로그인หลังจากที่มนต์นภากลับไปแล้ว ทัชชาก็เข้ามาในบ้านแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของคนเป็นยาย ซึ่งตอนนี้ยายของเธอนอนอยู่บนเตียง
“ยายตื่นนานแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหย่อนสะโพกนั่งขอบเตียงแล้วเอ่ยถามยายที่นอนอยู่และสีหน้าดูอิดโรย “ยายเพิ่งตื่นน่ะ” หญิงชราเอ่ยตอบหลานสาวร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มเนือยๆตามประสาผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัว “ยายหิวข้าวหรือยัง” “ยายยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” หญิงสาวถอนหายใจเข้าปอดลึกเพื่อรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป “ทัชชามีเรื่องอยากจะบอกยายค่ะ” “เรื่องอะไรเหรอลูก” คนเป็นยายถามแล้วหยัดตัวลุกขึ้น ทัชชาช่วยประคองยายให้นั่งพิงหัวเตียง “คือ…ทัชชาเพิ่งรู้ว่าแม่เอาโฉนดบ้านหลังนี้ไปกู้ธนาคารเมื่อหลายปีก่อนค่ะ” “งั้นเหรอ แล้วเรารู้ได้ยังไงว่าแม่เราไปกู้เงินจากธนาคาร” “ธนาคารเพิ่งแจ้งมาบอกวันนี้ค่ะ” เธอต้องบอกว่าธนาคารแจ้งมา แต่บอกไม่ได้ว่ามีหมายศาล เพราะถ้าบอกความจริงยายต้องตกใจมากแน่ๆ “แม่เราไปกู้มาเท่าไหร่ล่ะ” “ทั้งต้นทั้งดอกรวมแล้วก็เก้าแสนกว่าค่ะ” “แล้วเราจะหาเงินจากที่ไหนไปจ่ายได้ล่ะ เพราะลำพังเงินเดือนจากการทำงานของเราในแต่ละเดือน ยายว่าไม่พอเอาไปจ่ายหนี้ได้หรอก” “พอดีมีคนมาเสนองานให้ทัชชาทำค่ะ เขาให้ค่าจ้างมากด้วยนะยาย” “ค่าจ้างเท่าไหร่ แล้วมันคืองานอะไรล่ะ” “ค่าจ้างสามล้านค่ะ…” เธอเม้มปากแล้วพูดต่อ “ยายเคยได้ยินเรื่องอุ้มบุญไหม” “เคยได้ยินสิ อย่าบอกนะว่า…งานที่เขาจ้างเราคือไปอุ้มบุญให้ลูกเขา” “ใช่แล้วค่ะยาย และทัชชาก็รับปากเขาไปแล้วด้วย เขาให้เงินทัชชามาแล้วค่ะ พรุ่งนี้ทัชชาจะไปไถ่โฉนดบ้านคืนค่ะ” เธอบอกรวดเดียวจบเพราะอยากให้ยายเข้าใจทีเดียวเลย “เราต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอลูก” คนเป็นยายเอ่ยด้วยความรู้สึกสงสารคนเป็นหลานเป็นอย่างมากที่ต้องเสียสละตัวเองไปอุ้มบุญเพื่อใช้หนี้ที่แม่ของตัวเองสร้าง “ทัชชาทำได้ค่ะ ยายไม่ต้องห่วงนะ” เธอพูดให้ยายรู้สึกสบายใจ “เรายังเป็นสาวเป็นแส้อยู่เลยแต่ต้องมาอุ้มท้องซะแล้ว” หญิงชราเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวลและเห็นใจหลานที่เพิ่งจะเรียนจบ แต่ต้องมารับภาระมากมาย “การอุ้มบุญมันก็เป็นงานๆหนึ่งค่ะ ได้ค่าจ้างคุ้มค่าด้วยนะยาย ถ้าเป็นงานอื่นคงไม่ได้ค่าจ้างเยอะแบบนี้หรอกยาย” “เอาละ เอาละ ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว ยายจะไปว่าอะไรได้ล่ะ” หญิงชราเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าปลงๆกับเรื่องที่หลานสาวของตัวเองตัดสินใจจะทำ “ยายจะออกไปข้างนอกไหมคะ” “ออกไปก็ได้ มัวแต่นอนก็รู้สึกมึนหัวแล้วเหมือนกัน” ว่าแล้วคนเป็นหลานก็ประคองร่างของยายและพากันเดินออกไปจากห้อง สามวันต่อมา Rrrr! “สวัสดีค่ะคุณป้า” “บ่ายโมงป้าจะให้ลูกชายป้าไปรับหนูแล้วพาไปโรงพยาบาลนะ” “ได้ค่ะคุณป้า” “งั้นแค่นี้นะหนูทัชชา” จากนั้นการสนทนาก็สิ้นสุดลง บ้านทัชชา 13.05 น. เมื่อรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าบ้าน ทัชชาที่นั่งอยู่บนม้าหินจึงเดินไปขึ้นรถทันที จาวาที่นั่งหลังพวงมาลัยไม่ได้สนใจจะมองหญิงสาวที่เดินมาขึ้นรถ ส่วนทัชชาก็ไม่ได้สนใจจะมองร่างสูงที่นั่งหลังพวงมาลัยเหมือนกัน