Masukเสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้ว
เธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทง
ฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอ
เธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้
เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอง ที่ขมวดเป็นปมทิ้งปลาย ให้เป็นพู่เส้นเล็ก ๆ ยาวสองคืบ ตัดกับผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนเป็นยองใย
เฉพาะแค่เครื่องประดับที่เธอแต่งมาเป็นเซ็ต ทั้งสร้อยไข่มุก ต่างหู แหวน ดูแค่ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ราคาก็น่าจะหลายแสนหยวน ดูลักษณะท่าทางแล้ว น่าจะเป็นคุณหนูลูกคนรวย
สิ่งแรกที่ผู้ชายมองผู้หญิง มักมองที่ใบหน้า หน้าอก ทรวดทรง เรียวขา แต่ฉินฟ่านชอบมองที่หน้าอก ไม่มีเหตุผลอะไรมากมาย ก็แค่ไม่ชอบไม้กระดานก็เท่านั้น
เขาเปิดโหมดเนตรอัคคีขึ้นมา สแกนขึ้น ๆ ลง ๆ จนทั่วร่างของเธอ เยี่ยม…สาวน้อยคนนี้หุ่นเพอร์เฟค เรียกได้ว่าฟิตแอนด์เฟิร์มจริง ๆ ไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่นิดเดียว ท่าทางเป็นคนหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
แต่จะมีหุ่นที่ดีแบบนี้ได้ คงต้องมีเทรนเนอร์คอยแนะนำ โดยเฉพาะเรียวขาขาว ๆ ได้รูปของเธอ มันช่างเร้าอารมณ์ของเขาได้ดีจริง ๆ ถ้าเธอสวมกระโปรงสั้นโชว์เรียวขาหน่อย คงจะสวยมากทีเดียว
แต่เขาไม่กล้ามองเธอนาน เพราะสงสารช้างน้อยของตัวเอง เขาไม่อยากทุบตีมันอีกครั้ง เขาจึงรีบปิดโหมดเนตรอัคคี แล้วสงบจิตใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่านทันที
"เลขสิบสาม พวกฝรั่งถือว่าเป็นเลขอาถรรพ์หรือเลขอัปมงคล ตึกสูงบางแห่งขึ้นลิฟต์ไป จะกดไปฉันที่สิบสามยังไม่มีให้เห็นเลย ทำไมคุณไม่ลองแทงเลขอื่นดูบ้างละคะ"
"ก็แค่ชอบนะครับ เลขสิบสามดำสำหรับคนอื่นอาจจะเป็นเลขอัปมงคล แต่สำหรับผมมันเป็นลัคกี้นัมเบอร์นะครับ"
ฉินฟ่านตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะสะกิดใจของเธอ ให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นมา
รอบนี้ออกเบอร์ยี่สิบสี่ดำ เจ้ามือกินอีกแล้ว เขาแพ้ติดต่อกันสิบเอ็ดรอบ เสียเงินไปทั้งหมดสามหมื่นสามพันหยวน แต่สีหน้าของเขายังเฉยเมยไม่ทุกข์ไม่ร้อน ราวกับเป็นลูกเจ้าสัวพันล้าน ตอนนี้เขาเหลือชิปอยู่เพียงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหยวน
"คุณแพ้อีกแล้ว ท่าทางวันนี้มือคุณจะไม่ขึ้นนะคะ วันนี้พอแค่นี้ดีไหมคะ เอาไว้วันหลังค่อยมาสนุกใหม่ ให้ฉันเลี้ยงเหล้าปลอบใจคุณดีกว่าค่ะ"
เธอเตือนเขาด้วยความหวังดี
"การพนันมีได้มีเสียย่อมเป็นเรื่องธรรมดา"
ฉินฟ่านพูดลอย ๆ ราวกับปลอบใจตัวเองพร้อมกับเลื่อนชิปที่เหลือหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหยวน แทงสิบสามดำเบอร์เดิมจนหมดหน้าตัก
"ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเล่นสนุกเป็นตาสุดท้ายหน่อยก็แล้วกันครับ"
