Masukบ้านทัชชา
เมื่อทัชชาเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างคนหมดแรงเมื่อคิดว่าสิ่งที่เธอเจอเมื่อครู่นั้นถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้ พ่อทิ้งเธอและแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตอนเธออายุสามขวบ แม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว กระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนแม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ตอนนี้เธออยู่กับยายแค่สองคนและยายก็ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบมาสองปีแล้ว ทัชชานอนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มกระทำต่อร่างกายเธอหลายครั้งจึงทำให้หยาดน้ำสีใสรินไหลอออกมาจนแก้มขาวนวลเปียกไปหมด จนกระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับพูดออกมา “ไม่เป็นไรนะทัชชา ไม่เป็นไร เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ถือว่าเป็นกรรมเก่าก็แล้วกันนะ เราต้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้ได้ แล้วพรุ่งนี้ก็ทำหน้าที่ของเราต่อไปและทำให้ดีที่สุด” หน้าที่ของเธอคือทำงานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงยาย ไนท์คลับ วันต่อมา “มาแล้วเหรอทัชชา เมื่อคืนได้บริการคุณจาวา เป็นยังไงบ้าง” เสียงของรันดาเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าดูตื่นเต้นเมื่อเห็นทัชชาเดินเข้ามาในร้าน “ก็…” เธอไม่รู้จะตอบว่าอะไรดีเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อคืน “คุณจาวาเขาให้ทิปเธอหนักไหม” “ก็นิดหน่อยน่ะ” เธอตอบออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อต้องพูดไปถึงคนใจร้ายนั้น “แล้วคุณจาวา…ได้ทำอะไรเธอหรือเปล่า” รันดาถามต่อเพราะอยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง ย้อนกลับไปเมื่อคืน ‘รันดาเดี๋ยวเธอยกเหล้าไปเสิร์ฟคุณจาวาในห้องวีไอพีห้าด้วยนะ’ ‘ได้ค่ะเจ๊’ รันดารับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางสายตามีเลศนัย ‘รีบยกขึ้นไปเลยนะ อย่าปล่อยให้คุณจาวาต้องรอนาน เพราะคุณจาวาเป็นแขกคนสำคัญในร้าน’ พูดจบ เจ้าของร้านในวัยสี่สิบปีก็เดินออกไป ทันใดนั้นรันดาก็หยิบยาปลุกเซ็กส์ออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วหยดลงในแก้วเหล้าที่จะเอาไปเสิร์ฟให้จาวา รันดาทำงานที่นี่มาสองปีแล้ว เธอชอบจาวามานานแล้ว ทุกครั้งที่จาวามาดื่มที่นี่ บ่อยครั้งที่เจ้าของร้านจะให้เธอเป็นคนยกเหล้าขึ้นไปเสิร์ฟให้เขาและคอยบริการเขาและเพื่อนๆของเขา Rrrr! เมื่อรันดาใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้ามา เธอรีบหยิบออกมากดรับสายแล้วเดินออกไปคุยนอกร้าน ก่อนที่เจ้าของร้านจะเดินเข้ามาและเอ่ยถามทัชชาที่ยืนจัดแก้วอยู่ ‘นี่รันดายังไม่ได้ยกเหล้าขึ้นไปเสิร์ฟให้คุณจาวาอีกเหรอ แล้วนี่รันดาไปไหน’ ‘น่าจะออกไปคุยโทรศัพท์นอกร้านค่ะเจ๊’ ‘งั้นเธอก็ยกเหล้าขึ้นไปให้คุณจาวาก็แล้วกัน’ ‘ได้ค่ะเจ๊’ รับคำเสร็จ ทัชชาก็ยกถาดที่มีเหล้าราคาหลักแสนและแก้วเนื้อดีวางอยู่แล้วพาไปเสิร์ฟให้ลูกค้าในห้องวีไอพี ทัชชาเคยเห็นจาวามาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่เธอไม่ได้ยกเหล้าไปเสิร์ฟให้เขาเพราะส่วนมากรันดาจะเป็นคนเอาไปเสิร์ฟ “…” ทัชชานิ่งไปเมื่อรันดาถามว่าเขาทำอะไรเธอบ้างหรือเปล่า “คุณจาวา…เขาไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม อย่างเช่นกอดอะไรงี้” รันดาถามด้วยสีหน้าลุ้น “เขา…ไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก” ทัชชาเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมองแล้วเดินเข้าหลังร้านไป เพราะไม่อยากให้รันดาถามอะไรที่มันจะทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจอีก ร้านอาหาร หนึ่งเดือนต่อมา ทัชชาได้ลาออกมาจากไนท์คลับแล้ว และตอนนี้เธอมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ในขณะที่เธอกำลังคิดไปถึงเหตุการณ์เลวร้ายของคืนนั้น อยู่ๆก็มีเสียงเรียกจากพนักงานสาวในร้านเอ่ยขึ้น “ทัชชาเดี๋ยวยกอาหารไปเสิร์ฟโต๊ะโน้นทีนะ โต๊ะที่มีผู้ชายหล่อๆกับผู้หญิงใส่ชุดแดงน่ะ” “ได้ค่ะพี่กบ” ทัชชารับคำเสร็จก็เดินไปยกถาดอาหารแล้วพาไปยังโต๊ะที่มีชายหนุ่มร่างสูงกับผู้หญิงสวยใส่ชุดแดงนั่งอยู่ เมื่อมาถึงโต๊ะทัชชาก็ถึงกับผงะเมื่อผู้ชายหล่อๆที่พี่กบว่าคือคนที่มีอะไรกับเธอในคืนนั้น “!!!” “!!!” ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นมองพนักงานเสิร์ฟก็ถึงกับผงะไม่ต่างไปจากเธอ ทัชชาเรียกสติของตัวเองกลับมาแล้วหยิบจานอาหารวางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสุภาพ ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ทัชชาเดินมาแอบยืนอยู่หลังร้านด้วยท่าทีลนลาน เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อยู่ในห้องแอร์ “เป็นอะไรเหรอทัชชา วันนี้ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าถึงได้ซีดแบบนั้น” กบที่เห็นท่าทีของทัชชาแปลกๆจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “ปละ เปล่าค่ะ ทัชชาไม่ได้เป็นอะไร ทัชชาสบายดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปด้วยอาการลุกลี้ลุกลนเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง เป็นเวลาหนึ่งเดือนมาแล้วที่เธอไม่เจอกับเขา อุตส่าห์ย้ายมาทำงานที่นี่แล้วเชียว แต่ก็ต้องมาเจอกับเขาอีก “ร้อนเหรอทัชชา ดูสิเหงื่อแตกเต็มหน้าเลย” กบถามด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ใช่ค่ะ วันนี้ทัชชารู้สึกร้อนมากเลยค่ะ” เธอยกมือขึ้นโบกที่ใบหน้าเพื่อแสดงให้อีกคนเห็นว่าเธอร้อนจริงๆ “งั้นก็นั่งพักให้เหงื่อแห้งก่อนนะ แล้วค่อยออกไปเสิร์ฟ” “ค่ะพี่กบ” จากนั้นทัชชาจึงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน ด้านจาวา “คุณจาวารู้จักพนักงานเสิร์ฟคนเมื่อกี้ด้วยเหรอคะ” หญิงสาวใบหน้าสวยที่เป็นคู่ควงแต่ไม่ใช่คู่นอนของจาวา ซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยถามขึ้นเมื่อทัชชาเดินออกไปแล้ว “ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น รีบกินข้าวเถอะจะได้รีบกลับ” จาวาตอบคนตรงหน้าด้วยท่าทีไม่ได้ใส่ใจ จากนั้นทั้งสองจึงรับประทานอาหารกันจนเสร็จ ก่อนที่จะพากันออกจากร้านไปหนึ่งเดือนต่อมาคอนโด 20.50 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ทัชชามาอยู่กับจาวา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้จาวาจะเอาใจใส่ทัชชาทุกอย่าง เขาทำอาหารให้เธอกิน พาเธอไปช้อปปิ้งบ่อยๆ เขาจะกอดจะหอมแก้มเธอทุกวัน ส่วนเรื่องบนเตียงก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย“อาทิตย์หน้าฉันต้องไปดูกิจการที่ยุโรปน่ะ” จาวาบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขาโดยสองแขนหนากอดเอวบางไว้หกเดือนเขาจะไปดูธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่ยุโรปครั้งนึง“คุณจะไปกี่วันคะ”“สองอาทิตย์”“ค่ะ”“เธออยากไปด้วยไหม”“ไม่ค่ะ”“แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วย”“อ้าว แล้วคุณจะถามทำไมคะว่าทัชชาอยากจะไปไหม” เธอทำสีหน้ายู่อย่างไม่จริงจังพร้อมกับเอ่ยออกไป“ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ เธอเคยไปต่างประเทศไหม”“ไม่เคยค่ะ”“งั้นต่อไปนี้เธอจะได้ไปต่างประเทศบ่อยๆแล้วนะ เพราะฉันต้องไปดูกิจการที่ต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง”“…” ทัชชานิ่งพลางคิดในใจว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้งงั้นเหรอ เธอเป็นแม่อุ้มบุญเองนะ ทำไมถึงต้องพาเธอไปด้วยล่ะ“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะ”“คุณเข้าไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“แต่ฉันอยากอาบพร้อมเธอ” พูดจบสองแขนแกร่งก็ช้อนร่างเล็กที่อยู่บนตักแล้วพาเข้าห้องนอน เ
สามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองหลับไปสามชั่วโมงเพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการร่วมรักที่ใช้เวลายาวนานถึงสองชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองร่างบางที่นอนแนบกายติดกับตัวเองแล้วยกยิ้มพร้อมกับพูดออกไป“ตื่นแล้วเหรอ หายเพลียหรือยัง”“หายแล้วค่ะ”“หิวไหม”“หิวค่ะ”“เมื่อเช้าก่อนไปทำงานได้กินอะไรบ้างหรือยัง”“กินโจ๊กค่ะ”“โจ๊กเธอคงย่อยหมดตั้งแต่เอากันยกแรกแล้วแหละ” ยกยิ้มแซว“คุณน่ะทำอย่างกับคนตายอดตายอยากอย่างนั้นแหละ” ดวงตาสีหวานมองค้อนพลางว่าร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้จริงจังอะไร“ก็ฉันตายอดตายอยากจริงๆนี่ ตั้งเดือนนึงเลยนะ…”“งั้นเราลุกไปอาบน้ำกันดีกว่านะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ลุกไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำไปด้วยกัน โดยจาวาก็ซุกซนกับร่างกายเธอไม่หยุด“พอแล้วค่ะ อย่าจับ” เธอห้ามเขาที่บีบสองเต้าของเธอ“ให้ฉันจับหน่อยสิ นานแล้วนะที่ไม่ได้จับ” ปากหนาว่าพลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองก้อนเต่งตึงไปเรื่อยๆด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำเนินเนื้ออวบอูมเบาๆ“คุณจาวา…พอได้แล้ว”“ขออีกทีนึงนะ”“ไม่แล้ว”“ทีเดียวแล้วจะให้อาบน้ำ” เมื่อเห็นว่าเขายังคะยั้นคะยอ“ก็ได้” สิ้
วันต่อมาเมื่อทาลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องแล้วเดินไปเคาะประตูห้องของจาวาก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรหรือเปล่าลิน” ใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามออกไป“ลินมีเรื่องที่จะบอกพี่ค่ะ”“พี่ก็มีเรื่องจะบอกลินเหมือนกัน ลินไปนั่งรอพี่ก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”“ได้ค่ะ” จากนั้นทาลินก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง ก่อนที่ไม่นานร่างสูงของจาวาที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะเดินมาหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป“ลินมีเรื่องอะไรจะบอกพี่ก็บอกมาได้เลย”“พี่จาวาบอกเรื่องของพี่มาก่อนก็ได้ค่ะ”“พี่อยากฟังเรื่องของลินก่อน” ว่าแล้วทาลินก็กลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป“วันนี้ลินจะย้ายออกไปอยู่กับ…เอ่อ…สามีน่ะค่ะ”“…” เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟังต่อ“คุณโจวคือสามีของลินค่ะ”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งอึ้งกว่าเดิม“ตอนที่ลินประสบอุบัติเหตุ คุณโจวเป็นคนพาลินไปโรงพยาบาลและคอยดูแล พอออกจากโรงพยาบาลคุณโจวก็พาลินมาอยู่ที่บ้านของเขาค่ะ”ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนประเทศจีน บ้านโจวในวันที่ทาลินออกจากโรงพยาบาล โจวที่รู้ว่าพ่อแม่ของทาลินเสียชีวิต และรู้ว่าเธอความจำเสื่อมก็สงสารแล้วพาเธอมาอยู
