เข้าสู่ระบบห้องพักของพายุกับแอลลี่
"แอลลี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะพี่พายุ พี่พายุจะเข้าไปอาบกับแอลลี่ด้วยไหมคะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสายตาเชื้อเชิญ "ไม่ล่ะ แอลลี่เข้าไปอาบเถอะ" "เราไปทำกันในห้องน้ำดีไหมคะพี่พายุ" "แอลลี่เข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาทำกันบนเตียงดีกว่านะ" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ "โอเคค่ะ" ว่าจบ หญิงสาวก็เข้าห้องน้ำไป ก่อนที่พายุจะออกไปจากห้องแล้วเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้าม ก๊อก! ก๊อก! เมื่อเห็นว่าเธอไม่เปิดเขาจึงเคาะอีกสองครั้ง ก๊อก! ก๊อก! แต่เธอก็ยังไม่เปิด เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงโทรหาเธอทันที ตู๊ด 'ค่ะคุณพายุ' 'เธออยู่ในห้องไหม' 'น้ำตาลอยู่ข้างนอกค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า' 'เธอ...อยู่กับใคร' 'น้ำตาลอยู่กับเฟิร์สค่ะ' 'งั้นฉันฝากเธอซื้อของหน่อยสิ' มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อย 'คุณจะซื้ออะไรเหรอคะ' 'ถุงยางอนามัย' เรียวปากหนาเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม '...' น้ำตาลถึงกับนิ่งงันเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาให้ซื้อนั้นตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยซื้อมาก่อน เธอเคยเห็นในร้านสะดวกซื้อที่วางขายอยู่หน้าเคาน์เตอร์หรือร้านต่างๆในห้างสรรพสินค้า แต่ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาซื้อถุงยางอนามัย 'อย่าลืมซื้อมาล่ะ เพราะฉันต้องใช้คืนนี้' 'คุณพายุออกมาซื้อเองได้ไหม...' เธอยังพูดไม่ทันจบ พายุก็พูดขึ้นมาเสียก่อน 'อย่าลืมสิว่าเธอเป็นเลขาของฉัน ฉันใช้ให้เธอทำอะไร เธอก็ต้องทำ' เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกไปด้วยด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทำเอาคนฟังไม่กล้าปฏิเสธ 'งั้น...ก็ได้ค่ะ' เธอรับคำออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 'ของฉันไซส์ห้าสิบแปด ดูให้ดีๆล่ะ อย่าเอาไซส์เล็กมา ถ้าเธอเอามาผิดไซส์ฉันจะให้เธอออกไปซื้อใหม่' 'ค ค่ะ ได้ค่ะ' เธอรับคำออกไปด้วยน้ำเสียงติดขัด เธอไม่รู้หรอกว่าไซส์ห้าสิบแปดมันเป็นยังไง พลางคิดในใจว่าถุงยางอนามัยมีขนาดด้วยเหรอ 'รีบซื้อและรีบมา เพราะฉันต้องรีบใช้เดี๋ยวนี้' 'ได้ค่ะคุณพายุ งั้นแค่นี้นะคะ' ว่าแล้ว เสียงทุ้มเข้มของพายุก็เอ่ยย้ำและกำชับอีกครั้ง 'ของฉันไซส์ห้าสิบแปด อย่าลืม' เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วกดวางสาย ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป "คู่หมั้นเธอโทรมาเหรอ" เฟิร์สที่ยืนอยู่ข้างน้ำตาลเอ่ยถามทันทีเมื่อเธอกดวางสาย "ใช่" "เขาจะให้เธอซื้ออะไรเหรอ" "เขา...บอกให้น้ำตาลซื้อ...เอ่อ..." เธอรู้สึกลำบากใจที่จะพูดออกมา "บอกมาสิว่าเขาให้เธอซื้ออะไร" ว่าแล้ว น้ำตาลก็เงยหน้ามองร่างสูงของเฟิร์สและเอ่ยถามออกไป "เฟิร์สเคยซื้อถุงยางไหม" "เคย คู่หมั้นเธอบอกให้ซื้อถุงยางเหรอ" "ใช่" "เธอไม่กล้าซื้อเองใช่ไหม" "อืม" "งั้นเดี๋ยวฉันซื้อให้เอง แล้วคู่หมั้นเธอบอกไหมว่าไซส์อะไร" "เห็นเขาบอกว่าไซส์ห้าสิบแปดน่ะ" เฟิร์สหัวเราะยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกไป "หึ ห้าสิบแปดนี่มันเกินมาตรฐานของชายไทยไปเยอะเลยนะ แต่ละครั้งเธอรับไหวเหรอ" "เฟิร์สหมายถึงอะไรเหรอ" เธอถามออกไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เมื่อเพื่อนตัวสูงถามแบบนั้น "ก็ขนาดของคู่หมั้นเธอใหญ่มากไง แต่ละครั้งที่เธอมีอะไรกับเขา เธอรับกับขนาดของคู่หมั้นไหวเหรอ" "น้ำตาลยังไม่เคยมีอะไรกับเขาเลยนะ" "อ้าวเหรอ แล้วเขาจะเอาถุงยางไปใช้กับใครล่ะถ้าไม่ใช้กับเธอ" "เขาเอาไปใช้กับแฟนน่ะ" น้ำตาลตัดสินใจบอกเพื่อนร่างสูงออกไป "เขามีแฟนด้วยเหรอ" "ใช่ เขามีแฟนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่จะมาหมั้นกับน้ำตาลซะอีก" "งั้นก็แสดงว่าเธอไม่ได้นอนห้องเดียวกับคู่หมั้นงั้นเหรอ" "ใช่ เขานอนห้องเดียวกับแฟนเขาน่ะ" "อ๋อ ถ้าอย่างนั้นเธอรอฉันอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อถุงยางให้" บอกจบ เฟิร์สก็สาวเท้าไปเข้าร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะกลับมาพร้อมกับถุงยางอนามัยไซส์ห้าสิบแปดแล้วยื่นให้ร่างบางที่ยืนอยู่ "ขอบใจมากนะเฟิร์สที่ซื้อให้ ถ้าเฟิร์สไม่ซื้อให้ น้ำตาลก็ไม่รู้ว่าจะกล้าซื้อหรือเปล่า" เธอเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าดีใจที่ได้เฟิร์สเป็นที่พึ่งพายามเมื่อเธอลำบากใจ "ไม่เป็นไรหรอก เป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิ งั้นเรากลับโรงแรมกันเถอะน้ำตาล" ว่าจบ ทั้งสองก็พากันกลับโรงแรมไปบ้านอดิศร วันต่อมาเมื่อทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันมานั่งที่ห้องรับแขก จิราพรที่นั่งข้างคนเป็นสามีเอ่ยถามยังว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งนั่งอยู่ข้างลูกชายของตัวเองด้วยรอยยิ้มใจดี"ตอนนี้ท้องสี่เดือนแล้วใช่ไหมจ้ะหนูน้ำตาล" "ใช่ค่ะคุณป้า" เธอตอบออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส"รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย""ยังไม่รู้ค่ะ หมอบอกว่าอัลตร้าซาวด์ดูเพศรอบหน้าค่ะ""อ๋อจ้ะ" สิ้นเสียงของจิราพร อดิศรที่ยังรู้สึกผิดต่อคนเป็นลูกอยู่ก็เอ่ยกับน้ำตาลด้วยแววตารู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยทำด้วยความเอาแต่ความพอใจของตัวเอง โดยไม่แคร์ความรู้สึกของใคร"ลุงต้องขอโทษหนูน้ำตาลด้วยนะที่ตอนนั้นลุง..."อดิศรจะพูดว่าขอโทษที่ไปหาเธอที่คอนโดตอนนั้นแล้วบอกให้เธอเลิกกับพายุแต่น้ำตาลก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนเพราะอยากให้พ่อของเขารู้สึกสบายใจ"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง คุณลุงไม่ได้ผิดอะไร และน้ำตาลก็เข้าใจคุณลุงดีค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาจริงใจ ไม่ได้อะไรกับเรื่องที่ท่านบอกให้เธอเลิกกับเขาเมื่อได้ยินน้ำตาลพูดออกมาแบบนั้น อดิศรก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาพร้อมกับระบายยิ้มด้วยความสบายใจจากนั้นทั้งสี่คนก็ชวนคุยกัน กระทั่งสองชั่วโมง
น้ำตาลที่อยู่ในชุดเดรสสีสวยแต่ไม่เข้ารูปออกจากห้องมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาสวมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนถึงศอก นุ่งกางเกงสแล็คสีเข้ม เซ็ทผมเข้าทรงเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก น้ำตาลที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามออกไป"คุณจะออกไปไหนเหรอคะ" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรก หลังจากสองเดือนมาแล้วที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างห้วนกับเขา"พี่อยากไปเจอพ่อกับแม่ของเธอด้วยน่ะ" เมื่อกี้เขาได้ยินคนตัวเล็กคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอว่าจะออกไปทานข้าวกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรอ"งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ""ตอนนี้พ่อกับแม่เธออยู่ที่ไหน""อยู่ที่โรงแรมค่ะ""งั้นเธอก็โทรไปบอกนะว่าเดี๋ยวเราจะไปรับที่นั่น""ได้ค่ะ" ว่าแล้ว น้ำตาลก็โทรหาคนเป็นแม่ทันทีตู๊ด'ว่าไงลูก''แม่รออยู่ที่โรงแรมนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลจะไปรับค่ะ''ได้ลูก' จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็จบลง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างล่างภัตตาคารในโรงแรมของพายุเมื่อพายุ น้ำตาล ขุนพล กิรณา ลูกแพร์และติณห์นั่งกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีอาหารที่เขาได้โทรมาสั่งไว้ล่วงหน้าก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนครบทุกอย่าง"เชิ
วันต่อมาน้ำตาลที่อยู่ในชุดทำงานเปิดประตูออกมาจากห้องนอนก็เห็นคนตัวสูงกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เธอเดินไปหยิบรองเท้าคัทชูที่อยู่ในตู้ พายุที่หันมาเห็นพอดีจึงออกจากครัวมาหาเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป"ก่อนไปทำงานกินข้าวก่อนสิ""น้ำตาลยังไม่หิว ค่อยไปกินที่ทำงานดีกว่า""งั้นเธอรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ว่าแล้ว หญิงสาวก็พยักหน้าแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา ก่อนที่พายุจะเข้าไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้า จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด"เมื่อคืนไหนบอกว่ารถเสียไง" เมื่อเดินมาถึงรถของพายุ น้ำตาลจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้ง พายุสีหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกจับได้ว่าตัวเองโกหก ก่อนจะพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ"พี่อยากนอนกับเธอ พี่ก็เลยต้องโกหกว่ารถเสียน่ะ" พูดจบ พายุก็จูงมือคนตัวเล็กแล้วพาไปขึ้นรถ เมื่อปิดประตูให้เธอเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินมาขึ้นรถและขับออกไปจากคอนโดตอนเย็นพายุที่มารอรับน้ำตาลกลับคอนโดเมื่อเห็นร่างบางของน้ำตาลเดินออกจากออฟฟิศมากับเพื่อนร่วมงานจึงก้าวเข้าไปหาเธอทันที แขนหนาเลื่อนไปจับยังมือเรียวของน้ำตาล ก่อนที่น้ำตาลจะหันบอกกับโบว์ที่เดินมาด้วยกัน"ฉันไปแล้วนะโบว์" "แฟนน้ำตา
เมื่อน้ำตาลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องจึงเห็นว่าคนตัวสูงจัดเตรียมอาหารใส่จานวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว พายุที่หันมาเห็นคนตัวเล็กออกมาจากห้องจึงเอ่ยเรียกเธอออกไป"มากินข้าวสิ"หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะอาหารแล้วทำท่าจะถอดแหวนออก พายุที่เห็นจึงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือของเธอไว้"อย่าถอดเลยนะ ใส่ไว้อย่างนั้นแหละ เธอดูสิ แหวนที่เธอเคยสวมให้พี่ในวันหมั้น พี่ไม่เคยถอดมันออกเลยนะ" เขายื่นมือข้างซ้ายให้เธอดูแหวนหมั้นที่เขายังสวมอยู่ ตั้งแต่วันหมั้นจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยถอดออกเลยน้ำตาลมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเขาที่เขายังสวมไว้ตลอด เธอเคยอยากถามว่าทำไมถึงไม่ถอดแหวนทั้งที่เธอกับเขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว"ใส่ไว้นะ อย่าถอดออก พี่อยากหมั้นเมียเอาไว้ก่อนน่ะ พอแต่งงานพี่จะให้เธอถอดวงนี้ออก และพี่จะสวมแหวนแต่งงานเข้าไปแทน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนโยน"คุณไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณเถอะ""พี่จะไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น พี่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รักเท่านั้น..." เขาจ้องหน้าเธอด้วยแววตามุ่งมั่น แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก่อนจะเอ่ยต่อ"และผู้หญิงคนที่พี่
