LOGINด้านจาวา
“เมื่อไหร่ลูกจะมีเมียสักที ปีนี้ก็ยี่สิบเก้าแล้วนะ” มนต์นภาเอ่ยถามยังลูกชายร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าดูมีความกังวลไม่น้อยเมื่อลูกชายของตัวเองที่มีอายุปาเข้าไปเกือบจะสามสิบแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเป็นตัวเป็นตนเสียที จะมีก็แต่คู่ควงที่ควงเล่นไปวันๆ และคู่ควงของเขาก็ไม่ค่อยซ้ำหน้ากันด้วย “ผมชอบใช้ชีวิตแบบนี้ครับแม่ ผมยังไม่อยากมีครอบครัว ผมอยากอยู่เป็นโสดแบบนี้ไปนานๆครับ” เขายังไม่อยากผูกมัดกับใครเพราะเขารู้สึกว่ามันไม่มีอิสระ จะไปไหนมาไหนถ้ามีเมียมาคอยถามนั่นถามนี่ก็ไม่ไหว “ถ้าลูกไม่อยากผูกมัดกับใคร งั้นแม่ขอหลานสักคนจากลูกได้ไหม” ในเมื่อลูกชายไม่อยากมีเมีย งั้นก็ขอหลานจากลูกชายก็ได้ “ขอหลาน? แม่หมายถึงอะไรครับ” เจ้าของใบหน้าหล่อไร้ที่ติขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยสีหน้างุนงง “ถ้าลูกไม่อยากมีเมีย งั้นลูกก็มีหลานให้แม่สักคนสิ” “แม่พูดออกมาตรงๆเลยดีกว่าครับ ถ้าแม่มัวอ้อมค้อมอยู่แบบนั้นแล้วเมื่อไหร่ผมจะเข้าใจล่ะครับ” “แม่จะจ้างผู้หญิงดีๆมาอุ้มบุญให้ลูกน่ะ” “อุ้มบุญ?” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยออกไปพลางมีสีหน้าตกใจไม่น้อยกับคำว่าอุ้มบุญ เขาเคยแต่ได้ยินที่ใครเขาพูดกัน แต่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเอง “ลูกเคยได้ยินเรื่องอุ้มบุญใช่ไหม” “ก็เคยได้ยินมาบ้างครับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเอง” “ถ้าแม่หาผู้หญิงมาอุ้มบุญได้ ลูกจะต้องยอมทำตามที่แม่บอกนะ” “…” เขานิ่งครุ่นคิดและมีความสองจิตสองใจ เพราะตอนนี้เขายังรอแฟนสาวที่อยู่ๆก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเขาติดต่อเธอไม่ได้เลย เป็นเวลาสองปีแล้วที่แฟนสาวของเขาไม่ติดต่อมาหาเขาเลย แฟนสาวของจาวาชื่อทาลิน เมื่อสี่ปีก่อนทาลินที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆมาสมัครเป็นเลขาของเขา เขารู้สึกดีกับเธอตั้งแต่แรกเห็น สองเดือนต่อมาเขาก็ขอเธอเป็นแฟน พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเขากับทาลินเป็นแฟนกันเพราะเขาไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่ก็มีพนักงานในบริษัทบางคนจะรู้ว่าทาลินคือแฟนของเขา เนื่องจากพนักงานจะเห็นทาลินมาบริษัทพร้อมกับเขาทุกตอนเช้าและกลับพร้อมกันทุกตอนเย็น ทาลินเป็นเลขาของเขาและพ่วงด้วยตำแหน่งแฟนของเขาจนกระทั่งสองปีต่อมา ทาลินลาพักร้อนไปเที่ยวประเทศจีนกับพ่อแม่ของเธอ ตอนทาลินอยู่ที่จีนเขาติดต่อหาทาลินตลอดเจ็ดวัน พอวันที่แปดเขาก็ติดต่อเธอไม่ได้เลย ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้เลย นี่ก็สองปีมาแล้วที่เขาติดต่อเธอไม่ได้ ไปหาเธอที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ เขารู้สึกมืดแปดด้าน เพราะไม่รู้จะไปตามหาเธอได้ที่ไหน