จาวาเหยียบคันเร่งออกรถด้วยความเร็วแล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง โดยภายในรถทั้งสองต่างก็เงียบ ไม่มีใครหันมองใคร จนกระทั่งรถราคาแพงของจาวาแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีขนาดกว้างขวาง จาวาและทัชชาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถ ทั้งสองต่างหันมองกันโดยบังเอิญ จึงทำให้ทั้งคู่ถึงกับผงะ ตาเบิกโพลงอย่างคาดไม่ถึง “…” “…” ก่อนจะมีเสียงทุ้มของจาวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มไม่พอใจ “นี่เป็นเธอเองเหรอที่มารับจ้างท้องลูกให้ฉัน ฉันไม่คิดเลยนะว่าแม่จะไปคว้าผู้หญิงไร้ยางอายมาอุ้มบุญลูกของฉัน” “…” ทัชชาถึงกับสะอึกก้อนน้ำลายกับคำว่าไร้ยางอายที่เขาว่าออกมา เธอกลืนก้อนน้ำลายลงคอแล้วพูดออกไป “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าคนที่ฉันต้องมาอุ้มบุญให้จะเป็นคุณ” “เธอตั้งใจเข้าหาแม่ฉันเพื่อจะทำดีให้แม่ฉันตายใจจนคิดว่าเธอเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจสินะ ก็เหมือนกับคืนนั้นที่เธอเข้าหาฉันด้วยวิธีสกปรก” เขาพูดออกไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อนึกไปถึงเรื่องคืนนั้น “ทำไมฉันจะต้องทำดีแม่ของคุณด้วยล่ะ แม่ของคุณจ้างให้ฉันอุ้มบุญ ฉันต้องการเงินฉันจึงรับข้อเสนอ และฉันก็ไม่รู้มาก่อนด้วยว่าคุณป้าเป็นแม่ของคุณ” จาวาพ่นลมหายใจพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อได้ผู้หญิงที่เขาเกลียดมาเป็นแม่อุ้มบุญลูกของเขา “ฉันหวังว่าลูกของฉันคงจะไม่เอานิสัยแย่ๆมาจากเธอหรอกนะ” เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างทำใจพร้อมกับพูดออกไปด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “…” เธอถึงกับจุกในลำคออีกครั้งกับถ้อยคำที่เขากล่าวหาเธอว่าทำตัวแย่ เพราะเรื่องคืนนั้นแท้ๆจึงทำให้เขามองเธอเป็นคนไม่ดี “รีบเข้าไปหาหมอสิ เสร็จแล้วจะได้รีบกลับ ฉันไม่อยากอยู่ใกล้กับผู้หญิงอย่างเธอนาน” พูดจบร่างสูงก็สาวเท้าเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อจะพบหมอที่แม่ได้ทำการพูดคุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทัชชาก้าวตามหลังคนตัวสูง แต่เว้นระยะห่างจากเขาพอสมควรเพราะเธอรู้ว่าเขารังเกียจเธอ เมื่อเข้าไปพบหมอ เบื้องต้นหมอบอกว่าจะลองทำIUIก่อน หรือเรียกอีกอย่างว่าผสมเทียมนั่นเอง โดยฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ซึ่งหมอจะนัดมาทำเดือนหน้า เมื่อทั้งสองออกจากห้องตรวจแพทย์ จาวาก็เดินไปจ่ายเงินยังห้องการเงิน จากนั้นทั้งคู่จึงพากันออกไปจากโรงพยาบาล โดยมีร่างบางเดินตามหลังคนตัวสูงไปด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว เมื่อทัชชาเข้ามานั่งในรถ จาวาจึงขับรถออกไปจากโรงพยาบาลด้วยความเร็ว ภายในรถหรูมีแต่ความเงียบสงัด หญิงสาวมองออกไปข้างทาง กระทั่งรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าบ้านของเธอ ร่างเล็กลงจากรถก่อนที่ชายหนุ่มจะเหยียบคันเร่งออกรถไปทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดหนึ่งเดือนต่อมาคอนโด 20.50 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ทัชชามาอยู่กับจาวา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้จาวาจะเอาใจใส่ทัชชาทุกอย่าง เขาทำอาหารให้เธอกิน พาเธอไปช้อปปิ้งบ่อยๆ เขาจะกอดจะหอมแก้มเธอทุกวัน