LOGINวันที่แฟนของเขากลับมา แม่อุ้มบุญอย่างเธอก็หมดความหมาย “คนที่โทรหาฉันเมื่อกี้คือแฟนฉันเอง” “…” “พรุ่งนี้แฟนฉันจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่” “…” “พรุ่งนี้เธอเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านของเธอได้เลยนะ” “ได้ค่ะ” “เธอไม่ต้องมาเป็นเลขาของฉันแล้วนะ เพราะฉันจะให้ทาลินมาเป็นเลขาแทนเธอ” “ค่ะ”
View Moreแนะนำตัวละคร
จาวา อายุ29ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและเจ้าของโรงแรมห้าดาวชื่อดังที่มีอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และหลายสาขาในหลายประเทศในแถบยุโรป ทัชชา อายุ23ปี สูง159เซนติเมตร . . . . . . . . . . . . . . ไนท์คลับหรูแห่งหนึ่ง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติซึ่งมีความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรก้าวเข้ามาภายในร้านด้วยท่วงท่าสง่างาม เจ้าของร้านที่เห็นร่างสูงโดดเด่นซึ่งเป็นลูกค้าวีไอพีจึงไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “สวัสดีค่ะคุณจาวา วันนี้คุณจาวามาคนเดียวเหรอคะ” ทุกครั้งที่จาวามาที่นี่เขาจะมากับเพื่อนอีกสองคน เมื่อเห็นว่าเขามาคนเดียวเธอก็รู้สึกแปลกใจจึงเอ่ยถามออกไป “อืม” เจ้าของเสียงทุ้มรับคำในลำคอแทนคำตอบพลางมีสีหน้าเรียบนิ่งตามประสา “คืนนี้คุณจาวาต้องการเหล้ายี่ห้อไหน หรือจะนั่งห้องไหนก็บอกดิฉันมาได้เลยนะคะ” “เหล้ายี่ห้อเดิม และขอเป็นห้องเดิม” เรียวปากหยักขยับบอกออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ใบหน้าเรียบเฉย “ได้ค่ะคุณจาวา งั้นเชิญคุณจาวาไปนั่งรอที่ห้องได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกให้เด็กยกเหล้าไปให้ค่ะ” สิ้นเสียงเจ้าของร้านเอ่ย เรียวขายาวก็เดินไปยังห้องวีไอพีที่เขากับเพื่อนมักจะเข้ามานั่งกันทุกครั้งเมื่อมาดื่มที่นี่ ทว่าวันนี้เขาโทรไปชวนเพื่อนทั้งสองคนแล้วแต่ก็ไม่มีใครว่างสักคนเพราะพวกนั้นมีนัดกับสาวๆตามประสาชายโสด เวลาต่อมา ประตูห้องวีไอพีถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กของหญิงสาววัยยี่สิบสามปีที่ถือถาดเหล้าเข้ามา หญิงสาววางขวดเหล้าและแก้วลงบนโต๊ะที่ติดกับฝาผนัง ก่อนจะจัดการรินเหล้าราคาแพงใส่ลงในแก้วแล้วนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าของคนตัวสูง และก้าวออกไปยืนห่างๆ มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้ายกขึ้นดื่ม เขาสูบบุหรี่แบรนด์นอกพร้อมกับดื่มไปเรื่อยๆจนเหล้าหมดแก้วและวางแก้วลงบนโต๊ะตรงหน้า ก่อนที่ร่างบางจะเดินมาหยิบแก้วนำไปเติมเหล้า จากนั้นจึงนำมาวางตรงหน้าร่างสูง จาวาทำท่าจะเอื้อมไปหยิบแก้วเหล้ามาดื่มต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเขามีความรู้สึกว่าในร่างกายของเขาผิดปกติ ตอนนี้ในร่างกายของเขารู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอาจจะถูกวางยาปลุกเซ็กส์ เมื่อคิดได้อย่างนั้น นัยน์ตาคมเข้มก็เหลือบไปมองยังร่างบางที่อยู่ในชุดกระโปรงยูนิฟอร์มที่ยืนอยู่ด้วยแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะเค้นเสียงพูดออกไปด้วยอารมณ์เดือดพล่าน “เธอวางยาปลุกเซ็กส์ฉันใช่ไหม!” “ยาปลุกเซ็กส์?” เรียวปากชมพูเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “ก็เธอใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าให้ฉันกินไม่ใช่หรือไง!” เสียงทุ้มเข้มตะคอกออกไปด้วยอารมณ์เดือดดาล “ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้ใส่อะไรลงไปในแก้วเหล้านอกจากเหล้าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้ารัวๆพร้อมกับปฏิเสธออกไป เพราะเธอแค่รินเหล้าให้เขาเท่านั้น เธอจะใส่ยาปลุกเซ็กส์ไปทำไมกัน “เธอโกหก!” “ฉันพูดจริงๆค่ะ คุณเชื่อฉันเถอะนะคะว่าฉันไม่ได้ทำอย่างที่คุณพูด และฉันก็ไม่เคยเห็นด้วยว่ายาปลุกเซ็กส์มันมีหน้าตาเป็นยังไง” เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะรู้สึกหวั่นกลัวกับท่าทีของคนตรงหน้าเป็นอย่างมาก “เธอคิดจะจับฉันด้วยวิธีนี้สินะ” แววตาคมฉายชัดถึงความรังเกียจเข้ากระดูกดำ เขาพูดออกไปด้วยสีหน้าเย้ยหยันและโกรธแค้น “ฉันไม่ได้คิดที่จะจับคุณเลยค่ะ” “เงินเดือนที่ทำอยู่คงไม่พอใช้สินะถึงได้ใช้วิธีนี้เพื่อจับผู้ชาย” “ถึงเงินเดือนของฉันจะน้อยนิด แต่ฉันไม่เคยคิดจะจับผู้ชายเลยค่ะ” “ในเมื่อเธอเป็นคนทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ งั้นเธอก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เธอทำ” พูดจบร่างสูงก็ลุกจากโซฟาแล้วเดินไปกระชากร่างเล็กเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง ปึก! “อ๊ะ” เธอร้องออกมาด้วยความจุกเมื่อร่างของเธอปะทะเข้ากับอกแกร่ง “คิดจะจับฉันอย่างนั้นเหรอ…” “ได้ เดี๋ยวเธอจะรู้ว่าการใช้วิธีเลวๆจับผู้ชายมันต้องเจอกับอะไร” พูดจบจาวาก็พาร่างบอบบางไปโยนลงบนโซฟาตัวยาวจนร่างเล็กกระดอน มือใหญ่กระชากเสื้อผ้าของเธอออกจากร่างกายจนขาดวิ่น แคว่ก! “กรี๊ด! อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันไม่ได้ใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าอย่างที่คุณเข้าใจค่ะ” เธอกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดผวา พลางยกมือไหว้ร่างสูงตรงหน้า แววตาของเธอสั่นระริกเช่นเดียวกับริมฝีปาก “คนที่เป็นผู้ร้ายมันไม่ยอมรับหรอกนะว่ามันทำผิด” ดวงตามืดครึ้มและเคลือบแฝงความโหดเหี้ยมจ้องมองไปยังคนตรงหน้าอย่างไร้ความปราณี “ฉันไม่ได้ทำจริงๆค่ะ ขอร้องอย่าทำอะไรฉันเลย” เรียวปากสวยเอ่ยพลางขยับกายถอยหนีไปทีละคืบ แต่ก็ถูกฝ่ามือแกร่งจับล็อกเอาไว้แน่นพร้อมกับพูดออกไป “ทำเป็นไม่เคย ใช้วิธีนี้จับผู้ชายมากี่คนแล้วล่ะ” ใบหน้าหล่อร้ายจ้องมองเธอด้วยสายตาดูแคลน “ฉันไม่เคยทำแบบนี้กับใครค่ะ” “จะบอกว่าทำกับฉันเป็นคนแรกงั้นสิ” “ฉันไม่เคยทำกับใครจริงๆค่ะ” “งั้นเดี๋ยวจะได้รู้กันว่าเธอทำแบบนี้กับคนอื่นมาแล้วกี่คน” พูดจบ เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออกและจัดการถอดของตัวเอง จาวาหยิบถุงยางอนามัยออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วฉีกด้วยฟันอย่างชำนาญ ก่อนจะนำมาสวมเข้าที่ท่อนเอ็นยาวใหญ่ซึ่งตอนนี้ปลายหัวหยักมีน้ำไหลเยิ้มออกมาเป็นจำนวนมาก ฝ่ามือหนาจับขาเรียวแยกออกแล้วจับแก่นกายแข็งร้อนสอดใส่เข้าไปในกลีบรักสีหวานทีเดียวจนมิดด้าม สวบ! กึก! “อ อ๊ะ” ทันทีที่ถูกของแข็งดันเข้ามาในกายเธอ พลันร่างเล็กก็บิดเกร็งอย่างอัตโนมัติด้วยความรู้สึกเจ็บและจุก ใบหน้าหล่อเหลาถึงกับชะงักเมื่อรู้ว่าเป็นครั้งแรกของเธอ แต่เสี้ยววิเขาก็เร่งรัวท่อนรักแข็งที่ร้อนผ่าวเข้าใส่ร่องแคบอย่างดิบเถื่อน อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านจึงไม่อาจต้านทานความกำหนัดของตัวเอง รวมถึงความโกรธแค้นคนใต้ร่างที่กล้าทำกับเขาแบบนี้ ท่อนเอ็นใหญ่ตอกอัดใส่รูสวาทสีหวานไม่ยั้งจนถุงยางหมดไปสามชิ้น แต่เขายังมีอารมณ์อยู่ ดังนั้นรอบที่สี่เขาจำต้องปลดปล่อยโดยไร้เครื่องป้องกัน “อ อาา” เมื่อเขาปลดปล่อยน้ำกามเข้าไปในโพรงคับแคบจนหมดทุกหยาดหยด จากนั้นเขาจึงถอนท่อนเอ็นออกมาจากร่องสาวสีสวยพร้อมกับพูดออกไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พรุ่งนี้ซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินด้วย อย่าคิดจะปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจะมาจับฉันเด็ดขาด ฉันไม่มีวันที่จะรับผิดชอบเด็กที่เกิดมาจากผู้หญิงอย่างเธอ” “ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองท้องหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้คิดที่จะจับคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าเศร้าเมื่ออยู่ดีๆต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ “ออกไป หวังว่าชาตินี้ฉันกับเธออย่าได้เจอกันอีก” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยคนตัวเล็กก็ลุกจากโซฟาด้วยความยากลำบากเพราะรู้สึกทั้งเจ็บและแสบส่วนที่หวงแหนมานาน หญิงสาวหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่มีรอยฉีกขาดขึ้นมาจัดการสวมใส่และออกไปจากห้อง ก่อนจะเดินไปขึ้นรถหน้าร้านแล้วกลับบ้านไปทันที เพราะเธอไม่สามารถทำงานต่อในสภาพแบบนี้ได้หนึ่งเดือนต่อมาคอนโด 20.50 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ทัชชามาอยู่กับจาวา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้จาวาจะเอาใจใส่ทัชชาทุกอย่าง เขาทำอาหารให้เธอกิน พาเธอไปช้อปปิ้งบ่อยๆ เขาจะกอดจะหอมแก้มเธอทุกวัน ส่วนเรื่องบนเตียงก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย“อาทิตย์หน้าฉันต้องไปดูกิจการที่ยุโรปน่ะ” จาวาบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขาโดยสองแขนหนากอดเอวบางไว้หกเดือนเขาจะไปดูธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่ยุโรปครั้งนึง“คุณจะไปกี่วันคะ”“สองอาทิตย์”“ค่ะ”“เธออยากไปด้วยไหม”“ไม่ค่ะ”“แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วย”“อ้าว แล้วคุณจะถามทำไมคะว่าทัชชาอยากจะไปไหม” เธอทำสีหน้ายู่อย่างไม่จริงจังพร้อมกับเอ่ยออกไป“ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ เธอเคยไปต่างประเทศไหม”“ไม่เคยค่ะ”“งั้นต่อไปนี้เธอจะได้ไปต่างประเทศบ่อยๆแล้วนะ เพราะฉันต้องไปดูกิจการที่ต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง”“…” ทัชชานิ่งพลางคิดในใจว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้งงั้นเหรอ เธอเป็นแม่อุ้มบุญเองนะ ทำไมถึงต้องพาเธอไปด้วยล่ะ“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะ”“คุณเข้าไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“แต่ฉันอยากอาบพร้อมเธอ” พูดจบสองแขนแกร่งก็ช้อนร่างเล็กที่อยู่บนตักแล้วพาเข้าห้องนอน เ
สามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองหลับไปสามชั่วโมงเพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการร่วมรักที่ใช้เวลายาวนานถึงสองชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองร่างบางที่นอนแนบกายติดกับตัวเองแล้วยกยิ้มพร้อมกับพูดออกไป“ตื่นแล้วเหรอ หายเพลียหรือยัง”“หายแล้วค่ะ”“หิวไหม”“หิวค่ะ”“เมื่อเช้าก่อนไปทำงานได้กินอะไรบ้างหรือยัง”“กินโจ๊กค่ะ”“โจ๊กเธอคงย่อยหมดตั้งแต่เอากันยกแรกแล้วแหละ” ยกยิ้มแซว“คุณน่ะทำอย่างกับคนตายอดตายอยากอย่างนั้นแหละ” ดวงตาสีหวานมองค้อนพลางว่าร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้จริงจังอะไร“ก็ฉันตายอดตายอยากจริงๆนี่ ตั้งเดือนนึงเลยนะ…”“งั้นเราลุกไปอาบน้ำกันดีกว่านะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ลุกไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำไปด้วยกัน โดยจาวาก็ซุกซนกับร่างกายเธอไม่หยุด“พอแล้วค่ะ อย่าจับ” เธอห้ามเขาที่บีบสองเต้าของเธอ“ให้ฉันจับหน่อยสิ นานแล้วนะที่ไม่ได้จับ” ปากหนาว่าพลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองก้อนเต่งตึงไปเรื่อยๆด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำเนินเนื้ออวบอูมเบาๆ“คุณจาวา…พอได้แล้ว”“ขออีกทีนึงนะ”“ไม่แล้ว”“ทีเดียวแล้วจะให้อาบน้ำ” เมื่อเห็นว่าเขายังคะยั้นคะยอ“ก็ได้” สิ้
วันต่อมาเมื่อทาลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องแล้วเดินไปเคาะประตูห้องของจาวาก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรหรือเปล่าลิน” ใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามออกไป“ลินมีเรื่องที่จะบอกพี่ค่ะ”“พี่ก็มีเรื่องจะบอกลินเหมือนกัน ลินไปนั่งรอพี่ก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”“ได้ค่ะ” จากนั้นทาลินก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง ก่อนที่ไม่นานร่างสูงของจาวาที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะเดินมาหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป“ลินมีเรื่องอะไรจะบอกพี่ก็บอกมาได้เลย”“พี่จาวาบอกเรื่องของพี่มาก่อนก็ได้ค่ะ”“พี่อยากฟังเรื่องของลินก่อน” ว่าแล้วทาลินก็กลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป“วันนี้ลินจะย้ายออกไปอยู่กับ…เอ่อ…สามีน่ะค่ะ”“…” เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟังต่อ“คุณโจวคือสามีของลินค่ะ”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งอึ้งกว่าเดิม“ตอนที่ลินประสบอุบัติเหตุ คุณโจวเป็นคนพาลินไปโรงพยาบาลและคอยดูแล พอออกจากโรงพยาบาลคุณโจวก็พาลินมาอยู่ที่บ้านของเขาค่ะ”ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนประเทศจีน บ้านโจวในวันที่ทาลินออกจากโรงพยาบาล โจวที่รู้ว่าพ่อแม่ของทาลินเสียชีวิต และรู้ว่าเธอความจำเสื่อมก็สงสารแล้วพาเธอมาอยู
