำลังเอนหลังจะล้มตัวลงไปนอนงีบเอาแรงสักหน่อย ร่างของเขาก็ต้องค้างเติ่ง พลางกะพริบตาถี่ ๆ เมื่อเขาเห็นต้นโสม ที่มีผลสีแดงสะดุดตา อยู่ในดงไม้ด้านซ้ายมือ

อดไม่ได้ต้องขยี้ตามองอีกครั้ง

"โชคดีแล้วโว้ย" เขารีบวิ่งไปดู ใช่จริง ๆ ด้วย 

"อ๊ะ! นี่มันหกกลีบชั้นเยี่ยมนี่หว่า"

เขารีบเปิดเป้ออก หยิบผ้าแดงผืนหนึ่งปูลงบนพื้น แล้วล้วงเอาอุปกรณ์ในการขุดโสม ออกมาวางเรียงรายที่พื้น 

โสม เป็นราชาแห่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ใช้รักษาโรคได้แบบครอบจักรวาล มานานกว่าสองพันปี

คำว่า Gingseng มาจากภาษาจีน Ren Shen

ซึ่งแปลว่า โสมคน เนื่องจากมีรากอ้วน

คล้ายลำตัว มีกิ่งรากแตกแขนงคล้ายแขนขาของคน คนสมัยโบราณอาจจะมีความเชื่อที่งมงายอยู่บ้าง ตามภูเขาที่มีโสมขึ้นชุกชุม พวกเขาจะสร้างรูปปั้นเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ แล้วตั้งชื่อให้ว่ากุมารโสม เพื่อกราบไหว้บูชา

เขาเอาเขากวางเล็ก ๆ สองอัน ปักลงดินข้างต้นโสมทั้งด้านซ้ายและขวา แล้วเอากิ่งไม้เล็ก ๆ ที่เรียวยาวเหมือนตะเกียบ วางในแนวนอนบนแง่งของเขากวาง เสร็จแล้วนำเชือกแดงออกมาจากเป้ ปลายเชือกแดงมัดติดกับเหรียญทองแดง ที่มีรูตรงกลาง

เขาเอาเชือกแดงมัดล้อมต้นโสมกับกิ่งไม้แนวนอนเข้าด้วยกัน แล้วค่อย ๆ ขุดดินอย่างใจเย็น เพื่อไม่ทำให้รากโสมเสียหาย จนกระทั่งรากโสมปรากฏรูปร่างทั้งหมดออกมา

มันคือโสมร้อยปี 

เขาเอากรรไกรตัดลำต้นของมันขาดฉับ โสมกำลังจะวิ่งหนี แต่เขาเร็วกว่า เขารีบคว้าเอามันยัดเข้าไปในกล่องไม้ ที่เตรียมมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ แล้วโขกศีรษะ

"ขอบคุณท่านเทพภูเขา ที่ได้ประทานโสมร้อยปีให้แก่ข้า"

ทุก ๆ วันช่วงเช้าฉินฟ่านจะเดินทางพร้อมกับหาสมุนไพร แต่ช่วงบ่ายเขาจะฝึกฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่า บางครั้งเจอน้ำตกก็จะแก้ผ้ากระโดดลงไปอาบน้ำ พร้อมกับแหกปากร้องเพลงเสียงดังลั่น ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาพบเห็น 

ที่นี่มีอาหารให้เขากินอย่างอุดมสมบูรณ์จริง ๆ ไม่เหมือนกับที่เขาขู่เหลียนฟ่งว่าต้องกินหนอนกินแมลง

โอ๊ย…

เสียงเหลียนฟ่งร้องด้วยความเจ็บ เพราะกำลังหั่นมะเขือยาว ดันมัวแต่ใจลอยคิดถึงฉินฟ่าน ไม่ทันระวังมีดจึงบาดมือ

"พี่ใหญ่เป็นอะไร มีดบาดมือเหรอ กดแผลไว้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปหยิบกล่องยามาให้ กับข้าวพี่ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวผมทำให้เอง" เหลียนเฮ่อวิ่งไปเอากล่องยามา พร้อมทำแผลให้เธออย่างรวดเร็ว