ติ๊ง...ขณะที่ลูกกลมเหล็กหมุนตามแรงเหวี่ยง เขาวางมือลงบนโต๊ะ แผ่พลังลมปราณรูปเกลียวผ่านโต๊ะบังคับลูกเหล็กเบา ๆ อย่างแยบยล
โดยไม่มีใครสังเกตเห็น ลูกเหล็กกลมแวววาวตกลงช่องสิบสามดำอย่างแม่นยำ เขาชนะหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหยวน ในอัตราจ่ายสามสิบหกต่อ เขาจึงได้เงินหกแสนหนึ่งหมื่นสองพันหยวนในรอบเดียว
เขากวาดชิปกองใหญ่ท่ามกลางความอิจฉาของนักพนันข้าง ๆ เขาโยนชิปสองพันให้ทิปแก่พนักงานสาวที่เป็นคนคุมโต๊ะ
ความจริงถ้าเล่นบาคาร่า เขาก็สามารถใช้เนตรอัคคีได้อย่างสบาย ๆ เพื่อดูว่าไพ่ที่ปิดไว้มีกี่แต้ม แต่บังเอิญเขาเป็นคนไม่ชอบเล่นไพ่สักเท่าไรก็แค่นั้นเอง
"วันนี้เพราะมีคุณเป็นเทพธิดาแห่งชัยชนะมานั่งอยู่ข้าง ๆ ผม ผมถึงได้กำไรก้อนนี้มา ให้ผมเลี้ยงเหล้าคุณดีกว่า แต่ผมไม่มีรถนะครับ เราเดินไปร้านใกล้ ๆ ได้ไหมครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเอารถมาค่ะ"
ฉินฟ่านยืนเคียงข้างซูหลิงอยู่ที่ลานจอดรถ เขากำลังยืนมองรถของเธออยู่ด้วยความทึ่ง รูปทรงของรถคันนี้มันช่างงดงามยิ่งนัก นี่ก็คือซูเปอร์คาร์สุดหรู Ferrari 296 GTB กำลังสูงสุด 830 แรงม้า ความเร็วสูงสุดทำได้ 330km /h ราคาเบาะ ๆ อยู่ที่ 4,500,000 หยวน เขาอดที่จะลูบคลำมันเบา ๆ ไม่ได้ ผู้ชายคนไหนไม่ชอบรถสปอร์ตคันหรูบ้าง
ลักษณะคุณหนูของเธอ ก็พอจะบ่งบอกได้ ว่าเป็นคนมีฐานะ แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะมีเงินขนาดนี้ ดีที่เขาไม่ได้ปล่อยไก่ พูดจาโอ้อวดอะไรออกไป จะว่าไปเงินที่เขาเล่นได้วันนี้หกแสนหยวน คงเป็นได้แค่ค่าขนมของเธอเท่านั้น
ทั้งคู่ไปที่ร้านเหล้าใกล้ ๆ แห่งหนึ่ง ด้วยรถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงของสาวสวยคนนั้น เขาสั่งมาการิต้ามาสองแก้ว ทั้งคู่ชนแก้วกัน
"ผมฉินฟ่านยินดีที่ได้รู้จักนะครับคนสวย"
"ปากหวานจังนะคะฉันซูหลิง ประธานบริษัทเครื่องสำอางเมมโมรี่ ยินดีด้วยนะคะที่รับทรัพย์มาก้อนใหญ่"
ทั้งคู่เชคแฮนด์กัน
"ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้รู้จักท่านประธานซูครับ"
"เรียกซูหลิงเถอะค่ะ"
"เพิ่งมาเล่นเป็นครั้งแรกนะครับ ปกติผมไม่ชอบเล่นการพนัน พอดีวันนี้รู้สึกเบื่อ ๆ นะครับถึงได้มา คุณมาเล่นบ่อยเหรอครับ"
"แค่คลายเครียดนะค่ะ ฉันเรียนจบเมืองนอก ก็เลยไม่ค่อยจะมีเพื่อนที่นี่ คุณทำงานอะไรเหรอคะ หรือว่ายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย"
ซูหลิงชวนคุย เพราะอยากรู้จักตัวเขาให้มากกว่านี้
"ผมไม่ได้ทำงานที่ไหนหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้เป็นนักศึกษาด้วยครับ"
ฉินฟ่านพูดพลางขอแลกเปลี่ยนวีแชทกับเธอ
หลังจากพูดคุยรู้สึกว่าเธอเป็นคนฉลาดมีหัวการค้า แถมรู้สึกทึ่ง ที่เธอยังอายุน้อยแต่ได้เป็นประธานบริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศ จึงเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที
"คุณนี่ทั้งสวยทั้งเก่งเลยนะครับ"
