Se connecterคอนโดของป๊อบ แฟนหนุ่มของแพรไหม
ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายตัวส่องกระทบกำแพง เสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กดังกระหึ่ม ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังทำงานอย่างไม่หยุดพัก
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เกมมิ่ง สองมือยังคงพิมพ์บางอย่างบนคีย์บอร์ดอย่างเชี่ยวชาญ ดวงตาเรียวแหลมจับจ้องไปที่โค้ดที่กำลังวิ่งบนหน้าจอ นิ้วมือกดแป้นพิมพ์รัวเร็วโดยไม่ลังเล
เสียงประตูเปิดออกเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่เดินเข้ามาใกล้
กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมหวานอ่อนๆ ลอยมาตามลม ป๊อบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร
แพรไหมเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน วางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอนตัวพิงกำแพงข้างๆ โต๊ะคอมพิวเตอร์
"ฉันยังไม่ว่างเล่นด้วยนะแพร"
เสียงของเขาเรียบนิ่ง ไม่ได้แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอ
แพรไหมเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะดึงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า แล้วพลิกหน้าจอให้เขาดู
"ช่วยฉันหน่อยสิ เรื่องนี้เธอถนัดมากนะ"
ป๊อบเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างรำคาญ
"ช่วยเรื่องอะไร?" เขาเบ้ปาก "เธอก็รู้ว่าช่วงนี้ฉันยุ่งมาก จะให้ไปหลอกใครอีกล่ะ?"
แพรไหมหัวเราะเบาๆ ขณะที่เดินเข้ามานั่งบนโต๊ะข้างๆ เขา ขาเรียวไขว้กันอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคมกริบจ้องแฟนหนุ่มของตัวเองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
"ฉันมีเหยื่อรายใหม่ และฉันเชื่อว่าฉันหลอกเขาได้แน่ เธอจะช่วยฉันไหมล่ะ ป๊อบ?"
ป๊อบถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้เขาพลิกเก้าอี้กลับมามองหน้าเธอตรงๆ
"อีกแล้วเหรอแพร?" น้ำเสียงของเขาติดเบื่อหน่าย "คราวนี้จะปลอมเป็นใคร?"
แพรไหมกระตุกยิ้ม ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้เขา ภาพที่แสดงอยู่บนหน้าจอคือ รูปของเพลงผ้า
ป๊อบเลิกคิ้ว "พี่สาวเธอ?"
"ใช่"
ป๊อบมองหน้าเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "เธอนี่มัน... ใจร้ายจริงๆ"
แพรไหมแสยะยิ้ม "ใจร้าย?" เธอขยับเข้าไปใกล้ ใช้นิ้วลากไปตามต้นคอของเขาเบาๆ "เธอไม่ได้อยากได้เงินใช่มั้ย"
แพรไหมเอียงคอ ริมฝีปากขยับช้าๆ "ฉันต้องการให้เธอช่วยฉัน ปลอมเป็นพี่เพลง แบบสมจริงที่สุด เพราะคนนี้เขาเคยเจอพี่เพลง"
ป๊อบขมวดคิ้วทันที "หมายความว่าไง?"
"นายเก่งเรื่อง AI หนิ คราวนี้ต้องให้เหมือนสุดๆ"
"แล้ว?"
แพรไหมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเลื่อนดูแชตที่เธอเตรียมไว้
"ฉันอยากได้ภาพปลอมที่ดูสมจริง คลิปเสียงที่ทำให้ดูเหมือนพี่เพลงพูดกับเขา และที่สำคัญ ฉันต้องการคลิปวีดีโอ ที่เหมือนจริงที่สุด’"
ป๊อบเงียบไป สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ถ้าปลอมเป็นคนไกลตัว แบบที่แพรไหมเคยให้เขาทำ เขาจะไม่ลังเลเลย
"เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นมันครอบครัวเดียวที่เธอมี"
แพรไหมหัวเราะเบาๆ "ฉันไม่เคยเห็น พวกนั้น เป็นครอบครัว”
ป๊อบขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมามองแพรไหมอย่างจริงจัง "แพร... ฉันรู้ว่าเธอเกลียดครอบครัวนั้น แต่การปลอม
แปลงขนาดนี้มันเสี่ยงมาก ถ้าถูกจับได้..."
"ฉันไม่เคยถูกจับได้" แพรไหมพูดเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
"แล้วทำไมต้องเป็นพี่สาวเธอ?"