"ดูสิโตแล้วยังจะซุ่มซ่ามอีก โชคดีนะที่แผลไม่ลึกเท่าไร ไม่งั้นคงต้องไปโรงพยาบาลให้หมอเย็บแล้ว" เหลียนเฮ่อบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง เขาเองก็รู้ดีว่า ว่าที่พี่เขยของเขาเข้าป่าไปได้สิบวันแล้ว พี่ใหญ่ก็นั่งคิดถึงเขาจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ นี่คงจะหลงรักว่าที่พี่เขยจนหัวปักหัวปำไปซะแล้ว 

"เสี่ยวเฮ่อ ถ้าพี่เขยของแกถูกงูกัดจะทำยังไงดี ยิ่งอยู่ตัวคนเดียวด้วย ใครจะช่วยเขาได้ ตายแล้ว…จะทำอย่างไรดี เขาจะกลับมาอย่างปลอดภัยไหมนะ"

เหลียนฟ่งเดินวนไปวนมาเหมือนหนูติดจั่นยิ่งคิดเธอก็ยิ่งร้อนใจ เหลียนเฮ่อจับแขนเหลียนฟ่งให้หยุดเดิน

"พี่ใหญ่ พี่ฟังผมดี ๆ นะ งู เสือ จระเข้แม้แต่ไดโนเสาร์ก็กัดเขาไม่เข้าหรอก เพราะพี่เขยเขาหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า

เขาเป็นคนเก่ง แล้วก็ไม่ใช่แค่เก่งแบบธรรมดา ๆ แต่เก่งระดับเทพเซียน เขาจะต้องกลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน เชื่อผมสิ พี่ใหญ่ทำใจเย็น ๆ อดทนรอเขาอีกหน่อย ว่าง ๆ พี่ใหญ่ก็ไปสปา อาบน้ำแร่แช่น้ำนมหรือต่อเล็บ ทำทรีตเมนท์ผม พี่จะได้สวย ๆ อีกแค่ห้าวันเขาก็กลับมาแล้ว ห้องปรุงยาก็สร้างเสร็จพอดี"

"ก็จริงนะ เขามีร่างคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า ขนาดวันนั้นเอามีดปักใส่ขาของเขา มีดยังงอเลย เขาจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน"

คำพูดนี้ดูเหมือนเธอจะพูดปลอบใจตัวเอง มากกว่าพูดให้เหลียนเฮ่อฟังซะอีก 

ฉินฟ่านเดินแบกตะกร้าสมุนไพร สิ่งที่เขาต้องการเก็บ ก็เก็บมาได้จนเกือบครบแล้ว ทั้งโสม เห็ดหลินจือ ถั่งเช่า ซึ่งเป็นของที่มีหลายเกรด ราคาก็มีหลายระดับ เช่นถั่งเช่าเกรดดี จะมีราคาในท้องตลาดสูงถึงกิโลกรัมละห้าแสนหยวน 

ราคาของมันแพงซะยิ่งกว่าทองคำ สมแล้วที่ถั่งเช่าเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีน ร้านขายยาจีนแผนโบราณที่ใหญ่โต มักจะนำเข้าถั่งเช่าของทิเบต เพราะลูกค้าจำนวนมากเชื่อมั่นในคุณภาพของถั่งเช่าทิเบต

นี่คือขุนเขาสูงตระหง่านลูกที่สาม ที่เขาปีนป้ายข้ามมา พอมาถึงยอดให้ความรู้สึกว่าตัวเองคือผู้พิชิตจริง ๆ เขาผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี เพราะว่าที่นี่มีทัศนียภาพที่งดงามจริง ๆ ทะเลหมอกค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ พุ่มไม้ดอกสีแดงใบไม้สีเขียว ก้อนหินรูปทรงแปลกตา สัตว์ป่าที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักก็มีให้พบเห็นอยู่บ่อย ๆ อากาศก็แสนจะสดชื่น มันช่างรู้สึกดีจริง ๆ 