"แหมชมเกินไปแล้วค่ะ ก็แค่การค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตระกูล แต่ก็ขอบคุณที่ชมนะคะ"
ฉินฟ่านชมเธอจากใจจริง เพราะ
การบริหารงานบริษัทใหญ่ไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่าย ๆ แค่พนักงานก็เป็นร้อยแล้วที่
ต้องดูแล ไหนจะต้องสนใจการตลาด เพื่อสร้างสินค้าตัวใหม่ ไหนจะต้องตรวจสอบบัญชีและอื่น ๆ อีกมากมาย
"ผมกำลังคิดจะผลิตครีมบำรุงผิวกับน้ำหอมสูตรของผมเอง เราสองคนบังเอิญมาพบกัน ผมถือว่าเป็นลิขิตสวรรค์ คุณสนใจจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของผมไหมครับ"
เขาคิดว่าถ้าหุ้นกับมืออาชีพจะดีกว่าทำคนเดียว เพราะเขาเองก็ไม่เคยทำการค้างานที่เคยทำดีหน่อยก็แบกอิฐแบกปูน หากลุยเดี่ยวคนเดียว อาจพบเจออุปสรรคมากมายตกม้าตายได้ง่าย ๆ
เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขา จนปลายจมูก
เธอชนกับใบหูเขา พร้อมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเขา
"แหม นึกว่าจะชวนเป็นหุ้นส่วนชีวิตซะอีกค่ะ"
เธออมยิ้มเหมือนรู้สึกสนุก ที่ได้แหย่เขา เล่นเอาฉินฟ่านใจเต้นตึกตักหน้าแดง
ถึงกับไปไม่เป็นเลย นี่เธอกำลังจีบเขาอยู่เหรอ
"คุณนี่รูปหล่อดีนะ ยิ่งเวลาคุณอายจนหน้าแดงก็ยิ่งน่ารักนะคะฉันช้อบชอบ"
แววตาของเธอเป็นประกาย เธอพบเห็นชายหนุ่มฐานะดี ทางบ้านร่ำรวยมามากมายที่ตามจีบเธอ แต่เธอไม่เคยสนใจที่จะเหลือบมองคนเหล่านั้น แถมยังไม่เคยมีใครที่น่ารักแบบใส ๆ เท่าฉินฟ่านคนนี้มาก่อน เธอบอกกับตัวเองว่า เธอรู้สึกถูกชะตากับเขามาก
"อะแฮ่ม ตกลงว่าคุณสนใจที่จะร่วมหุ้นกับผมไหมครับ"
"แหมทำไมถึงได้ใจร้อนจังเลยละคะ
เราเพิ่งรู้จักกันได้แค่ชั่วโมงเดียวเองนะคะ ในแวดวงธุรกิจมีการหักหลัง คดโกงกันตั้งมากมาย คุณเชื่อใจฉันง่าย ๆ เลยเหรอคะ
ถ้าฉันหลอกพาคุณไปขายจะทำยังไงดีคะ"
"ขายตัวผมนะเหรอ ฮ่า ๆ กิโลละสองหยวนก็คงไม่มีใครซื้อหรอกครับ ผมเชื่อในดวงตาของคุณนะครับ มันสดใสแวววาวเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ทำให้ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนดี ไม่มีวันที่คุณจะหันหลังให้ผมและผมขอสาบานต่อแก้วเหล้าใบนี้ ว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งคุณเช่นเดียวกัน"
ซูหลิงถึงกับผงะ เมื่อได้ยินคำตอบของเขาอย่างชัดเจน นี่เราคุยเรื่องธุรกิจกันไม่ใช่เหรอ ทำไมเหมือนได้ยินเขาบอกรักเลยล่ะ โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย
โอ้เธออาจจะยังไม่รู้ตัว แต่ว่าจู่ ๆ เขาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นตึกตักตูมตามขึ้น จนแก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้นมา
"คิก ๆ ถ้าเป็นคนอื่นพูด ฉันคงลุกเดินหนีจากละครน้ำเน่านี้ทันทีเลย แต่เพราะว่าเป็นคุณพูด ด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูจริงใจ
ดังนั้นฉันจะถือว่าเป็นสัญญาใจระหว่าง เราสองคน นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นของพันธมิตรทางธุรกิจใช่ไหมคะ จะว่าไป…ฉันเองก็เจอผู้ชายปากหวานมาก็เยอะ แต่คุณนี่ไม่เหมือนใครเลยนะคะ"
เธอแกล้งหัวเราะ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลก ๆ ในใจของตัวเอง
"เอ่อ…แล้วกำไรพวกเราจะแบ่งกันยังไงดีครับ"
"แหม…คิดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่มันชวนให้ปวดหัวจริง ๆ เลยนะคะ ถ้าหากฉันได้กำไรมากเกินไป ก็กลายเป็นว่าฉันเอาเปรียบคุณ ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเราแต่งงานกันก็จะกลายเป็นกระเป๋าเดียวกัน คุณว่าไหม ไม่ต้องมาแบ่งกันให้ยุ่งยากดีไหมคะ"
ซูหลิงจ้องตาเขา อยากรู้นักว่าแกล้งพูดแบบนี้แล้ว เขาจะทำหน้ายังไง เธอชอบดูสีหน้าของเขาเวลารู้สึกอาย
"ขอโทษจริง ๆ คุณเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่วันข้างหน้าคุณคงจะพบกับคนที่เหมาะสมกว่าผมครับ"
ซูหลิงต้องมองเขาใหม่อีกครั้งด้วยความแปลกใจ เมื่อได้ยินคำปฏิเสธแบบนุ่ม ๆ เพราะถ้าเป็นผู้ชายอื่น คงรีบตะครุบโอกาสทองเช่นนี้เอาไว้ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต่างสยบให้กับความงามและความร่ำรวยของเธอ แต่ว่าเขากลับปฏิเสธเธอทันที
"เพราะอะไรเหรอคะ หรือว่าฉันไม่คู่ควรกับคุณเหรอคะ"
เธอเชิดปากนิด ๆ แบบดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
"คุณอย่าเพิ่งโกรธผมเลยนะครับ ในสายตาของผม คุณงดงามราวกับนางฟ้า ชายใดพบเจอคุณ มีแต่จะหลงใหลจนลืมวิญญาณของตัวเอง ได้แต่ตกเป็นทาสรักของคุณ"
"ฮึ แล้วทำไมถึงปฏิเสธนางฟ้าคนนี้ล่ะคะ"
ซูหลิงทำน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใส่เขาราวกับงอนเขานิด ๆ
"เพราะนางฟ้าคนนี้ เพิ่งรู้จักกับผมแค่ชั่วโมงเดียว ดังนั้นคืนนี้คงเป็นแค่การคุยเล่น เพื่อทำความรู้จักกัน
แล้วก็ผมมีข้อเสียอยู่หลายอย่าง เช่นคุณยังไม่รู้ว่าผมแพ้กุ้ง หากกินเข้าไป ผื่นแดงจะขึ้นตามตัว คุณไม่รู้ว่า ผมไม่ชอบอากาศหนาว เวลานอนผมจึงห่มผ้าหนามาก แต่ถ้าได้ใช้เวลาร่วมกันอีกสักหน่อย คุณคงจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผมมากขึ้นและผมเองก็สนใจที่จะรู้จักคุณให้มากขึ้นเช่นกัน ตอบแบบนี้พอใช้ได้ไหมครับ"
"คุณนี่ร้ายกาจจริง ๆ นะคะ พูดจนรู้สึกโกรธคุณไม่ลงเลยค่ะ"
"แต่ผมรู้สึกดีใจจริง ๆ นะครับ ที่ได้รู้จัก
เพื่อนใหม่แบบคุณในวันนี้ เพราะว่าผมเคยประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม จนหัวฟาดพื้นหมดสติที่สวนสาธารณะ ตื่นขึ้นมาเลยความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร มีพี่น้องกี่คน มีคนรักหรือเปล่า เพราะกระเป๋าเงินมือถือก็ถูกขโมยไปหมด จำได้แค่ชื่อตัวเองเท่านั้น"
ฉินฟ่านคิดว่า ถ้าจะคบหาเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองฝ่ายควรทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เขาจึงเล่าเรื่องของเขาให้เธอฟัง ถึงจะเป็นเรื่องที่แต่งหลอก ๆ ขึ้นมาก็เถอะ
