Se connecterอรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ "ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ "ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน "อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย" "ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม "พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ" "ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย "ดีจังคะ แล้วพี่หนิงนอนห้องข้างๆ อ้ายหรือเปล่าคะ" อรุณรักถามด้วยความอยากรู้อย่างน้อยๆ เธอจะได้มีเพื่อนคุยตอนที่อยู่ที่นี่ "ไม่ค่ะ" หญิงสาวถามคำตอบคำเหมือนโดยป้อนข้อมูลมาให้ตอบได้แค่ไม่กี่คำ "งั้นเหรอคะ" อรุณรักไม่กล้าถามต่อ เธอได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าอีกคนจะรำคาญที่เธอถามมาก "ห้องของคุณค่ะ" ประตูห้องบานใหญ่ชั้นบนถูกเปิดออกทำเอาร่างบางถึงกับหน้าเหวอ "คะ?" "สัมภาระส่วนตัวจะมีคนยกขึ้นมาให้นะคะ ตอนนี้พักผ่อนได้ตามสบายค่ะ" "เดี๋ยวค่ะพี่หนิง" อรุณรักรีบเรียกอีกคนเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเดินไป "อยากได้อะไรหรือเปล่าคะ?" "เปล่าค่ะ อ้ายแค่สงสัยว่านี่ห้องอ้ายจริงๆ เหรอคะมันดีไปหรือเปล่า อ้ายว่าไม่น่าจะใช่นะคะ" "ถูกแล้วค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณมาห้องนี้ค่ะ เอาไว้คุณเฉิงกลับมาแล้วถามเขาดูนะคะ ฉันขอตัวก่อน" แม่บ้านสาวเดินจากไปทันทีโดยทิ้งให้อรุณรักได้แต่ยืนคว้างด้วยความมึนงง ร่างบางเดินเข้ามาในห้องก็เจอกับเตียงนอนหลังใหญ่ที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน "ฟู่ว! ปวดหลังไปหมดเลย" เมื่อหลังสัมผัสกับที่เตียงนุ่มๆ บวกกับแอร์เย็นฉ่ำทำให้ความเพลียที่ถูกสะสมมาตลอดทั้งวันถูกชำระล้าง ร่างบางค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด "เรื่องนี้ต้องถึงหูคุณลิลลี่" เหล่าแม่บ้านพากันพูดเรื่องของคนที่มาใหม่อย่างสนุกปาก "อย่าสอดให้มันมากนักเลยซูเจิน" หนิงอันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "นี่! หนิงอัน แกเลือกข้างดีๆ นะคุณลิลลี่คือคนที่จะได้เป็นนายหญิงของที่นี่ ต่อให้แกประจบนางบำเรอนั่นยังไงก็ได้เป็นแค่นางบำเรอเท่านั้นแหละ" "ฉันไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น ไม่สนด้วยว่าใครจะได้เป็นนายหญิงของบ้านนี้" หนิงอันตอบกลับก่อนจะเดินหนี แม่บ้านของที่นี่ทุกคนจงรักภักดีกับจางลี่อินและหวังอยากให้เธอมาเป็นนายหญิงของบ้าน ตกเย็นร่างสูงเดินถือสูทราคาแพงเข้ามาในบ้านโดยมีคนสนิทถือกระเป๋าเอกสารตามเข้ามา แม่บ้านรีบวิ่งเข้ามารับสูทก่อนจะนำไปเก็บเข้าที่อย่างรู้งาน "หนิงอัน" "คะ? คุณเฉิง" หนิงอันรีบขานรับอย่างทันควัน "ที่ให้จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม" "ค่ะคุณเฉิง ดิฉันทำตามที่สั่งทุกอย่างค่ะ" "ดี ขอบใจ" ร่างหนาพูดจบก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อไปหาของเล่นที่เขาใช้อุบายแลกมา "เหนื่อยหน่อยนะหนิงอันที่ต้องคอยดูแลนางบำเรอ" แม่บ้านคนอื่นๆ พูดใส่หนิงอันก่อนจะเดินจากไป หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเจ้านายและไม่สนใจว่าใครเป็นใคร