Share

บทที่ 9 ข่มขู่ตบทรัพย์

last update publish date: 2026-01-06 21:35:56

ใช่ ตอนนี้เศรษฐีตัวน้อย ๆ อย่างเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว เพราะอลิซาเบธแม่ไก่ตัวอ้วนปุกปุย เป็นเหมือนเครื่องผลิตเงินส่วนตัวให้กับเขา เพราะว่ามันออกไข่ทองคำให้กับเขาทุกวัน ดังนั้นแค่ลืมตาตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า เขาก็มีเงินให้ใช้สอยไม่ขาดมือ

"หา…ให้ใช้เงินคุณชอปปิง ได้ตามสบายจริง ๆ เหรอคะ" 

"ครับ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ใช้ได้ตามสบายเลยครับ"

เหลียนฟ่งมองเขาด้วยสายตาสับสนงุนงง นี่เขาล้มหัวฟาดพื้นจนเอ๋อ หรือว่าเป็นคนใจป้ำสายเปย์กันแน่

"แล้วคุณจะไม่ไปด้วยกันเหรอคะ"

"ผมไม่ว่างนะครับ คุณไปเถอะ"

"แล้วคุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ เดี๋ยวซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือที่เป็นเลสทอง เสื้อโค้ทกันลม โน้ตบุ๊ก กีตาร์ มือถือรุ่นใหม่อะไรแบบนั้นนะค่ะ"

"อืม...คุณช่วยดูว่าอันไหนจำเป็นใช้ ก็ช่วยซื้อมาให้ผมหน่อยก็แล้วกันครับ ส่วนเสื้อผ้าผมใส่อะไรก็ได้ ไม่ต้องตามแฟชั่นหรอกครับ"

เหลียนฟ่งพยักหน้ารับเบา ๆ พลางกะพริบตากลมโตของเธอปริบ ๆ ไม่จริงมั้ง นี่เธอมีรายรับวันนี้หนึ่งแสนหยวนเลยเหรอ แล้วส่วนที่เหลืออีกหนึ่งแสน ก็ให้เก็บไว้ที่เธออีก รายได้แบบนี้ดีกว่าเป็นผู้จัดการดาราซะอีก แถมยังให้ชอปปิงตามใจชอบอีกด้วย เขาไม่กลัวเธอหอบเงินของเขา แล้วแอบขนของย้ายบ้านหนีไปตอนดึก ๆ หรือไงกัน 

ก็ดีเหมือนกัน เธอเองก็ไม่ได้ชอปปิงมานานแล้ว เพราะพิษเศรษฐกิจนั่นแหละ ค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ไหนจะค่าเทอมอีกจิปาถะ ค่าเรียนพิเศษของเหลียนเฮ่อก็ยังค้างจ่ายอยู่เลย

 เฮ้อ…เล่นเอาเธอต้องประหยัด จนตัวลีบมาหลายปีเลย เธอเองก็เรียนไม่จบปริญญาตรี ไม่มีอาชีพการงานที่แน่นอนมั่นคง 

 อาศัยว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดีรู้จักคนเยอะ จึงมีคนแนะนำงานพาร์ทไทม์ให้เรื่อย ๆ ทั้งเป็นไกด์นำเที่ยว พริตตี้ แจกใบปลิว ขับรถส่งอาหารขอให้ได้เงินเธอทำหมด ตอนนี้มีโอกาสชอปปิงทั้งที ก็อย่าปล่อยทิ้งให้สูญเปล่า 

 เธอจึงพาเหลียนเฮ่อไปเดินห้างชอปปิงตามคำสั่ง ซื้อเสื้อผ้าทั้งของเธอ เหลียนเฮ่อและนายทุนรูปหล่อรวมแล้วคนละห้าชุด แถมชุดสูทให้ฉินฟ่านอีกสามชุด หวังว่าเขาจะใส่เสื้อผ้าที่เธอเลือกให้ได้พอดีกับตัวนะ อ้อเกือบลืม เดี๋ยวแวะไปซื้อมือถือไอโฟนให้เขาสักเครื่องดีกว่า จะได้ติดต่อกันได้สะดวก เครื่องเก่าของเธอที่ให้เขาไปเอาไว้ทับกระดาษซะยังดีกว่า

...

