LOGINเสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง
"ขอชื่นใจทีนะ"
เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม
"ขอจูบปากทีนะ"
"ไม่ได้ค่ะ"
"นิดเดียวน่า"
"ไม่ได้ค่ะ"
"โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ"
"ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"
คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันที
บางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อน
มือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ
"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"
เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนัก
เธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน
"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ"
"อย่าค่ะ อย่า"
ผู้หญิงยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
เขาเหมือนหมาป่าใจร้ายในคราบนักบุญ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกอย่างรวดเร็วราวกับนักมายากล
เรือนร่างที่เปลือยเปล่าสวยงามเย้ายวนใจ กำลังบิดกายพริ้วไหวไปมา จนเขาอดใจไม่ไหว ต้องซุกใบหน้าลงไป ที่ทรวงอกอวบอิ่มของเธอ
"อย่าทิ้งฉันนะคะ"
"ผมสาบานว่าจะไม่มีวันทิ้งคุณ ผมรักคุณ"
เหลียนฟ่งยิ้มอย่างมีความสุข เขาค่อย ๆ ซุกไซร้ต้นคอของเธอ ค่อย ๆ ละเลียดพาเธอหาความสุข เธอบิดกายไปมาด้วยความเสียวซ่าน เล็บของเธอขูดหลังของเขา เป็นรอยยาว
เขาเชยชมไปทั่วเรือนร่าง ที่งดงามดุจหยวกกล้วย เสียงครวญครางดุจเสียงดุริยางค์จากวิมานฉิมพลี
จิ๊บ…จิ๊บ
เสียงนกหงส์หยกที่เลี้ยงไว้ดูเล่นข้างหน้าต่างส่งเสียงร้อง ปลุกให้เขาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา
. เขาขยี้ตาไปมา เมื่อคืนนี้ช่างเป็นคืนที่วิเศษจริง ๆ ดวงตาไม่แสบอีกแล้ว
อ้าว! แล้วเหลียนฟ่งไปไหนแล้ว
อ๋อเธอคงตื่นนอนก่อนเขา เพื่อไปเตรียมอาหารเช้า
เอ๊ะเมื่อคืนเขาหลับอยู่บนโซฟาตัวนี้
เหรอ ไม่ใช่นอนบนเตียงของเหลียนฟ่งหรอกเหรอ
โอ๊ะทำไมเป้ากางเกงถึงได้แฉะ ๆ
เขาแตะมาดมกลิ่นดู
กลิ่นนี้มัน!
แล้วเขาก็ต้องแตกตื่นจนตาแทบถลน รีบลุกพรวดขึ้นมา
ไอ๊หยา ชัดเลยตู!
อิ๊บอ๋ายแอ๊ว...นี่ตูฝันเปียกเรอะ!
ฝันเปียกเรอะ!
ฝันเปียกเรอะ!
ฝันเปียกเรอะ!
ฉากเลิฟซีนสุดสยิวกิ้วนั่น ก็แค่ความฝันอย่างงั้นเหรอ ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียง
เหลียนฟ่งก็ดังมาจากข้างหลังของเขา
"ที่รัก ตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำ จะได้มากินข้าว"
"จ้า ไปเดี๋ยวนี้เลยจ้า"
ทำอย่างไรดี…ทำอย่างไรดี
ฉินฟ่านถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก
"ทำไมถึงได้ทำท่าทางแปลก ๆ แบบนั้นคะ
คุณไม่สบายหรือเปล่า"
เหลียนฟ่งกำลังจ้องเขาเขม็ง เธอเดินตรงมาที่เขาด้วยความสงสัย เขาได้แต่ค่อย ๆ หันมาเผชิญหน้าเธอ พร้อมปั้นรอยยิ้มฝืด ๆ เฝื่อน ๆ โดยใช้หนังสือปิดบริเวณเป้ากางเกง เพราะมันมีรอยแฉะจนเป็นด่างดวง ถ้าเธอรู้ว่าเขาฝันเปียกละก็
ขายขี้หน้าตายชัก!
