เข้าสู่ระบบ“จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมคะที่รับนางบำเรอคนนี้ไปอยู่ในชีวิต คุณจะไม่อายคำนินทาใช่ไหมคะ”“อาย อับอายแน่แกรู้ก็ดีอย่าทำเป็นไร้เดียงสา นางบำเรอหิวเงิน”ไม่ทันภาสกรจะพูดอะไรอังคณาที่เข้ามาในบ้านจู่โจมเข้าทำร้ายตติยากรดีที่ภาสกรเข้าขวางไว้ทัน“มาได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้ยายอัง”“หลีกไปนะอังจะฉีกอกมัน พี่จะได้รู้ว่าข้างในใจมันมีผัวชาวบ้านอยู่”“เหลวไหล”“พี่หลงมันจนหน้ามืดก็แค่พลอยเปื้อนโคลนทะเลแถวนี้เท่านั้น ทำไมไม่เลือกคุณเพชร”“ออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ ฉันกับเพชรเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ตอนนี้ฉันจะแต่งงานกับติยา แกเองต้องนับถือเขาเป็นพี่สะใภ้”“กรี๊ดด!”“กลับไปเถอะ ไปดูแลคนของเธอ”ภาสกรพยายามใจเย็น ตติยากรมองใบหน้าจริงจัง รู้สึกว่ากำแพงที่เธอกั้นขวางภาสกรค่อยๆ ทลายลง เธอเดินไปจับมือหนา พูดให้อังคณาได้ยิน“ฉันรักคุณบีคนเดียวเท่านั้น นับแต่ได้เป็นของเขาก็รักเพียงเขาคนเดียว เธอกลับไปเถอะ ฉันไม่มีทางกลับไปรักผู้ชายใจโลเลอย่างนิพลอีก”“ใช่สิมีตัวเลือกอย่างนายที่ชื่อธนูด้วย ฉันสืบมาแล้ว พี่บีรู้หรือเปล่าคะ”อังคณายังยุไม่เลิก เด็กๆ ทั้งสามเห็นท่าไม่ดีหยิบน้ำใส่กะละมังมาเทใส่เท้าอังคณา ฝ่า
“ไม่มีทาง คนอย่างฉันไม่ใช้ของรวมกับใคร อังคณาร้องไห้วิ่งออกจาคอนโดโตมร ด้วยความรีบร้อนจึงโดนรถชนเข้าจังๆ กว่าจะไปถึงมือหมอ อังคณาก็ต้องสูญเสียลูกในท้องไป ซึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนตั้งท้อง นิพลรีบมาหาอังคณาเพราะรู้เรื่องลูก นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะเดินออกจากหน้าห้องพักฟื้นคนป่วยลากันซะที เวรกรรมที่ส่งผลกลับมาช่างเจ็บปวดนัก นางชื่นชีวาไม่กล้าบังคับลูกอีก เพียงแต่อยากให้โรงแรมมีแขกมาพัก จึงไปหาภาสกรที่บ้าตติยากรจ๋าไล่ให้กลับเพราะไม่ชอบขี้หน้า ตติยากรเองไม่อยากคุย นางชื่นชีวากลับมานั่งกุมขมับ“แม่อย่าห่วงเลย ไม่มีแขกก็ขายซะ ผมทำงานอย่างอื่นก็ได้”“พูดแบบนี้ได้ยังไง ลูกไปคุยกับแฟนเก่าลูกนะ ให้เขาพูดกับคุณภาสกรอะไรนั่น โรงแรมของเราจะขายง่ายๆ แม่เสียดาย เพื่อนจะหัวเราะเยาะ”“ไม่มีทางผมเกลียดขี้หน้ามัน”“แม่ไม่อยากเสียโรงแรมไปให้ใคร”นางชื่นชีวาหน้าเศร้าสลดประหนึ่งกำลังญาติสักคนกำลังจะเสีย นิพลคิดหนักเดินหนีแม่ แต่ก่อนไปก็หาข้ออ้าง“แม่ครับ ผมกำลังเสียใจเรื่องลูก อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ได้ไหม”นางชื่นชีวาหน้าตึง เพราะคิดว่าเสียไปก็แก้ไขให้กลับมาไม่ได้ สู้คิดเรื่องที่กำลังจะเผชิญไม่ดี
“หันมาทางนี้สิจะนอนหันก้นให้ทำไมเดี๋ยวก็โดนอีกหรอกนะ”ตติยากรแกล้งหลับตา เธออายที่ให้ความร่วมมือเขาจนเขายิ้มอย่างผู้ชนะ“อย่าแกล้งหลับ เดี๋ยวจับให้ตื่นไม่ได้นอนนะ น้องมาแย่เลยนะ”“คุณเจ้าเล่ห์นัก ติยาบอกแล้วไงไม่ต้องการ”หญิงสาวลืมตัวหันทำหน้าตาไม่พอใจ“ทำหน้าแบบนี้น่ารักเมื่อก่อนเอาแต่ตามใจฉัน จนฉันเคยตัว”มือแข็งแรงลูบไหล่เนียน“อย่ามาแตะอีกนะและออกไปเดี๋ยวนี้”ร่างใหญ่ไม่ถอย ใบหน้าคมเข้มยื่นใกล้มากขึ้น“จะหมดความอดทนอีกรอบนะ คราวนี้จะจัดให้หนักกว่าเมื่อครู่”ดวงตาหม่นแหงนมอง เสียงเขาอ่อนลง“บอกแล้วไงล่ะ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป”“อย่ามาโกหกเลย คุณคงอยากเอาชนะธนูใช่ไหม ตอนนี้เขากลับไปแล้ว”“แคร์มันขนาดฟังเสียงรถตลอดเลยเหรอ”ดวงตาคมแกล้งทำเป็นโกรธ เธอใบหน้าสลดก็ตลกแต่ยังทำขึงขัง“แคร์มันทำไม มันไม่โง่จนไม่รู้ว่าเธอเป็นของฉัน ของดีๆ ทำไมฉันต้องปล่อย”“อย่ามาทำปากหวาน”ตติยากรรวบผ้าห่มจะวิ่งลงจากเตียง แต่คำพูดคนข้างหลังทำให้ชะงัก“คุณแม่จะมาหาเธอพรุ่งนี้”“อย่า…”“ฉันจะให้คุยกันนะ”“แล้ว แล้วคนของคุณ”“หึงเพชรเหรอ ขอโทษนะ ที่ผ่านมาฉันแค่สับสน ตอนนี้เขาไปเมืองนอกแล้ว แม่บอกว่าไปคุยกับท่านแล้
“ท่านประธานมาทำอะไรที่นี่ค่ะ แอบมาตรวจงานหรือไง”ทว่าเสียงเด็กที่มาช่วยงานในโรงแรมเรียกแขกของโรงแรมก็ทำให้นางชื่นชีวาหันกลับมาอย่างงงงวย“เธอว่าอะไรนะ ใครท่านประธาน”ผู้จัดการทั่วไปที่มาช่วยงานตามคำสั่งว่าที่สะใภ้ส่งมายิ้ม“คุณภาสกรเป็นญาติผู้พี่คุณอังคณาค่ะ ท่านเป็นเจ้าของโรงแรมพี เอส เค รอยัลที่ดิฉันทำงานไงคะ คุณชื่นชีวาไม่รู้จักเหรอคะ”นางชื่นชีวาตกใจ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนที่คิดว่าเป็นแขกจนปากเกือบถึงรูหู“ฉันจะไปเดินเล่นแถวชายหาด เธอไปทำงานเถอะ ให้เรียบร้อยโดยเร็วจะได้กลับไปทำงานที่โรงแรม”ภาสกรไม่สนใจเสวนากับชื่นชีวาอีก เขาเดินคิดตลอดทางเดิน ถ้าโรงแรมที่นี่ปรับปรุงเสร็จ จะส่งน้องสาวมาอยู่ที่นี่ดัดสันดานเสียบ้าง เผื่อนิสัยใจคอจะดีขึ้นหนึ่งเดือนผ่านไปตติยากรเหนื่อยจะไล่ภาสกรเพราะเขาเอาตัวเองเข้ามาเป็นคนในครอบครัวอย่างไม่แคร์ว่าเธอไม่ต้องการ บ้านของเธอ น้องของเธอเปลี่ยนไปหมดบ้านมีคนมาซ่อมแซม จัดโน่นนี่ตลอดเวลา สามแสบก็มีรถรับส่งไปกลับโรงเรียนร่างสูงกำลังเดินมาหาตติยากรเดินหนีขึ้นข้างบน แต่แล้วเปลี่ยนใจวันนี้จะคุยให้รู้เรื่อง“อ้าววันนี้ไม่วิ่งหนีเหรอ”ร่างใหญ่ชนร่างบอบบางจังๆ เขา
ตติยากรพยายามไม่มองภาสกรที่ช่วยต้อนรับแขกเข้าในงาน เธอวุ่นวายใจกับเรื่องนี้แต่เก็บไว้ ธนูนั้นตามติดเธอแจ หญิงสาวอึดอัดใจนัก เด็กๆ กลายเป็นสองฝ่าย หนึ่งและสองอยู่กับธนู ส่วนสามไปอยู่กับคุณบีเพื่อนบ้านต่างซุบซิบอยากรู้ว่าภาสกรคือใคร แม่นิพลเข้ามา พูดนินทาว่าคงเป็นหนุ่มเมียเผลอ จ๋ามาบอกแต่ตติยากรพยายามไม่สนใจ“อยากบอกให้รู้ว่ารวยมาก ให้หน้าหงายไปเลย” จ๋ายังบ่น ตติยากรเดินไปต้อนรับแขก ไม่ลืมบอกจ๋า “พี่อย่าเสียมารยาทเลย พูดได้พูดไป”“เหนื่อยก็พักบ้างนะ เสิร์ฟน้ำฉันให้เด็กๆ ที่หามาช่วยแล้วไง”“มีเงินทำอะไรก็ได้สิคุณน่ะ”“เดี๋ยวนี้ได้ทีด่าฉันตลอดนะ เสร็จงานเมื่อไหร่ฉันจะเอาคืนเธอ”ตติยากรเผลอตอบโต้ และแพ้พ่ายอย่างเคย เธอเดินหนีและพึมพำอย่างหงุดหงิด “คิดว่าตนเองเป็นใคร”“ทำไมพูดอย่างนี้ ใครๆ ก็ดูออกเธอเป็นของฉัน”“ติยาไม่ใช่สิ่งของนะคะ ลาออกจากการเป็นคู่นอนมาหลายเดือนแล้วด้วย ทำไมคิดว่าติยาต้องกลับไป”ในที่สุดก็ห้ามความคิดที่วุ่นวายไม่ได้ร่างสูงเดินมาใกล้ “เรื่องนี้เราจะรู้กันอีกไม่นาน” หญิงสาวถอยห่าง แต่เขาก้มลงมากระซิบที่ใบหู“อย่าทำให้โกรธนะกำลังมาง้อ และเวลานี้ไม่ใช่จะมาทะเลาะกัน ให้งา
“ติยา”“ขอบคุณมากค่ะ กลับไปเถอะค่ะ พรุ่งนี้ติยาต้องตื่นแต่เช้า”หญิงสาวพูดตัดบทเดินหนี ไม่อยากให้ธนูได้ยินอะไร ไม่ใช่เพราะแคร์แต่เธออายที่อาจทะเลาะกับเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่หยุด“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนนะ”ภาสกรนั้นเปลี่ยนใจเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมของผู้ชายที่รับหญิงสาวมาที่วัด เรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้คนอื่นมาใกล้ชิดคนของเขาตติยากรลืมตัวดึงมือใหญ่ให้ตามเธอไป ชายหนุ่มจับมือกลับ เธอสะบัด ธนูยืนมองด้วยใจที่แป้ว“คุณจะทำแบบนี้ทำไม อย่าให้ฉันต้องเสียมารยาทกับคนที่เคยชุบชีวิตฉันเลยนะ ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเนรคุณ เราจบกันแล้ว อย่ามาทำให้ฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำร้ายหัวใจฉัน”“ไม่เคยรักฉันบ้างหรือ บอกมาสิว่าไม่เคยรัก บอกต่อหน้าแม่เธอ ถ้าเธอพูดออกมาว่าไม่เคยรัก”“ถ้าพูดคุณจะไปหรือ”หญิงสาวจ้องดวงตาคม แม้ไม่กล้าสู้สายตาคมกล้านัก ทว่าวันนี้เธอต้องทำ“ว่าไง อย่าโกหกแม่เธอนะ”“ไม่เกี่ยวกับแม่ ฉันไม่เคยรักคุณ กลับไปได้หรือยัง”ร่างสูงยังยืนนิ่ง หญิงสาวงง “ไปสิคุณบี บอกแล้วไงคะ”“แค่ให้ตอบ คำตอบเป็นอย่างไรฉันไม่สนใจหรอก ฉันจะเอาเธอมาเป็นของฉันอีกครั้ง”ตติยากรอ้าปาก “พูดอะไรของคุณ ติยาไม่เคยเป็นของคุณ”“จะให้







