Beranda / โรแมนติก / พันธการสายใยรัก / ตอนที่ 6 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด

Share

ตอนที่ 6 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-27 18:44:00

 หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ นันทวัฒน์และเอมอรยังคงนั่งสนทนากันต่อที่โต๊ะในร้านอาหารหรู เอมอรยิ้มหวานและใช้เวลาสนทนากับนันทวัฒน์อย่างมีความสุข ขณะที่นลินีและคุณหญิงวิไลยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไกลกัน นลินีพยายามทำใจให้สงบ แม้ว่าภาพของนันทวัฒน์และเอมอรจะยังคงฝังแน่นในหัวใจของเธอ

 เอมอรเหลือบมองดูนาฬิกาบนข้อมือของเธอ ก่อนจะหันมามองนันทวัฒน์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

 “พี่วัฒน์คะ... วันนี้เอมอยากได้กระเป๋าใบใหม่ค่ะ” เอมอรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย “เพื่อนๆ เขาแนะนำกระเป๋าแบรนด์ที่เอมใช้อยู่คอลเลคชั่นใหม่มาแล้ว สวยมากเลย เอมว่ามันเหมาะกับเอมมากค่ะ พี่วัฒน์พาเอมไปดูหน่อยได้ไหมคะ”

 นันทวัฒน์มองเอมอรด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเอมอรชอบขอของจากเขาอยู่บ่อย ๆ แต่เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะตามใจเธอ เอมอรเป็นคนที่เขารักและเขาก็อยากให้เธอมีความสุขเสมอ

 “ได้สิเอม เดี๋ยวพี่จะพาไปดู ตอนนี้เราไปกันเลยไหม” นันทวัฒน์ตอบตกลงโดยไม่ลังเล

 เอมอรยิ้มกว้างและลุกขึ้นยืนทันที “ค่ะ ไปกันเลยค่ะพี่วัฒน์” เธอตอบอย่างตื่นเต้น ก่อนจะก้าวไปใกล้เขาและจับแขนของเขาไว้แน่น นันทวัฒน์จ่ายเงินค่าอาหารเรียบร้อย จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านอาหารไปด้วยกัน เอมอรจับแขนของนันทวัฒน์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เขานำทางเธอไปยังโซนร้านค้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

 นลินีซึ่งยังคงนั่งอยู่ในร้านอาหาร เห็นทั้งคู่เดินผ่านไปในระยะสายตาของเธอโดยไม่ได้สังเกตเธอเลย ความรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ตลอดมาพลันพุ่งกลับมาอีกครั้ง ภาพของเอมอรที่เดินเคียงข้างนันทวัฒน์อย่างสนิทสนมทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเงาที่ไม่มีตัวตนในชีวิตของเขา

 คุณหญิงวิไลซึ่งสังเกตเห็นสีหน้าของนลินีที่เปลี่ยนไป ก็เอื้อมมือมากุมมือของนลินีไว้อย่างอ่อนโยน “หนูลิน... ลูกไม่ต้องไปสนใจหรอกนะ อย่าให้มันทำให้ลูกต้องทุกข์ใจ”

 นลินีพยักหน้าเบา ๆ แต่เธอรู้ดีว่าในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวัง เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนันทวัฒน์กับเอมอรนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะลืมเลือน และแม้ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน นันทวัฒน์ก็ยังคงมองข้ามความรู้สึกของเธอไปทุกครั้ง

 หลังจากนันทวัฒน์และเอมอรเดินออกจากร้านอาหาร นันทวัฒน์และเอมอรเดินเข้าร้านกระเป๋าแบรนด์เนม เอมอรกำลังเลือกกระเป๋าใบที่เธอต้องการมาลองสะพายด้วยความดีใจ

 เอมอรยิ้มอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ต้องการ เธอยิ้มให้นันทวัฒน์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ขณะที่นันทวัฒน์เองก็รู้สึกดีใจที่สามารถทำให้คนที่เขารักมีความสุขได้ แต่ในความสุขนั้น เขาไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในความเงียบ เหมือนกับความพยายามทั้งหมดของเธอกำลังจางหายไปทีละน้อย