แพรไหมหรี่ตาลงเล็กน้อย ความขุ่นแค้นแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น
"เพราะฉันต้องการให้เธอรู้สึกไร้ค่า โดนคนเปรียบเทียบเหมือนที่ฉันโดน ฉันอยากให้พี่เพลงรู้ว่า การเป็นคนที่ไม่มีใครรักมันเป็นยังไง"
น้ำตาของแพรไพรไหลลงช้าที่แก้มและเธอปาดมันออกทันที
ป๊อบมองเธอเงียบๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ก็ได้... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า AI Deepfake มันไม่ใช่ของเล่น ถ้าเธออยากได้อะไรที่เนียนสุดๆ มันต้องใช้เวลาประมวลผล และเธอต้องจ่ายแพงกว่าปกติ"
แพรไหมยิ้มหวาน "ขอแค่ให้มันออกมาสมจริง นายจะได้มากกว่าที่นายคิด"
ป๊อบพ่นลมหายใจ ก่อนจะหันกลับไปที่คอมพิวเตอร์ นิ้วมือกดแป้นพิมพ์รัวเร็ว
ไฟล์เสียงของเพลงผ้าถูกนำเข้าสู่ระบบ AI ระบบเริ่มเรียนรู้โทนเสียง น้ำเสียง และสำเนียงการพูดของเพลงผ้าโดยมีคลิปจริงเป็นต้นแบบ
หน้าจอแสดงผล AI Deepfake เริ่มสร้างวิดีโอจำลอง ที่มีภาพของเพลงผ้าเคลื่อนไหวจริง
ป๊อบหันกลับมามองแพรไหม "เธอต้องการให้พี่สาวเธอ ‘พูด’ อะไร?"
แพรไหมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดบันทึกเสียงของตัวเอง
"พี่อธิปคะ... หนูคิดถึงพี่จังเลยค่ะ"
น้ำเสียงของเธอหวานหยดย้อย ก่อนจะหันไปยื่นโทรศัพท์ให้ป๊อบ
"เอาเสียงนี้ไปแปลงให้เป็นเสียงของพี่เพลง"
ป๊อบกลอกตาเล็กน้อย แต่ก็ทำตาม
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของเพลงผ้าดังขึ้นในห้อง
"พี่อธิปคะ... หนูคิดถึงพี่จังเลยค่ะ"
"ให้ตายสิ... มันเหมือนจริงจนฉันขนลุก" แพรไหมพึมพำเบาๆ
"แน่นอน มันต้องเหมือนอยู่แล้ว" ป๊อบยิ้มบางๆ
"เพราะฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมา เธอก็รู้ว่าฉันเก่งขนาดไหน"
แพรไหมยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ
"ดี... ต่อไป นายช่วยสร้างคลิปปลอมให้ฉันด้วย"
ป๊อบพ่นลมหายใจแรงๆ
"เธอนี่มันนังตัวร้ายจริงๆ"
แพรไหมหัวเราะเบาๆ "เกมกำลังจะเริ่มแล้ว"
08:30 น. – คฤหาสน์วราธิปแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดี อากาศยามเช้าสดชื่น ลมอ่อนพัดเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเพลงผ้าขยับตัวเบา ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทุกอย่างรอบตัวดูปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ… ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้ให้เธอเสร็จสรรพเสื้อผ้าถูกพับวางไว้อย่างเรียบร้อย อาหารเช้าที่จัดเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของกาแฟและครัวซองต์ที่อบใหม่ยังคงลอยอวลไปทั่วและที่สำคัญที่สุดอคิน วราธิป กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน ราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาเพลงผ้าเลื่อนสายตาไปมองเขาด้วยความสับสน “นี่มัน… อะไรกันคะ”อคินวางเอกสารลง พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มจาง ๆ“ดูแลเมียจ๋าไง”เธอสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “คุณ… ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้นะ”“รู้” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหยิบจานครัวซองต์ไปวางตรงหน้าเธอ “แต่ฉันอยากดูแล”เพลงผ้ากะพริบตาปริบ ๆ เธอไม่เคยชินกับการถูกเอาใจขนาดนี้เลยสักนิด12:00 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเมื่อถึงที่ทำงาน บรรยากาศในออฟฟิศดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกสายตาที่เคยมองเธออย่างสง
ความหวาน แผ่ซ่านไปถึงที่ทำงาน08:30 น. – บริษัท วราธิป กรุ๊ปเช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับบรรยากาศคึกคักภายในตึกสูงระฟ้าของ วราธิป กรุ๊ป พนักงานแต่ละคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมและภารกิจของวันใหม่แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในวันนี้คือ…เจ้านายของพวกเขาเปลี่ยนไปอคิน วราธิป ชายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อมาดขรึม เคร่งขรึม และเย็นชา เดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับ รอยยิ้มมุมปาก ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนพนักงานที่นั่งอยู่แอบเหลือบมองกันไปมา ก่อนที่เสียงกระซิบจะเริ่มกระจายไปทั่วออฟฟิศ"คุณพระ บอสของเรายิ้ม ยิ้มจริง ๆ""ฉันเห็นกับตา เมื่อเช้าแก้วกาแฟที่คุณแอนนาเอาไปเสิร์ฟ… บอสพูดว่า 'ขอบคุณ' ด้วยนะ""เวรแล้ว โลกจะแตกไหมเนี่ย""หรือว่าบอสของเราจะ… มีความรัก?"เสียงซุบซิบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังเดินเข้ามาในตึกพร้อมกับเจ้านายของพวกเขาเพลงผ้า เดินตามหลังอคินเข้ามา ใบหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง พยายามทำตัวปกติให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าทุกสายตาจับจ้องมาแต่ปัญหาคือ…อคินไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่าง 'ปกติ' เลยสักนิด เขาเดินช้าลงก่อนจะหันไปมองเธอเต็ม
– ผัวจ๋า~ เมียจ๋า~ หวานให้โลกอิจฉา11:30 น. – ชายหาดส่วนตัวลมทะเลพัดเอื่อย หอบเอาความเย็นสบายมากระทบผิวกาย แสงแดดอ่อน ๆ กระทบผืนน้ำสีฟ้าใสระยิบระยับ คลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ พาเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแว่วมาจากใต้ร่มไม้ริมชายหาดเพลงผ้านั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ ร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวปล่อยชายยาวสะบัดไหวตามสายลม ดวงตาสดใสจดจ่ออยู่กับเปลือกหอยที่เธอเรียงไว้บนตัก นิ้วเรียวสัมผัสมันอย่างระมัดระวัง พลางพยายามร้อยเชือกเส้นเล็กให้ทะลุผ่านรูของเปลือกหอยแต่ละชิ้นอคินเอนตัวนอนหนุนตักเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดกายอย่างสบายใจ ใบหน้าแหงนมองท้องฟ้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นมากั้นแสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้า ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนเอวเธอเบา ๆ“เธอกำลังทำอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ก็… เก็บเปลือกหอยมาทำสร้อยไง” เธอตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น“ทำสร้อย?” เขาทวนคำ พลางหรี่ตามองเธอ“อืม… อยากได้สร้อยเปลือกหอยเป็นที่ระลึกไง”“แล้วทำให้ฉันด้วยหรือเปล่า”เพลงผ้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขำ “คุณจะใส่จริงเหรอ”“ถ้าเธอทำให้ ฉันจะใส่” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธอไม่วางเธอใจเต้นแปลก ๆ กับคำพูดข
06:30 น. – บ้านพักริมทะเล เกาะส่วนตัวของอคินลมทะเลพัดเอื่อย แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผืนน้ำสีฟ้าใสเป็นประกายระยิบระยับ แต่ตอนนี้… ทะเลทั้งผืนน่าจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปแล้ว เพราะบรรยากาศภายในบ้านพักมันหวานเกินจะบรรยายเพลงผ้านอนซุกอยู่ในอ้อมกอดของอคิน ร่างกายเธอยังคงระทวยจากเหตุการณ์ ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่า’ ทั้งเมื่อคืน… และเช้านี้ มือแกร่งของเขาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยราวกับยังหลงเหลืออยู่ในภวังค์ความฝันแห่งค่ำคืนที่ผ่านไปอคินมองเธอและยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเธอ… เป็นของเขาแล้วเพลงผ้าขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น“อรุณสวัสดิ์ เมียจ๋า” เขาเอ่ยทักเสียงเจ้าเล่ห์เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมเบิกกว้าง ก่อนจะรีบซุกหน้าลงกับอกเขาเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโอบรัดเธอแน่นขึ้น“ยังจะเขินอะไรอีก ก็ดูสิ… เธออยู่ในอ้อมกอดฉันแบบนี้แล้วนะ”“อคิน หยุดพูดเลยนะ” เธอทุบอกเขาเบา ๆ ใบหน้าร้อนวูบจนแทบไหม้ แต่เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหู“เมื่อคืนเธอเรียกฉันว่าอะไรนะ… พูดอีกทีสิ”“ฉันไม่พูดแล้ว!”“ไม่พูดเหรอ งั้นฉันก็ต้องหาวิธีให้เธอพูด…”“อคิน