แต่การที่เธอได้มาดูแลอรุณรักก็เพราะว่าเธอเป็นคนไทยเหมือนกันต่างหาก "ประจบให้มากๆ นะหนิงอัน นางบำเรอนั่นอาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นเมียน้อยก็ได้" "หุบปากให้หมด ถ้าใครพูดอะไรอีกคำเดียวฉันจะเอามีดมากรีดปากให้มันพูดไม่ได้อีกเลย" หญิงสาวโมโหเลยแกล้งขู่ออกไปจนทุกคนพากันวิ่งหนีเพราะรู้ว่าคนอย่างหนิงอันเวลาเอาจริงน่ากลัวมากแค่ไหน ประตูห้องบานใหญ่ถูกเปิดออกช้าๆ โดยฝีมือคนตัวโต ร่างบางที่หลับสนิทไม่รับรู้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า "ยินดีต้อนรับนะของเล่นของฉัน" เสียงทุ้มพูดเบาๆ พร้อมกับส่งมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปกคลุมใบหน้าสวย "ตื่นได้แล้วเด็กน้อย" ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเธอ คนตัวเล็กบิดขี้เกียจเล็กน้อยอย่างรู้ตัว แต่ไม่รู้ว่าใครกันที่ปลุกเธอ "อื้ม" "หลับสบายไหม" "คุณเฉิง?!" อรุณรักตาโตความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างบางรวบผ้าห่มมาบังตัวไว้หลายชั้นเพราะกลัวเขาจะทำอะไรไม่ดีกับเธออีก "ก็ฉันไง คิดว่าใคร" "ห้องนอนของฉันอยู่ไหนคะ" ร่างบางเปิดประเด็นถามทันทีเพราะเธอคิดว่าห้องนี้ไม่ใช่ห้องของเธอแน่ๆ "ก็ที่นี่ไง" "อย่ามาอำกันนะคะ มีใครเขาให้คนใช้นอนห้องหรูๆ แบบนี้กันคะ" "คนใช้?" ชายหนุ่มเริ่มแคลงใจเขาไม่รู้ว่าอรรถพลบอกอะไรกับเธอ อรุณรักถึงได้เข้าใจแบบนี้ "ละ..แล้วไม่ใช่เหรอคะ" ร่างบางเริ่มกลัว เธอเองก็ตั้งข้อสงสัยมาหลายวันแล้วว่าทำไมเขาถึงหาแม่บ้านใหม่และทำไมเธอต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่ อีกอย่างจากที่ดูๆ แล้วแม่บ้านของเขาก็มากพอสมควรแล้ว "ไม่ใช่อยู่แล้วสิ" "แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่คะ" เป็นคำถามที่ถามทั้งเขาและถามตัวเอง เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่ "ไอ้หน้าอ่อนนั่นคงไม่ได้บอกเธอสินะ น่าสงสารเสียจริง" "อย่าเรียกคุณพลแบบนั้นนะคะ แต่เดี๋ยวก่อน! บอกอะไรคะ" อรุณรักเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อคนที่ีรักถูกเรียกแบบนั้น แต่ก็ต้องวนกลับมาที่เรื่องเดิมก่อน "น่าสงสาร ฉันต้องเป็นคนบอกเธอเองสินะ" ร่างบางตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังจะพูด "มาเป็นผู้หญิงแก้ขัดของฉันไง" "คะ?" ร่างบางแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "ถ้าเธอทำตัวดีๆ เชื่อฟังฉันล่ะก็ ฉันจะเซ็นอนุมัติให้คนรักของเธอมาสาขาที่อเมริกาเร็วขึ้น เธอไม่อยากให้เขามีความสุขหรือไง" "แต่ว่า..." อรุณรักนั่งเงียบและคิดตามที่เขาพูด ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าอรรถพลหลอกเธอมาเพื่อแลกกับประโยชน์ของตัวเอง แต่ในใจเธอก็ยังอยากเห็นเขามีความสุขเพราะเธอ "ถ้าเธอไม่ยอมฉันจะส่งเธอกลับแล้วเรื่องงานของคนที่เธอรักเป็นอันโมฆะ ฉันก็ไม่ค่อยชอบหน้าไอ้นั่นอยู่แล้วด้วยแค่เซ็นให้ไม่ผ่านก็จบจริงไหมล่ะ" เฉิงฟาหยางแกล้งขู่เธอจนร่างบางเริ่มคิดหนัก ถ้าเธอกลับไปตอนนี้คนที่รักต้องผิดหวังในตัวเธอมากแน่ๆ แต่ทำไมเขาถึงไม่บอกความจริงกับเธอตั้งแต่แรกล่ะ "ว่าไงเด็กน้อย จะเอายังไงจะกลับบ้านหรืออยู่ต่อ" "คุณจะให้คุณพลไปทำงานที่อเมริกาจริงๆ ใช่ไหมคะ" ร่างบางถามย้ำอีกครั้ง "หน้าฉันเหมือนคนชอบโกหกนักหรือไง ฉันพูดคำไหนคำนั้น" ชายหนุ่มทำหน้าจริงจังเพื่อให้เธอมั่นใจ เขาเซ็นให้อรรถพลไปทำงานได้เขาก็เซ็นไล่ออกได้เช่นกัน "ก็ได้ค่ะ แค่หกเดือนใช่ไหมคะ" อรุณรักจำยอมเธอไม่มีชื่อเสียงให้เสียอยู่แล้ว แค่ทนอยู่จนครบหกเดือนเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว "แค่หกเดือน งั้นเธอเริ่มงานคืนนี้เลยแล้วกัน" ว่าจบคนที่อดกลั้นมาหลายวันก็จู่โจมเข้าหาเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ผ้าห่มผืนหนาถูกฉุดกระชากลงไปกองที่พื้น คนตัวเล็กถูกจับกดจนแนบสนิทไปกับเตียงจนขยับไม่ได้ "เดี๋ยวสิคะ! ฉันยังไม่พร้อมนะคะ" "แต่ฉันพร้อมแล้ว เธอแค่นอนเฉยๆ ก็พอ" มือหนาประคองใบหน้าสวยเอาไว้ก่อนจะก้มลงจูบปิดปากอย่างทนไม่ไหว ลิ้นหนาสอดเข้ามาในโพรงปากเล็กก่อนจะจัดการเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อยๆ ของเธอ "อื้อ...คุณเฉิง" ตอนนี้คนตัวโตหน้ามืดตามัวไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาจัดการถอดเสื้อตัวโคร่งของเธอออก ก่อนจะจัดการสิ่งที่ปกปิดเต้างามสวยตรงหน้าออกไป "อื้อ..อย่าเลีย..อ๊ะ" ปากหนาครอบงับจุกสีสวยก่อนจะเลียจนเต้างามเปียกโชก "หอมมาก..อื้ม" "อ๊ะ..อย่าค่ะ..อ๊า" เสียงหวานเริ่มครางออกมาเมื่อมือของเขาบีบเคล้นหน้าอกของเธอจนเป็นรอย ส่วนปากของเขาก็ยังคงดูดเลียวนที่เนินอกของเธอไม่ยอมปล่อย ร่างบางไร้ประสบการณ์เริ่มคล้อยตามแรงกระตุ้นของเขา ใบหน้าสวยเริ่มเคลิ้มไปตามแรงอารมณ์ของตัวเอง การกระทำที่ดูเหมือนจะขัดขืนก่อนหน้านี้ถูกเปลี่ยนเป็นนอนนิ่งแถมยังตอบสนองต่อสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี จากนี้ไปเธอคงไม่ต่างอะไรกับนางบำเรอของเขากางเกงขายาวถูกมือหนากระชากออกจนพ้นสายตา ชั้นในตัวน้อยก็ตามไปติดๆ ร่างกายเนียนขาวไร้ที่ติประจักษ์ต่อสายตาของคนตัวโตที่กำลังหื่นกระหาย"อย่ามองนะคะ" แขนเล็กยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างอายๆ เธอไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครมาก่อน เธอไม่อยากให้เขาเห็นหน้าเธอตอนนี้เลย มันน่าอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี"หึ! เด็กน้อย" ร่างหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แผงอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงแนบลงบนผิวกายของเธอ ร่างบางสะดุ้งจนเผลอเปิดหน้ามาดู"ฉันหนัก ลุกออกไปนะคะ" ร่างบางใช้มือยันแผงอกของเขา แต่ไร้การตอบสนองแรงเท่ามดอย่างเธอจะไปทำอะไรเขาได้"กางขาออก" มือหนาจับขาของเธอยกขึ้นลอย ก่อนจะกางออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรจนทั่ว"อย่านะคะ!..อ๊าย!" พูดไม่ทันขาดคำนิ้วชี้ใหญ่ก็จัดการกรีดลงกลางรอยแยกช้าๆ เนินอูมได้รูปสวยทำเอาเขาเก็บอาการแทบไม่อยู่"แล้วเธอจะชอบ เชื่อฉันสิ" ว่าจบก็ก้มหน้าลงไปจัดการชิมสิ่งที่เย้ายวนอยู่ตรงหน้า"อ๊ะ..ทำอะ..อ๊าย!" เสียงหวานร้องลั่น ร่างกายสะดุ้งเกร็งเมื่อถูกลิ้นหนาของเขาสัมผัสเบาๆ ที่ส่วนนั้นของเธอ"คุณเฉิง..
อรุณรักเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ช้าๆ ทุกคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหนิงอันหรือจะเรียกหนิงก็ได้ค่ะ คุณเฉิงให้ฉันพาคุณไปที่ห้องนอนค่ะ" แม่บ้านคนหนึ่งที่อายุไม่ห่างกับเธอมากนัก พูดกับเธอเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกว่าอ้ายก็พอค่ะ" อรุณรักยิ้มหวานให้อย่างจริงใจ"ค่ะ" แม่บ้านยังคงแสดงท่าทีอ่อนน้อมกับเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังชั้นบน ระหว่างทางอรุณรักสังเกตเห็นแม่บ้านคนอื่นๆ พูดแล้วหันมองมาที่เธอ แต่เธอแปลไม่ออกว่าพวกเขาพูดว่าอะไรเพราะทุกคนที่นี่สื่อสารกันเป็นภาษาจีนหมด ก็เธอมาอยู่ประเทศจีนนี่นะไม่แปลกที่ทุกคนจะพูดภาษาจีน"อ้ายเรียกว่าพี่หนิงได้ไหมคะ คุณน่าจะเป็นรุ่นพี่ของอ้าย""ตามสะดวกเลยค่ะ" หนิงอันเอ่ยออกมา เธอไม่ได้ติดขัดอะไรถึงจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรก็ตาม"พี่หนิงเป็นคนไทยเหรอคะ""ใช่ค่ะ" หญิงสาวตอบไปตามความจริง เธอเป็นคนไทยที่มาทำงานในประเทศจีนจึงเปลี่ยนจากชื่อไทยเป็นชื่อจีน แต่ก็ยังคงชื่อเดิมเอาไว้ด้วย"ดีจังคะ แล้ว
เฉิงฟาหยางเดินทางกลับประเทศจีนไปก่อนโดยเขาสั่งให้เลขาส่วนตัวจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ของอรุณรัก เพราะเธอไม่มีเอกสารอะไรแม้แต่อย่างเดียวจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางได้ เฉิงฟาหยางจึงกลับไปก่อนหลังจากรู้ข่าวจากอรรถพลว่าอรุณรักยอมตกลง"อิจฉาจังเลยอ้ายจะได้ไปประเทศจีนด้วย อย่าลืมซื้อขนมมาฝากพวกพี่นะ" เหล่าแม่บ้านพากันอิจฉาอรุณรักที่จะได้ไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปในฐานะอะไร แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้"อ้ายไปทำงานนะพี่ดวงไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยแค่หกเดือนก็กลับแล้ว" อรุณรักตอบอย่างยิ้มๆ เอาเข้าจริงเธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยที่ต้องจากบ้านไปไกลและนานพอสมควร แล้วยิ่งต้องไปอยู่ใกล้คนน่ากลัวแบบเขาเธอก็ยิ่งกังวล แต่เธอก็แค่ทำงานและคอยหลบหน้าเขาก็คงพอแล้วในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลศิวะโสภาพานิช คุณหญิงวาสนานั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ข่าวจากลูกชายว่าจะส่งอรุณรักไปให้เฉิงฟาหยาง"ทำไมแกไม่ให้น้องไปตาพล""แม่! ไปเป็นผู้หญิงแก้ขัดนะครับจะให้ส่งลูกแพรไปได้ยังไง" อรรถพลกระซิบกระซาบกับผู้เป็นแม่ให้ได้ยินแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วไปบอก
อรรถพลเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของแขกที่ครอบครัวเชื้อเชิญให้มาพักอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มกำลังชั่งใจที่จะมาขอโทษเขาเรื่องวันนั้นที่ร้านกาแฟ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแต่เขาเองก็รู้สึกไม่ดีถ้าหากยังไม่ได้เอ่ยขอโทษอย่างจริงจังพรึ่บ! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนด้านใน อรรถพลสะดุ้งตกใจก่อนจะทำหน้าเจื่อนๆ แล้วก้มหัวให้อีกคน"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" เสียงทุ้มถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด"คือ...ผมจะมาขอโทษคุณเฉิงน่ะครับ""ขอโทษ? เรื่องอะไรครับ" เฉิงฟาหยางทำเป็นจำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขาน่ะเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นใครเคยทำอะไรไว้เขาไม่เคยลืม"ระ..