Se connecterกางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย
"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี "หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู "ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้ "กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว "อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่ "แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า "อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ "คุณเฉิง..อ๊ะ..อย่าค่ะ..อ๊ะ" "อยู่นิ่งๆ" คนตัวโตจับขาเธอล็อกเอาไว้ก่อนจะจัดการใช้ลิ้นปาดเลียสิ่งที่อยู่ตรงหน้า น้ำหวานจากร่องสวาทไหลเยิ้มออกมาเป็นสายเมื่อถูกกระตุ้น "อื้ม..." ร่างบางนอนปิดปากกลั้นเสียงของตัวเองเอาไว้ เท้าเล็กจิกเกร็งเมื่อลิ้นหนาสัมผัสโดนจุดเสียวแต่ก็พยายามกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกดี "แฮ่กๆๆ" คนตัวเล็กกลั้นครางจนหอบ คนตัวโตยอมละจากตรงนั้นมาอย่างน่าเสียดาย ตอนนี้แก่นกายของเขามันแทบจะระเบิดอยู่แล้ว "แฉะขนาดนี้น่าจะพร้อมแล้วแหละมั้ง" คนตัวโตชักรูดแก่นกายของตัวเองหลายครั้ง สายตาสวยเหลือบไปเห็นเจ้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ตาโต เจ้าสิ่งนี้มันจะเข้าไปในตัวเธอได้จริงๆ งั้นหรือ เธอจะไม่ตายใช่ไหม "เดี๋ยวค่ะ" "อะไรอีก..ซี้ด!" "ฉันว่ามันเข้าไปไม่ได้หรอกค่ะ เราหยุดทำเถอะนะคะ" ร่างบางพูดออกมาเบาๆ อย่างอายๆ "พูดบ้าอะไร ฉันไม่หยุดหรอก มันเข้าได้อยู่ที่โรงเรียนเธอไม่เคยสอนเพศศึกษาหรือไง" ร่างสูงบ่นอย่างหัวเสีย นี่เขาต้องสอนเธอทุกอย่างเลยหรือไง "สอนค่ะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนะคะ" "ไม่สนแล้ว นอนนิ่งๆ ไป" ร่างบางนอนนิ่งไม่เถียงเขาอีก มือเล็กปิดปากตัวเองแน่นอีกครั้ง มือหนาจับขาเรียวกางออกกว้างก่อนจะจัดการสอดแก่นกายใหญ่เข้าไปช้าๆ อย่างยากลำบาก "โอ๊ย!..อื้อ" เสียงหวานเริ่มร้องเมื่อความใหญ่โตเริ่มคืบคลานเข้ามา มันทั้งเจ็บทั้งแน่นจนแทบทนไม่ไหว "ฟัค!..ยากจังวะ" ร่างหนาสบถก่อนจะดันเข้าไปช้าๆ อีกครั้ง น้ำหล่อลื่นที่อยู่ภายในแทบไม่ได้ช่วยให้มันง่ายขึ้นเลยสักนิด ร่องแคบตอดรัดจนแก่นกายใหญ่ขยับไม่ได้ "อย่าเกร็ง..ซี้ด" "มันเจ็บนี่คะ อ๊ะ" คนตัวเล็กเริ่มน้ำตาซึมเธอเจ็บจนทนไม่ไหวแล้วแต่เขาก็ยังดันเข้ามาอยู่ได้ "ช่วยไม่ได้ งั้นทนหน่อยแล้วกัน" ว่าจบก็ตัดสินใจดันเข้าไปจนสุดทางทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน "โอ๊ย!..ฮึก..เจ็บ" แก่นกายใหญ่แช่ค้างอยู่ในร่องแคบเพราะไม่สามารถขยับได้ คนตัวโตเริ่มทนไม่ไหวอยากจะขยับเต็มทีแต่เธอยังไม่ยอมผ่อนคลายจนมันรัดแน่นไปหมด "ผ่อนคลายหน่อยสิอ้าย..อ๊าง" "ก็มันเจ็บนี่คะ..ฮึก" ร่างบางปิดตาร้องไห้สะอื้น "อย่าเกร็งนะเด็กดี" มือหนาจับมือของเธอที่ปิดใบหน้าสวยอยู่ออก ตาคมจ้องลึกเข้าไปที่ดวงตาสวยเพื่ออ้อนวอนเธอ ร่างบางเห็นสีหน้าของเขาจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงบ้าง "อื้ม.." ปากหนาฉกฉวยจูบปิดปากน้อยๆ ของเธออีกครั้ง ก่อนที่ส่วนล่างจะค่อยๆ เริ่มขยับช้าๆ โดยที่อีกคนไม่รู้ตัว "อ๊ะ..อย่าขยับ..อ๊า..หยุดก่อน" "แน่ใจเหรอว่าให้หยุด..ซี้ด" เสียงทุ้มแกล้งถามเพราะฟังจากเสียงกับดูจากสีหน้าของเธอตอนนี้คงไม่ใช่แบบที่พูดสักเท่าไหร่ สะโพกสอบเริ่มขยับเข้าออกเร็วขึ้นเมื่อคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้ "เบาค่ะ..อ๊าย!" "ไม่ไหวแล้ว..โอ๊ว!" คนตัวโตทนต่อไม่ไหวอีกต่อไป เขาจัดการจับขาเล็กยกขึ้นพาดบ่าแล้วอัดกระแทกไปเต็มแรง เอวหนาขยับเข้าออกจนไม่ได้หยุดพัก "อ๊ะ..อ๊า..อึก" ร่างบางถูกกระแทกจนร่างสั่นไหว มือเล็กจิกกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายความเสียว "อ๊า..โคตรแน่น" สวบ! ปึก! สวบ! เสียงกระแทกกระทั้นของคนตัวโตไม่ยอมหยุดพักดังลั่นห้องแข่งกับเสียงครวญครางของทั้งคู่ "อู๊ย..ไม่ไหวแล้ว" "ทนก่อน..ซี้ด" คนตัวโตอัดกระแทกเร็วและแรงขึ้น เมื่อคนตัวเล็กดูท่าจะทนไม่ไหวอีกต่อไป "อ๊า..ไม่เอาแล้ว..อ๊ะ" "ใกล้แล้ว..ซี้ด" เสียงทุ้มครางลั่น กายหนาโหมอัดกระแทกอย่างไม่หยุดพัก ใบหน้าหล่อเหลาหลับตาแน่นเมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป "อ๊าย..." คนตัวเล็กกลั้นไม่ไหวร้องลั่นออกมาก่อนจะกระตุกตัวโยน "ฟัค!..อ๊าง" ร่างหนาเองก็ไม่รอช้ารีบตามไปติดๆ แก่นกายใหญ่ถูกดันจนสุดก่อนจะกระตุกหงึกๆ ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มร่องสวาทของเธอ อรุณรักหมดแรงจนหลับสนิทไปแล้ว ชายหนุ่มได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างเอ็นดูก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายออกช้าๆ ผ้าห่มผืนหนาถูกหยิบขึ้นมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของคนที่หลับสนิท ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากห้องของเธอไป "ไปตามหนิงอันมาที" เจ้าของบ้านเอ่ยเป็นภาษาจีนกับแม่บ้านคนหนึ่งที่อยู่ในบ้าน ไม่ช้าคนที่ถูกเรียกก็รีบเดินมาหา "เรียกหาฉันมีอะไรหรือเปล่าคะคุณเฉิง" หนิงอันก้มหัวน้อยๆ ให้คนที่เป็นเจ้านายของเธอ "จัดการดูแลเธอด้วย ถ้าตื่นแล้วก็ให้กินข้าวกินปลาซะ" "ค่ะ คุณเฉิง" หญิงสาวก้มหัวรับรู้ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของคนที่เธอต้องดูแล สภาพเตียงเหมือนเพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆ คนตัวเล็กนอนสลบไสลอย่างหมดสภาพจนหนิงอันได้แต่ส่ายหัว ก่อนจะจัดการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อย่างเบามือโดยไม่ให้อีกคนตื่น เช้าวันใหม่แสนสดใส แต่คนที่ไม่สดใสดูเหมือนจะเป็นอรุณรัก เมื่อวานหลังจากรับศึกหนักเธอก็หลับจนข้ามวันไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอแม้แต่น้อยตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ "ตื่นแล้วเหรอคะ จะรับมื้อเช้าที่นี่หรือห้องอาหารดีคะ" หญิงสาวที่เป็นผู้ดูแลเธอเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองในเช้าวันใหม่ "อ้ายทานที่ไหนก็ได้ค่ะ" อรุณรักตอบอย่างสุภาพ เธอไม่ชินเลยที่มีคนคอยดูแลคอยถามแบบนี้เพราะปกติเธอต้องเป็นฝ่ายถามเสียมากกว่า "คุณเฉิงบอกว่าถ้าคุณตื่นแล้วให้นำสิ่งนี้ให้คุณค่ะ" หนิงอันยื่นโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดให้เธอ "แล้วโทรศัพท์ของอ้ายล่ะคะ" เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับโทรศัพท์เครื่องใหม่ แต่อยากรู้ว่าเครื่องเก่าของเธอไปไหน "ฉันเก็บไว้ให้บนชั้นวางของค่ะ" พูดจบก็ผายมือไปทางชั้นวางที่มีโทรศัพท์รุ่นมัดหนังยางของเธอวางอยู่ "อ้ายใช้เครื่องเก่าได้ค่ะ เอาไปคืนคุณเฉิงเถอะค่ะ" "เชื่อเถอะค่ะว่าไม่ได้ รับไว้เถอะนะคะอย่าขัดน้ำใจคุณเฉิงเลยค่ะ"หนิงอันส่งโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้เธอ อรุณรักที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็ค่อยๆ จับอย่างทะนุถนอมเพราะกลัวจะพัง "ฉันย้ายเบอร์จากในเครื่องเก่าของคุณมาไว้ในเครื่องใหม่ให้แล้วนะคะ รวมถึงเบอร์ของคุณเฉิงด้วยค่ะ" "ขอบคุณค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานส่งให้หนิงอันจากใจจริง ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนี้เธอคงต้องอยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยวแน่ๆ "เสื้อผ้าของคุณฉันจัดใส่ตู้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยค่ะ" "ขอบคุณนะคะ แต่อย่าเรียกอ้ายว่าคุณเลยค่ะ" "ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเป็นแขกของคุณเฉิง" หนิงอันตอบไปตามความจริง อรุณรักจึงไม่คัดค้านอะไรอีกได้แต่ปล่อยเลยตามเลย "เมื่อคืนพี่หนิงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อ้ายเหรอคะ" "ค่ะ" หญิงสาวตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะทำท่าเดินออกจากห้อง "ขอบคุณนะคะ" อรุณรักกล่าวขอบคุณก่อนจะส่งยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนที่ทั้งห้องจะเหลือแค่เธอคนเดียวอีกครั้ง แต่เพียงไม่นานหนิงอันก็กลับมาพร้อมถาดอาหารเช้า "อาหารเช้าค่ะ อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ" "ทะ..เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ" อรุณรักได้แต่ตกใจ อาหารเช้าที่ถูกวางลงบนโต๊ะมีให้เลือกมากมายแบบที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้เลือกมาก่อน "ถ้าต้องการอะไรเพิ่มบอกได้เลยนะคะ" "ขอบคุณนะคะพี่หนิง" อรุณรักขยับตัวอย่างยากลำบาก รู้สึกปวดร้าวไปหมดทั้งตัว ทิ้งหิว ทั้งปวดหัว ประเดประดังเข้ามาจนทำให้เธอสับสนว่ามันคือความรู้สึกอะไรแน่ "คุณเฉิงให้ฉันบอกคุณว่าถ้าคุณอยากไปไหนจะต้องขออนุญาตก่อนนะคะ" อรุณรักเงยหน้าขึ้นมาจากอาหารเพื่อรับฟังสิ่งที่เธอต้องรู้ "อ้ายไม่ไปไหนหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะ" เธอไม่มีที่ให้ไป ไม่มีเงิน ไม่รู้ภาษา จะพูดจะคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่องคงอยู่แค่ในบ้านหลังนี้จนกว่าจะครบหกเดือนดีกว่า ร่างบางนั่งกินอาหารด้วยความหิว เธอไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะทำกับเธอเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า เขาจะเห็นใจเธอบ้างหรือเปล่า "ถ้าอิ่มแล้วฉันยกไปเก็บก่อนนะคะ" อรุณรักทำท่าจะช่วยยก แต่ถูกหนิงอันยกมือห้ามเสียก่อน เธอไม่ชินเลยกับการต้องมานั่งเฉยๆ รอให้คนอื่นทำนู่นทำนี่ให้ ถึงมันจะดีก็เถอะแต่เด็กบ้านนอกอย่างเธอไม่ควรได้รับอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำกางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี"หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู"ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้"กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว"อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่"แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า"อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ"คุณเฉิง..
