LOGINการจากไปของคุณหนูในครานี้ ถึงกับทำให้นายท่านหดหู่ซึมเซาถึงเพียงนี้เกรงว่าครานี้ ชีวิตน้อย ๆ ของนางคงจบสิ้นเป็นแน่ชิงเจี้ยนกวาดตามองผู้คนรอบกายอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยปากว่า “ชิงหลาน เจ้าพูดมาก่อน นายท่านสั่งให้พวกเจ้าทั้งสี่คอยคุ้มครองแม่นาง เหตุใดพวกเจ้าจึงละทิ้งหน้าที่ ไม่ยอมเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนเยาเยว่ แต่กลับวิ่งออกไปข้างนอกเล่า?”สิ่งแรกที่ต้องไต่สวน ย่อมต้องเป็นชิงหลานและพวกอย่างเป็นแน่แท้คนถึงสี่คนกลับเฝ้าหญิงสาวเพียงคนเดียวเอาไว้มิได้ ความผิดในเรื่องนี้พวกเขาย่อมต้องรับไปก่อนใคร“นายท่านสั่งให้ข้าน้อยเชื่อฟังคำสั่งของคุณหนู” ชิงหลานก้มหน้า เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “คุณหนูให้ข้าน้อยไปสืบเรื่องโรงรับจำนำก่อน จากนั้นก็ไปพบแม่นางเซี่ยแห่งสมาคมการค้าจิ่นซิ่ว ภายหลัง แม่นางยังให้ข้าน้อยไปสืบเรื่องของสมาคมการค้าจิ่นซิ่ว ข้าน้อยสะเพร่าเองขอรับ นึกว่าคุณหนูเพียงต้องการสืบหาภูมิหลังของตนเอง ไม่คาดคิดว่าการกระทำของแม่นางคือการล่อพวกเราออกไป เรื่องนี้เป็นเพราะข้าน้อยทำงานหละหลวม คิดอ่านไม่รอบคอบ ยินดีรับการลงทัณฑ์ขอรับ”เขากล่าวจบ ก็โขกศีรษะลงกับพื้น“ฟู่อวี้ แล้วเจ้าเล่า?”ชิงเจี้ย
จ้าวหยวนเช่อเดินไปเบื้องหน้าตามแนวระเบียงทางเดินฟู่อวี้ลอบเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง เห็นเพียงชายเสื้อที่พลิ้วไหวและรองเท้าหนังกวางเย็บหกตะเข็บอันทะมัดทะแมงของเขาจ้าวหยวนเช่อเอื้อมมือผลักบานประตูเปิดออกฟู่อวี้สะดุ้งตกใจ ข้อศอกกระทุ้งชิงหลิวที่คุกเข่าอยู่ด้านข้าง ใช้สายตาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเขาทำอย่างไรดี?ผู้ใดจะช่วยนางได้บ้าง?“ข้าเองก็เอาตัวแทบไม่รอดแล้วเหมือนกัน”ชิงหลิวบ่นพึมพำเสียงเบา ส่งสายตาให้นางดูแลตัวเองให้ดี แล้วก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิมคุณหนูเจียงหายตัวไป พวกเขาทั้งหมดล้วนร่วมมือกันปิดบังนายท่าน วันนี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าผู้ใดก็หนีไม่พ้น เตรียมตัวรอรับการลงทัณฑ์เถิดจ้าวหยวนเช่อก้าวข้ามธรณีประตู เดินเข้าไปในห้องห้องด้านนอกถูกจัดเก็บจนสะอาดสะอ้าน ป้านชาและถ้วยชาบนโต๊ะจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ตั่งนุ่มว่างเปล่า ทุกหนแห่งไร้ฝุ่นธุลี เฉกเช่นเดียวกับก่อนที่นางจะย้ายเข้ามาราวกับว่านางมิได้พำนักอยู่ที่นี่มาหลายเดือนอย่างไรอย่างนั้นแววตาของจ้าวหยวนเช่อหมองหม่น สองมือกำหมัดแน่นจนข้อต่อขาวซีดเขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนเตียงไม้แกะ