อีกห้าก้าว เธอก็จะถึงตัวเขาแล้ว
เขาเร่งเร้าลมปราณรูปเกลียวสุดชีวิต แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเดอะแฟลช พระเอกซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูน
"ช้า ๆ ก็ได้คะ เดี๋ยวจะหกล้ม"
เหลียนฟ่งพูดยังไม่ทันจบ เขาก็วิ่งขึ้นไปถึงดาดฟ้าแล้ว
อะไรก็หยุดเขาไม่ได้แล้ว ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือ ถอดกางเกงออกมาซัก เพื่อทำลายหลักฐาน
...
ฉินฟ่านเพิ่งจะตื่นนอนตอนเก้าโมงเช้า
อาบน้ำกินข้าวเสร็จ ก็ถูกเหลียนฟ่งบังคับแกมข่มขู่ ให้เป็นหนูทดลองนอนลงบนเก้าอี้ไม้ ที่เอนปรับระดับได้ บอกว่าเห็นหนวดเคราแล้วรำคาญตา เดี๋ยวเธอจะจัดการให้เอง
"นี่นอนนิ่ง ๆ สิ แบบนี้มันโกนหนวดไม่ถนัด"
"ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้มั้ง ผมไปร้านตัดผม ให้เขาโกนหนวดก็ได้ คุณไม่เห็นจะต้องลำบากเลย"
"อย่าพูดมากแล้วก็นอนนิ่ง ๆ ฉันอยากลองวิชามานานแล้ว คุณก็ช่วยเป็นหุ่นให้ฉันหน่อยจะเป็นไร รับรองว่าหล่อไร้เทียมทานฉันอุตส่าห์ลงเรียนคอร์สออนไลน์ วิชาตัดผมตั้งสามเดือน"
น้ำเสียงของเหลียนฟ่ง แสดงถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย
"ไอ๊หย๋า…อาฟ่ง โกนหนวดนี่ยังโอเค ถึงมันจะไม่ค่อยเรียบก็เถอะ แต่ผมว่าคุณตัดผมข้างหูซ้ายกับข้างหูขวา ยาวไม่เท่ากันนะ แล้วข้างหน้าทำไมมันถึงได้เหมือนโดนแมลงสาบกัดแทะเลยล่ะ"
"โธ่เอ๊ย…คุณนี่ไม่รู้อะไรซะบ้างเลย ทรงนี้กำลังฮิตติดเทรนด์เลยนะ แต่ถ้าคุณไม่ชอบ เดี๋ยวฉันแก้ให้ใหม่"
เหลียนฟ่งแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ ก็นี่เป็นครั้งแรก ที่เธอแปลงกายเป็นช่างตัดผมไฟแรง ผลที่ออกมาจึงเละตุ้มเป๊ะแบบนี้
ถ้าอาจารย์ที่สอนตัดผมทางออนไลน์ มาเห็นเข้า คงได้ร่ำไห้จนน้ำตากลายเป็นสายเลือด กินยาแก้อาการจิตตกไปสองกำมือ ตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
"ไม่ต้อง ไม่ต้องแล้วพอดีผมมีธุระกำลังรีบนะ"
ธุระเร่งด่วนของเขาในตอนนี้ คือไปที่ร้านตัดผม แก้ทรงแมลงสาบแทะ เขาขอสาบานต่อถังขยะเปียกหน้าบ้านว่า ต่อไปจะไม่ขอใช้บริการของเหลียนฟ่งแฮร์คัทอีกโดยเด็ดขาด เขารีบตรงดิ่งไปร้านตัดผมที่อยู่หน้าตลาดทันที
"สวัสดีค่ะ เชิญเลยค่ะ คุณลูกค้าอยากตัดผมทรงไหนคะ"
เจ้าของร้านเอ่ยทักทายต้อนรับลูกค้า ด้วยประโยคเดิม ๆ ที่เคยพูดมาเป็นหมื่นครั้ง
