เข้าสู่ระบบเธอแต่งงานกับเขามา2ปี เมื่อรู้ว่าเขายังมีใจให้กับรักแรกอยู่ เธอจึงหย่าให้เขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขายังรัก
ดูเพิ่มเติมบริษัทรถหรูชื่อดัง
ในขณะที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากำลังคร่ำเคร่งอยู่กับเอกสารตรงหน้าอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่ใกล้ๆก็ส่งเสียงดังขึ้น ดวงตาคมละจากสิ่งตรงหน้าแล้วหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นอดีตคนรักที่ไม่ได้ติดต่อกันสองปีแล้วโทรมา ก็ทำเอาใจแกร่งเต้นกระหน่ำอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาพยายามตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย ก่อนเสียงทุ้มที่เจือสั่นเล็กน้อยจะเอ่ยออกไป “ฮัลโหล” (ธามอยู่ไหนคะ) “ผมทำงานอยู่ มีอะไรหรือเปล่าปรางค์” (ตอนนี้ปรางค์หย่าแล้วนะคะ) “คุณหย่าแล้ว?” เขาถามอย่างตกใจพลางใจเต้นระส่ำ เขารู้สึกดีใจนิดๆที่เธอหมดพันธะกับสามีแล้ว แล้วทำไมเขาต้องมีความรู้สึกนี้ด้วย หรือว่าเขายังมีใจให้เธอและยังต้องการเธออยู่งั้นเหรอ (ธามดีใจใช่ไหมคะที่ปรางค์โสดแล้ว) “เอ่อ…” เขาถึงกับอ้ำอึ้งเมื่อเธอเดาความรู้สึกของเขาถูก (ปรางค์อยากเจอธาม พรุ่งนี้ธามออกมาหาปรางค์หน่อยได้ไหมคะ) “คือ…ผม” เมื่อเขาคิดไปถึงแพรที่เป็นภรรยาของเขาก็ถึงกับลังเล (ธามกลัวภรรยาเหรอคะ) “เปล่าหรอก” เขารู้สึกเกรงใจแพร (ถ้าธามไม่กลัวภรรยา งั้นพรุ่งนี้ธามก็ออกมาเจอปรางค์สิ สองปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน ธามไม่คิดถึงปรางค์เหรอ แต่ปรางค์คิดถึงธามมากเลยนะ) “ได้ พรุ่งนี้ผมจะออกไปเจอคุณ คุณว่างกี่โมง” (ช่วงบ่ายๆนะคะ สักบ่ายสาม) “ได้ พรุ่งนี้บ่ายสามผมจะออกไปเจอคุณ” (ไปเจอกันร้านเดิมที่เราเคยไปกินข้าวกันบ่อยๆนะคะ) เป็นร้านอาหารที่เขากับเธอไปทานข้าวบ่อยๆตอนเป็นแฟนกัน “ได้ งั้นแค่นี้ก่อนนะปรางค์” พูดจบนิ้วหนาก็กดวางสายแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกหนักใจนิดหน่อย พลางคิดว่าเขาควรต้องบอกแพรไหมว่าพรุ่งนี้เขาจะไปเจอกับแฟนเก่า บ้านธาม ตอนเย็น แพรที่นั่งอยู่ในบ้านเมื่อเห็นร่างสูงของสามีก็ไม่รอช้าที่จะลุกแล้วเดินเข้าไปหาเขา พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมธาม” “ก็นิดหน่อยน่ะ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆแล้วเดินไปหย่อนตัวนั่งบนโซฟา ก่อนที่คนเป็นภรรยาจะหย่อนสะโพกนั่งข้างๆพร้อมกับเอ่ยถามออกไป “หิวไหม” “ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ อาบน้ำก่อนค่อยลงมากินก็ได้” “อืม” “สองปีแล้วใช่ไหมที่เราแต่งงานกันมา” “ใช่” “แพรมีความสุขไหมที่ได้อยู่กับฉัน” “มีความสุขสิ” เธอตอบไปตามความจริง พลางคิดว่าถึงแม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอโดยที่เขาไม่ได้รักเธอ แต่เธอก็มีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก และหวังอยู่ในใจว่าสักวันหนึ่งเขาคงจะรักเธอเหมือนกับที่เธอรักเขา ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่ธามกับแพรเรียนจบ ธามกับแพรเรียนสาขาเดียวกัน เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่ม แพรแอบรักธามมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง พอเรียนจบแพรก็สารภาพกับธามอย่างตรงไปตรงมา ‘แพรมีเรื่องจะบอกธามน่ะ’ ‘บอกมาสิ’ ‘แพร…รักธามนะ รักมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว’ ‘…’ เขาถึงกับอึ้งเมื่อเพื่อนที่อยู่ด้วยกันทุกวันมาสารภาพรัก ‘ที่แพรต้องบอกธามเพราะแพรรู้สึกอึดอัดมานานแล้ว วันนี้เลยถือโอกาสบอกเลยดีกว่า’ ‘ฉันขอโทษนะแพร คือ…ฉันคิดกับแพรแค่เพื่อนจริงๆ ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น’ เขาบอกออกไปตามความรู้สึกจริง เพราะเขาไม่เคยรู้สึกเกินเลยกับเพื่อนสาวคนนี้เลย ‘ไม่เป็นไรหรอกธาม แพรรู้ว่าธามไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับแพร’ สีหน้าของเธอสลดลง ก่อนจะปรับอารมณ์และสีหน้าแล้วพูดออกไปด้วยท่าทีไม่ได้อะไร เพราะเธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอเหมือนที่เธอรู้สึกกับเขา ‘ฉันต้องขอโทษเธอจริงๆนะแพร’ ‘ธามไม่ต้องขอโทษแพรหรอก ธามไม่ได้ผิดอะไร ถ้าอย่างนั้นแพรกลับบ้านก่อนนะ’ ‘เดี๋ยวฉันไปส่งแพรเอง’ ‘ไม่เป็นไรหรอก แพรกลับเองดีกว่า แพรไปนะธาม’ หลังจากนั้นธามกับแพรก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยเป็นเวลาสองปี แต่เธอก็รู้ว่าเขามีแฟนเพราะเขาโพสรูปคู่กับแฟนลงไอจี จนกระทั่ง สองปีก่อน Rrrr! “ว่าไงธาม” (เธอว่างหรือเปล่าแพร) “ว่าง ทำไมเหรอธาม” (ฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับเธอ ออกมาเจอฉันที่ร้านxxxหน่อย) “ได้ๆ แพรจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” ร้านอาหาร ‘ฉันอยากแต่งงานกับเธอ แต่งงานกับฉันนะแพร’ เขาพูดด้วยท่าทีร้อนใจ ‘ฮะ! ธามว่าอะไรนะ!’ เธอถามอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆเพื่อนที่เธอรักข้างเดียวมาหลายปี และไม่ได้เจอกันมาสองปีแล้วมาขอแต่งงานกันซึ่งๆหน้า ‘แพรรักฉันไม่ใช่เหรอ เราแต่งงานกันนะแพร’ ‘ธามพูดเล่นใช่ไหมเนี่ย’ เธอถามย้ำเพราะไม่อยากจะเชื่อ ‘ฉันพูดจริง เราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ แล้วเดือนหน้าค่อยจัดงานแต่ง’ ‘แต่ธามมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ’ ‘ฉันเลิกกับแฟนมาสองเดือนแล้ว’ เมื่อสองเดือนก่อนแฟนของเขามาบอกเลิกเพราะพ่อกับแม่ของเธอให้แต่งงานกับลูกชายของนักธุรกิจชาวจีน และเธอก็ย้ายไปอยู่ที่จีน เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาที่ไม่อยากให้รู้สึกว่าตัวเองน้อยหน้าแฟนเก่าจึงคิดขึ้นมาได้ว่าต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานกับเขาให้ได้ เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าแพรเคยบอกรักเขา