ทว่า…สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นวัตถุรูปร่างเหมือนคน ที่ใส่ชุดสีดำ นอนแน่นิ่งเหยียดยาวอยู่ที่พื้นห่างจากเขาไปราวร้อยเมตร ไม่น่าเป็นไปได้ ที่นี่ห่างไกลผู้คนมาก หรือว่าเขาจะตาฝาด 

ฉินฟ่านจึงเปิดโหมดเนตรอัคคี แบบซูมภาพให้เข้ามาใกล้ บ้าเอ๊ย…นั่นไม่ใช่คน แต่เป็นลิงขนสีดำปุกปุยต่างหาก

มันเป็นลิงชิมแปนซีที่โตเต็มวัยตัวผู้ เฮ้อ…ให้ตายสิ แทนที่มันจะไปจีบลิงสาว ๆ นี่คงไปฟัดกับใครมา ถึงได้มีสภาพยับเยินสะบักสะบอมแบบนี้ เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ มัน เพื่อสำรวจบาดแผล 

แต่ดวงตาของลิงกลับเต็มไปด้วยความตื่นกลัว มันแยกเขี้ยวยิงฟันส่งเสียงคำรามอยู่ในลำคอเบา ๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น เพราะลิงตัวนี้บาดเจ็บสาหัส เลือดยังไหลไม่หยุด แม้แต่แรงที่จะขยับตัวมันก็ยังไม่มีเลย 

"นี่ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะช่วยรักษาแผลให้แก เพราะถ้าปล่อยไว้แกตายแน่ แกเข้าใจที่ฉันพูดไหม"

คร่อก คร่อก

ลิงตัวนั้นมันส่งเสียงเบา ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ ฉินฟ่านทึกทักเอาเองได้ว่า…มันคงเข้าใจ

ชิมแปนซีเป็นสัตว์ที่ฉลาดรองลงมาจากมนุษย์ มันสามารถเรียนรู้และแก้ปัญหาได้เหมือนมนุษย์ มันสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว 

เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ข่าวของจีนได้เผยแพร่ภาพลิงชิมแปนซีสองตัว มันได้หยิบหนังสือที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ได้วางทิ้งไว้ในกรงของมันสองสามเล่ม มาเปิดอ่านดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ประหนึ่งว่ามันอ่านเข้าใจ ทำเอานักท่องเที่ยวที่กำลังดูมันต่างพากันหัวเราะขบขัน ชอบใจกันยกใหญ่

ฉินฟ่านเปิดฝากระติกน้ำ เทน้ำป้อนให้มันดื่ม มันคงนอนหมดแรงอยู่ตรงนี้มาหลายวัน มันจึงดื่มอย่างกระหาย 

เขาสำรวจดูจึงพบว่า บาดแผลมีเล็กสี่แห่งและใหญ่หนึ่งแห่ง ลักษณะเหมือนถูกสัตว์นักล่าทำร้ายมา แต่บาดแผลที่หนักสุด อยู่ที่ชายโครงด้านขวา เป็นรอยเหมือนโดนเขี้ยวอะไรสักอย่าง ยาวประมาณหนึ่งคืบ แต่เพราะบาดแผลติดเชื้อ ตอนนี้จึงเริ่มเป็นหนองแล้ว

ฉินฟ่านก่อกองไฟเล็ก ๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เปิดเป้หยิบเสื้อออกมา ฉีกเป็นเส้น ๆ เอาไว้สำหรับใช้พันแผล ชักมีดวางในกองไฟเพื่อเผามีด หยิบสมุนไพรที่ช่วยลดการอักเสบและลดไข้มาสามอย่างจากตระกร้า แล้วตำจนละเอียด เขาใช้เหล้าเหมาไถ ที่มีดีกรีสูง ทำความสะอาดแผลเล็ก ๆ ทั้งสี่และใส่ยาสมุนไพรพันแผลให้มัน 

เขาลงมืออย่างว่องไว แล้วดึงมีดโกนหนวดออกมาจากเป้ โกนขนบริเวณชายโครงด้านขวา ที่เป็นบาดแผลใหญ่ ค่อย ๆ บีบเอาหนองออก แล้วเทเหล้าราดลงไปที่แผล 