"ในเมื่อพ่อรู้อย่างนี้แล้ว ผมหวังว่าพ่อคงจะไม่บังคับผมให้ไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นนะครับ""..." อดิศรพูดอะไรไม่ออกเมื่ออยู่ๆก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลาน พลางคิดในใจว่าตอนที่เขาไปพบกับน้ำตาลเมื่อสามเดือนก่อน งั้นก็แสดงว่าเธอคงตั้งท้องแล้วสินะ"ผมอยู่กับน้ำตาลมาหกเดือน แล้วอยู่ๆน้ำตาลก็บอกว่าขอยุติความสัมพันธ์กับผม พอผมถามเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเลิกกับผม แต่น้ำตาลก็ไม่บอก หลังจากนั้นผมก็เลยไม่ไปหาน้ำตาลอีกเลย จนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนพอผมออกจากโรงพยาบาลผมก็เจอกับน้ำตาล..." พายุพูดยังไม่ทันจบ จิราพรก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อรู้ว่าลูกชายต้องไปหาหมอ"แล้วลูกป่วยเป็นอะไรถึงได้ไปหาหมอ""ตั้งแต่น้ำตาลขอยุติความสัมพันธ์กับผม ผมก็เอาแต่คิดมากจนนอนไม่หลับ พอหลายวันเข้าก็ทำให้ปวดหัว วันนั้นผมปวดหัวแทบจะระเบิดก็เลยต้องไปหาหมอครับ""โธ่ลูก...ทำไมถึงไม่โทรมาบอกแม่ล่ะว่าลูกไม่สบาย" จิราพรเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเศร้าสลดเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองไม่สบายแต่ไม่ยอมบอกใคร"ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแม่ แค่นอนหลับไม่เพียงพอก็เลยทำให้ปวดหัวน่ะ""ถึงลูกจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับแม่มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ ทีหลังถ้าเจ
สามเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของน้ำตาลก็ครบสามเดือนแล้ว เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พายุจะมาหาเธอทุกวันตอนเย็น เขาไปรอเธอหน้าบริษัทเพื่อชวนเธอขึ้นรถไปกับเขา แต่เธอก็ปฏิเสธทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเดินไปส่งเธอจนถึงหน้าคอนโดแล้วเดินกลับมาเอารถที่จอดไว้หน้าบริษัทที่เธอทำงานอยู่และกลับคอนโดไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างเล็กของน้ำตาลเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พายุที่หาหมอเสร็จแล้วกำลังจะเดินออกไปหน้าโรงพยาบาลเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาล เขาจึงหยุดแล้วมองแผ่นหลังสวยที่เดินไปยังแผนกสูตินรีแพทย์พายุที่เห็นอย่างนั้นจึงก้าวตามหญิงสาวไป ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวที่เขานั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน กระทั่งพยาบาลเรียกชื่อของน้ำตาลให้เข้าไปพบแพทย์ในห้องตรวจชายหนุ่มที่ร้อนรุ่มในใจเพราะอยากรู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรถึงได้หาหมอจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในแผนกสูตินรีแพทย์ทันทีด้านน้ำตาล"ตอนนี้อายุครรภ์ของคุณก็ครบสิบสองสัปดาห์แล้ว ซึ่งอวัยวะของทารก..." แกร่กเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าปกติ ก่อนที่คนเป็นหมอจะระบายยิ้มแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณเป็นสามี