ซูหลิงได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูเปล่าเปลี่ยว
เธอรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างไร้ญาติขาดมิตรของเขา ถึงกับสงสารเขาจนน้ำตาของเธอคลอเบ้า
"อย่าเสียใจไปเลยนะคะ สักวันความทรงจำของคุณ จะต้องกลับมาอย่างแน่นอนค่ะ"
เธอเอื้อมมือทั้งสองไปกุมมือของเขา ราวกับต้องการให้ไออุ่นจากมือของเธอ ช่วยปลอบประโลมจิตใจของเขา
ทั้งสองนั่งกุมมือกัน สบตากันเงียบ ๆ เนิ่นนาน ความรู้สึกดี ๆ ในคืนนี้ คงตราตรึงใจพวกเขาไปอีกนานแสนนาน
เธอไม่เคยทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนไหน ไม่เคยให้ใครแตะเนื้อต้องตัวมาก่อน แต่กับผู้ชายคนนี้…
"เอ่อเรากลับกันดีไหมครับ นี่ก็ดึกแล้ว ไว้อีกสองสามวันผมจะเอาตัวอย่างสินค้า ไปให้คุณดูที่บริษัทนะครับ"
เขาแกล้งพูดเฉไฉเป็นเรื่องอื่น เมื่อเห็นเธอทำตาหวานเชื่อมใส่เขานานจนเกินไป
ซูหลิงยิ้มหวานพลางใช้ปลายเล็บสีม่วงอ่อน กรีดลากเป็นเส้นยาวเบา ๆ ลงบนท่อนแขนของเขา
"ทำไมถึงรีบกลับละคะ เมียที่บ้านหวงไม่ยอมปล่อยให้คุณคลาดสายตาไปหาเศษหาเลยหรือไงคะ"
"ฮ่า ๆ ยังครับ ผมยังโสด ยังไม่ได้แต่งงาน"
"ดีค่ะ"
ฉินฟ่านไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงมานาน ตอนนี้จึงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
"แล้วแฟนล่ะคะ"
"ก็ยังไม่มีครับ แต่มีคนที่ชอบอยู่"
"ดีค่ะ"
คำตอบของเขาจะจริงก็ดีจะเท็จก็ช่าง เธอไม่แคร์ เพราะเธอเริ่มสนใจผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว
"เราไปเปิดโรงแรมกันดีไหมคะ"
"ดีครับ เอ๊ย! ไม่ดีมั้งครับ"
คราวนี้ฉินฟ่านถึงกับสะดุ้งเฮือกเหงื่อแตกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นี่เธอพูดจริงหรือพูดเล่นกันแน่
"ฮิ ๆ ๆ คุณไม่ชอบวันไนท์สแตนด์หรอก
เหรอคะ"
Oh my gosh! หรือว่าเธอเป็นประเภทสาวไฟแรงสูง เขาได้แต่ทำหน้าตาเหลอหลา เกาหัวแกรก ๆ แบบไปไม่เป็น เพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีจริง ๆ
"คิก คิก ฉันล้อเล่น คุณนี่ขี้อายชะมัดยาดเลย ไปเถอะค่ะฉันจะไปส่งคุณที่บ้าน
แต่ต้องสัญญานะคะ ว่าคืนนี้ตอนนอน คุณจะต้องฝันถึงฉันคนเดียว ห้ามฝันถึงคนอื่นโดยเด็ดขาด"
"ครับ ผมสัญญา"
ลมปากผู้ชายจะเชื่อได้สักแค่ไหนกันเชียว ยิ่งเวลาหลับฝัน ยังจะเลือกได้อีกเหรอ ว่าคืนนี้จะฝันถึงสาวคนไหน
ทั้งสองสบตายิ้มให้กัน
ฉินฟ่านรู้สึกว่าเธอน่าสนใจดี เวลาอยู่กับเธอ เหมือนอยู่กับคนรู้ใจ
…
รอจนค่ำมืดดึกดื่น เหลียนฟ่งเพิ่งเอาแอนโทนีเข้ากรง เธอได้ยินเสียงของรถยนต์คำรามกึกก้อง เมื่อออกมาดูก็ได้พบเข้ากับฉินฟ่านกำลังลงจากเฟอร์รารี่สีแดง
"ขอบคุณมากที่มาส่งผม ขับรถกลับดี ๆ นะครับ แล้วพบกันใหม่"
"นี่ฉันอุตส่าห์มาส่งถึงบ้าน ใจคอคุณจะไม่จูบลาหน่อยเหรอคะ"
"คราวหน้านะครับ บ๊ายบาย"
ฉินฟ่านยิ้มกว้างบอกลาเธอ พร้อมกับปิดประตูรถ
"โอ๊ะ นั่นไง นั่นไง พี่ใหญ่เห็นนั่นไหม เธอส่งจูบให้พี่เขยด้วย ผู้หญิงที่มาส่งพี่เขยน่ะ ทั้งสวยทั้งรวยถึงขนาดขับเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงด้วย