เจ้าลิงจ๋อแยกเขี้ยวร้องโวยวาย เพราะความแสบ เสร็จแล้วหยิบกิ่งไม้ยัดเข้าปากมันในแนวขวาง เพื่อให้มันคาบกัด

"คราวนี้แกคงต้องทนเจ็บหน่อยนะ แต่ฉันสัญญาว่าแกจะหายอย่างรวดเร็ว" เขาไม่ยอมชักช้าเสียเวลาอีก ก็เหมือนที่มีคนเคยพูดนั่นแหละ เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว 

เขาใช้มีดที่เผาไฟจนแดงฉาน จี้นาบลงไปที่แผลทันที นี่เป็นการรักษาและลดการติดเชื้อ ช่วยห้ามเลือดและทำให้แผลหายเร็วขึ้น

ควันขาวโชยพวยพุ่งเป็นเส้นสาย จนได้กลิ่นเนื้อเหม็นไหม้ 

เจ้าลิงตัวนั้นกัดฟันแน่น ดิ้นอย่างเจ็บปวด แต่เพราะความเจ็บปวด สุดท้ายมันจึงร้องออกมาอย่างโหยหวน ในที่สุดเขาก็ใช้สมุนไพรที่ตำจนละเอียด โปะลงไปที่บาดแผล แล้วใช้ผ้าพันแผล

 เขาปล่อยให้มันนอนอยู่ตรงนั้น ส่วนเขาไปเด็ดลูกท้อข้างทางมา แล้วบี้ให้เนื้อมันเละ ๆ แล้วค่อย ๆ ป้อนมัน นี่คงเป็นอารมณ์ประมาณว่า ทำโจ๊กให้คนป่วยกินมั้ง

"ไง…แกคงสงสัยว่าฉันช่วยแกทำไมใช่ไหม ก็ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย คงเป็นเพราะว่า แกเป็นลูกลิงหลานลิงของท่านราชาวานรฉีเทียนต้าเสิ่ง ที่ฉันช่วยแกก็เพื่อทดแทนคุณท่านราชาวานรก็เท่านั้นเอง นี่แกอ้าปากให้มันกว้าง ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง แผลแค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออย แกต้องฝืนกินเข้าไปให้มาก ๆ หน่อย มันถึงจะมีแรง เข้าใจไหม แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะอยู่ที่นี่ จนกว่าแกจะหายดีแล้วค่อยไป 

นี่ว่าแต่แกมีชื่อหรือเปล่า ถ้าไม่มีเดี๋ยวฉันตั้งให้ดีไหม อืมม…ชื่ออะไรดีนะ อ้อ…นึกออกแล้ว ฉีเคอะ เอาชื่อนี้ดีไหม แกชอบชื่อนี้ไหม ฉันชอบดูหนังของผู้กำกับคนนี้นะ หนังของเขาสนุกทุกเรื่องเลย 

เฮ้อ…ฉันต้องมาเสียเวลาอยู่กับแก คงต้องกลับถึงบ้านช้ากว่าเดิม แบบนี้อาฟ่งคงด่าฉันจนหูชาแหง ๆ เลย" 

สิบวันผ่านไปบาดแผลของเจ้าฉีเคอะก็ค่อย ๆ ทุเลาลง ตอนนี้มันเริ่มสนิทกับเขา มันชอบตามเขาไปนั่นมานี่ บางครั้งก็ไปเด็ดผลไม้มาให้เขา บางวันก็กระโดดโลดเต้นรอบ ๆ ตัวเขา มีฉีเคอะอยู่ป็นเพื่อน ก็ช่วยคลายเหงาได้เป็นอย่างดี มิตรภาพของทั้งสอง จึงเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว

คืนนี้ประกายแสงจันทร์นวลตายิ่งนัก หนึ่งคนหนึ่งลิงนอนอยู่ข้างกองไฟ ฟังเสียงแมลงที่ร้องระงมแว่วมาเป็นพัก ๆ ฉินฟ่านยื่นกล้วยให้ฉีเคอะ ส่วนตัวเองกัดแอปเปิลเข้าไปเต็มคำ แล้วส่งเสียงอู้อี้คุยกับมัน