ฉินฟ่านนั่งลงบนเก้าอี้ พอส่องกระจกมองทรงผมของตัวเอง ก็ต้องส่ายหน้าถอนหายใจเบา ๆ
"ผมอยากให้ช่วยแก้ทรงให้หน่อยนะครับ"
เจ้าของร้านผู้หญิงวัยสี่สิบ มีไฝเหนือริมฝีปาก คนละแวกนี้จึงเรียกเธอว่าเจ๊ไฝ
เธอมัวแต่ทอนเงินให้ลูกค้า ที่เพิ่งตัดผมเสร็จ พอได้ยินจึงหันมามองเขา แล้วรีบเดินเข้ามาหาเขา
"โอ๊ย...ตายแล้ว ตายแล้ว"
เจ๊ไฝเดินวนดูรอบ ๆ ตัวเขา
"คุณแม่ตัดผมให้ที่บ้านเหรอคะ ฉันนะเห็นมาเยอะแล้ว คุณแม่บางคนชอบตัดผมให้ลูกชายห้าหกขวบอยู่เป็นประจำ บางทีตัดเสร็จออกมาเด๋อด๋า แต่คุณโตเป็นหนุ่มแล้ว คุณแม่ยังจะตัดผมให้อีกเหรอคะ หรือว่าเป็นแม่หวานใจตัดให้
แหมค่าตัดก็ใช่ว่าจะแพงซะที่ไหน ดูสิหล่อ ๆ แบบนี้ ดูตลกไปเลย แต่ไม่ต้องเป็นห่วง มาเป็นลูกค้าของที่นี่แล้ว รับรองว่าคุณจะหล่อกว่าเก่าอย่างแน่นอน เพราะร้านเรามีแต่ช่างฝีมือดี เก่ง ๆ กันทั้งนั้น
เจ๊ไฝตะโกนไปทางหลังร้าน
"อาเจียว อาเจียวเอ๊ยมานี่หน่อย มาตัดผมให้ลูกค้าเร็ว ๆ เข้า"
"ค่ะ มาแล้วค่ะ"
สาวน้อยวัยสิบสี่รูปร่างผอมบาง ใบหน้าตกกระเล็กน้อย ไว้ผมทรงหน้าม้าสวมแว่นตาหนาเตอะ ดูยังไงก็เป็นเด็กเนิร์ด
เค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ๊ไฝ อ๋อคงเป็นธุรกิจครอบครัวละสิ
"สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าอยากแก้ทรงเหรอคะ"
เธอทักทายอย่างสุภาพ แต่ท่าทางหน้าแดงอายจนม้วนต้วนนี่สิ คงจะเขินที่เจอหนุ่มหล่อแบบเขา
"ใช่ครับ เอาทรงเดิมนี่แหละครับ แต่จะตัดสั้นหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ"
เธอพยักหน้า แล้วเริ่มใช้กรรไกรตัดซอยผมอย่างคล่องแคล่ว สิบนาทีผ่านไปมีคนผลักประตูเข้ามา เป็นเด็กสาวร่างอ้วน ใบหน้าอวบอูมจนตาหยี อายุดูแล้วก็คงไล่เลี่ยกันกับอาเจียว คงเป็นเพื่อนของเธอ
เธอกำลังเคี้ยวขนมที่กัดอยู่เต็มปาก จึงทักทายด้วยเสียงอู้อี้
"สวัสดีอ่ะน้าไฝ"
"อ้าว…สวัสดีจ๊ะ เสี่ยวลู่มาหาอาเจียวเหรอจ๊ะ"
"ใช่ค่ะ คุณน้า"
หลังจากที่อาลู่ทักทายแม่ของเพื่อนเสร็จก็หันมาหาเพื่อน
"นี่…อาเจียว ฉันซื้อน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาฝาก คุณน้าทานด้วยกันนะคะ"
เมื่อเธอเห็นฉินฟ่านที่นั่งอยู่ เธอก็ต้องตะลึงงันในความหล่อของฉินฟ่าน
แต่สักพักเธอก็เหมือนจะนึกอะไรออก จึงชี้นิ้วที่กำลังสั่นเทาไปที่เขา แข้งขาอ่อนแรง ถึงกับทรุดฮวบนั่งลงไปกับพื้น
"นี่ไง…นี่ไง…กรี๊ด!