 ตอนเย็นของวันรุ่งขึ้นเหลียนเฮ่อเพิ่งเลิกเรียนกำลังขี่จักรยานไปช้า ๆ เพื่อกลับบ้าน จู่ ๆ ก็มีวัยรุ่นเดินตัดหน้ารถ เลยชนวัยรุ่นคนนั้น จนล้มลงไปกองที่พื้นทั้งคู่

 "โอ๊ยไอ้นรกเอ๊ย ขับรถภาษาอะไรของมึงวะ แม่งไม่มีตาดูบ้างเลยหรือไง มึงอยากตายมากนักใช่ไหม"

จิ๊กโก๋ที่มีริมฝีปากหนาโวยวายเสียงดังลั่นใส่เหลียนเฮ่อ

 "เอ่อ…ขอโทษครับ คุณบาดเจ็บมากหรือเปล่า ไปให้หมอตรวจหน่อยไหมครับ ผมจะจ่ายค่ารักษาให้"

เหลียนเฮ่อคิดในใจ แค่เฉี่ยวนิดหน่อยคงไม่เป็นไรมาก แต่อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ เพราะพี่สาวกว่าจะหาเงินมาได้ ต้องลำบากไม่ใช่เล่น

"กูไม่ว่างไป เฮอะ ๆ มึงจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับค่านาฬิกาของคุณปู่กู ที่แตกมาสักหนึ่งหมื่นหยวนก็แล้วกัน" 

 เจ้าปากหนาชูนาฬิกาเก่า ๆ ที่หน้าปัดร้าวให้เขาดู

 "หา...อย่างนี้มันปล้นกันชัดๆ" 

 "อ้าวไอ้เด็กเปรต นี่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลกูเชียวนะ พูดจาหมา ๆ แบบนี้ก็สวยสิ มาใกล้ ๆ กูนี่ เดี๋ยวกูจะทำศัลยกรรมใบหน้าของมึงให้ใหม่" 

 "ผมว่าเราไปตกลงกัน ที่สถานีตำรวจจะ

ดีกว่าครับ"

 เหลียนเฮ่อถอยไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัวอย่างช้า ๆ เขาไม่ยอมง่าย ๆ อีกอย่างบ้านเขาไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมากพอ ที่จะให้พวกมันมาขูดรีดเอาง่าย ๆ 

 ทันใดนั้น ก็มีกลุ่มคนหกคนเดินหัวเราะเยาะเย้ยเขาและมาล้อมเขาไว้ 

 "ฮ่า ๆ ไอ้เด็กนี่มันตลกดีจริง ๆ คิดจะ

วิ่งแจ้นไปฟ้องตำรวจเหรอวะ วันนี้คิดว่าเป็นคราวซวยของมึงก็แล้วกัน ที่มาเจอกูหัวทอง" 

 คนพูดย้อมผมยาวประบ่า เป็นสีทอง ปากหนาตาโต รูปร่างสูงใหญ่มีร่างกายบึกบึนไปด้วยมัดกล้าม เหมือนนักมวย K1 ออกคำสั่งลูกน้อง

 ไอ้หัวทองผาดโผนในวงการนักเลงมาหลายปี ย่านที่อยู่อาศัยแถบนี้มันเป็นคนคุมทั้งหมด จะมากจะน้อยเหลียนเฮ่อก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมันมาบ้าง

 "เฮ้ย นวดแผนโบราณให้มันหน่อย" 

 "อย่า! อย่าเข้ามานะ ผมเป็นคาราเต้นะ"

 "แต่กูเป็นเทควันโดเว้ย" 

 ตุบตับ ตุบตับ 

 โอ้ย!

 อ้าก!

 เหลียนเฮ่อทั้งถูกกระทืบถูกเตะถูกต่อยเป็น

กระสอบทราย จนนับไม่ทันว่าโดนไปกี่ที หมดสภาพแบบหน้าแตกยับ เลือดกลบปาก นอนงอตัวเหมือนกุ้ง เพราะถูกเตะเข้าที่ท้องอย่างจัง จึงจุกเสียดไปหมดพูดอะไรไม่ออก น้ำมูกน้ำตาฝุ่นดินเศษหญ้าผสมปนเป เปรอะเปื้อนจนเป็นคราบเต็มใบหน้า 