เรื่องที่ร้านกาแฟเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณคือคุณเฉิง" อรรถพลก้มหัวอย่างรู้สึกผิด แต่อีกคนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ"ถ้าไม่ใช่ผมคุณก็คงทำแบบนั้นกับใครก็ได้สินะครับ" เฉิงฟาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกคนถึงกับหน้าเสียไปต่อไม่ถูก"แต่ช่างมันเถอะครับ ผมก็ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปครับ" คนตัวสูงใช้คำพูดที่ให้ตัวเองดู
เช้าวันรุ่งขึ้นอรุณรักตื่นขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนทุกวัน แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือท่าทีระแวดระวังของเธอที่มองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา"อ้าย! แกเป็นอะไรท่าทางล่อกแล่ก ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของเธอ"เปล่าจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวอ้ายไปถูชั้นบนก่อนนะ" ร่างบางหิ้วถังน้ำที่ใช้สำหรับถูพื้นเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของบ้าน"อะไรของมัน?" แม่บ้านพากันสงสัยในพฤติกรรมของอรุณรักจนพากันยืนเกาหัวอย่างมึนงง ทุกวันอรุณรักจะขยันตั้งใจทำงานแต่ไหนวันนี้ดูหลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ"อ้าย""คะ คุณพล" อรรถพลเอ่ยเรียกคนที่กำลังถูพื้นอยู่หน้าห้องของตัวเอง อรุณรักรีบวางไม้ถูพื้นแล้วเข้าไปหาอรรถพลทันที"เมื่อคืนที่ฉันให้เอาเสื้อไปให้คุณเฉิง เธอเอาไปให้แล้วใช่ไหม""หะ..หะ..ให้แล้วค่ะ" อรุณรักตอบอย่างคนติดอ่างเข้าสิง ทำให้อรรถพลนึกถึงสิ่งที่ตนสงสัย เมื่อคืนเขาลุกขึ้นมากลางดึกจะลงไปหาอะไรในห้องครัวกินแก้หิว แต่กลับเจออรุณรักออกมาจากห้องของเฉิงฟาหยางด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่าง
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคุณพลนะคะ" คนตัวเล็กยอมไม่ได้ที่เขามาเรียกคนที่เธอรักว่าไอ้หน้าอ่อน"โมโหแทนขนาดนี้รักมากเลยหรือไง นี่! ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย คนอย่างนายนั่นน่ะไม่มาสนใจเธอหรอก" มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอรรถพลไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรัก"เงียบแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ" คนตัวโตรู้สึกเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที เมื่อพูดแทงใจดำคนตัวเล็กได้สำเร็จ"อ๊าย! คุณจะทำอะไรคะ" เสียงหวานร้องลั่นเมื่อมือหนาของเขาค่อยๆ ลูบวนที่ก้นของเธอเบาๆ"ก็แค่ลองจับเฉยๆ เอง""ปล่อยเถอะค่ะ ไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณหญิง" อรุณรักยกคุณหญิงวาสนาขึ้นมาอ้างเพราะคิดว่าเขาคงเกรงใจอยู่บ้าง"เอาสิ ขืนเธอบอกไปฉันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะคนที่เดือดร้อนน่าจะเป็นเธอมากกว่า""เธอคิดว่าคุณหญิงจะเชื่อใครล่ะระหว่างฉันหรือว่าเธอ" ร่างบางทำหน้าคิดตาม ก่อนจะคิดได้ว่าคุณหญิงคงหาว่าเธอไปให้ท่าเขาก่อนแน่ๆ เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเข้าข้างหรือปกป้องเธอสักคน"ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย""ก็เพราะไม่รู้จักกันไง ฉันไม่ชอบมีอะไรกับคนรู้จักน่