อ้าวเล่นกรี๊ดกันดังสนั่นลั่นซอยแบบนี้คนอื่นจะไม่สงสัยว่า เขาฆ่าข่มขืนยายของเธอหรอกเหรอ
อาเจียวตกใจกับเสียงกร๊ด รีบวิ่งไปจับแขนเพื่อนเขย่าแรง ๆ
"นี่ ๆ เธอเป็นอะไรไปนะเสี่ยวลู่"
เสี่ยวลู่ยังคงชี้นิ้วไปที่เขา ตอนนี้เธอตื่นเต้นจนปากคอสั่นไปหมดแล้ว
"เขา…เขา…คนนั้นไง"
"เขาอะไรล่ะ พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยไม่ได้หรือไง"
"เขาต้องเป็นดาราหน้าใหม่แน่ ๆ เลย หล่อ ๆ แบบนี้ชัวร์เลย"
แล้วเสี่ยวลู่ก็หันมาถามเขา "พี่ชายเป็นดาราใช่ไหมคะ เล่นซีรีส์เรื่องไหนเหรอคะ หนูขอเป็นแฟนคลับของพี่ได้ไหมคะ"
เขาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เล่นยิงคำถามมาเป็นชุดเลย
"เธอชื่อเสี่ยวลู่ใช่ไหม ผมไม่ใช่ดารา อะไรทั้งนั้น คุณไปเป็นแฟนคลับดารานักร้องตัวจริงเสียงจริงจะดีกว่าครับ เอ่อ…ช่วยตัดให้เสร็จเร็ว ๆ ได้ไหมครับ ผมมีธุระต้องรีบไป"
เขาไม่ชอบเปิดเผยตัว จึงอยากจะเผ่นออกจากร้านไปซะเดี๋ยวนี้ แต่มันติดอยู่ตรงที่ยังตัดผมไม่เสร็จนี่สิ
เสี่ยวลู่นั่งข้าง ๆ ไม่ยอมไปไหน ยิ่งมองคนหล่อยิ่งรู้สึกดีต่อใจ มองจนเคลิบเคลิ้ม น้ำลายแทบไหล แบบนี้มันดียิ่งกว่ากินสามฉันตุ๋นน้ำแดงซะอีก
อาเจียวตัดผมให้เขาสั้นกว่าเดิมนิดหน่อย จนทำให้หน้าเด็ก ให้ความรู้สึกสดใสกว่าเดิม ฝีมือของเธอดีมากจริง ๆ
เขาชอบผมทรงนี้มาก จ่ายเงินเสร็จ เขาไม่รีบกลับบ้านทันที แต่แวะไปเดินชอปปิงผักผลไม้ เนื้อหมู ปลาให้เหลียนฟ่ง ขา
กลับจึงถือของพะรุงพะรังกลับมา
พลางคิดในใจว่าเหลียนฟ่งไปจ่ายตลาดเดินหิ้วของแบบนี้ ฝนตกแดดออกคงจะลำบากอยู่เหมือนกัน วันหลังคงต้องซื้อรถยนต์ให้เธอสักคัน
…
ฉินฟ่านให้เหลียนฟ่งโอนเงินมาให้เขาห้าหมื่นหยวน แล้วโบกแท็กซี่ไปที่หลังอารามเจ้าพ่อกวนอู หลังอารามมีโกดังสินค้าขนาดใหญ่
เขาเคยได้ยินแท็กซี่ที่คุยเก่ง ชอบชวนลูกค้าคุยแก้เหงา เล่าให้ฟังว่าโกดังนี้คือบ่อนใต้ดินระดับซูเปอร์วีไอพี เขาต้องการผ่อนคลายจิตใจ หลังจากทัวร์เดินป่าจบลง จึงอยากจะมาเสี่ยงโชคดู
ด้านหน้าโกดังมีนักเลงร่างล่ำปึ้กใส่สูทสีดำ ยืนบังประตูเหล็กหนาทึบ ที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรังอยู่สี่คน หนึ่งในพวกมันเลิกคิ้วถาม โดยไม่ยอมให้เขาเข้าไปข้างในได้ง่าย ๆ