 ไอ้หัวทองเดินส่ายอาด ๆ วางท่าเป็นลูก

พี่ใหญ่ นั่งยอง ๆ ข้างเหลียนเฮ่อ แล้วใช้มือตบใบหน้าของเขาเบา ๆ สองสามที

 "จุ๊ ๆ อุ๊ย...คงเจ็บน่าดูสินะ ว่าไงไอ้หนู คาราเต้คิด เป็นเด็กเป็นเล็กก็ต้องหัดเชื่อฟังผู้ใหญ่บ้าง มึงโทรไปบอกคนที่บ้าน ให้เอาเงินมาให้จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องถูกลูกน้องของกูตื้บอีกรอบ ฮ่า ฮ่า" 

 ไอ้หัวทองใช้แผนนี้ ได้เงินมากินมาเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยพลาด โดยปกติชาวบ้านที่หากินสุจริต ย่อมไม่อยากมีปัญหากับพวกอันธพาล บางครั้งพวกตาสีตาสาหากใช้เงินทองแก้ปัญหาได้ พวกเขาก็ยินยอมจ่าย

 จู่ ๆ เสียงผิวปากเป็นเพลง หนุ่มชาวนาหลงรักสาวทอผ้า ก็ลอยมาตามลม ทุกคนหันไปมองตามเสียง ปรากฏว่าเป็นฉินฟ่าน กำลังเดินทอดน่อง ล้วงกระเป๋าเข้ามาใกล้ อย่างสบายอารมณ์

 "ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย เอ๋...นี่นายเองหรือ อั่ก!"

 เหลียนเฮ่อแค่เอ่ยปาก ก็ถูกเตะอัดเข้าลำตัวอีกครั้ง จนรู้สึกจุกเสียดไปหมด

 "หุบปาก ที่นี่กูใหญ่สุด กูยังไม่อนุญาตให้มึงพูด มึงก็ห้ามพูดเข้าใจไหม ถ้ายังซ่าไม่เลิก ชอบปากมากอีกทีละก็ กูจะช่วยกรีดปากมึงให้กว้าง ๆ เอง"

 ไอ้หัวทองเอามีดสั้น ลากไปมาเล่นบนใบหน้าของเหลียนเฮ่อ เพื่อขู่ให้เขากลัว

"โอ้โห เล่นกันแรงเลยนะพี่ชาย" 

ฉินฟ่านขยับแว่นตากันแดดสีชากรอบสี่เหลี่ยมที่เหลียนฟ่งซื้อให้เลื่อนขึ้นเล็กน้อย มองพวกนักเลงขี้กลากทั้งหลาย

 "ไม่ใช่เรื่องของมึง อย่าเข้ามาสอดจะดี

กว่า รีบไสหัวไปไกล ๆ ถ้าไม่อยากถูกหมอเย็บสามสิบแปดเข็ม"

 ไอ้หัวทองยิ้มอย่างลำพองใจที่ข่มคนอื่นได้แถมเอามือเสยผมไปด้านหลัง เผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรที่แขน

 "อึ๋ย…สามสิบแปดเข็มเชียวหรือ ได้…ผมเองก็ไม่อยากเจ็บตัว เพราะยุ่งเรื่องของคนอื่น งั้นก็...เชิญตามสบายเลยพี่ชาย ถ้าพี่ชายเล่นพูดซะขนาดนี้แล้วละก็ ผมไปดีกว่า"

 ฉินฟ่านเหล่ตามองผู้ประสบภัย ที่นอนกองอยู่กับพื้น ส่ายหน้าไปมาพลางทำเสียงจิ๊ ๆ 

 "โดนอัดจนน่วมขนาดนี้ คงเจ็บน่าดูเลยสิท่า"

 ฉินฟ่านพูดกับตัวเองเบา ๆ จบ ก็ตั้งท่าจะเดินผ่านไปเฉย ๆ อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ เขากะว่าจะแวะเข้าไปในร้านมินิมาร์ท ที่อยู่ปากซอย ซื้อไอศกรีมรสชาเขียวถ้วยใหญ่ ๆ กินให้เย็นชื่นอุรา ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้านจะดีกว่า

 "เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อนสิ พี่เขยช่วยผมด้วย พวกมันข่มขู่ให้ผมโทรไปหาพี่สาว ให้เอาเงินมาให้พวกมัน"

เหลียนเฮ่ออับจนหนทางไม่มีทางเลือกอื่น นี่คือฟางเส้นสุดท้าย เขาได้แต่กัดฟัน ร้องตะโกนขอให้ฉินฟ่านช่วย 