 หลังจากที่คุณหญิงวิไลและนลินีทานข้าวเสร็จและเตรียมตัวกลับบ้าน คุณหญิงวิไลเห็นว่านลินียังไม่สดใสขึ้นเท่าที่ควร เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนเล็กน้อย และชวนลูกสะใภ้ไปเดินดูของเพิ่มเติมเพื่อผ่อนคลายจิตใจ เพราะเธอรู้ว่าลูกสะใภ้ของเธอคงต้องการเวลาสำหรับตัวเองในการประมวลความรู้สึกที่เกิดขึ้น

 “หนูลินจ๊ะ แม่ว่าเราไปเดินดูร้านกระเป๋ากันหน่อยดีไหม แม่อยากได้กระเป๋าใบใหม่สักใบ” คุณหญิงวิไลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังดี

 “ได้ค่ะคุณแม่ ไปกันเถอะค่ะ” นลินีลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลง แม้ว่าใจของเธอจะยังหนักอึ้ง แต่เธอก็ไม่อยากให้คุณหญิงวิไลต้องกังวลมากเกินไป

 ทั้งสองคนเดินไปยังร้านกระเป๋าแบรนด์เนมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารที่พวกเขาเพิ่งออกมา แต่ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในร้าน นลินีต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่เธอไม่คาดคิด

 นันทวัฒน์กำลังยืนอยู่กับเอมอรภายในร้าน เขากำลังช่วยเอมอรเลือกกระเป๋า ขณะที่เอมอรยิ้มแย้มอย่างมีความสุข นลินีรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบอีกครั้ง ภาพของสามีที่ยืนเคียงข้างผู้หญิงคนอื่นซึ่งไม่ใช่เธอ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝันที่เจ็บปวด

 คุณหญิงวิไลที่เห็นภาพนั้นก็รู้สึกสะท้อนใจ เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะทำให้นลินีต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่เธอเองก็รู้ว่าการเผชิญหน้ากับความจริงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 “ตาวัฒน์” คุณหญิงวิไลเอ่ยเรียกชื่อของลูกชายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

 นันทวัฒน์ที่กำลังสนใจอยู่กับการเลือกกระเป๋าให้เอมอรหันกลับมา เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแม่ของเขายืนอยู่พร้อมกับนลินีที่มีสีหน้าหม่นหมอง

 “คุณแม่... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ครับ” นันทวัฒน์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังมีความแปลกใจปนอยู่

 “แม่พานลินีมาเดินดูของน่ะ แล้วลูกล่ะ กำลังทำอะไรอยู่” คุณหญิงวิไลถามอย่างตรงไปตรงมา 

 “พี่วัฒน์ดูสิคะ ใบนี้สวยไหม” เอมอรหันมาถามพร้อมกับสะพายกระเป๋าให้เขาดู

 เอมอรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นันทวัฒน์มองมาที่นลินีด้วยสายตาที่มีทั้งความสับสนและความหงุดหงิด เธอไม่ชอบที่ถูกขัดจังหวะในช่วงเวลาที่เธอกำลังมีความสุขกับนันทวัฒน์ แต่เธอเองก็รู้ว่าต้องทำใจดีสู้เสือ 

 “เอ่อ…” นันทวัฒน์ตอบอย่างลังเล แต่ในใจเขารู้สึกถึงความอึดอัดที่เริ่มก่อตัวขึ้น

 “สวัสดีค่ะคุณหญิงแม่ พวกเราแค่แวะมาดูกระเป๋าน่ะค่ะ” เอมอรบอกกับคุณหญิงวิไล

 คุณหญิงวิไลมองลูกชายและเอมอรด้วยสายตาที่เฉียบขาด ก่อนจะหันมาทางนลินีที่ยังคงยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ เธอรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ทำให้ลูกสะใภ้ของเธอต้องทนทุกข์ใจแค่ไหน

 “งั้นแม่ว่า... ให้ตาวัฒน์พาหนูลินกลับบ้านก่อนดีไหม ลูกคงอยากใช้เวลากับภรรยาของลูกบ้าง” คุณหญิงวิไลกล่าวอย่างใจเย็น แต่คำพูดนั้นกลับทำให้บรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นทันที

 นันทวัฒน์ลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาของแม่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ “ครับ ผมจะพานลินีกลับบ้านเอง แต่ผมขอแวะไปส่งเอมก่อน”