"เฮ้ย…ไม่เคยเห็นหน้าเลยนี่หว่า"
"พี่ชาย ผมขอเข้าไปหน่อยครับ"
"น้องชายมาผิดที่หรือเปล่า กลับบ้านไปนอนดูดนมแม่ดีกว่ามั้ง"
ฮ่า ๆ
พวกมันต่างหัวเราะด้วยความขบขัน
"ผมมีเศษเงินติดตัวมาแค่ห้าหมื่นหยวน พอดีรู้สึกคันไม้คันมือ อยากเล่นแก้เซ็งสักตาสองตา ได้ยินไอ้หัวทอง มันบอกว่าที่นี่แอร์เย็นดี พี่ชายช่วยเปิดทางให้ได้หน่อยหรือเปล่า เงินเล็กน้อยนี้ ถือว่าผมเลี้ยงเหล้าพี่ชายก็แล้วกันนะครับ"
ฉินฟ่านอ้างชื่อไอ้หัวทอง เพราะมันเป็นหัวหน้าแก๊งเล็ก ๆ หากินอยู่แถวนี้ เหมือน
งูเจ้าถิ่น ก็น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอย่างกว้างขวาง เขาควักเงินที่เบิกมาจากเหลียนฟ่ง ออกมาเป็นฟ่อน แถมยังยื่นให้สองพันหยวนเป็นค่าทิปเปิดประตู
คนทั้งสี่ตาเป็นประกายนาน ๆ จะเจอคนทิปหนักขนาดนี้ รีบรับเงินพร้อมกับปั้นหน้าฉีกยิ้มทันที
"ฮ่า ๆ ที่แท้คนแนะนำก็เป็นไอ้หัวทองนี่เอง เชิญเลยครับขอให้เฮง เฮงเล่นได้เยอะ ๆ นะครับคุณชาย ข้างในมีพนักงานสาวสวยเอาใจเก่ง คอยให้บริการเพียบเลย รับรองว่าคุณชายจะได้รับการบริการเป็นอย่างดี
เฮ้ยเจ้าสิงโต ยืนเซ่ออยู่ทำไมวะ รีบเปิดประตูให้คุณชายเร็ว ๆ เข้า อย่าทำให้คุณชายต้องเสียเวลา"
พวกการ์ดโค้งแล้วโค้งอีก แม้แต่คำเรียกหาก็เปลี่ยนไปอย่างแนบเนียน เผลอ ๆ เล่นได้กำไรมาเยอะ ตอนขากลับมีทิปให้อีกต่างหาก นี่ถือได้ว่าเป็นลู่ทางรายได้อย่างหนึ่งของการ์ดหน้าประตูที่คุมบ่อน
เดินผ่านประตูเหล็กสนิมเกรอะกรังเข้าไป ก็เจอทางเข้ากว้างสามเมตร มืดสลัวทอดยาวยี่สิบเมตรเข้าไปถึงข้างในห้องโถงขนาดใหญ่ แต่พอมาถึงปากทางเข้าห้องโถง ก็เจอสิงโตตัวใหญ่นอนแยกเขี้ยวอยู่สองข้าง แสงไฟสว่างไสวไปทั่วฟลอร์ ราวกับพบโลกใบใหม่แอร์เย็นฉ่ำไม่มีกลิ่นบุหรี่ให้แสบเคืองจมูกเลย
ที่นี่มีนักพนันมากมาย ที่มาเสี่ยงโชค แต่ละคนล้วนแต่งกายภูมิฐาน เสียงอึกทึก
แต่ไม่เจี๊ยวจ๊าวจนหนวกหู ที่นี่คงทุนหนาน่าดู พนักงานแต่งชุดเครื่องแบบสวยงาม การตกแต่งก็ดูหรูหรามีรสนิยม
