Masuk“สวัสดีค่ะคุณป้า เชิญนั่งเลยค่ะ” ทัชชาที่เห็นคุณป้าที่มาที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนจึงยกมือไหว้แล้วเอ่ยทักทายออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีจ้ะหนูทัชชา” มนต์นภาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วหย่อนสะโพกนั่งยังโต๊ะอาหารที่ติดกับกระจกใสบานใหญ่ “คุณป้าเลือกอาหารในเมนูได้เลยค่ะ” ทัชชายื่นเมนูพร้อมกับระบายยิ้มเอ่ย มนต์นภาดูรายการอาหารแล้วสั่งไปสองอย่าง ทัชชารับออเดอร์และไปส่งหลังร้าน จากนั้นไม่กี่นาทีทัชชาก็ยกอาหารมาเสิร์ฟให้มนต์นภาก่อนที่มนต์นภาจะเอ่ยออกไป “ป้ายังไม่ได้ไปบ้านหนูเลย ว่าแต่…หนูทัชชาอยู่กับใครเหรอ” “ทัชชาอยู่กับยายสองคนค่ะ ” “อ๋อ งั้นหนูทัชชาก็ไปทำงานต่อเถอะ ถ้าป้าอยากได้อะไรเพิ่มเดี๋ยวป้าค่อยเรียกนะ” “ค่ะคุณป้า ทัชชาขอตัวนะคะ” ว่าจบทัชชาก็เดินไปเสิร์ฟอาหารโต๊ะอื่นต่อด้วยความขะมักเขม้น มนต์นภาที่นั่งมองหญิงสาวอยู่คิดในใจว่าทัชชาเหมาะที่จะมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกของจาวาที่สุด เนื่องจากนางดูออกว่าทัชชาเป็นคนที่จิตใจดี ถ้าไม่ใช่คนจิตใจดี ตอนที่นางหน้ามืดคงจะไม่เข้ามาช่วยเหลือนางหรอก แล้วพอนางชวนให้เธอไปโรงพยาบาลด้วย ทัชชาก็ไม่มีท่าทีลังเลที่จะไป ดังนั้นนางจะต้องหาโอกาสพูดกับทัชชาให้ได้ และจะเสนอเงินให้เธอเจ็ดหลัก จะกี่ล้านนั้นค่อยว่ากันอีกที เมื่อมนต์นภารับประทานอาหารเสร็จก็เรียกให้ทัชชามาเก็บเงิน ค่าอาหารสองร้อยห้าสิบบาท มนต์นภาให้แบงค์พัน “ไม่ต้องทอนนะหนูทัชชา” “ขอบคุณมากค่ะคุณป้า” ทัชชายกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มดีใจ “ป้าไปแล้วนะ” “ค่ะ” ว่าแล้วมนต์นภาก็เดินออกจากร้านไป บ้านมนต์นภา เมื่อมาถึงบ้านมนต์นภาก็โทรหาจาวาทันที ตู๊ด ‘ครับ’ ‘แม่รู้แล้วแหละว่าจะให้ใครมาเป็นแม่อุ้มบุญ’ ‘ใครเหรอครับ’ ‘เขาชื่อทัชชา หนูทัชชาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร เมื่อหลายวันก่อนแม่ไปกินข้าวที่นั่น พอกินเสร็จแม่ก็เวียนหัวแล้วหน้ามืด หนูทัชชานี่แหละที่เข้ามาช่วยประคองแม่แล้วก็ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนแม่’ ‘แล้วแม่เป็นไรมากหรือเปล่า แม่ไม่เห็นบอกผมเลย’ ‘ไม่เป็นไรมากหรอก หน้ามืดเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และหมอก็ให้ยามากินแล้ว ไม่ได้อันตรายอะไร’ ‘ครับ’ ‘แม่รู้สึกประทับใจหนูทัชชาที่เขามีน้ำใจ แม่เจอเขาสองครั้งแล้ว แม่ดูออกว่าหนูทัชชาเขาเป็นคนจิตใจดี’ ‘เขาไม่ได้ทำดีเพื่อสร้างภาพใช่ไหมแม่’ ‘เขาจะสร้างภาพไปเพื่ออะไรล่ะ เขาไม่ได้เป็นคนเด่นคนดังอะไรที่จะต้องสร้างภาพให้ตัวเองมีภาพลักษณ์ที่ดี’ ‘งั้นผมเชื่อเซนส์แม่ก็แล้วกันครับ’ ‘เซนส์แม่ดี ลูกเชื่อใจแม่ได้แน่นอน งั้นแค่นี้นะลูก’ จากนั้นมนต์นภาก็กดวางสายแล้วนึกไปถึงทัชชาว่าจะพูดเรื่องนี้กับเธออย่างไรดี บ้านทัชชา หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ในขณะที่ทัชชานั่งอ่านหมายศาลยึดบ้านตรงม้าหินอ่อนหน้าบ้านก็มีรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านของเธอ ดวงตากลมโตละจากหมายศาลแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังรถหรูด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนจะเห็นมนต์นภาลงจากรถ ทัชชาที่มีสีหน้าเศร้าซึมอยู่ก็ระบายยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นคุณป้า ร่างบอบบางลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้พร้อมกับทักทายหญิงวัยกลางคนด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะคุณป้า” “สวัสดีจ้ะ” มนต์นภารับไหว้พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มใจดี “เชิญคุณป้าเข้าไปนั่งในบ้านก่อนค่ะ” “นั่งหน้าบ้านนี่แหละ ไม่ต้องเข้าไปนั่งในบ้านหรอก” “งั้นคุณป้าเชิญนั่งเลยค่ะ” ว่าจบมนต์นภาก็หย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนอย่างไม่ถือตัว ทัชชาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆ มนต์นภาเหลือบไปเห็นกระดาษปึกหนาที่วางอยู่จึงเอ่ยถามออกไป “นั่นเอกสารอะไรหรือหนูทัชชา” “เอ่อ…มันเป็นหมายศาลยึดบ้านน่ะค่ะ” “หมายศาลยึดบ้าน?” “ใช่ค่ะ เขาเพิ่งเอามาให้เมื่อกี้นี้ค่ะ” “ใครเป็นคนเอาบ้านหลังนี้ไปกู้เหรอ” “แม่ค่ะ แม่เอาไปกู้เพื่อนำเงินมาลงทุนขายของออนไลน์ แต่แล้วแม่ก็ล้มเลิกค่ะเพราะขายของไม่ได้ และแม่ก็ไม่ได้ผ่อนธนาคารมาหลายปีแล้วค่ะ” “แล้วตอนนี้แม่หนูอยู่ไหน” “แม่เสียเมื่อหลายเดือนก่อนค่ะ” “แล้วพ่อหนูล่ะไปไหน” “พ่อไปมีครอบครัวใหม่ตอนทัชชาสามขวบค่ะ” “อ๋อ แล้วทีนี้หนูจะทำยังไงล่ะ” มนต์นภาพยักหน้ารับรู้แล้วถามต่อ “ถ้าไม่กลัวว่ายายไม่มีบ้านอยู่ และไม่กลัวว่ายายไม่สบายใจ ทัชชาก็จะปล่อยให้ยึดค่ะ” ทัชชาพูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน ยายเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบด้วย ดังนั้นถ้าเกิดยายรู้ว่าบ้านจะถูกยึด ยายต้องเครียดกว่าเธอมากแน่ๆ ถ้าบอกความจริงให้ยายรู้คงไม่เป็นผลดีกับโรคที่ยายเป็นอยู่ มนต์นภาที่ได้รับรู้ถึงปัญหาของหญิงสาวจึงตัดสินใจพูดเรื่องที่อยากจะพูดออกไป “ถ้าหนูไม่อยากให้บ้านหลังนี้ถูกยึด ป้าก็พอจะมีวิธีช่วยหนูไม่ให้บ้านถูกยึดนะ” “…” ทัชชามองหน้ามนต์นภาด้วยแววตามีความหวังเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ป้ามีงานให้หนูทำ และค่าจ้างก็เพียงพอที่จะเอาไปไถ่บ้านคืนมา” “คุณป้าอยากให้ทัชชาทำงานอะไร ทัชชาก็จะทำทั้งนั้นค่ะ” เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าตื่นเต้นและดีใจ “หนูทัชชาเคยได้ยินเรื่องอุ้มบุญไหม” “เคยได้ยินค่ะ” “นั่นแหละงานที่ป้าจะให้หนูทำ” “คุณป้าจะให้ทัชชาเป็นแม่อุ้มบุญเหรอคะ” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าตกตะลึง “ใช่จ้ะ” “คุณป้าจะให้ทัชชาอุ้มบุญให้ใครเหรอคะ” “ลูกชายของป้าเอง” “…” เธอเม้มปากเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกลำบากใจเพราะมันเป็นงานที่ดูแล้วค่อนข้างยากกว่างานอื่นๆ “ป้าจะให้ค่าจ้างหนูทัชชาในจำนวนสามล้านบาท” “…” เธอถึงกับเบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่อได้รู้ค่าจ้างที่มีจำนวนมากมายขนาดนั้น “หนูจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการไถ่บ้าน” “ทั้งต้นทั้งดอกก็เก้าแสนกว่าค่ะ” “ถ้าหนูรับข้อเสนอ ป้าก็จะให้เงินหนูก่อนเลยหนึ่งล้านบาท และอีกสองล้านป้าจะโอนให้ในวันที่หนูต้องไปพบหมอเพื่อปรึกษากับหมอว่าจะต้องใช้วิธีไหนให้ตั้งท้อง” “…” เธอรู้สึกคิดหนักและมีความลังเล ถ้าไม่รับข้อเสนอบ้านก็จะถูกยึด และยายต้องเครียดมากแน่ๆเลยถ้ารู้ว่าบ้านที่อยู่มาตั้งหลายสิบปีต้องถูกยึด “หนูจะรับข้อเสนอของป้าไหม ถ้าหนูมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกชายของป้า ยายของหนูก็ยังจะได้อยู่ในบ้านหลังนี้นะ” “ตกลงค่ะคุณป้า” เธอพูดออกไปด้วยแววตามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว พลางคิดในใจว่าการเป็นแม่อุ้มบุญก็เป็นงานอย่างหนึ่ง และที่สำคัญได้ค่าจ้างคุ้มค่าอีกด้วย มนต์นภาระบายยิ้มอย่างดีใจเมื่อทุกอย่างราบรื่น ก่อนจะเอ่ยออกไป “งั้นเดี๋ยวป้าเขียนเช็คให้นะ” จากนั้นมนต์นภาก็เดินไปที่รถและเขียนเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทแล้วเอามาให้ทัชชาที่นั่งอยู่ “งั้นวันนี้ป้ากลับก่อนนะ ถ้าวันไหนที่หนูจะต้องไปโรงพยาบาล ป้าจะให้ลูกชายป้ามารับ” “ค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้แล้วมนต์นภาก็เดินไปขึ้นรถทันทีหนึ่งเดือนต่อมาคอนโด 20.50 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ทัชชามาอยู่กับจาวา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้จาวาจะเอาใจใส่ทัชชาทุกอย่าง เขาทำอาหารให้เธอกิน พาเธอไปช้อปปิ้งบ่อยๆ เขาจะกอดจะหอมแก้มเธอทุกวัน ส่วนเรื่องบนเตียงก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย“อาทิตย์หน้าฉันต้องไปดูกิจการที่ยุโรปน่ะ” จาวาบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขาโดยสองแขนหนากอดเอวบางไว้หกเดือนเขาจะไปดูธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่ยุโรปครั้งนึง“คุณจะไปกี่วันคะ”“สองอาทิตย์”“ค่ะ”“เธออยากไปด้วยไหม”“ไม่ค่ะ”“แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วย”“อ้าว แล้วคุณจะถามทำไมคะว่าทัชชาอยากจะไปไหม” เธอทำสีหน้ายู่อย่างไม่จริงจังพร้อมกับเอ่ยออกไป“ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ เธอเคยไปต่างประเทศไหม”“ไม่เคยค่ะ”“งั้นต่อไปนี้เธอจะได้ไปต่างประเทศบ่อยๆแล้วนะ เพราะฉันต้องไปดูกิจการที่ต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง”“…” ทัชชานิ่งพลางคิดในใจว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้งงั้นเหรอ เธอเป็นแม่อุ้มบุญเองนะ ทำไมถึงต้องพาเธอไปด้วยล่ะ“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะ”“คุณเข้าไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“แต่ฉันอยากอาบพร้อมเธอ” พูดจบสองแขนแกร่งก็ช้อนร่างเล็กที่อยู่บนตักแล้วพาเข้าห้องนอน เ
สามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองหลับไปสามชั่วโมงเพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการร่วมรักที่ใช้เวลายาวนานถึงสองชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองร่างบางที่นอนแนบกายติดกับตัวเองแล้วยกยิ้มพร้อมกับพูดออกไป“ตื่นแล้วเหรอ หายเพลียหรือยัง”“หายแล้วค่ะ”“หิวไหม”“หิวค่ะ”“เมื่อเช้าก่อนไปทำงานได้กินอะไรบ้างหรือยัง”“กินโจ๊กค่ะ”“โจ๊กเธอคงย่อยหมดตั้งแต่เอากันยกแรกแล้วแหละ” ยกยิ้มแซว“คุณน่ะทำอย่างกับคนตายอดตายอยากอย่างนั้นแหละ” ดวงตาสีหวานมองค้อนพลางว่าร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้จริงจังอะไร“ก็ฉันตายอดตายอยากจริงๆนี่ ตั้งเดือนนึงเลยนะ…”“งั้นเราลุกไปอาบน้ำกันดีกว่านะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ลุกไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำไปด้วยกัน โดยจาวาก็ซุกซนกับร่างกายเธอไม่หยุด“พอแล้วค่ะ อย่าจับ” เธอห้ามเขาที่บีบสองเต้าของเธอ“ให้ฉันจับหน่อยสิ นานแล้วนะที่ไม่ได้จับ” ปากหนาว่าพลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองก้อนเต่งตึงไปเรื่อยๆด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำเนินเนื้ออวบอูมเบาๆ“คุณจาวา…พอได้แล้ว”“ขออีกทีนึงนะ”“ไม่แล้ว”“ทีเดียวแล้วจะให้อาบน้ำ” เมื่อเห็นว่าเขายังคะยั้นคะยอ“ก็ได้” สิ้
วันต่อมาเมื่อทาลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องแล้วเดินไปเคาะประตูห้องของจาวาก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรหรือเปล่าลิน” ใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามออกไป“ลินมีเรื่องที่จะบอกพี่ค่ะ”“พี่ก็มีเรื่องจะบอกลินเหมือนกัน ลินไปนั่งรอพี่ก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”“ได้ค่ะ” จากนั้นทาลินก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง ก่อนที่ไม่นานร่างสูงของจาวาที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะเดินมาหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป“ลินมีเรื่องอะไรจะบอกพี่ก็บอกมาได้เลย”“พี่จาวาบอกเรื่องของพี่มาก่อนก็ได้ค่ะ”“พี่อยากฟังเรื่องของลินก่อน” ว่าแล้วทาลินก็กลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป“วันนี้ลินจะย้ายออกไปอยู่กับ…เอ่อ…สามีน่ะค่ะ”“…” เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟังต่อ“คุณโจวคือสามีของลินค่ะ”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งอึ้งกว่าเดิม“ตอนที่ลินประสบอุบัติเหตุ คุณโจวเป็นคนพาลินไปโรงพยาบาลและคอยดูแล พอออกจากโรงพยาบาลคุณโจวก็พาลินมาอยู่ที่บ้านของเขาค่ะ”ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนประเทศจีน บ้านโจวในวันที่ทาลินออกจากโรงพยาบาล โจวที่รู้ว่าพ่อแม่ของทาลินเสียชีวิต และรู้ว่าเธอความจำเสื่อมก็สงสารแล้วพาเธอมาอยู