แต่เขาก็ยังแอบหวังว่าทาลินยังมีชีวิตอยู่และจะกลับมาหาเขาในสักวันหนึ่ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความฝันลมๆแล้งๆก็ตาม “มันไม่ได้ยากเลยนะลูก ก็แค่ไปพบหมอแล้วทำด้วยวิธีทางวิทยาศาตร์ ลูกกับแม่อุ้มบุญไม่ต้องมีอะไรกัน” “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ” เขาตอบออกไปทันทีเมื่อคิดว่าไม่ต้องมีความสัมพันธ์ทางกายกับผู้หญิงที่มาอุ้มบุญ “งั้นแม่จะรีบจัดการหาแม่อุ้มบุญมาให้ลูกโดยเร็วที่สุด” “ไม่ต้องรีบถึงขนาดนั้นก็ได้ครับแม่” “จะไม่ให้แม่รีบได้ยังไงล่ะ ถ้าปล่อยไว้นานไปอายุของลูกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น” “อายุสามสิบกว่าสำหรับผู้ชายมันไม่ได้แก่นะแม่” “ไม่รู้แหละแต่แม่รีบ แม่ก็ใกล้หกสิบเข้าไปทุกที แต่ยังไม่มีหลานให้ได้เลี้ยงสักคน” “งั้นผมก็เอาที่แม่สบายใจก็แล้วกันครับ” เมื่อเห็นว่าคนเป็นแม่พูดตัดพ้อเขาจึงนึกเห็นใจจึงจำต้องตามใจแม่ ถึงแม้ว่าเรื่องที่จะมีลูกจะไม่เคยอยู่ในหัวสมองของเขาก็ตาม ร้านอาหาร วันต่อมา มนต์นภาเดินเข้ามาภายในร้านอาหารอย่างมีความหวัง เพราะนางคิดได้แล้วว่าจะให้ใครมาเป็นแม่อุ้มบุญให้ลูกชายของตัวเอง ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมนต์นภาแวะมากินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนี้ พอจ่ายเงินกับพนักงานเสร็จนางก็ลุกจากโต๊ะทันที มนต์นภารู้สึกหน้ามืดกะทันหัน และร่างกายเซเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นก็มีพนักงานสาวคนที่รับเงินค่าอาหารจากนางเมื่อครู่เข้ามาช่วยประคองร่างของมนต์นภาไว้อย่างรวดเร็ว ‘คุณป้าเป็นอะไรคะ’ ร่างบางที่ประคองหญิงวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงตื่นตกใจ ‘ป้ารู้สึกเวียนหัวแล้วก็หน้ามืดน่ะ’ ‘คุณป้าจะไปโรงพยาบาลไหมคะเดี๋ยวทัชชาจะพาไปค่ะ’ ‘งั้นหนูทัชชาช่วยประคองป้าไปที่รถหน่อยได้ไหม’ ‘ได้ค่ะๆ’ เธอรับคำอย่างลนลาน จากนั้นจึงประคองร่างของหญิงวัยกลางคนไปขึ้นรถซึ่งมีคนขับยืนอยู่ข้างรถ คนขับรถที่เห็นเจ้านายของตัวเองถูกประคองออกมาจึงเดินเข้ามาเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจ ‘คุณท่านเป็นอะไรครับ’ แล้วทัชชาก็เป็นคนตอบ ‘คุณป้าเวียนหัวแล้วก็หน้ามืดค่ะ คุณป้าต้องไปโรงพยาบาลค่ะ’ ‘ครับๆ’ เขารับคำแล้วรีบเปิดประตูด้านหลังให้มนต์นภาเข้าไปนั่ง ก่อนที่มนต์นภาจะหันมาพูดกับทัชชาที่ยืนอยู่ข้างรถ ‘หนูไปโรงพยาบาลกับป้าด้วยสิ ช่วยไปเป็นเพื่อนป้าหน่อยนะ’ ‘ได้ค่ะคุณป้า’ เธอรับคำด้วยความเต็มใจแล้วเข้าไปนั่งข้างหญิงวัยกลางคน ก่อนที่คนขับจะออกรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ไม่ไกล เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทัชชาก็ช่วยประคองมนต์นภาเข้าไปในห้องตรวจจึงได้รู้ว่าที่มนต์นภามีอาการเวียนหัวและหน้ามืดนั้นก็เป็นเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หมอจัดการสั่งยา ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปยังห้องจ่ายยา