ส่วนไอ้หัวทองจะแกล้งขู่ หรือว่าจะกรีดหน้าของเขาจริง ๆ คงต้องวัดดวงแล้ว 

 เขาเองก็ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากนัก จำใจต้องฉุดลากให้ฉินฟ่านลงน้ำครำนี้มาด้วยกัน

"อ้าว โธ่เอ๊ยครอบครัวเดียวกันหรือ ทำไมไม่รีบบอกล่ะ น้องเมียมึงขับรถชนคนของกู แถมยังทำนาฬิกาที่เป็นสมบัติตกทอดของบรรพบุรุษมันแตก เพราะฉะนั้นราคานี้ไม่แพง จ่ายมาหนึ่งหมื่นเร็ว ๆ ไม่งั้นจะกระทืบมึงอีกคน ให้จมกองเลือดเลย"

ไอ้หัวทองอาศัยมีพวกมาก ได้ทีก็

ขู่ใหญ่

 "ได้ ผมเห็นแก่หน้าพี่ ผมยอมจ่ายให้ก็ได้ แต่ช่วยลดราคาให้หน่อยได้ไหมพี่ชาย ทั้งเนื้อทั้งตัวของผม มีแค่เจ็ดพันหยวนจริง ๆ ช่วยอนุโลมสักครั้งเถอะพี่ชาย"

 "ได้ เฮอะ ๆ วันนี้กูอารมณ์ดีจะยอมลดให้ก็ได้"

 ไอ้หัวทองนึกคำนวนสารตะ พลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจกับแผนชั่ว ๆ ของมัน วันนี้เชือดนิ่ม ๆ เป็นค่ากับแกล้มไปเจ็ดพันก่อน แล้วเรียกอีหนูแจ่ม ๆ ในซาวน่ามานวดให้สักสองคน

 เฮอะ ๆ ไอ้หนุ่มนี่คงเป็นลูกคนรวย เพราะมันควักกระเป๋าออกมาจ่ายง่าย ๆ เหมือนเป็นแค่เศษเงิน ดีละวันหลังเวลาเงินขาดมือค่อยกลับมาเชือดมันใหม่

 ไอ้หัวทองเห็นฉินฟ่านควักมือถือออกมาโอนเงินให้อย่างง่ายดาย ก็เริ่มคิดแผนสองในใจ

 "เอาละเงินก็จ่ายให้แล้ว ผมพาเขา

ไปได้แล้วใช่ไหม" 

 ฉินฟ่านแยกเขี้ยวยิ้มพลางขยับตัว จะเดินไปพยุงเหลียนเฮ่อให้ลุกขึ้นมา จะได้กลับบ้านกันเสียที

 "เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิจะรีบไปไหน พอดีวันนี้อากาศดี พวกกูเลยว่าจะไปกินเหล้า แต่พอดียังขาดคนรินเหล้า จะว่าไปแล้วไอ้หนูนี่ หน้าตาก็นับได้ว่าไม่เลว พี่สาวของมันก็น่าจะพอใช้ได้ พวกเราต่างก็รู้จักกันแล้ว ก็

นับได้ว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน มึงช่วย

พาเมียมึงมา อยู่เป็นเพื่อนกับพวก"

 เพียะ...

 ฟันสองซี่ลอยกระเด็นผ่านหน้าทุกคน

ราวกับภาพสโลว์โมชั่น

 เมื่อครู่ไอ้หัวทองพูดยังไม่ทันจบประโยค ก็ถูกตบฉาดใหญ่จนเลือดกบปาก ฟันหลุดกระเด็นออกมาสองซี่ 

 เพราะไอ้หัวทองบังอาจพูดจาลบหลู่

เหลียนฟ่ง เขาจึงต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน ไอ้หัวทองแผดเสียงคำรามดังลั่นด้วยความโกรธ

 "มึงตายยย"

 ไอ้หัวทองชักมีดสั้นเงาแวววับออกมา

แทงเข้าไปที่ลำตัวฉินฟ่านอย่างหักโหม พวกลูกน้องรีบชักอาวุธออกมาบ้าง มีทั้งท่อเหล็ก ท่อนไม้ มีดยาวเกือบหนึ่งฟุต ทุกคนรุมยำเขา

 "ไอ้พี่เขยหน้าโง่รีบหนีไปเร็ว อยาก

ตายกลายเป็นผีเฝ้าป่าหรือไง" 