ดังนั้นเขาจึงคิดว่าแพรเหมาะที่จะมาแต่งงานกับเขาที่สุด เพราะแพรเป็นเพื่อนของเขาและเธอก็รักเขา ‘แต่ธามไม่ได้รักแพรนะ’ ‘เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ขอแค่ตอนนี้เธอรักฉันก็พอ เธอยังรักฉันใช่ไหมแพร’ ‘ใช่’ ‘งั้นเธอก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก แต่งงานกับฉันนะ’ ‘ได้ แพรจะแต่งงานกับธาม’ เธอรับคำอย่างไม่ลังเล ก็ในเมื่อเขาไม่มีแฟนแล้ว และเขาก็เป็นฝ่ายมาขอเธอแต่งงาน ส่วนเธอก็ยังรักเขาอยู่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มาก บางทีพอเขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับเธอไปนานๆ เขาอาจจะรู้สึกหวั่นไหวและรักเธอก็ได้ ‘ขอบใจมากนะแพรที่ตกลงแต่งงานกับฉัน งั้นวันนี้ฉันจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรสเลย’ แล้วเขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสวันนั้นเลย หลังจากนั้นหนึ่งเดือนทั้งสองก็แต่งงานกัน หลังจากแต่งงานกันไม่กี่วันแพรก็ได้รู้ว่าที่เขาแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่อยากให้น้อยหน้าแฟนเก่าที่บอกเลิกเขาเพื่อไปแต่งงานกับลูกนักธุรกิจชาวจีน เธอรู้สึกเสียความรู้สึกมากเมื่อรู้อย่างนั้น เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อประชดคนรักเก่าของเขา แต่เธอก็ไม่เคยบอกให้เขารู้ว่าเธอรู้แล้วว่าสาเหตุที่เขาแต่งงานกับเธอเพราะอะไร เธออยากให้เขาเป็นคนบอกเอง“ฉันแวะซื้อตอนกลับจากบริษัทเมื่อสองวันก่อนน่ะ”“แพรอยากดู ธามเอามาให้แพรดูหน่อยสิ”“ได้สิ” จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหยิบชุดว่ายน้ำที่เขาแอบเอาใส่ในกระเป๋าเสื้อผ้ามา แล้วเอามายื่นให้เธอดูพร้อมกับถามออกไป“ฉันรู้ว่าเธอชอบสีชมพู ก็เลยซื้อสีนี้มา ชอบไหม” เขาถามพลางระบายยิ้มบางๆมองใบหน้าสวย“ชอบสิ” เธอรับไปด้วยแววตาตื่นเต้น“ใส่เลยสิ เดี๋ยวจะได้ลงสระกัน”“จะกล้าใส่หรือเปล่าเนี่ย” เธอเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ“อยู่กับผัวตัวเอง จะอายทำไม ไม่ได้ใส่ออกไปให้ใครเห็นสักหน่อย”เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้นเธอจึงรู้สึกมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเอ่ยออกไป“งั้นแพรเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนนะ ถ้าธามเห็นอย่าหัวเราะแพรนะ เพราะมันอาจจะดูตลกก็ได้” เธอพูดด้วยรอยยิ้มเขินๆ“ฉันไม่ตลกแพรหรอก ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ว่าแพรจะใส่อะไรก็สวยทั้งนั้นแหละ” ยิ้มอ่อนๆ“อวยกันเกินไปแล้วนะ”“มีเมียสวยก็ต้องอวยสิ”“แพรเข้าไปเปลี่ยนก่อนนะ” พูดจบคนตัวเล็กก็เข้าห้องน้ำไป ส่วนธามก็ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินไปหยิบกางเกงว่ายน้ำสีดำมาสวมใส่ ก่อนที่แพรจะออกมาจากห้องน้ำ โดยร่างเล็กใส่เสื้อคลุมอาบน้ำออกมาด้วยท่าทีเขินอาย คนเป็นสามีที่เห็น
“แพรมาถึงนานยัง”“สักพักแล้วละ”“แล้วทำไมไม่เข้าไปในห้องล่ะ”“พี่นิดบอกว่าธามมีแขก ก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวนน่ะ” แล้วปรางค์ก็เอ่ยกับแพร“ฉันมาคุยธุระกับธามน่ะ แล้วฉันก็มีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณแพรด้วยค่ะ”“…” แพรหันไปมองร่างสูงที่ยืนยิ้มอ่อนอยู่ด้วยความอยากรู้ว่าปรางค์มีเรื่องอะไรจะคุยกับเธองั้นเหรอ ก่อนที่ธามจะบอกกับเธอให้หายข้องใจ“ปรางค์มีเรื่องสำคัญอยากคุยกับแพรน่ะ เข้าไปคุยในห้องประชุมเถอะ” ว่าแล้วแพรก็ลุกขึ้น จากนั้นธามก็พาสองสาวไปยังห้องที่มีไว้สำหรับประชุม เมื่อแพรกับปรางค์เข้าไปข้างในแล้ว จากนั้นธามก็กลับมาเข้าห้องทำงานและตรวจดูเอกสารต่อด้านแพรกับปรางค์“ฉันต้องขอโทษคุณแพรด้วยนะคะที่เป็นต้นเหตุทำให้ธามกับคุณต้องหย่ากัน” ปรางค์ยกมือไหว้แล้วพูดออกไปด้วยแววตารู้สึกผิด“ด้วยความที่ฉันเห็นแก่ตัว และอยากได้ธามกลับคืนมา ฉันก็เลยพูดให้คุณเข้าใจธามผิด ทั้งที่จริงๆแล้วธามไม่เคยมีอะไรกับฉันทั้งก่อนหย่าและหลังหย่า ธามไม่เคยนอกใจและนอกกายคุณมาทำแบบนั้นกับฉันค่ะ ฉันรู้ว่าธามไม่ได้มีใจให้ฉันตั้งนานแล้วค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีจริงจัง“…” แพรที่ได้รู้ในสิ่งที่ยังรู้สึกติดค้างอยู่ในใจก็ถึงกับโล่งใจเ
ธามถอนแก่นกายที่ค่อยๆอ่อนตัวลงออกจากกลางกายสาว แพรทำท่าจะหยัดตัวลุกขึ้น แต่เขาก็ห้ามไว้“แพรนอนต่อเถอะ เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้”“แพรว่าล้างดีกว่านะ เพราะจะได้สะอาดกว่า”“เอางั้นก็ได้ น้ำเยอะแบบนี้ ถ้าล้างจะสะอาดกว่า” ว่าแล้วร่างอรชรก็ลุกจากเตียงแล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปในห้องน้ำ แพรหย่อนตัวนั่งลงบนชักโครกพร้อมกับหยิบสายชำระมาทำท่าจะฉีดล้างที่กลางหว่างขา ทว่า“ให้ฉันล้างให้ดีกว่านะ” เขาหยิบสายชำระจากมือของเธอแล้วกดฉีดน้ำเข้าไปยังความเป็นสาวพลางฝ่ามือหนาก็ถูไปมาในกลีบรักของเธอเบาๆ จากนั้นจึงฉีดน้ำไปตรงซอกขาทั้งสองข้างพร้อมกับใช้มือถูซ้ำๆจนหายเหนียวเหนอะหนะ เมื่อรู้สึกว่าคราบน้ำรักถูกเขาล้างและถูให้จนสะอาดหมดจดแล้ว หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ“ขอบคุณนะที่ล้างให้ ธามอยากให้แพรล้างให้ไหม”“เอาสิ” สายตาคมที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความเสน่หา จากนั้นแพรก็หยิบสายชำระจากมือหนาแล้วนำมาฉีดไปยังกลางกายของเขา มือบางถูคราบเหนียวเหนอะหนะที่ติดลำกายของเขาด้วยความนุ่มนวล จึงส่งผลให้มังกรยักษ์ที่เพิ่งสงบลงกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง“ซี้ด ฉันมีอารมณ์อีกแล้วแพร ขออีกทีได้ไหม” เขาม