และทัชชาก็เป็นคนลุกไปรับยาให้ จากนั้นมนต์นภาจึงไปส่งทัชชาที่ร้านอาหาร ‘ป้าขอบใจหนูทัชชามากนะที่ช่วยเหลือป้า หนูเป็นคนจิตใจดีเหลือเกิน’ มนต์นภาเอ่ยด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจหญิงสาวที่เป็นคนมีน้ำใจ ‘ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า ทัชชารู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้ช่วยพาคุณป้าไปหาหมอ’ ‘บ้านหนูทัชชาอยู่แถวไหนล่ะ เผื่อบางทีป้าอยากจะไปเที่ยวที่บ้านหนูบ้าง’ ‘คุณป้ามีกระดาษกับปากกาไหมคะเดี๋ยวทัชชาเขียนที่อยู่ให้’ ว่าแล้วคนขับรถก็หยิบกระดาษและปากกายื่นให้ทัชชาเอาไปเขียนที่อยู่ของเธอ เขียนเสร็จทัชชาจึงยื่นกระดาษกับปากกาให้มนต์นภา ‘หนูทัชชาเขียนเบอร์โทรให้ป้าด้วยนะ เผื่อบางทีป้าอยากจะโทรคุยกับหนูบ้าง’ จากนั้นทัชชาจึงเขียนเบอร์โทรลงไปในกระดาษแผ่นเดิม ‘งั้นป้ากลับบ้านก่อนนะหนูทัชชา’ ‘โชคดีค่ะคุณป้า คุณป้าอย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งนะคะ’ เรียวปากสีหวานเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ‘จ้ะ ป้าไปแล้วนะ’ ‘สวัสดีค่ะคุณป้า’ ทัชชายกมือไหว้แล้วเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่รถหรูของมนต์นภาจะเคลื่อนตัวออกไปหนึ่งเดือนต่อมาคอนโด 20.50 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ทัชชามาอยู่กับจาวา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้จาวาจะเอาใจใส่ทัชชาทุกอย่าง เขาทำอาหารให้เธอกิน พาเธอไปช้อปปิ้งบ่อยๆ เขาจะกอดจะหอมแก้มเธอทุกวัน ส่วนเรื่องบนเตียงก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย“อาทิตย์หน้าฉันต้องไปดูกิจการที่ยุโรปน่ะ” จาวาบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักของเขาโดยสองแขนหนากอดเอวบางไว้หกเดือนเขาจะไปดูธุรกิจโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่ยุโรปครั้งนึง“คุณจะไปกี่วันคะ”“สองอาทิตย์”“ค่ะ”“เธออยากไปด้วยไหม”“ไม่ค่ะ”“แต่ฉันอยากให้เธอไปด้วย”“อ้าว แล้วคุณจะถามทำไมคะว่าทัชชาอยากจะไปไหม” เธอทำสีหน้ายู่อย่างไม่จริงจังพร้อมกับเอ่ยออกไป“ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ เธอเคยไปต่างประเทศไหม”“ไม่เคยค่ะ”“งั้นต่อไปนี้เธอจะได้ไปต่างประเทศบ่อยๆแล้วนะ เพราะฉันต้องไปดูกิจการที่ต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง”“…” ทัชชานิ่งพลางคิดในใจว่าเขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้งงั้นเหรอ เธอเป็นแม่อุ้มบุญเองนะ ทำไมถึงต้องพาเธอไปด้วยล่ะ“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะ”“คุณเข้าไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“แต่ฉันอยากอาบพร้อมเธอ” พูดจบสองแขนแกร่งก็ช้อนร่างเล็กที่อยู่บนตักแล้วพาเข้าห้องนอน เ