"ฉีเคอะ แกเองก็รูปหล่อไม่เบาเลยนี่หว่า แกมีแฟนหรือเปล่า ส่ายหน้าแบบนี้แกคงไม่มีสินะ ส่วนฉันน่ะนะมีสาวงามรอให้ฉันกลับไปหา เธอชื่อเหลียนฟ่ง คนก็งามนามก็เพราะ ดวงตาของเธอสดใสเหมือนดวงดาราบนท้องฟ้า ที่แก้มของเธอมีลักยิ้มด้วยนะ รอยยิ้มของเธอน่ารักที่สุด เธอชอบผูกผมหางม้า เวลาที่เธอวิ่ง ผมของเธอจะส่ายไปมา ดูแล้วดุ๊กดิ๊กน่ารักดี เธอทำอาหารได้อร่อยมากเลยนะ แล้วเธอก็ดีกับฉันมากด้วย 

ตอนที่ฉันมายังโลกใบนี้ คนแรกที่ฉันเจอก็คือเธอนี่แหละ หรือว่านี่จะเป็นบุพเพสันนิวาส ถึงเธอจะดุเหมือนเสือ ขี้บ่น จู้จี้จุกจิก แต่ฉันก็คิดถึงเธอ คิดถึงมาก ๆ เลย"

ฮ้าด...ชิ้ววว มีใครแอบนินทาฉันวะ   

เหลียนฟ่งกำลังนั่งวาดรูปการ์ตูนเป็นภาพเธอกับฉินฟ่าน อากาศก็ไม่หนาว แต่ดันจามออกมาซะได้ เธอดึงทิชชูมาเช็ดน้ำมูก

"ไอ้บ้า ไอ้บ้าฉินฟ่านไปตายซะ ไหนบอกว่าอีกครึ่งเดือนจะกลับมา แต่นี่มันตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่ติ่งหูเลย ฮึ่ม!"

เธอวาดไปวาดมาเริ่มไม่สบอารมณ์ เลยขีดวาดปากกา จนเกิดลายเส้นขยุกขยุยมั่วซั่วไปหมด เพื่อระบายโทสะ นี่คงเป็นอารมณ์ที่แตกต่างกันสองขั้ว ประมาณว่าทั้งรักทั้งเกลียด

"โธ่ใจเย็น ๆ น่าพี่ใหญ่ โมโหเป็นฟืนเป็นไฟไปมันก็เท่านั้น เมื่อวานพี่ไปเสี่ยงเซียมซีให้พี่เขย ในใบเซียมซียังบอกเลยว่า พี่เขยแคล้วคลาดปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ งานการที่มุ่งหวังก็จะสมปรารถนาดังใจหมาย แถมยังมีลาภลอยอีกด้วย บางทีการเดินทางไกล ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เป็นเหตุให้เดินทางกลับช้าก็ได้ พี่ก็อย่าเป็นห่วงเขาให้มากนักเลย" 

"ฉันกลัวแต่จะเป็นลาภสัตว์สองเท้านะสิว่าแต่น้องรักของพี่ ทำไมแกไม่รู้จักแหกตาดูนาฬิกาบ้าง อย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ ตอนนี้ก็บ่ายสองแล้วด้วย แกมีเรียนพิเศษกับอาจารย์ซูไม่ใช่เหรอไง ทำไมถึงได้มานั่งเอื่อยเฉื่อย เทศนาฉันได้เป็นคุ้งเป็นแควแบบนี้" 

"โอ้…สายแล้วจริง ๆ ด้วย ผมไปเรียนก่อนนะพี่ใหญ่ วันนี้มีเทสต์ภาษาอังกฤษเก็บคะแนนด้วย"

เหลียนเฮ่อรีบหยิบแซนวิชทูน่ายัดเข้าปาก แล้วยกนมขึ้นดื่มจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว คว้ากระเป๋าแล้ววิ่งหน้าตั้งออกไป

"นี่เสี่ยวเฮ่อ ขากลับอย่าลืมซื้อหมูสามฉันกลับมาด้วยล่ะ"

"รู้แล้วครับ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 12 ฉีเคอะ

    ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 8 เรดาร์หญิง

    หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status