 เอมอรที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามเก็บอาการไว้อีกทั้งนันทวัฒน์ยังไม่ได้จ่ายเงินซื้อกระเป๋าให้เธอเลย “เอมไม่เป็นไรค่ะพี่วัฒน์ เดี๋ยวเอมเดินดูต่อเองได้ พี่วัฒน์กลับเลยก็ได้ค่ะ”

 นันทวัฒน์พยักหน้าเล็กน้อย เขาหันมาทางนลินีที่ยังคงเงียบไม่พูดอะไร

 “เราไปกันเถอะ” เขากล่าวเรียบ ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความไม่สบายใจ

 นลินีมองดูเอมอรที่ยิ้มอ่อนและพยายามทำตัวให้ดูไม่เป็นปัญหา แต่นลินีรู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไร ความเจ็บปวดในใจของเธอยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไร เธอเพียงพยักหน้าตอบรับและเดินตามนันทวัฒน์ออกจากร้านไปอย่างเงียบ ๆ

 ระหว่างทางกลับบ้าน รถของนันทวัฒน์เงียบสนิท ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น นลินีนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่นันทวัฒน์ขับรถโดยไม่หันมามองเธอเลย ความเงียบนี้เหมือนจะทำให้ทั้งสองยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น หัวใจของนลินีเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เธอไม่กล้าถามออกไป เธอรู้ดีว่าต่อให้ถาม คำตอบที่ได้อาจยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดมากขึ้น

 เมื่อรถมาถึงบ้าน นันทวัฒน์จอดรถและหันมาทางนลินี “ถึงแล้ว ลงไปเถอะ” เขาพูดเสียงเรียบ ขณะที่มือของเขายังคงจับพวงมาลัยแน่น

 นลินีพยักหน้าและลงจากรถไปโดยไม่พูดอะไร เธอเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่หันกลับมามอง ขณะที่นันทวัฒน์ขับรถออกไปทันที ราวกับต้องการหนีจากความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงในใจ

 นลินีเดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดเริ่มไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งไว้ในความเหงาและความเจ็บปวดที่ไม่มีทางออก แต่ถึงแม้จะเจ็บปวดเพียงใด เธอก็ยังคงรักนันทวัฒน์และหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะหันมามองเห็นเธอและยอมรับความรักที่เธอมีให้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 41 ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ (End)

    หลังจากที่นันทวัฒน์และนลินีได้พูดคุยและเข้าใจกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเอมอร ทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้อดีตมาทำลายความสุขในปัจจุบันและอนาคตของครอบครัว พวกเขามุ่งมั่นที่จะสร้างชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความมั่นคงสำหรับตัวเองและลูกน้อยวันต่อมานันทวัฒน์ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกที่สดใสและมั่นใจมากขึ้น เขารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำในวันนี้ไม่เพียงเพื่อเขาเอง แต่เพื่อครอบครัวที่เขารัก เขาตั้งใจที่จะทุ่มเทให้กับงานและครอบครัวไปพร้อมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงหลังจากที่เขาใช้เวลาทำงานในบริษัทเสร็จสิ้นในช่วงเช้า วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์เขาเลยตัดสินใจที่จะพานลินีและลูกไปพักผ่อนที่ทะเลใกล้ๆ กรุงเทพ เพื่อให้พวกเขาได้พักผ่อนและใช้เวลาในช่วงวันหยุดร่วมกัน“ลิน วันนี้เราพาลูกไปทะเลกันดีไหม พี่ดูที่พักไว้แล้ว” นันทวัฒน์ถามขณะที่เขาช่วยนลินีเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยนลินียิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้า “ก็ดีนะคะพี่วัฒน์ เรายังไม่เคยพาน้องเวย์ไปทะเลเลย ลินก็อยากให้ลูกได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง เราไปกันตอนนี้เลยเหรอคะ”“ใช่ครับ กว่าจะไปถึงน่าจะเย็นๆ พักผ่อนกลางคืน เช้ามาจะได้สูดอากาศสดชื่