ส่วนเรื่องบนเตียงก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย“อาทิตย์หน้าฉันต้องไปดูกิจการที่ยุโรปน่ะ” จาวาบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขาโดยสองแขนหนากอดเอวบางไว้หกเดือนเขาจะไปดูธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่ยุโรปครั้งนึง“คุณจะไปกี่วันคะ”“สองอาทิตย์”“ค่ะ”“เธออยากไปด้วยไหม”“ไม่ค่ะ”“แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วย”“อ้าว แล้วคุณจะถามทำไมคะว่าทัชชาอยากจะไปไหม” เธอทำสีหน้ายู่อย่างไม่จริงจังพร้อมกับเอ่ยออกไป“ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ เธอเคยไปต่างประเทศไหม”“ไม่เคยค่ะ”“งั้นต่อไปนี้เธอจะได้ไปต่างประเทศบ่อยๆแล้วนะ เพราะฉันต้องไปดูกิจการที่ต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง”“…” ทัชชานิ่งพลางคิดในใจว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้งงั้นเหรอ เธอเป็นแม่อุ้มบุญเองนะ ทำไมถึงต้องพาเธอไปด้วยล่ะ“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะ”“คุณเข้าไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“แต่ฉันอยากอาบพร้อมเธอ” พูดจบสองแขนแกร่งก็ช้อนร่างเล็กที่อยู่บนตักแล้วพาเข้าห้องนอน เ
สามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองหลับไปสามชั่วโมงเพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการร่วมรักที่ใช้เวลายาวนานถึงสองชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองร่างบางที่นอนแนบกายติดกับตัวเองแล้วยกยิ้มพร้อมกับพูดออกไป“ตื่นแล้วเหรอ หายเพลียหรือยัง”“หายแล้วค่ะ”“หิวไหม”“หิวค่ะ”“เมื่อเช้าก่อนไปทำงานได้กินอะไรบ้างหรือยัง”“กินโจ๊กค่ะ”“โจ๊กเธอคงย่อยหมดตั้งแต่เอากันยกแรกแล้วแหละ” ยกยิ้มแซว“คุณน่ะทำอย่างกับคนตายอดตายอยากอย่างนั้นแหละ” ดวงตาสีหวานมองค้อนพลางว่าร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้จริงจังอะไร“ก็ฉันตายอดตายอยากจริงๆนี่ ตั้งเดือนนึงเลยนะ…”“งั้นเราลุกไปอาบน้ำกันดีกว่านะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ลุกไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำไปด้วยกัน โดยจาวาก็ซุกซนกับร่างกายเธอไม่หยุด“พอแล้วค่ะ อย่าจับ” เธอห้ามเขาที่บีบสองเต้าของเธอ“ให้ฉันจับหน่อยสิ นานแล้วนะที่ไม่ได้จับ” ปากหนาว่าพลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองก้อนเต่งตึงไปเรื่อยๆด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำเนินเนื้ออวบอูมเบาๆ“คุณจาวา…พอได้แล้ว”“ขออีกทีนึงนะ”“ไม่แล้ว”“ทีเดียวแล้วจะให้อาบน้ำ” เมื่อเห็นว่าเขายังคะยั้นคะยอ“ก็ได้” สิ้
วันต่อมาเมื่อทาลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องแล้วเดินไปเคาะประตูห้องของจาวาก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรหรือเปล่าลิน” ใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามออกไป“ลินมีเรื่องที่จะบอกพี่ค่ะ”“พี่ก็มีเรื่องจะบอกลินเหมือนกัน ลินไปนั่งรอพี่ก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”“ได้ค่ะ” จากนั้นทาลินก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง ก่อนที่ไม่นานร่างสูงของจาวาที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะเดินมาหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป“ลินมีเรื่องอะไรจะบอกพี่ก็บอกมาได้เลย”“พี่จาวาบอกเรื่องของพี่มาก่อนก็ได้ค่ะ”“พี่อยากฟังเรื่องของลินก่อน” ว่าแล้วทาลินก็กลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป“วันนี้ลินจะย้ายออกไปอยู่กับ…เอ่อ…สามีน่ะค่ะ”“…” เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟังต่อ“คุณโจวคือสามีของลินค่ะ”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งอึ้งกว่าเดิม“ตอนที่ลินประสบอุบัติเหตุ คุณโจวเป็นคนพาลินไปโรงพยาบาลและคอยดูแล พอออกจากโรงพยาบาลคุณโจวก็พาลินมาอยู่ที่บ้านของเขาค่ะ”ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนประเทศจีน บ้านโจวในวันที่ทาลินออกจากโรงพยาบาล โจวที่รู้ว่าพ่อแม่ของทาลินเสียชีวิต และรู้ว่าเธอความจำเสื่อมก็สงสารแล้วพาเธอมาอยู
บ้านมนต์นภาวันนี้จาวาออกมาจากคอนโดแล้วมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านเพราะรู้สึกว่าอยากทานข้าวกับท่านทั้งสองหลังจากที่พ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามคนจึงพากันมานั่งในห้องรับแขก“ทำไมถึงไมพาแฟนมาด้วยล่ะ” ภพธรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า“คือ…ผมอยากมาคนเดียวครับพ่อ”“ตอนที่คบกันเป็นแฟนก็ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นแฟนกับหนูทาลิน พอมาตอนนี้ก็ไม่คิดจะพามาด้วยอีก”“ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็นครับพ่อ”“แล้วแกรักแฟนหรือเปล่าล่ะ”“…” เขานิ่งพลางคิดในใจว่าเขารักทาลินหรือเปล่านะ ถ้ารักต้องรู้สึกยังไง จะว่าไปตั้งแต่คบกับทาลินมาสองปีเขาก็ไม่เคยบอกรักทาลินสักครั้ง“หรือว่าแกไม่ได้รักแฟนจริง”“ผมก็ไม่รู้ครับว่ารักหรือไม่รัก” ครั้งแรกที่เขาเห็นทาลินเขารู้สึกดีและชอบเธอ“ถ้าแกเจอคนที่รักแกจะไม่พูดแบบนี้หรอกจาวา แต่พ่อว่าแกไม่ได้รักแฟนของแกหรอก คงจะแค่ชอบมากกว่า”“…” เขานิ่งและชั่งใจ“แล้วกับหนูทัชชาล่ะ แกคิดยังไง”มนต์นภาที่นั่งอยู่ยกยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีถามลูกชายออกไปตรงๆแบบนั้น“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จ้างเขาให้มาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วจะให้ผมคิดอะไรกับเขาล่ะครับ” ดวงตาคู่คมลอกแลก น้ำเสียงไม่มั่นคงในขณะที่ตอบค
วันต่อมา ตอนเย็น ห้างสรรพสินค้าวันนี้หลังเลิกงานทาลินชวนจาวามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนโจวก็ชวนทัชชามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเช่นกัน“คุณทัชชาครับ ผมว่าก่อนไปซื้อของเรากินอะไรกันก่อนดีกว่านะครับ” เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างบางที่เดินเคียงข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองจึงพากันไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล เมื่อโจวกับทัชชาเข้ามาภายในร้านอาหารหรูก็เห็นจาวากับทาลินนั่งอยู่ จาวากับทาลินหันมาเห็นคนทั้งสองก็ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่โจวกับทัชชาจะละสายตาจากสองคนที่นั่งอยู่แล้วพากันเดินไปนั่งยังโต๊ะอาหารที่ถัดไปไม่ไกลกับที่จาวาและทาลินนั่งอยู่เวลาต่อมาเมื่อโจวกับทัชชารับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน เขาพาเธอไปร้านเสื้อผ้าผู้ชาย“คุณทัชชาช่วยผมเลือกชุดไปงานแต่งหน่อยนะครับ” เมื่อเข้ามาในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง โจวก็หันบอกกับทัชชาที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองก็เลือกเสื้อผ้ากัน“ชุดนี้ทัชชาว่าน่าจะเหมาะกับคุณโจวนะคะ” เธอหยิบเสื้อสูทสีครีมอมน้ำตาลกับกางเกงสแลคสีดำที่แขวนอยู่บนราวให้ชายหนุ่มดู“งั้นผมเอาไปลองก่อนนะครับ
เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จก็ช่วยกันยกจานเข้าไปไว้ในครัวแล้วออกมา ทัชชาเอ่ยถามยังร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างกับเป็นบ้านของตัวเอง“คุณควรกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ”“ฉันไม่รีบ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าตีมึนแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านที่กำลังไล่เขาอยู่“คุณไม่รีบกลับไปหา…” เธอจะถามเขาว่าไม่รีบกลับไปหาแฟนเหรอ แต่เธอละไว้แค่นั้นแล้วเข้าห้องนอนพร้อมกับล็อกประตู ก่อนที่โทรศัพท์ของเธอจะมีสายโทรเข้ามาจากมนต์นภาRrrr!‘สวัสดีค่ะคุณป้า’‘หนูทัชชากลับคอนโดหรือยัง’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะคุณป้า’‘กลับมาอยู่บ้านแล้ว? หนูทัชชากลับมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านสองสามวันแล้วค่ะ’‘อ้อ’‘ทัชชาไม่ได้เป็นเลขาให้คุณจาวาแล้วนะคะคุณป้า’‘ทำไมล่ะ’‘คุณจาวาได้เลขาคนใหม่แล้วค่ะ’‘พอได้เลขาใหม่จาวาก็บอกให้หนูลาออกงั้นเหรอ’‘ใช่ค่ะ’‘งั้นแค่นี้นะหนูทัชชา’‘ค่ะคุณป้า’ ว่าจบนิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรคะ” เธอถามโดยไม่เปิดประตู“ฉันจะกลับแล้ว ออกมาล็อกประตูบ้านด้วย”“คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวทัชชาค่อยออกไปล็อก”“ออกมาล็อกเลยสิ
“สวัสดีค่ะคุณป้า เชิญนั่งเลยค่ะ” ทัชชาที่เห็นคุณป้าที่มาที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนจึงยกมือไหว้แล้วเอ่ยทักทายออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีจ้ะหนูทัชชา” มนต์นภาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วหย่อนสะโพกนั่งยังโต๊ะอาหารที่ติดกับกระจกใสบานใหญ่“คุณป้าเลือกอาหารในเมนูได้เลยค่ะ” ทัชชายื่นเมนูพร้อมกับระบายยิ้มเอ
ด้านจาวา“เมื่อไหร่ลูกจะมีเมียสักที ปีนี้ก็ยี่สิบเก้าแล้วนะ” มนต์นภาเอ่ยถามยังลูกชายร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าดูมีความกังวลไม่น้อยเมื่อลูกชายของตัวเองที่มีอายุปาเข้าไปเกือบจะสามสิบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเป็นตัวเป็นตนเสียที จะมีก็แต่คู่ควงที่ควงเล่นไปวันๆ และคู่ควงของเขาก็ไม่ค่อย
บ้านทัชชาเมื่อทัชชาเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างคนหมดแรงเมื่อคิดว่าสิ่งที่เธอเจอเมื่อครู่นั้นถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้พ่อทิ้งเธอและแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตอนเธออายุสามขวบ แม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว กระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนแม่ได้เสียชีวิตด้วย
แนะนำตัวละครจาวา อายุ29ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและเจ้าของโรงแรมห้าดาวชื่อดังที่มีอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และหลายสาขาในหลายประเทศในแถบยุโรป ทัชชา อายุ23ปี สูง159เซนติเมตร..............ไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติซึ่งมีความสูงหนึ่งร้อย