สามชั่วโมงผ่านไปหลังจากที่ทั้งสองหลับไปสามชั่วโมงเพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการร่วมรักที่ใช้เวลายาวนานถึงสองชั่วโมงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองร่างบางที่นอนแนบกายติดกับตัวเองแล้วยกยิ้มพร้อมกับพูดออกไป“ตื่นแล้วเหรอ หายเพลียหรือยัง”“หายแล้วค่ะ”“หิวไหม”“หิวค่ะ”“เมื่อเช้าก่อนไปทำงานได้กินอะไรบ้างหรือยัง”“กินโจ๊กค่ะ”“โจ๊กเธอคงย่อยหมดตั้งแต่เอากันยกแรกแล้วแหละ” ยกยิ้มแซว“คุณน่ะทำอย่างกับคนตายอดตายอยากอย่างนั้นแหละ” ดวงตาสีหวานมองค้อนพลางว่าร่างแกร่งที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้จริงจังอะไร“ก็ฉันตายอดตายอยากจริงๆนี่ ตั้งเดือนนึงเลยนะ…”“งั้นเราลุกไปอาบน้ำกันดีกว่านะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็ลุกไปเข้าห้องน้ำและอาบน้ำไปด้วยกัน โดยจาวาก็ซุกซนกับร่างกายเธอไม่หยุด“พอแล้วค่ะ อย่าจับ” เธอห้ามเขาที่บีบสองเต้าของเธอ“ให้ฉันจับหน่อยสิ นานแล้วนะที่ไม่ได้จับ” ปากหนาว่าพลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองก้อนเต่งตึงไปเรื่อยๆด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำเนินเนื้ออวบอูมเบาๆ“คุณจาวา…พอได้แล้ว”“ขออีกทีนึงนะ”“ไม่แล้ว”“ทีเดียวแล้วจะให้อาบน้ำ” เมื่อเห็นว่าเขายังคะยั้นคะยอ“ก็ได้” สิ้
วันต่อมาเมื่อทาลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องแล้วเดินไปเคาะประตูห้องของจาวาก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรหรือเปล่าลิน” ใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูออกมาแล้วเอ่ยถามออกไป“ลินมีเรื่องที่จะบอกพี่ค่ะ”“พี่ก็มีเรื่องจะบอกลินเหมือนกัน ลินไปนั่งรอพี่ก่อนนะ พี่ขออาบน้ำก่อน”“ได้ค่ะ” จากนั้นทาลินก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง ก่อนที่ไม่นานร่างสูงของจาวาที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะเดินมาหย่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับเอ่ยออกไป“ลินมีเรื่องอะไรจะบอกพี่ก็บอกมาได้เลย”“พี่จาวาบอกเรื่องของพี่มาก่อนก็ได้ค่ะ”“พี่อยากฟังเรื่องของลินก่อน” ว่าแล้วทาลินก็กลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกไป“วันนี้ลินจะย้ายออกไปอยู่กับ…เอ่อ…สามีน่ะค่ะ”“…” เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตั้งใจฟังต่อ“คุณโจวคือสามีของลินค่ะ”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ่งอึ้งกว่าเดิม“ตอนที่ลินประสบอุบัติเหตุ คุณโจวเป็นคนพาลินไปโรงพยาบาลและคอยดูแล พอออกจากโรงพยาบาลคุณโจวก็พาลินมาอยู่ที่บ้านของเขาค่ะ”ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อนประเทศจีน บ้านโจวในวันที่ทาลินออกจากโรงพยาบาล โจวที่รู้ว่าพ่อแม่ของทาลินเสียชีวิต และรู้ว่าเธอความจำเสื่อมก็สงสารแล้วพาเธอมาอยู