บ้านมนต์นภาวันนี้จาวาออกมาจากคอนโดแล้วมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านเพราะรู้สึกว่าอยากทานข้าวกับท่านทั้งสองหลังจากที่พ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามคนจึงพากันมานั่งในห้องรับแขก“ทำไมถึงไมพาแฟนมาด้วยล่ะ” ภพธรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า“คือ…ผมอยากมาคนเดียวครับพ่อ”“ตอนที่คบกันเป็นแฟนก็ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นแฟนกับหนูทาลิน พอมาตอนนี้ก็ไม่คิดจะพามาด้วยอีก”“ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็นครับพ่อ”“แล้วแกรักแฟนหรือเปล่าล่ะ”“…” เขานิ่งพลางคิดในใจว่าเขารักทาลินหรือเปล่านะ ถ้ารักต้องรู้สึกยังไง จะว่าไปตั้งแต่คบกับทาลินมาสองปีเขาก็ไม่เคยบอกรักทาลินสักครั้ง“หรือว่าแกไม่ได้รักแฟนจริง”“ผมก็ไม่รู้ครับว่ารักหรือไม่รัก” ครั้งแรกที่เขาเห็นทาลินเขารู้สึกดีและชอบเธอ“ถ้าแกเจอคนที่รักแกจะไม่พูดแบบนี้หรอกจาวา แต่พ่อว่าแกไม่ได้รักแฟนของแกหรอก คงจะแค่ชอบมากกว่า”“…” เขานิ่งและชั่งใจ“แล้วกับหนูทัชชาล่ะ แกคิดยังไง”มนต์นภาที่นั่งอยู่ยกยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีถามลูกชายออกไปตรงๆแบบนั้น“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จ้างเขาให้มาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วจะให้ผมคิดอะไรกับเขาล่ะครับ” ดวงตาคู่คมลอกแลก น้ำเสียงไม่มั่นคงในขณะที่ตอบค
เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จก็ช่วยกันยกจานเข้าไปไว้ในครัวแล้วออกมา ทัชชาเอ่ยถามยังร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างกับเป็นบ้านของตัวเอง“คุณควรกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ”“ฉันไม่รีบ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าตีมึนแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านที่กำลังไล่เขาอยู่“คุณไม่รีบกลับไปห
ตอนเย็นร่างสูงของโจวออกจากห้องทำงานมาแล้วบอกกับร่างเล็กของเลขาที่กำลังเก็บของบนโต๊ะ“กลับบ้านกันเถอะครับคุณทัชชา เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอง” ระบายยิ้มอ่อนๆ“ไม่เป็น…” เธอจะปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่เขาก็พูดออกมาเสียก่อน“ผมว่างครับ ให้ผมไปส่งนะครับ”“ได้ค่ะคุณโจว” รับคำอย่างไม่เรื่องมากเสร็จ คนตัวเล็
วันต่อมาบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังทัชชาขึ้นมายังชั้นที่สี่สิบตามที่คุณโจวบอก เรียวขาสวยก้าวออกจากลิฟต์แล้วเดินไปยังห้องของผู้บริหารใหญ่ซึ่งนั่นก็คือห้องของประธานบริษัทนั่นเองโจวอายุสามสิบปีเป็นลูกครึ่งไทยจีน พ่อเป็นคนจีน แม่เป็นคนไทย ส่วนมากโจวจะอยู่ที่จีน หลายเดือนเขาจะมาดูแลบริษัทที่เมืองไทยครั้ง
คอนโดเมื่อทั้งสองเข้ามาในคอนโด จาวาก็ไม่รอช้าที่จะบอกกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเขา“นั่งก่อนสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” จากนั้นคนตัวเล็กก็หย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาราคาแพง ก่อนที่ชายหนุ่มจะหย่อนกายนั่งลงข้างเธอ ทัชชาคิดในใจว่าเธอพอจะเดาออกว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร“คนที่โทรหาฉันเมื่อกี้คือแฟนฉันเอง”“…” “พรุ่