ฟางเฟยเร่งให้ม้าออกเดินตะวันขึ้นและตะวันตก วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วกว่าครึ่งเดือนรถม้าแล่นไปตามเส้นทางหลวงวันเวลาย่างเข้าสู่เดือนสาม รถม้ามุ่งหน้าลงใต้ อากาศจึงยิ่งอบอุ่นขึ้นเรื่อย ๆริมทางมีดอกไม้ป่าสีเหลืองสีแดงชูช่อล้อสายลม ฝูงนกโบยบินบนท้องฟ้าอย่างอิสระเสรีเจียงโย่วหนิงเลิกม่านหน้าต่างขึ้น ทิวทัศน์เบื้องหน้าทำให้จิตใจของนางเบิกบานยิ่งนัก“คุณหนู ข้างหน้าถึงจุดพักม้าแล้วเจ้าค่ะ ด้านข้างมีเพิงน้ำชาและโรงเตี๊ยม จะแวะพักสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”ฟางเฟยซึ่งอยู่ด้านหน้าเอ่ยถามนางด้วยรอยยิ้ม“ไปดูที่เพิงน้ำชาเถิดว่ามีขนมอะไรทำใหม่ ๆ หรือไม่ ซื้อติดไว้กินระหว่างทางสักหน่อย”เจียงโย่วหนิงยกมือขึ้นป้องหน้าผากกันแดด พลางทอดสายตามองไปเบื้องหน้า“เจ้าค่ะ”ฟางเฟยรับคำด้วยรอยยิ้ม“แม่นางเจียง?”ภายนอกเพิงน้ำชา พลันมีเสียงร้องเรียกด้วยความประหลาดใจดังขึ้นเจียงโย่วหนิงมองตามเสียง ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน “ใต้เท้าตู้?”ตู้จิ่งเฉินมิใช่รับราชการอยู่ที่เมืองหลวงหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้?“แม่นางเจียงมาอยู่ที่
“เมื่อคืนข้านึกขึ้นมาได้ว่ามีผ้าห่มผืนน้อยอยู่ผืนหนึ่ง เป็นผืนที่ข้ามักจะกอดนอนอยู่ทุกวัน แต่กลับลืมทิ้งไว้ที่เรือนเยาเยว่ มันวางอยู่ชั้นล่างสุดของตู้เก็บของ เจ้าช่วยกลับไปหยิบมาให้ข้าที”น้ำเสียงของเจียงโย่วหนิงแผ่วเบาเนิบนาบ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังที่มิอาจโต้แย้งช่างผิดแผกไปจากนางในกาลก่อนยิ่งนักเมื่ออู๋มามาได้ยินเช่นนั้นก็อดมิได้ที่จะมองดูนาง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา“เจ้าค่ะ บ่าวจะขี่ม้ากลับไป ไปกลับใช้เวลาเพียงหนึ่งวันเท่านั้น” ฟู่อวี้รับคำ ก่อนจะเอ่ยถามอีกว่า “เช่นนั้น... คุณหนูจะรอบ่าวอยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ?”นางมิได้เคลือบแคลงสงสัยในเจตนาของเจียงโย่วหนิงแม้แต่น้อย ในใจนางนั้น คุณหนูเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมมากที่สุด“พวกเราจะเดินทางไปทางตะวันตกต่อ ใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน เจ้ากลับมาก็คงตามพวกเราทัน ไปสมทบกันที่เมืองหน้าถัดไปเถิด” เจียงโย่วหนิงหยิบเงินก้อนหนึ่งยื่นให้นาง “เจ้าเอาไปซื้อหาม้าสักตัว ระหว่างทางก็ระวังตัวด้วย”“ซื้อม้าไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากถึงเพียงนี้ คุณหนูให้บ่าวน้อยลงหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ฟู่อวี้ตั้งใจจะคืนเงินให้“ส่วนที่