บ้านมนต์นภาวันนี้จาวาออกมาจากคอนโดแล้วมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านเพราะรู้สึกว่าอยากทานข้าวกับท่านทั้งสองหลังจากที่พ่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จทั้งสามคนจึงพากันมานั่งในห้องรับแขก“ทำไมถึงไมพาแฟนมาด้วยล่ะ” ภพธรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า“คือ…ผมอยากมาคนเดียวครับพ่อ”“ตอนที่คบกันเป็นแฟนก็ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ว่าเป็นแฟนกับหนูทาลิน พอมาตอนนี้ก็ไม่คิดจะพามาด้วยอีก”“ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็นครับพ่อ”“แล้วแกรักแฟนหรือเปล่าล่ะ”“…” เขานิ่งพลางคิดในใจว่าเขารักทาลินหรือเปล่านะ ถ้ารักต้องรู้สึกยังไง จะว่าไปตั้งแต่คบกับทาลินมาสองปีเขาก็ไม่เคยบอกรักทาลินสักครั้ง“หรือว่าแกไม่ได้รักแฟนจริง”“ผมก็ไม่รู้ครับว่ารักหรือไม่รัก” ครั้งแรกที่เขาเห็นทาลินเขารู้สึกดีและชอบเธอ“ถ้าแกเจอคนที่รักแกจะไม่พูดแบบนี้หรอกจาวา แต่พ่อว่าแกไม่ได้รักแฟนของแกหรอก คงจะแค่ชอบมากกว่า”“…” เขานิ่งและชั่งใจ“แล้วกับหนูทัชชาล่ะ แกคิดยังไง”มนต์นภาที่นั่งอยู่ยกยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีถามลูกชายออกไปตรงๆแบบนั้น“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ จ้างเขาให้มาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วจะให้ผมคิดอะไรกับเขาล่ะครับ” ดวงตาคู่คมลอกแลก น้ำเสียงไม่มั่นคงในขณะที่ตอบค
วันต่อมา ตอนเย็น ห้างสรรพสินค้าวันนี้หลังเลิกงานทาลินชวนจาวามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ส่วนโจวก็ชวนทัชชามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเช่นกัน“คุณทัชชาครับ ผมว่าก่อนไปซื้อของเรากินอะไรกันก่อนดีกว่านะครับ” เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างบางที่เดินเคียงข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองจึงพากันไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล เมื่อโจวกับทัชชาเข้ามาภายในร้านอาหารหรูก็เห็นจาวากับทาลินนั่งอยู่ จาวากับทาลินหันมาเห็นคนทั้งสองก็ถึงกับหน้าถอดสี ก่อนที่โจวกับทัชชาจะละสายตาจากสองคนที่นั่งอยู่แล้วพากันเดินไปนั่งยังโต๊ะอาหารที่ถัดไปไม่ไกลกับที่จาวาและทาลินนั่งอยู่เวลาต่อมาเมื่อโจวกับทัชชารับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน เขาพาเธอไปร้านเสื้อผ้าผู้ชาย“คุณทัชชาช่วยผมเลือกชุดไปงานแต่งหน่อยนะครับ” เมื่อเข้ามาในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง โจวก็หันบอกกับทัชชาที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“ได้ค่ะคุณโจว” จากนั้นทั้งสองก็เลือกเสื้อผ้ากัน“ชุดนี้ทัชชาว่าน่าจะเหมาะกับคุณโจวนะคะ” เธอหยิบเสื้อสูทสีครีมอมน้ำตาลกับกางเกงสแลคสีดำที่แขวนอยู่บนราวให้ชายหนุ่มดู“งั้นผมเอาไปลองก่อนนะครับ
เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จก็ช่วยกันยกจานเข้าไปไว้ในครัวแล้วออกมา ทัชชาเอ่ยถามยังร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างกับเป็นบ้านของตัวเอง“คุณควรกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ”“ฉันไม่รีบ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าตีมึนแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู โดยไม่สนใจเจ้าของบ้านที่กำลังไล่เขาอยู่“คุณไม่รีบกลับไปหา…” เธอจะถามเขาว่าไม่รีบกลับไปหาแฟนเหรอ แต่เธอละไว้แค่นั้นแล้วเข้าห้องนอนพร้อมกับล็อกประตู ก่อนที่โทรศัพท์ของเธอจะมีสายโทรเข้ามาจากมนต์นภาRrrr!‘สวัสดีค่ะคุณป้า’‘หนูทัชชากลับคอนโดหรือยัง’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะคุณป้า’‘กลับมาอยู่บ้านแล้ว? หนูทัชชากลับมาอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่’‘ทัชชากลับมาอยู่บ้านสองสามวันแล้วค่ะ’‘อ้อ’‘ทัชชาไม่ได้เป็นเลขาให้คุณจาวาแล้วนะคะคุณป้า’‘ทำไมล่ะ’‘คุณจาวาได้เลขาคนใหม่แล้วค่ะ’‘พอได้เลขาใหม่จาวาก็บอกให้หนูลาออกงั้นเหรอ’‘ใช่ค่ะ’‘งั้นแค่นี้นะหนูทัชชา’‘ค่ะคุณป้า’ ว่าจบนิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!“มีอะไรคะ” เธอถามโดยไม่เปิดประตู“ฉันจะกลับแล้ว ออกมาล็อกประตูบ้านด้วย”“คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวทัชชาค่อยออกไปล็อก”“ออกมาล็อกเลยสิ
หลังจากที่มนต์นภากลับไปแล้ว ทัชชาก็เข้ามาในบ้านแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของคนเป็นยาย ซึ่งตอนนี้ยายของเธอนอนอยู่บนเตียง“ยายตื่นนานแล้วเหรอคะ” หญิงสาวหย่อนสะโพกนั่งขอบเตียงแล้วเอ่ยถามยายที่นอนอยู่และสีหน้าดูอิดโรย“ยายเพิ่งตื่นน่ะ” หญิงชราเอ่ยตอบหลานสาวร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มเนือยๆตาม
“สวัสดีค่ะคุณป้า เชิญนั่งเลยค่ะ” ทัชชาที่เห็นคุณป้าที่มาที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนจึงยกมือไหว้แล้วเอ่ยทักทายออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีจ้ะหนูทัชชา” มนต์นภาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วหย่อนสะโพกนั่งยังโต๊ะอาหารที่ติดกับกระจกใสบานใหญ่“คุณป้าเลือกอาหารในเมนูได้เลยค่ะ” ทัชชายื่นเมนูพร้อมกับระบายยิ้มเอ
บ้านทัชชาเมื่อทัชชาเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างคนหมดแรงเมื่อคิดว่าสิ่งที่เธอเจอเมื่อครู่นั้นถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้พ่อทิ้งเธอและแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตอนเธออายุสามขวบ แม่ต้องทำงานหาเงินคนเดียวเพื่อเลี้ยงครอบครัว กระทั่งเมื่อหกเดือนก่อนแม่ได้เสียชีวิตด้วย
แนะนำตัวละครจาวา อายุ29ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังและเจ้าของโรงแรมห้าดาวชื่อดังที่มีอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย และหลายสาขาในหลายประเทศในแถบยุโรป ทัชชา อายุ23ปี สูง159เซนติเมตร..............ไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติซึ่งมีความสูงหนึ่งร้อย