ได้ยินแท็กซี่เล่าให้ฟังว่า ในวันที่มีพิธีวางศิลาฤกษ์ ผู้บริหารของคาสิโนถึงกับเชิญนักไสยเวทย์ ผู้มีคาถาอาคมชาวเขมรให้มาช่วยทำพิธี
หนึ่งในขั้นตอนพิธีกรรม ที่ชวนสยดสยอง ก็คือใช้เลือดหมูสด ๆ ถึงสองร้อยตัว ราดพื้นจนแดงฉานเปียกชุ่มไปทั่ว
คาสิโนบางแห่งจะแขวนดาบแหลมคมไว้ทางประตูเข้า คอยทิ่มแทงโชคลาภดวงเฮงของนักเล่นให้สลายไป
บางแห่งถึงขนาดทำปากประตูทางเข้า เป็นรูปปั้นหัวสิงโตตัวใหญ่ยักษ์อ้าปากกว้างคร่อมเอาไว้ เมื่อนักเล่นเดินผ่านประตูเข้าไปในปากสิงโต ก็แฝงความนัยว่าจะต้องถูกเจ้ามือกินเรียบ
แต่ว่าบ่อนคาสิโนแห่งนี้ ฉินฟ่านกลับ
ไม่เห็นวัตถุ หรือรูปภาพสิ่งใดที่พอจะสะดุดตา แฝงความนัยว่าเจ้ามือจะกินเรียบเลย หรือว่าคนทำพิธีกรรมพิธีกรรมทางไสย์เวทย์
หรือหมอดูฮวงจุ้ยที่นี่คงจะเก่งมาก จึงดูพิรุธอันใดไม่ออกเลย
เสียงเฮดังลั่น เมื่อมีคนเล่นซล็อทแล้วแจ็กพอตแตก จนนักเล่นบางคนต้องเหลียวหลังไปมอง ด้วยความอิจฉา
ที่นี่มีทั้งซล็อท บาคาร่า รูเล็ตต์และเกมการพนันทุกอย่างที่ดูดเงินลูกค้าได้ เขาเดินไปแลกชิปมานั่งที่โต๊ะรูเล็ตต์ ที่มีคนนั่งเล่นอยู่แล้วสี่คน เขาแทงเบอร์สิบสามดำเพียงเบอร์เดียวสามพันหยวน
"หลานชายไม่คุ้นหน้าเลย เพิ่งจะเคยมาที่นี่ล่ะสิ"
อาแปะแก่ ๆ อายุเฉียด 70 ทักทายเขาอย่างอารมณ์ดี
"ครับ เพิ่งมาเป็นครั้งแรก บรรยากาศไม่เลวเลยจริง ๆ"
"ที่นี่แอร์เย็นดี แถมยังอยู่ใกล้บ้าน ฉันก็เลยเป็นขาประจำ ฮ่า ๆ"
ติ๊ง
ลูกกลมเหล็กหมุนกลิ้งไปตามแรงเหวี่ยง จนกระทั่งหยุดลงที่ช่องเบอร์เจ็ดแดง เจ้ามือกินเรียบ
แต่เขายังคงแทงเบอร์สิบสามดำเหมือนเดิม สามพันหยวนเท่าเดิมและแพ้เหมือนเดิมติดต่อกันสิบรอบ ทว่าสีหน้าของเขากลับยังคงเรียบเฉย
"คุณคงจะชอบเบอร์นี้มากสินะคะ ไม่คิดจะแทงเบอร์อื่นบ้างเหรอคะ"
เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ
เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้
ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ
อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต
ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป
หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว