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 40 เคลียร์ใจรักเก่า

    หลังจากเลิกงาน นันทวัฒน์ตัดสินใจที่จะพานลินีและลูกน้อยออกไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ห้างสรรพสินค้า เขารู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันนอกบ้านและพาครอบครัวไปสัมผัสกับบรรยากาศใหม่ ๆ บ้างเพราะกลัวว่านลินีจะเบื่อที่ต้องอยู่แต่ที่บ้านและที่ทำงานของเขา “ลินครับ” นันทวัฒน์พูดขณะที่เขาอุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน “วันนี้เราไปเดินห้างกันไหม พี่อยากให้ลินได้ผ่อนคลายบ้าง แล้วเราจะได้ไปหาซื้อของเล่นหรือเสื้อผ้าใหม่ ๆ ให้ลูกด้วย” นลินียิ้มอย่างอ่อนโยน ขณะที่เธอจัดเตรียมข้าวของสำหรับลูก “ดีเหมือนกันค่ะพี่วัฒน์ ลินเองก็อยากจะออกไปเดินเล่นบ้าง อีกอย่างพี่วัฒน์ก็ดูตื่นเต้นที่จะพาลูกไปเปิดหูเปิดตาด้วยใช่ไหมคะ” นันทวัฒน์หัวเราะเบา ๆ “แน่นอนครับ พี่อยากให้น้องเวย์ได้เห็นโลกกว้าง และพี่ก็อยากให้ลินได้ไปเปิดหูเปิดตาด้วย” เมื่อทั้งสามคนเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดัง เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้า นันทวัฒน์พานลินีและลูกน้อยเดินสำรวจร้านค้าและแผนกต่าง ๆ ด้วยความสนุกสนาน เขาดูแลนลินีและลูกอย่างใกล้ชิด พาลูกน้อยเดินชมของเล่นที่มีสีสันสดใสและเสียงดนตรีเบา ๆ ซึ่ง

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 39 บ้านที่อบอุ่นของพ่อมือใหม่

    หลังจากที่นลินีและนันทวัฒน์ได้พูดคุยและทำความเข้าใจกันจนตกลงใจที่จะกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทย ในที่สุดวันเดินทางก็มาถึง ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นที่จะกลับไปบ้านเกิดพร้อมกับลูกน้อย พวกเขาได้เตรียมตัวอย่างเต็มที่และพร้อมที่จะเผชิญกับอนาคตที่สดใส ตอนนี้พ่อกับแม่ของนลินีกลับเมืองไทยก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่เครื่องบินแลนดิ้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ นลินีมองออกไปยังท้องฟ้าและรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจ แม้ว่าจะเป็นการกลับมาหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่การที่เธอได้กลับมาพร้อมกับสามีที่เธอรักและลูกน้อยที่เป็นโซ่ทองคล้องใจทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมดสำหรับเธอ เมื่อพวกเขาเดินออกจากสนามบิน คุณหญิงวิไลและกับคุณนิรันดร์ก็มารอรับด้วยรอยยิ้มและความยินดี ทั้งสองคนรีบเข้ามากอดลูกชายและลูกสะใภ้ พร้อมกับรับหลานน้อยไปอุ้มด้วยความรักและความเอ็นดู “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูก” คุณหญิงวิไลพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ขณะที่เธอกอดนลินีแน่น “แม่ดีใจที่เห็นหนูกลับมา เราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครอบครัวอีกครั้ง” คุณนิรันดร์ยิ้มและพยักหน้า “พ่อเองก็ดีใจมากที่เห็นพวกเธอกลับมา วัฒน์กับหนูลิน ทั้งสองคนเข้ม

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 38 การมาถึงของชีวิตใหม่

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากนันทวัฒน์ฟื้นฟูร่างกายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ครอบครัวของเขาและนลินีได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของสมาชิกใหม่ที่จะเติมเต็มครอบครัวนี้อย่างสมบูรณ์ วันนี้ขณะที่นลินีและนันทวัฒน์กำลังนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน นลินีรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย เธอรู้สึกเจ็บที่ท้องเป็นระยะ ๆ ซึ่งต่างจากอาการเจ็บปวดธรรมดาที่เธอเคยเจอมาก่อน ครั้งนี้มันรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เธอพยายามที่จะสงบสติและไม่ทำให้นันทวัฒน์เป็นกังวล แต่ความเจ็บปวดกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ “พี่วัฒน์ ลินคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว” นลินีพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ขณะที่มือของเธอกุมท้องแน่น นันทวัฒน์รีบลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน “ลิน ลินเจ็บท้องแล้วใช่ไหม เราต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” เขารีบไปหยิบกระเป๋าที่เตรียมไว้ล่วงหน้าซึ่งบรรจุสิ่งของจำเป็นสำหรับการไปคลอด นลินีพยายามลุกขึ้นยืน แต่ความเจ็บปวดทำให้เธอรู้สึกไม่มีแรงก้าวเดิน นันทวัฒน์จึงเข้ามาพยุงเธออย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วงนะลิน พี่อยู่ตรงนี้ เราจะไปโรงพยาบาลทันที” นันทวัฒน์พูดพร้อมกับพยายามให้กำลังใ