บ้านมนต์นภาวันนี้จาวาออกมาจากคอนโดแล้วมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านเพราะรู้สึกว่าอยากทานข้าวกับท่านทั้งสองหลังจากที่พ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามคนจึงพากันมานั่งในห้องรับแขก“ทำไมถึงไมพาแฟนมาด้วยล่ะ” ภพธรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า“คือ…ผมอยากมาคนเดียวครับพ่อ”“ตอนที่คบกันเป็นแฟนก็ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นแฟนกับหนูทาลิน พอมาตอนนี้ก็ไม่คิดจะพามาด้วยอีก”“ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็นครับพ่อ”“แล้วแกรักแฟนหรือเปล่าล่ะ”“…” เขานิ่งพลางคิดในใจว่าเขารักทาลินหรือเปล่านะ ถ้ารักต้องรู้สึกยังไง จะว่าไปตั้งแต่คบกับทาลินมาสองปีเขาก็ไม่เคยบอกรักทาลินสักครั้ง“หรือว่าแกไม่ได้รักแฟนจริง”“ผมก็ไม่รู้ครับว่ารักหรือไม่รัก” ครั้งแรกที่เขาเห็นทาลินเขารู้สึกดีและชอบเธอ“ถ้าแกเจอคนที่รักแกจะไม่พูดแบบนี้หรอกจาวา แต่พ่อว่าแกไม่ได้รักแฟนของแกหรอก คงจะแค่ชอบมากกว่า”“…” เขานิ่งและชั่งใจ“แล้วกับหนูทัชชาล่ะ แกคิดยังไง”มนต์นภาที่นั่งอยู่ยกยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีถามลูกชายออกไปตรงๆแบบนั้น“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จ้างเขาให้มาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วจะให้ผมคิดอะไรกับเขาล่ะครับ” ดวงตาคู่คมลอกแลก น้ำเสียงไม่มั่นคงในขณะที่ตอบค
วันต่อมา ตอนเย็น ห้างสรรพสินค้าวันนี้หลังเลิกงานทาลินชวนจาวามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนโจวก็ชวนทัชชามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเช่นกัน“คุณทัชชาครับ ผมว่าก่อนไปซื้อของเรากินอะไรกันก่อนดีกว่านะครับ” เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างบางที่เดินเคียงข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองจึงพากันไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล เมื่อโจวกับทัชชาเข้ามาภายในร้านอาหารหรูก็เห็นจาวากับทาลินนั่งอยู่ จาวากับทาลินหันมาเห็นคนทั้งสองก็ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่โจวกับทัชชาจะละสายตาจากสองคนที่นั่งอยู่แล้วพากันเดินไปนั่งยังโต๊ะอาหารที่ถัดไปไม่ไกลกับที่จาวาและทาลินนั่งอยู่เวลาต่อมาเมื่อโจวกับทัชชารับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน เขาพาเธอไปร้านเสื้อผ้าผู้ชาย“คุณทัชชาช่วยผมเลือกชุดไปงานแต่งหน่อยนะครับ” เมื่อเข้ามาในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง โจวก็หันบอกกับทัชชาที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองก็เลือกเสื้อผ้ากัน“ชุดนี้ทัชชาว่าน่าจะเหมาะกับคุณโจวนะคะ” เธอหยิบเสื้อสูทสีครีมอมน้ำตาลกับกางเกงสแลคสีดำที่แขวนอยู่บนราวให้ชายหนุ่มดู“งั้นผมเอาไปลองก่อนนะครับ
เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จก็ช่วยกันยกจานเข้าไปไว้ในครัวแล้วออกมา ทัชชาเอ่ยถามยังร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างกับเป็นบ้านของตัวเอง“คุณควรกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ”“ฉันไม่รีบ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าตีมึนแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านที่กำลังไล่เขาอยู่“คุณไม่รีบกลับไปหา…” เธอจะถามเขาว่าไม่รีบกลับไปหาแฟนเหรอ แต่เธอละไว้แค่นั้นแล้วเข้าห้องนอนพร้อมกับล็อกประตู ก่อนที่โทรศัพท์ของเธอจะมีสายโทรเข้ามาจากมนต์นภาRrrr!‘สวัสดีค่ะคุณป้า’‘หนูทัชชากลับคอนโดหรือยัง’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะคุณป้า’‘กลับมาอยู่บ้านแล้ว? หนูทัชชากลับมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านสองสามวันแล้วค่ะ’‘อ้อ’‘ทัชชาไม่ได้เป็นเลขาให้คุณจาวาแล้วนะคะคุณป้า’‘ทำไมล่ะ’‘คุณจาวาได้เลขาคนใหม่แล้วค่ะ’‘พอได้เลขาใหม่จาวาก็บอกให้หนูลาออกงั้นเหรอ’‘ใช่ค่ะ’‘งั้นแค่นี้นะหนูทัชชา’‘ค่ะคุณป้า’ ว่าจบนิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรคะ” เธอถามโดยไม่เปิดประตู“ฉันจะกลับแล้ว ออกมาล็อกประตูบ้านด้วย”“คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวทัชชาค่อยออกไปล็อก”“ออกมาล็อกเลยสิ