 เหลียนเฮ่อตะโกนเสียงดัง ถึงเขาจะไม่ชอบหน้าฉินฟ่านสักเท่าไร แต่ก็ไม่ได้อยากเห็นเขามาตายที่นี่ ตอนนี้ได้แต่หลับตาปี๋ด้วยความกลัว ว่าจะเห็นภาพของเขาถูกแทงนอนจมกองเลือด

 ฉินฟ่านกำลังอยากทดสอบร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กอยู่พอดี ว่าจะร้ายกาจเหมือนที่ตือโป้ยก่ายพูดเอาไว้หรือไม่ เขายืนนิ่งเป็นตอไม้ เดินลมปราณรูปเกลียวให้หมุนเวียนไปทั่วร่าง ปล่อยให้ท่อเหล็ก ท่อนไม้ มีดยาวกระหน่ำใส่แผ่นหลังของเขา จนเสื้อบริเวณแผ่นหลังขาดเป็นทางยาว แถมยังปล่อยให้ไอ้หัวทอง ใช้มีดสั้นกระซวกแทงเข้าข้างลำตัว ชวนให้คนเห็นหวาดเสียว แบบนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

 ซึบ ๆ ชั๊ว ๆ ปึก ๆ 

 เสียงอาวุธหลายชนิดที่กระทบกับร่างของฉินฟ่าน 

 "ฮ่า ๆ ยอดเยี่ยมสมราคาคุย นับได้ว่า ร่างคงกระพันนี้เป็นหนึ่งไม่มีสองจริงๆ"

 ฉินฟ่านพูดกับตัวเองเบา ๆ อย่างพึงพอใจ

ในร่างคงกระพันสุดวิเศษนี้ 

 "ถึงตาผมบ้างละนะ ลูกพี่ผู้ยิ่งใหญ่ทุกท่านช่วยกัดฟันให้แน่น ๆ ด้วยล่ะ ถ้าไม่อยากทำฟันปลอมทั้งปาก"

 ฉินฟ่านหมุนตัวเป็นวงกลม ใช้พลังแค่

สามส่วน ตบหน้าพวกมันรวดเดียวดั่งพายุหมุน จนพวกไอ้หัวทองปลิวกระเด็นไปไกลห้าเมตร เห็นดาวทองกันระยิบระยับ ทุกคนถูกตบจนฟันร่วงออกมา คนละสอง

สามซี่ 

 พวกมันต่างคืบคลานขึ้นมาจากพื้น พลางจ้องฉินฟ่านเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด ไอ้หัวทองคิดในใจ นี่...เป็นไปได้ยังไง มันฟันแทงไม่เข้าจริง ๆ เหรอเนี่ย เหมือนในหนังกำลังภายในของชอว์บราเดอร์ที่เคยดูในสมัยเด็ก ๆ เลย พระเอกใช้วิชาอะไรนะ อืมใช่แล้วรู้สึกว่าจะเป็นวิชาระฆังทองคุ้มครองกาย หรือเทวราชเกราะเหล็กอะไรสักอย่างนี่แหละ 

 พับผ่าสิ…วันนี้กูคงดวงซวย ดันมา

เจอของแข็งเข้าให้แล้ว ผาดโผนคลุกคลีในวงการนักเลงมานานนับสิบปี คิดไม่ถึงว่าวันนี้ชะตาจะต้องมาถึงฆาต กลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่ ถ้าหากวันนี้รอดไปได้คงต้อง

ตระเวนทำบุญเจ็ดวัดเจ็ดวา รดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ล้างซวยครั้งใหญ่ 

 ไอ้หัวทองวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างรวดเร็ว มันรีบคุกเข่าโขกศีรษะ เสียงดัง ๆ เป็นคนแรก บรรดาลูกน้องพอเห็นลูกพี่ทำแบบนั้น ก็รีบทำตามทันที

 โป๊ก โป๊ก โป๊ก

 เสียงโขกศีรษะดังเป็นระนาวไม่ขาดสาย

พอพวกมันเงยหน้าขึ้นมา หน้าผากบางคนบวมแดงเป็นปื้น

 "ลูกพี่ ได้โปรดไว้ชีวิตพวกผมสักครั้งเถอะ พวกผมเรียนหนังสือมาน้อย พูดจาไม่ค่อยเก่ง 

 แต่ผมสาบานว่าต่อไปพวกเราจะถือศีลกินเจ สวดมนต์ไหว้พระ วิงวอนพระโพธิสัตว์ อธิษฐานขอให้ลูกพี่อายุมั่นขวัญยืนไร้โรคภัยพาล 

 นี่เงินเจ็ดพันหยวนของลูกพี่ ผมคืน

ให้ แล้วนี่อีกสามพันหยวนคิดซะว่าเป็นค่าทำขวัญของไอ้หนู พวกเรามีเงินแค่นี้จริง ๆ ขอลูกพี่ได้โปรดยิ้มรับไว้ เมตตาพวกเราเอาบุญสักครั้งเถอะพี่ใหญ่"

 ไอ้หัวทองใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างโชกโชน ในอาชีพนักเลงตั้งแต่มันอายุสิบสาม ทั้งตีรันฟันแทง ฉกชิงวิ่งราว คุมบ่อน คุมซ่อง มีเรื่องไหนบ้างที่มันไม่เคยทำ เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น 

 มันเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แทบจะถูกฆ่าตายก็หลายครั้ง ในตอนนี้จึงตัดสินใจกัดฟัน ใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อชีวิต โดยจะไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย

 ฉินฟ่านยิ้มรับเงินมาแล้ว โบกมือเบา ๆ 

เป็นเชิงขับไล่พวกมัน ให้รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าของเขา

 "ขอบคุณลูกพี่ ขอบคุณลูกพี่"

 แผนนี้ถึงกับใช้ได้ผล ไอ้หัวทองกับลูก

น้องยิ้มดีใจ ราวกับหลังฝนเห็นท้องฟ้าที่แจ่มใส โชคดีที่ยังพอมีบุญเก่าสามารถเก็บกู้ชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ได้ พวกมันโค้งคำนับแล้วคำนับอีก หลังจากนั้นโกยอ้าวหายไปในพริบตา

 เหลียนเฮ่อเห็นทุกอย่างกับตา เขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม เขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นมาแล้วเดินไปหาฉินฟ่าน เขาเอานิ้วแยงรูเสื้อของฉินฟ่านไปมา 

 โอ…พระเจ้า เสื้อที่ถูกแทงข้างลำตัว ยังขาดเห็นรูโบ๋ ส่วนด้านหลังเสื้อก็ขาดเป็นทางยาว แต่กลับไม่มีเลือดไหลสักหยด มันช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วจริง ๆ 

 "โคตรเจ๋งเลยพี่เขย พี่เป็นเทพพิทักษ์บนสวรรค์ หรือว่าเป็นปีศาจร้ายพันปีจำแลง

กายลงมายังโลกมนุษย์กันแน่ ช่วยบอกผมที เอ่อ…พี่เขยช่วยสอนวิชาเจ๋ง ๆ พวกนี้ให้ผมบ้างได้หรือเปล่า ผมอยากจะเก่งเหมือนพี่บ้าง"

 สีหน้าท่าทางของเหลียนเฮ่อตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง

 "ผมก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ แล้วก็เลิกเรียกผมว่าพี่เขยได้แล้ว ผมเป็นแค่คนเช่าบ้านของพี่สาวคุณ แล้วก็วิชาลับเฉพาะพวกนี้ ผมคงสอนให้คุณไม่ได้ เพราะอาจารย์ของผม สั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้สอนคนอื่น ไม่อย่างงั้นผมจะต้องถูกขับออกจากสำนัก"

 ฉินฟ่านจำใจต้องพูดโกหก แต่จะพูดไปเหตุผลนี้ก็พอรับได้ ตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน บางสำนักมีกฎที่เข้มงวดในการรับศิษย์ บางสำนักรับเฉพาะศิษย์หญิง บางสำนักรับเฉพาะศิษย์ชาย กว่าจะรับศิษย์ได้สักคน ต้องดูทั้งพรสวรรค์ อุปนิสัยใจคอ อายุ เพศ เพราะกลัวว่าถ้าสอนจนเก่งแล้ว ถ้าหากศิษย์มีจิตใจคับแคบโหดเหี้ยม อาจจะกลายเป็นศิษย์คิดล้างครูได้ 

 แนวความคิดเช่นนี้ถึงกับแพร่หลายไปในหลากหลายอาชีพ ทั้งพ่อครัว ช่างแกะสลัก แพทย์ ดังนั้นกฎเหล็กของการจะเป็นศิษย์ ก็คือต้องกตัญญูเชื่อฟังอาจารย์

"โธ่ งั้นผมก็หมดสิทธิ์เรียนละสิ"

 ท่าทางของเหลียนเฮ่อหงอยลงทันควัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status