“ลองอีกทีนะว่ายังมีกลิ่นบุหรี่อยู่อีกไหม” เขาถามพลางจุมพิตไปบนเรียวปากสีสวยพร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานและตวัดดูดเรียวลิ้นเล็กของเธออยู่นานนับนาที จากนั้นจึงผละออกมาอย่างอ้อยอิ่งและจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวเล็กด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนเรียวปากหยักได้รูปจะขยับถามออกไป“ไม่มีกลิ่นของบุหรี่แล้วใช่ไหม”“ไม่แล้ว”“งั้นก็ถอดชุดออกนะ”“ไม่ถอด” เธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้เธอใส่เสื้อผ้าเวลาเอากัน” ทุกครั้งที่เขาจะมีอะไรกับเธอ เขาและเธอจะถอดเสื้อผ้าออกหมดเพราะมันจะได้อารมณ์มากกว่าตอนที่มีเสื้อผ้าติดกาย“ฉันบอกเหรอว่าจะให้นายทำแบบนั้นน่ะ”“เมื่อกี้เธอให้ฉันจูบแล้ว”“ให้จูบก็ไม่ได้แปลว่าจะให้ทำแบบนั้นนี่”“ขอเถอะนะ ฉันอยากเอาเมียเต็มแก่แล้ว” ว่าแล้วเขาก็จัดการถอดชุดนอนของเธอและเสื้อผ้าของตัวเองจนสองร่างเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่โดยที่แพรก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะในใจลึกๆก็รู้สึกเห็นใจเขาเหมือนกัน ธามจ้องมองไปยังสองเต้ากลมกลึงที่ตอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าเมื่อก่อน จากนั้นจึงเลื่อนสายตาลงมามองยังเนินสาวที่เขารู้สึกหลงใหลและแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้เห็นและได้สัมผัสด้วยลิ้นและสัมผัสกับตัวตนขอ
สามสิบนาทีผ่านไปหลังจากที่ธามเข้าห้องมาสงบสติอารมณ์จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง แต่ความรู้สึกหงุดหงิดพวกนั้นก็ยังไม่หายไปจากใจ ดังนั้นเขาจึงคว้ากุญแจรถแล้วสาวเท้าออกจากบ้านไปขึ้นรถหรูของตัวเองและมุ่งหน้าไปยังร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงร้านเหล้าธามก็โทรหาธีร์ให้ออกมาดื่มด้วยกันห้องวีไอพี“วันนี้มึงม
“ไม่กลับ ฉันจะอยู่กับเธอจนกว่าจะคลอด พอคลอดแล้วฉันก็จะอยู่ช่วยเธอเลี้ยงลูกที่นี่” รอยยิ้มอ่อนๆผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา“หน้าด้านมากนะ เขาไม่ให้อยู่ก็ยังจะอยู่” จิกตามองอย่างไม่พอใจ“ฉันยอมเป็นคนหน้าด้าน ขอแค่ให้ได้อยู่กับเธอ”“…” เธอมองค้อนคนหน้าด้านแล้วดูซีรี่ย์ในไอแพดต่อ“ปรางค์พูดอะไรอีกบ้าง” เขา
วันต่อมาบ้านแพรธามเข้ามาในบ้านพร้อมกับของกินหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่สั่งจากร้านดังและผลไม้ต่างๆ แพรที่เห็นจึงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จะมาทำไมอีก ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา”“ต่อให้เธอจะไล่ฉันยังไง ฉันก็จะมาอยู่อย่างนั้นแหละ ก็ในเมื่อเมียของฉันอยู่ที่นี่” เขาเน้นย้ำคำว่าเมียของเขาพลางคลี่ยิ
สองเดือนต่อมาตอนนี้อายุครรภ์ของแพรก็เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว หน้าท้องของเธอตอนนี้นูนออกมาจนเห็นได้ชัดโรงพยาบาลร่างอวบอิ่มของแพรที่อยู่ในชุดคลุมท้องแบบเสื้อและกางเกงลงจากรถแท็กซี่หน้าตึกขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลชื่อดัง วันนี้ที่คริสไม่ได้มาด้วยเพราะเขาโทรมาบอกว่าเมื่อคืนออกไปดื่มกับเพื่อนแล้วกลับถึงบ้า