02:30 น. – ห้องนอนริมทะเล บ้านไม้บนเกาะส่วนตัวเสียงลมพัดแผ่วไหว ผ้าม่านสีขาวบางสะบัดเบา ๆ ตามจังหวะลมทะเลยามค่ำคืน แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนเตียงที่มีร่างสองร่างโอบกอดกันแน่นเพลงผ้าหอบหายใจแผ่วเบา ผิวกายของเธออุ่นร้อนดวงตาพร่าเลือน ความรู้สึกปั่นป่วนในร่างกายยังไม่จางหาย“อคิน…” เธอพึมพำเสียงเบา ขณะที่มือเรียวขยับขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขาเขาก้มลงมองเธอ ดวงตาทอประกายร้อนแรงแต่ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนนี่เป็นครั้งแรกของเธอ… และเขาก็รู้ อคินเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน จูบของเขาแนบลงบนไหล่เปลือยของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอสั่นไหวทุกสัมผัสของเขา ปลุกให้เธอรับรู้ถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง ทุกจังหวะของเขาทำให้เธอรับรู้ถึงความอ่อนโยนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเขาไม่ได้ต้องการเพียงร่างกายของเธอ แต่เขาต้องการครอบครองหัวใจของเธอด้วยจนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านม่านสีขาวเพลงผ้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหลับพริ้ม ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอไม่อาจลืมตาขึ้นได้อีกแต่อ้อมแขนของอคิน… ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นคืนนี้… เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว07:15 น. – บ้านไม้ริมทะเล เกาะส
บนเรือส่วนตัวของอคินทะเลสีครามกว้างใหญ่ทอดยาวสุดสายตา เรือยอชต์ส่วนตัวแล่นตัดผ่านคลื่น ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศสงบเงียบเกินคาดเพลงผ้ามองออกไปยังเส้นขอบฟ้า น้ำทะเลสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ เธอมองเกาะเล็ก ๆ ที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างสงสัย"เราจะไปที่นั่นเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงเบา พลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆอคินยกมุมปากเล็กน้อย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ในขณะที่อีกข้างจับราวเรือไว้หลวม ๆ สายตาคมกริบทอดมองไปยังเกาะที่อยู่ตรงหน้า"ใช่"เพลงผ้ากะพริบตา เธอรู้ว่าเขามีทรัพย์สินมากมาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีเกาะส่วนตัวด้วย"ที่นี่ไกลเกินกว่าจะเปิดให้ลูกค้าเข้าพัก"เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสะท้อนแววบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก"ใช่""อะไรนะคะ"เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร มีเพียงเธอ เขา และลูกเรือไม่กี่คนบนเรือลำนี้ "หรือเธอคิดว่าฉันพาเธอไปกักขังไว้บนเกาะ?"น้ำเสียงของเขาทำให้เพลงผ้าชะงัก ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ค่ะ ฉันแค่สงสัยว่าถ้าคุณต้องมาดูเกาะที่จะเปิดให้ลูกค้ามาพักทำไมพาฉันมาคนเดียว คุณแอนนาทำไมไม่มาด้วย"อคินไม่ได้ตอบในทันที แต่
นี่อาจเป็นโอกาสของเธอ08.45 น. – หน้าบริษัทวราธิปกรุ๊ปรถยนต์อีกคันแล่นมาจอดที่อาคารสูงระฟ้าใจกลางเมือง เพลงผ้าก้าวลงจากรถ พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆเธอเดินผ่านพนักงานต้อนรับ พร้อมทักทายพวกเขาตามมารยาท แม้ภายในใจจะไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลยแม้แต่น้อยเมื่อเธอเดินไปถึงห้องทำงานของอคิน เธออดไม
เพลงผ้ากลืนน้ำลายลงคอช้าๆ คำพูดนั้นราวกับโซ่ตรวนอีกเส้นที่รัดแน่นเข้าไปในชีวิตของเธอทำงานที่นี่… อยู่ในสายตาของเขาตลอด 24 ชั่วโมง…"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" อคินถามเสียงเรียบเพลงผ้าเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองเธออย่างกดดัน"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"เธอไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเส
รถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์วราธิปเพลงผ้าก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรง ดวงตาของเธอฉายแววสิ้นหวังอคินเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง“คืนนี้… หลับให้สบาย”เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ“เพราะพรุ่งนี้… เธอจะได้เข้าสู่โลกของฉันจริงๆ”เสียงของเขาต่
เธอคิดว่าแค่กดวางสายแล้วปิดเครื่อง... เธอจะหนีฉันพ้นเหรอ?อคินละสายตาจากมือถือ ก่อนหันไปหยิบรีโมตที่วางอยู่ข้าง ๆปลายนิ้วกดปุ่มหนึ่งเบา ๆหน้าจอแสดงผลของระบบรักษาความปลอดภัยปรากฏขึ้นตำแหน่งของโทรศัพท์เธอ... ยังคงแสดงอยู่บนแผนที่เขาเอนกายลงบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว้ หัวเราะในลำคอ“ไปให้สุดเลย เพลงผ้า”“แต