บ้านมนต์นภาวันนี้จาวาออกมาจากคอนโดแล้วมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านเพราะรู้สึกว่าอยากทานข้าวกับท่านทั้งสองหลังจากที่พ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามคนจึงพากันมานั่งในห้องรับแขก“ทำไมถึงไมพาแฟนมาด้วยล่ะ” ภพธรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า“คือ…ผมอยากมาคนเดียวครับพ่อ”“ตอนที่คบกันเป็นแฟนก็ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นแฟนกับหนูทาลิน พอมาตอนนี้ก็ไม่คิดจะพามาด้วยอีก”“ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็นครับพ่อ”“แล้วแกรักแฟนหรือเปล่าล่ะ”“…” เขานิ่งพลางคิดในใจว่าเขารักทาลินหรือเปล่านะ ถ้ารักต้องรู้สึกยังไง จะว่าไปตั้งแต่คบกับทาลินมาสองปีเขาก็ไม่เคยบอกรักทาลินสักครั้ง“หรือว่าแกไม่ได้รักแฟนจริง”“ผมก็ไม่รู้ครับว่ารักหรือไม่รัก” ครั้งแรกที่เขาเห็นทาลินเขารู้สึกดีและชอบเธอ“ถ้าแกเจอคนที่รักแกจะไม่พูดแบบนี้หรอกจาวา แต่พ่อว่าแกไม่ได้รักแฟนของแกหรอก คงจะแค่ชอบมากกว่า”“…” เขานิ่งและชั่งใจ“แล้วกับหนูทัชชาล่ะ แกคิดยังไง”มนต์นภาที่นั่งอยู่ยกยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีถามลูกชายออกไปตรงๆแบบนั้น“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จ้างเขาให้มาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วจะให้ผมคิดอะไรกับเขาล่ะครับ” ดวงตาคู่คมลอกแลก น้ำเสียงไม่มั่นคงในขณะที่ตอบค
วันต่อมา ตอนเย็น ห้างสรรพสินค้าวันนี้หลังเลิกงานทาลินชวนจาวามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนโจวก็ชวนทัชชามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเช่นกัน“คุณทัชชาครับ ผมว่าก่อนไปซื้อของเรากินอะไรกันก่อนดีกว่านะครับ” เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างบางที่เดินเคียงข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองจึงพากันไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล เมื่อโจวกับทัชชาเข้ามาภายในร้านอาหารหรูก็เห็นจาวากับทาลินนั่งอยู่ จาวากับทาลินหันมาเห็นคนทั้งสองก็ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่โจวกับทัชชาจะละสายตาจากสองคนที่นั่งอยู่แล้วพากันเดินไปนั่งยังโต๊ะอาหารที่ถัดไปไม่ไกลกับที่จาวาและทาลินนั่งอยู่เวลาต่อมาเมื่อโจวกับทัชชารับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน เขาพาเธอไปร้านเสื้อผ้าผู้ชาย“คุณทัชชาช่วยผมเลือกชุดไปงานแต่งหน่อยนะครับ” เมื่อเข้ามาในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง โจวก็หันบอกกับทัชชาที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองก็เลือกเสื้อผ้ากัน“ชุดนี้ทัชชาว่าน่าจะเหมาะกับคุณโจวนะคะ” เธอหยิบเสื้อสูทสีครีมอมน้ำตาลกับกางเกงสแลคสีดำที่แขวนอยู่บนราวให้ชายหนุ่มดู“งั้นผมเอาไปลองก่อนนะครับ
เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จก็ช่วยกันยกจานเข้าไปไว้ในครัวแล้วออกมา ทัชชาเอ่ยถามยังร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างกับเป็นบ้านของตัวเอง“คุณควรกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ”“ฉันไม่รีบ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าตีมึนแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านที่กำลังไล่เขาอยู่“คุณไม่รีบกลับไปหา…” เธอจะถามเขาว่าไม่รีบกลับไปหาแฟนเหรอ แต่เธอละไว้แค่นั้นแล้วเข้าห้องนอนพร้อมกับล็อกประตู ก่อนที่โทรศัพท์ของเธอจะมีสายโทรเข้ามาจากมนต์นภาRrrr!‘สวัสดีค่ะคุณป้า’‘หนูทัชชากลับคอนโดหรือยัง’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะคุณป้า’‘กลับมาอยู่บ้านแล้ว? หนูทัชชากลับมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านสองสามวันแล้วค่ะ’‘อ้อ’‘ทัชชาไม่ได้เป็นเลขาให้คุณจาวาแล้วนะคะคุณป้า’‘ทำไมล่ะ’‘คุณจาวาได้เลขาคนใหม่แล้วค่ะ’‘พอได้เลขาใหม่จาวาก็บอกให้หนูลาออกงั้นเหรอ’‘ใช่ค่ะ’‘งั้นแค่นี้นะหนูทัชชา’‘ค่ะคุณป้า’ ว่าจบนิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรคะ” เธอถามโดยไม่เปิดประตู“ฉันจะกลับแล้ว ออกมาล็อกประตูบ้านด้วย”“คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวทัชชาค่อยออกไปล็อก”“ออกมาล็อกเลยสิ
หลังจากที่มนต์นภากลับไปแล้ว ทัชชาก็เข้ามาในบ้านแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของคนเป็นยาย ซึ่งตอนนี้ยายของเธอนอนอยู่บนเตียง“ยายตื่นนานแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหย่อนสะโพกนั่งขอบเตียงแล้วเอ่ยถามยายที่นอนอยู่และสีหน้าดูอิดโรย“ยายเพิ่งตื่นน่ะ” หญิงชราเอ่ยตอบหลานสาวร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มเนือยๆตาม
ด้านจาวา“เมื่อไหร่ลูกจะมีเมียสักที ปีนี้ก็ยี่สิบเก้าแล้วนะ” มนต์นภาเอ่ยถามยังลูกชายร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าดูมีความกังวลไม่น้อยเมื่อลูกชายของตัวเองที่มีอายุปาเข้าไปเกือบจะสามสิบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเป็นตัวเป็นตนเสียที จะมีก็แต่คู่ควงที่ควงเล่นไปวันๆ และคู่ควงของเขาก็ไม่ค่อย
บ้านทัชชาเมื่อทัชชาเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างคนหมดแรงเมื่อคิดว่าสิ่งที่เธอเจอเมื่อครู่นั้นถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้พ่อทิ้งเธอและแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตอนเธออายุสามขวบ แม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว กระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนแม่ได้เสียชีวิตด้วย
แนะนำตัวละครจาวา อายุ29ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและเจ้าของโรงแรมห้าดาวชื่อดังที่มีอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และหลายสาขาในหลายประเทศในแถบยุโรป ทัชชา อายุ23ปี สูง159เซนติเมตร..............ไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติซึ่งมีความสูงหนึ่งร้อย