ทว่านางกลับข่มตาหลับไม่ลงถ้อยคำของฟู่อวี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาฮ่องเต้เฉียนเจิ้งทรงเชื่อคำพูดของหวยหนานอ๋อง จึงรับสั่งให้จับเขาขังคุกหลวงนางพยายามบังคับตนเองไม่ให้คิดถึงเขาแต่พอเผลอไผลก็กลับไปนึกถึงความพัวพันลึกซึ้งในค่ำคืนเมื่อสองวันก่อน…อู๋มามาหันหน้ามามองนางนางหลับตาลง ขนตางอนยาวทาบทับอยู่ใต้เปลือกตา ลมหายใจเข้าออกมิได้ราบรื่นนัก“นอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?”อู๋มามาเอ่ยปากถามนางเจียงโย่วหนิงลืมตาขึ้น ชั่วขณะหนึ่งมิได้เอ่ยสิ่งใด“จะไม่กลับไปดูจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”อู๋มามาจับมือนางไว้ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู“ไม่กลับไปแล้ว” เจียงโย่วหนิงเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่รู้ว่าพูดให้นางฟังหรือกำลังบอกตนเองกันแน่ “ข้าเป็นเพียงคนต่ำต้อยไร้ค่า ทั้งยังทำสิ่งใดไม่เป็น ถึงกลับไปก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี”นางกลับเมืองหลวงไปแล้วจะมีประโยชน์อันใด? อีกทั้งยังช่วยเขาไม่ได้ ไม่ว่านางจะอยู่ที่ใดก็เป็นเพียงคนไร้ความสำคัญ ใครจะมาใส่ใจว่านางจะกลับไปหรือไม่กัน?“ท่านวางใจเรื่องเขาได้หรือ?”แม้ว่าอู๋มามาจะเป็นแม่นมของนาง แต่แท้จริงแล้วก็เปรียบเสมือนมารดาแท้ ๆ มีหรือจะไม่ล่วงรู้ความในใจ
พวกนางทั้งสี่ล้วนเป็นสตรี เดินทางอยู่ภายนอกอย่างไรก็ต้องระมัดระวังตัวให้มากฟางเฟยขานรับเสียงดังฟังชัดรถม้าหยุดลง“คุณหนู อู๋มามา ลงมาเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะประคองพวกท่านเองเจ้าค่ะ”นางร้องเรียกอยู่ด้านนอก“คุณหนู สวมสิ่งนี้ไว้เถิดเจ้าค่ะ”อู๋มามานำหมวกมีม่านใบหนึ่งมาสวมลงบนศีรษะของเจียงโย่วหนิงเจียงโย่วหนิงจัดระเบียบหมวกด้วยตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าโดยอาศัยมือของฟางเฟยประคองทว่าข้อเท้ากลับพลิกไปฟางเฟยรีบเข้าไปประคองนางไว้แน่น “ไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ คุณหนู?”“ไม่เป็นไร”ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมของเจียงโย่วหนิงแดงซ่านค่ำคืนนั้นที่อยู่ร่วมกับจ้าวหยวนเช่อมิได้พักผ่อนเลย เดินทางรอนแรมมาสองวันแล้ว เรี่ยวแรงกลับยังไม่ฟื้นคืน ท้องน้อยยังคงปวดเมื่อยอยู่บ้าง รอยแดงช้ำจุดนั้นนางแอบทายาไปบ้างแล้ว นับว่าดีขึ้นไม่น้อย ยามก้าวเดินมิได้ขัดเขินปวดร้าวเช่นเดิมอีกเมื่อเข้าไปในโรงเตี๊ยม ฟู่อวี้ก็เปิดห้องพักชั้นดีสองห้องเจียงโย่วหนิงและอู๋มามาพักห้องเดียวกัน ส่วนนางย่อมต้องพักห้องเดียวกับฟางเฟยเพื่อป้องกันมิให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เจียงโย่วหนิงจึงสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามาส
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค







