Mag-log inเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทำให้อธิปละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็น ข้อความแจ้งเตือนจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
PLANG PHA ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนของคุณแล้ว
ปลายนิ้วเรียวกดเข้าไปยังโปรไฟล์ของเธอ ดวงตาคมกริบไล่ดูรายละเอียดของหญิงสาวตรงหน้า ภาพโปรไฟล์ที่อ่อนหวาน แววตาใสซื่อ และรอยยิ้มบางที่ดูมีเสน่ห์ น่ามองกว่าที่เขาจำได้เสียอีก
เธอคือผู้หญิงที่ร้านกาแฟจริงๆ...
อธิปเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างครุ่นคิด เธอส่งคำขอเป็นเพื่อนมา... นั่นหมายความว่าเธอเปิดโอกาสให้เขาเข้าไปในโลกของเธอใช่ไหม?
ริมฝีปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มบาง ก่อนจะกดเข้าไปดูโพสต์ของเธอ ไลก์ภาพถ่ายสองสามภาพอย่างไม่ลังเล
แพรไหมเฝ้ามองหน้าจอมือถือด้วยความพึงพอใจ ขณะที่ อธิปเริ่มกดไลก์รูปและโพสต์ของเธอ
"ติดกับแล้ว..." เธอพึมพำเบาๆ ริมฝีปากบางกระตุกเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความรู้สึกเหนือกว่า
เธอวางโทรศัพท์ลง คว้าบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดมันเข้าปอดช้าๆ เหยื่อเริ่มให้ความสนใจ นั่นหมายความว่าเกมที่เธอวางไว้กำลังดำเนินไปตามแผน
อธิปวางเอกสารตรงหน้าลงทันที เขากดเข้าไปช่องแชตเพื่อคุยกับเธออย่างไม่ลังเล
อธิป: สวัสดีครับเพลงผ้า ผมดีใจที่คุณส่งคำขอมาเป็นเพื่อน แค่แปลกใจนิดหน่อยที่คุณจำผมได้
เขากดส่งข้อความไป แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ รอคำตอบของเธอด้วยความสนใจ
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น แพรไหมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อ 'อธิป วราธิป' ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ดวงตาเธอวาววับด้วยความตื่นเต้น
เธอใช้เวลาไม่นานนักในการร่างข้อความตอบกลับอย่างแนบเนียน ก่อนจะกดส่ง
PLANG PHA: สวัสดีค่ะคุณอธิป แน่นอนค่ะ ฉันจำคุณได้ ร้านกาแฟของเรามีลูกค้าประจำไม่กี่คน และคุณเป็นหนึ่งในนั้น ขอบคุณที่ให้นามบัตรมานะคะ แต่ทางร้านมีกฎไม่ให้คุยกับลูกค้าและให้ความสนิทสนมกับลูกค้ามากเกินไป
เธอจงใจเพิ่มความเป็นกันเอง แต่ยังคงเว้นระยะห่างพอให้เขาต้องการเข้าหาเธอมากขึ้น
อธิปอ่านข้อความของเธอแล้วยิ้มออกมา เธอจำเขาได้ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากรู้จักเธอมากขึ้น
อธิป: ถ้าอย่างนั้นเวลาผมเจอคุณที่ร้าน ผมจะทำตัวเป็นลูกค้าที่ดี คุณจะไม่ได้ถูกตำหนิ ผมก็เป็นคนติดกาแฟน่ะครับ คาปูชิโน่ของร้านคุณอร่อยมาก
เขากดส่งข้อความไปก่อนจะมองหน้าจอ รอให้เธอตอบกลับด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
วันต่อมา อธิปเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่เขาแวะเวียนมาประจำ กลิ่นหอมของกาแฟคั่วสดลอยคลุ้งไปทั่วร้าน ทำให้เขาผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ
สายตาของเขาไล่มองไปที่เคาน์เตอร์ และเห็นเธอ... เพลงผ้าแม้ว่าในเวลางาน เธอจะทำเหมือนไม่สนใจเขา เพราะเป็นกฎของร้าน แต่ทุกครั้งที่เขามา เธอจะเฝ้าสังเกต ว่าวันนี้เขาใส่ชุดสีอะไร สีหน้าเป็นอย่างไร หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่เขาสั่ง
เธอใส่ใจเขา... ถึงแม้จะไม่พูดออกมาตรงๆ
แพรไหมมองนาฬิกา ก่อนจะยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่า อธิปเป็นคนตรงเวลาเสมอ ทุกวันเขาจะเข้ามาที่ร้านกาแฟเวลาเดิม สั่งเมนูเดิม และนั่งที่โต๊ะเดิม
คืนนั้น อธิปกลับมาถึงบ้านหลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อย เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นข้อความจาก PLANG PHA ที่ส่งมา
PLANG PHA: คุณใส่สูทสีน้ำเงินแล้วดูดีมากเลยค่ะ วันนี้เหนื่อยไหมคะ? รักษาสุขภาพนะคะ
อธิปชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกระตุกยิ้มบางๆ เธอสังเกตเขาจริงๆ...
มือหนาเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
อธิป: ขอบคุณครับ วันนี้เหนื่อยนิดหน่อย แต่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว
เขาส่งข้อความไป ก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟา เธอคือความสุขเล็กๆ ของเขา... และเขากำลังติดกับเธอมากขึ้นทุกที
แพรไหม มองข้อความที่เขาส่งมา ก่อนวางโทรศัพท์ลง คว้าบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดมันเข้าปอดช้าๆ อย่างสบายใจทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้
เธอค่อยๆ ปรับตัวเองให้เข้ากับจังหวะของเหยื่อ มาให้ทันเขา ค่อยๆ เฝ้าสังเกตว่าเขาทำอะไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหน มีท่าทางแบบไหน ชอบดื่มอะไร และวันไหนที่เขาดูเหนื่อยล้า เพื่อเป็นหัวข้อสนทนา แม้แต่เหตุการณ์เล็กๆน้อยในร้าน
เธอจะให้เขาติดเธอ โดยที่เขาไม่รู้ตัว เหมือนที่เขาติดกาแฟ แล้วถ้าวันไหน ไม่ได้กินเขาจะใจสั่น กระวนกระวายใจ
กลิ่นหอมของน้ำหอมปรับอากาศชั้นดีลอยอวลทั่วห้อง ประสานกับกลิ่นไม้สักจากเฟอร์นิเจอร์สุดหรู โต๊ะทำงานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมไปด้วยแฟ้มเอกสารที่ถูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
แสงจากโคมไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไปยังแฟ้มเอกสารกองโต ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เสียงพลิกกระดาษของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานดังขึ้นเป็นจังหวะ
เสียงหัวเราะของอธิปดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่งขรึมของห้อง
“คิน ฉันเจอคนที่ใช่แล้วว่ะ”
อคินละสายตาจากเอกสารในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายที่กำลังยิ้มกว้างราวกับพบสิ่งล้ำค่า
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถอนหายใจ
"อะไรอีกล่ะพี่? คุยกับใครในเฟซบุ๊กอีกแล้ว?"
อธิปหัวเราะในลำคอ ก่อนยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้
"ดูนี่สิ"
“คิน ฉันเจอคนที่ใช่แล้วว่ะ” อธิปพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
อคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อะไรอีกล่ะพี่? คุยกับใครในเฟซบุ๊กอีกแล้ว?” น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความเคยชิน
อธิปหัวเราะเบา ๆ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วยื่นให้เขาดู บนหน้าจอปรากฏรูปโปรไฟล์ของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว ผมยาวสลวยรับกับใบหน้าหวานละมุน
ชื่อของเธอสะดุดตา เพลงผ้า
อคินมองชื่อในโปรไฟล์แล้วกระตุกยิ้มขบขัน
“เพลงผ้า? ชื่อแปลก” เขาเหลือบมองรูปโปรไฟล์หญิงสาว เธอยิ้มละมุน ดวงตากลมโตดูไร้เดียงสา แต่มันไม่ทำให้เขารู้สึกวางใจ ผู้หญิงแบบนี้ พี่ชายของเขาพบมาแล้วนับไม่ถ้วน และจบลงด้วยความผิดหวังทุกครั้ง
“พี่แน่ใจเหรอว่าเธอไม่ได้มาหลอกเอาเงิน?” อคินพูดตรง ๆ
อธิปชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววไม่พอใจ “ไม่ใช่แบบนั้น เพลงผ้าเป็นผู้หญิงที่ดี เธอไม่เคยขออะไรจากฉันเลย”
อคินเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ แขนกอดอกพลางจ้องพี่ชาย
“ไม่เคยขอ? หรือยังไม่ถึงเวลาขอ?”
อธิปเม้มปากแน่น นิ่งไปครู่หนึ่ง อคินถอนหายใจยาว “พี่จำผู้หญิงคนเมื่อปีที่แล้วไม่ได้หรือไง? ตอนแรกก็ดูดีเหมือนกัน สุดท้ายก็หายไปพร้อมเงินก้อนโตของพี่”
08:30 น. – คฤหาสน์วราธิปแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดี อากาศยามเช้าสดชื่น ลมอ่อนพัดเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเพลงผ้าขยับตัวเบา ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทุกอย่างรอบตัวดูปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ… ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้ให้เธอเสร็จสรรพเสื้อผ้าถูกพับวางไว้อย่างเรียบร้อย อาหารเช้าที่จัดเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของกาแฟและครัวซองต์ที่อบใหม่ยังคงลอยอวลไปทั่วและที่สำคัญที่สุดอคิน วราธิป กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน ราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาเพลงผ้าเลื่อนสายตาไปมองเขาด้วยความสับสน “นี่มัน… อะไรกันคะ”อคินวางเอกสารลง พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มจาง ๆ“ดูแลเมียจ๋าไง”เธอสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “คุณ… ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้นะ”“รู้” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบจานครัวซองต์ไปวางตรงหน้าเธอ “แต่ฉันอยากดูแล”เพลงผ้ากะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่เคยชินกับการถูกเอาใจขนาดนี้เลยสักนิด12:00 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเมื่อถึงที่ทำงาน บรรยากาศในออฟฟิศดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกสายตาที่เคยมองเธออย่างสง
ความหวาน แผ่ซ่านไปถึงที่ทำงาน08:30 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับบรรยากาศคึกคักภายในตึกสูงระฟ้าของ วราธิป กรุ๊ป พนักงานแต่ละคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมและภารกิจของวันใหม่แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในวันนี้คือ…เจ้านายของพวกเขาเปลี่ยนไปอคิน วราธิป ชายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อมาดขรึม เคร่งขรึม และเย็นชา เดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับ รอยยิ้มมุมปาก ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนพนักงานที่นั่งอยู่แอบเหลือบมองกันไปมา ก่อนที่เสียงกระซิบจะเริ่มกระจายไปทั่วออฟฟิศ"คุณพระ บอสของเรายิ้ม ยิ้มจริง ๆ""ฉันเห็นกับตา เมื่อเช้าแก้วกาแฟที่คุณแอนนาเอาไปเสิร์ฟ… บอสพูดว่า 'ขอบคุณ' ด้วยนะ""เวรแล้ว โลกจะแตกไหมเนี่ย""หรือว่าบอสของเราจะ… มีความรัก?"เสียงซุบซิบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังเดินเข้ามาในตึกพร้อมกับเจ้านายของพวกเขาเพลงผ้า เดินตามหลังอคินเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง พยายามทำตัวปกติให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าทุกสายตาจับจ้องมาแต่ปัญหาคือ…อคินไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่าง 'ปกติ' เลยสักนิด เขาเดินช้าลงก่อนจะหันไปมองเธอเต็ม
– ผัวจ๋า~ เมียจ๋า~ หวานให้โลกอิจฉา11:30 น. – ชายหาดส่วนตัวลมทะเลพัดเอื่อย หอบเอาความเย็นสบายมากระทบผิวกาย แสงแดดอ่อน ๆ กระทบผืนน้ำสีฟ้าใสระยิบระยับ คลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ พาเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแว่วมาจากใต้ร่มไม้ริมชายหาดเพลงผ้านั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ ร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวปล่อยชายยาวสะบัดไหวตามสายลม ดวงตาสดใสจดจ่ออยู่กับเปลือกหอยที่เธอเรียงไว้บนตัก นิ้วเรียวสัมผัสมันอย่างระมัดระวัง พลางพยายามร้อยเชือกเส้นเล็กให้ทะลุผ่านรูของเปลือกหอยแต่ละชิ้นอคินเอนตัวนอนหนุนตักเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดกายอย่างสบายใจ ใบหน้าแหงนมองท้องฟ้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากั้นแสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้า ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนเอวเธอเบา ๆ“เธอกำลังทำอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ก็… เก็บเปลือกหอยมาทำสร้อยไง” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น“ทำสร้อย?” เขาทวนคำ พลางหรี่ตามองเธอ“อืม… อยากได้สร้อยเปลือกหอยเป็นที่ระลึกไง”“แล้วทำให้ฉันด้วยหรือเปล่า”เพลงผ้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขำ “คุณจะใส่จริงเหรอ”“ถ้าเธอทำให้ ฉันจะใส่” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธอไม่วางเธอใจเต้นแปลก ๆ กับคำพูดข
06:30 น. – บ้านพักริมทะเล เกาะส่วนตัวของอคินลมทะเลพัดเอื่อย แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผืนน้ำสีฟ้าใสเป็นประกายระยิบระยับ แต่ตอนนี้… ทะเลทั้งผืนน่าจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปแล้ว เพราะบรรยากาศภายในบ้านพักมันหวานเกินจะบรรยายเพลงผ้านอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของอคิน ร่างกายเธอยังคงระทวยจากเหตุการณ์ ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่า’ ทั้งเมื่อคืน… และเช้านี้ มือแกร่งของเขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยราวกับยังหลงเหลืออยู่ในภวังค์ความฝันแห่งค่ำคืนที่ผ่านไปอคินมองเธอและยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเธอ… เป็นของเขาแล้วเพลงผ้าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น“อรุณสวัสดิ์ เมียจ๋า” เขาเอ่ยทักเสียงเจ้าเล่ห์เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบซุกหน้าลงกับอกเขาเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโอบรัดเธอแน่นขึ้น“ยังจะเขินอะไรอีก ก็ดูสิ… เธออยู่ในอ้อมกอดฉันแบบนี้แล้วนะ”“อคิน หยุดพูดเลยนะ” เธอทุบอกเขาเบา ๆ ใบหน้าร้อนวูบจนแทบไหม้ แต่เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหู“เมื่อคืนเธอเรียกฉันว่าอะไรนะ… พูดอีกทีสิ”“ฉันไม่พูดแล้ว!”“ไม่พูดเหรอ งั้นฉันก็ต้องหาวิธีให้เธอพูด…”“อคิน
02:30 น. – ห้องนอนริมทะเล บ้านไม้บนเกาะส่วนตัวเสียงลมพัดแผ่วไหว ผ้าม่านสีขาวบางสะบัดเบา ๆ ตามจังหวะลมทะเลยามค่ำคืน แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนเตียงที่มีร่างสองร่างโอบกอดกันแน่นเพลงผ้าหอบหายใจแผ่วเบา ผิวกายของเธออุ่นร้อนดวงตาพร่าเลือน ความรู้สึกปั่นป่วนในร่างกายยังไม่จางหาย“อคิน…” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะที่มือเรียวขยับขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขาเขาก้มลงมองเธอ ดวงตาทอประกายร้อนแรงแต่ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนนี่เป็นครั้งแรกของเธอ… และเขาก็รู้ อคินเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน จูบของเขาแนบลงบนไหล่เปลือยของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอสั่นไหวทุกสัมผัสของเขา ปลุกให้เธอรับรู้ถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง ทุกจังหวะของเขาทำให้เธอรับรู้ถึงความอ่อนโยนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเขาไม่ได้ต้องการเพียงร่างกายของเธอ แต่เขาต้องการครอบครองหัวใจของเธอด้วยจนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านม่านสีขาวเพลงผ้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหลับพริ้ม ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอไม่อาจลืมตาขึ้นได้อีกแต่อ้อมแขนของอคิน… ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นคืนนี้… เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว07:15 น. – บ้านไม้ริมทะเล เกาะส
บนเรือส่วนตัวของอคินทะเลสีครามกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา เรือยอชต์ส่วนตัวแล่นตัดผ่านคลื่น ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศสงบเงียบเกินคาดเพลงผ้ามองออกไปยังเส้นขอบฟ้า น้ำทะเลสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ เธอมองเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างสงสัย"เราจะไปที่นั่นเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงเบา พลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆอคินยกมุมปากเล็กน้อย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ในขณะที่อีกข้างจับราวเรือไว้หลวม ๆ สายตาคมกริบทอดมองไปยังเกาะที่อยู่ตรงหน้า"ใช่"เพลงผ้ากะพริบตา เธอรู้ว่าเขามีทรัพย์สินมากมาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีเกาะส่วนตัวด้วย"ที่นี่ไกลเกินกว่าจะเปิดให้ลูกค้าเข้าพัก"เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสะท้อนแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก"ใช่""อะไรนะคะ"เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร มีเพียงเธอ เขา และลูกเรือไม่กี่คนบนเรือลำนี้ "หรือเธอคิดว่าฉันพาเธอไปกักขังไว้บนเกาะ?"น้ำเสียงของเขาทำให้เพลงผ้าชะงัก ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ค่ะ ฉันแค่สงสัยว่าถ้าคุณต้องมาดูเกาะที่จะเปิดให้ลูกค้ามาพักทำไมพาฉันมาคนเดียว คุณแอนนาทำไมไม่มาด้วย"อคินไม่ได้ตอบในทันที แต่
นี่อาจเป็นโอกาสของเธอ08.45 น. – หน้าบริษัทวราธิปกรุ๊ปรถยนต์อีกคันแล่นมาจอดที่อาคารสูงระฟ้าใจกลางเมือง เพลงผ้าก้าวลงจากรถ พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆเธอเดินผ่านพนักงานต้อนรับ พร้อมทักทายพวกเขาตามมารยาท แม้ภายในใจจะไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลยแม้แต่น้อยเมื่อเธอเดินไปถึงห้องทำงานของอคิน เธออดไม
เพลงผ้ากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ คำพูดนั้นราวกับโซ่ตรวนอีกเส้นที่รัดแน่นเข้าไปในชีวิตของเธอทำงานที่นี่… อยู่ในสายตาของเขาตลอด 24 ชั่วโมง…"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" อคินถามเสียงเรียบเพลงผ้าเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองเธออย่างกดดัน"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเส
รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์วราธิปเพลงผ้าก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรง ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังอคินเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง“คืนนี้… หลับให้สบาย”เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ“เพราะพรุ่งนี้… เธอจะได้เข้าสู่โลกของฉันจริงๆ”เสียงของเขาต่
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเสียงลมหายใจของเพลงผ้าหนักอึ้งขณะก้าวลงจากรถ อคินเดินตามมาเงียบๆ สายตาของเขาไล่มองไปทั่วบริเวณศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดูสะอาดสะอ้าน สงบเงียบ และอบอุ่นกว่าที่เขาคาดคิดแต่สำหรับเพลงผ้า… ความอบอุ่นเหล่านั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยเธอเดินเข้าไปข้างใน มองรอบๆ พลางสูดลมหายใจลึก เธอไม