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ"ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน"อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย""ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม"พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ""ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย"ดีจังคะ แล้ว
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่นะ" เหล่าแม่บ้านพากันอิจฉาอรุณรักที่จะได้ไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปในฐานะอะไร แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้"อ้ายไปทำงานนะพี่ดวงไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยแค่หกเดือนก็กลับแล้ว" อรุณรักตอบอย่างยิ้มๆ เอาเข้าจริงเธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยที่ต้องจากบ้านไปไกลและนานพอสมควร แล้วยิ่งต้องไปอยู่ใกล้คนน่ากลัวแบบเขาเธอก็ยิ่งกังวล แต่เธอก็แค่ทำงานและคอยหลบหน้าเขาก็คงพอแล้วในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลศิวะโสภาพานิช คุณหญิงวาสนานั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ข่าวจากลูกชายว่าจะส่งอรุณรักไปให้เฉิงฟาหยาง"ทำไมแกไม่ให้น้องไปตาพล""แม่! ไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดนะครับจะให้ส่งลูกแพรไปได้ยังไง" อรรถพลกระซิบกระซาบกับผู้เป็นแม่ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วไปบอก
อรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจังพรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด"คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ""ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม"ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ"ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก"แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดู
เช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ"เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน"อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ"อ้าย""คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที"เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม""หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุณพลนะคะ" คนตัวเล็กยอมไม่ได้ที่เขามาเรียกคนที่เธอรักว่าไอ้หน้าอ่อน"โมโหแทนขนาดนี้รักมากเลยหรือไง นี่! ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย คนอย่างนายนั่นน่ะไม่มาสนใจเธอหรอก" มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอรรถพลไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรัก"เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ" คนตัวโตรู้สึกเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที เมื่อพูดแทงใจดำคนตัวเล็กได้สำเร็จ"อ๊าย! คุณจะทำอะไรคะ" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ ลูบวนที่ก้นของเธอเบาๆ"ก็แค่ลองจับเฉยๆ เอง""ปล่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณหญิง" อรุณรักยกคุณหญิงวาสนาขึ้นมาอ้างเพราะคิดว่าเขาคงเกรงใจอยู่บ้าง"เอาสิ ขืนเธอบอกไปฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะคนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นเธอมากกว่า""เธอคิดว่าคุณหญิงจะเชื่อใครล่ะระหว่างฉันหรือว่าเธอ" ร่างบางทำหน้าคิดตาม ก่อนจะคิดได้ว่าคุณหญิงคงหาว่าเธอไปให้ท่าเขาก่อนแน่ๆ เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้าข้างหรือปกป้องเธอสักคน"ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย""ก็เพราะไม่รู้จักกันไง ฉันไม่ชอบมีอะไรกับคนรู้จักน่