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 37 สัญญาณแห่งความหวัง

    เวลาผ่านไปหลายวัน ในขณะที่ครอบครัวของนันทวัฒน์เฝ้าดูแลและรอคอยอย่างอดทน ในที่สุดก็มีสัญญาณของการฟื้นตัวที่ทุกคนรอคอย นันทวัฒน์เริ่มแสดงการตอบสนองเล็กน้อย เช่น การขยับนิ้วมือหรือกะพริบตาเบา ๆ ทุกครั้งที่เห็นการตอบสนองนี้ ความหวังในใจของนลินีและครอบครัวก็ท่วมท้นขึ้นอีกครั้ง ในวันหนึ่ง ขณะที่นลินีนั่งอยู่ข้างเตียงของนันทวัฒน์เหมือนที่เธอทำทุกวัน เธอสังเกตเห็นว่ามือของเขาขยับเล็กน้อย เธอรีบกุมมือเขาไว้แน่นและพูดด้วยความตื่นเต้นและความหวัง “พี่วัฒน์ พี่ได้ยินลินไหม ถ้าพี่ได้ยิน ลองขยับนิ้วอีกครั้งนะคะ” นลินีพูดเบา ๆ แต่น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น ทันใดนั้นเองนลินีรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอเต้นรัว เมื่อนันทวัฒน์ก็ค่อย ๆ ขยับนิ้วมือของเขาเล็กน้อย เธอรีบลุกขึ้นและเรียกพยาบาลเข้ามาดูอาการของเขา พยาบาลที่เข้ามาตรวจดูอาการของนันทวัฒน์ยิ้มเล็ก ๆ และพยักหน้าให้กับนลินี “ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มฟื้นตัวแล้วนะคะ นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ เลยค่ะ” นลินีรู้สึกโล่งใจและตื้นตันใจจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอมองดูนันทวัฒน์ที่เริ่มมีการตอบสนองมากขึ้นและรู้สึกถึงความหวังที่เริ่มกลับมา เธอรู

  • พันธการสายใยรัก   ตอนที่ 36 รอคอยด้วยความหวัง

    หลังจากที่ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาเนื้องอกในสมอง นันทวัฒน์เตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เขารู้ว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงสูง แต่เพื่ออนาคตของครอบครัวและความหวังที่จะได้อยู่เคียงข้างนลินีและลูก เขาจึงเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมัน วันผ่าตัดมาถึง นลินี คุณหญิงวิไล และคุณนิรันดร์ รวมทั้งพ่อกับแม่ของนลินีมารวมตัวกันที่โรงพยาบาลเพื่อรออยู่ที่ห้องพักญาติ ความเงียบงันที่ปกคลุมรอบตัวทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความตึงเครียดและความกังวล นลินีจับมือของคุณหญิงวิไลไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่นิรันดร์นั่งนิ่งอยู่ใกล้ ๆ ใบหน้าของเขาแสดงถึงความหนักใจและกังวลใจ เมื่อถึงเวลาที่นันทวัฒน์ถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัด นลินีมองดูเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ประตูจะปิดลง น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้เริ่มไหลออกมาอย่างช้า ๆ ความกลัวที่อยู่ลึก ๆ ในใจทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบคั้น แต่เธอก็พยายามคุมสติและหวังว่าเขาจะผ่านการผ่าตัดครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย การผ่าตัดกินเวลาหลายชั่วโมง นลินีและครอบครัวรอคอยอย่างจดจ่อ ทุกนาทีที่ผ่านไปทำให้ความกังวลทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status