จุ๊ ๆ แค่รถคันนี้คันเดียวก็แพงกว่าบ้านของเราแล้ว แย่แน่ ๆ ศึกชิงรักหักสวาทคราวนี้คงดุเด็ดเผ็ดมัน ต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิงน่าดู"
"เชอะ ก็อีแค่รถคันเดียว"
"นั่นคันละสี่ล้านกว่านะพี่ใหญ่"
เหลียนฟ่งถึงกับสะอึก เมื่อมองเปรียบเทียบดูจักรยานที่จอดอยู่ข้างรั้ว
"แกพูดจริงเหรอ"
"จริงสิพี่ พี่ใหญ่พี่ต้องเชื่อผม ถ้าพี่ชอบพี่เขยจริง ๆ ผมว่าพี่ต้องเร่งมือขยายผลการสู้รบให้มากกว่านี้ ยกพลขึ้นบกให้ได้
ไม่เช่นนั้นศึกครั้งนี้ พี่จะกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ อยู่ที่ริมแม่น้ำวิปโยค เหมือนกับเซี่ยงหวี่ที่พ่ายแพ้แก่เล่าปัง"
เหลียนเฮ่อเดือดเนื้อร้อนใจแทนพี่สาว
จนพล่ามไม่หยุด เตือนก็เตือนแล้ว ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของทั้งสองคน เขาคิดพลางเปิดประตูเข้าไปนอนในห้อง
เหลียนฟ่งเห็นภาพนั้นแล้ว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัด ไอ้ความรู้สึกเดือดปุด ๆ ในอกราวกับจะระเบิดขึ้นมา มันคืออะไร เอ๋...หรือว่าอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ ที่เขาเรียกกันว่า"หึง" ไอ๊หย๋า! นี่เธอหลงรักต้นไม้เงินต้นไม้ทองจริง ๆ หรือเนี่ย
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ยอดสีชมพูสั่นระริก ด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ไม่อาจทราบได้ แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่เขาสนใจคือการช่วยชีวิตเธอเขาใช้ปลายเล็บกรีดแทนมีดผ่าตัด ค่อย ๆ กรีดยาวหนึ่งนิ้ว เขาก้มลงดูดเลือดพิษทันที เลือดสีดำถูกพ่นออกจากปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันเริ่มเป็นสีแดง 
ชาตินี้เขามีเงินมีทองมีผู้หญิง เพราะมีเทพทั้งหลายให้โอกาส เขาจึงอยากให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง ถึงจะเป็นพวกคนเลวก็ตาม"หา...จริง ๆ เหรอครับ โอ้ขอบคุณลูกพี่มากครับ ผมขอปรึกษากับลูกน้องก่อน แล้วจะรีบให้คำตอบนะครับ"ไอ้หัวทองนึกว่าวันนี้จะโดนอัด แต่กลับเป็นว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งงาน มัน
ฉินฟ่านอมยิ้มพลางแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์"อย่าเพิ่งไปเลยนะ นั่งคนเดียวเฉย ๆ คงเบื่อน่าดู คุณอยู่คุยเป็นเพื่อนผมก่อนได้หรือเปล่า เพราะต้องแช่อีกนานเลย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมยา""ก็ได้ ว่าแต่คุณอยากจะคุยเรื่องอะไรคะ"มู่ปิงปิงลากเก้าอี้มานั่ง "เรื่องแฟนคนแรกของคุ
ซีเหมินคังนั่งหอบหายใจหลบอยู่หลังก้อนหิน ตรวจดูอาวุธที่เหลืออยู่ พบว่ามีกระสุนปืนสั้นเหลืออยู่นัดสุดท้าย ระเบิดแสงหนึ่งลูก มีดสั้นหนึ่งเล่มเขาสูดลมหายใจลึก ๆ สองสามที แล้วพุ่งตัวออกไปทันที แทบจะเป็นเวลาเดียวกัน พวกผู้พันทมิฬพากันยิงถล่มใส่เขา สะเก็ดหิน เปลือกไม้ ใบหญ้า กระจุยก







