LOGINเช้านี้ทุกอย่างเหมือนจะปกติ แต่ก็ไม่...
พนักงานโรงแรมนำเสื้อผ้ากับกระเป๋าสตางค์มาให้ตั้งแต่เช้า บอกว่าอัญรสฝากมาคืนก่อนจะกลับออกไปในช่วงใกล้รุ่ง ในตอนที่ชยุตม์กำลังจะเช็กเอ้าท์ออกจากโรงแรมหรูบ้าง เขาเกือบทนต่อเสียงซุบซิบน่ารำคาญแทบไม่ไหว แต่ด้วยความที่เป็นคนสายตาคมดุลุ่มลึก เมื่อตวัดสายตามองเพียงผ่านๆ คนที่รู้เรื่องเมื่อคืนก็พากันเสหลบตาวูบไปในทันที
คู่บ่าวสาวหมาดๆ อย่างอิชย์กับวาสิตาเองก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ทั้งคู่จึงยังไม่ยอมปล่อยให้ชยุตม์กับบุหลันเดินทางกลับจันทบุรี แต่ขอให้ไปคุยกันที่คฤหาสน์นิธินรางกูร ซึ่งเป็นบ้านของทางเจ้าบ่าวเสียก่อน
ถือว่าในฐานะคนที่มีประสบการณ์มาก่อนก็ได้...
“พี่ไม่รู้จะเอายังไง แต่แม่บอกว่าต้องรับผิดชอบ” ชยุตม์พูดกับน้องสาวเสียงเนือย
“ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไง พี่ชินก็ลองคิดกลับกันดูสิคะว่าถ้าวาเป็นเอม พี่ชินจะอยากให้ผู้ชายที่ล่วงเกินวารับผิดชอบวาหรือเปล่า หมายถึงในกรณีที่มันไม่ใช่การปลุกปล้ำทำร้ายกันนะคะ”
วาสิตามองค้อนเบาๆ ในยามที่ย้อนกลับเพื่อเตือนสติพี่ชาย เธอไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับอัญรสมากนัก แต่ตอนกลับบ้านที่จันทบุรี เธอก็เคยได้พูดคุยกับหญิงสาวรุ่นน้องอยู่บ่อยๆ พบว่าเป็นคนที่น่ารักมากทีเดียว
วาสิตาสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบก็ได้ทำงานที่บริษัทของอิชย์ผู้เป็นสามีทันที ทำให้ป้าบุหลันต้องคอยอยู่ดูแล ไม่ได้กลับไปอยู่ที่จันทบุรีกับลูกชายที่เลือกตั้งรกรากอยู่ที่นั่น เพื่อรับช่วงสานต่องานไร่งานสวนจากบิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน และพัฒนาทุกอย่างจนประสบความสำเร็จในวัยสามสิบปีต้นๆ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายหลายอย่าง ทั้งรีสอร์ตและโรงงานแปรรูปผลไม้ด้วย เมื่อวาสิตาใช้ชีวิตอยู่กับอิชย์ บุหลันถึงได้กลับไปอยู่ดูแลลูกชายที่สูญเสียทั้งลูกและภรรยาไปอย่างไม่มีวันกลับจากอุบัติเหตุ
“พี่...” ชยุตม์พูดไม่ออก
“แม่ว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วนะชิน รับผิดชอบน้องด้วยการแต่งงานเถอะนะ”
“ผมเห็นด้วย เชื่อผมสิ อย่าให้มันยุ่งยากทีหลังดีกว่า แล้วอย่าไปกลั่นแกล้งน้องเขานะ งั้นได้หอนทีหลังเหมือนผมแน่” สามีของวาสิตาพยักหน้าเห็นด้วย ไม่วายกำชับอีกว่าอย่าหลงผิดทำแบบที่ตัวเขาเคยพลาดมาก่อน
“งั้นพวกที่ข่มขืนผู้หญิงก็ต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานงั้นเหรอ?”
“นั่นมันคนละกรณีกันนะชิน น้องบอกว่าเต็มใจเองเพราะรักชินนี่ ชินไม่ได้ไปปลุกปล้ำขืนใจน้องนะ”
“แค่เด็กนั่นบอกว่ารักผม ผมก็ต้องยอมเอามาเป็นเมียเลยเหรอแม่”
ชายหนุ่มส่ายหน้าแรงๆ “ไม่เอาด้วยหรอกครับ ผมไม่อยากให้ใครมาแทนที่มะปรางทั้งนั้น ที่สำคัญ... ทางแม่กับพี่ชายของเอมไม่วันยอมแน่นอน เห็นว่าจะบังคับให้เอมแต่งงานกับลูกชายปลัดวิชิตด้วย”
“ภูวนัยเนี่ยนะ! นังนิดมันบ้าหรือเปล่า ใครๆ ก็รู้ว่าภูวนัยเป็นคนเลวแค่ไหน” บุหลันตกใจ
“ผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกครับ ใครจะแต่งกับใคร ไม่ใช่เรื่องของผม ผมแค่ไม่รู้จะเอายังไงกับเอมก็เท่านั้น”
“พี่ชินไม่สงสารน้องเลยเหรอคะ” คำถามของวาสิตาทำให้พี่ชายชะงักนิ่ง
“ก็... สงสารอยู่แหละ ต้องมาเสียตัวเสียใจ โดนแม่ด่าทอตบตี ไม่รู้ป่านนี้จะโดนหนักแค่ไหนแล้ว”
จริงอยู่ที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับอัญรสเลย แต่พอเกิดเรื่องแล้วเห็นเธอถูกลงไม้ลงมือคาตาอย่างนั้น มันก็อดพะวงไม่ได้เหมือนกัน ยิ่งรู้ดีแก่ใจว่าคนอย่างวนิดามีนิสัยใจคออย่างไร เขาก็ยิ่งไม่สบายใจ
“งั้นก็ช่วยน้องสิคะ อย่าทำให้เอมต้องเผชิญหน้ากับความจริงคนเดียว พี่ชินน่าจะรู้นิสัยป้านิดว่าแกร้ายใช่เล่น แต่ไหนแต่ไรมา แกก็ทำเหมือนเอมไม่ใช่ลูกมาตลอด ขนาดวาไม่ค่อยได้อยู่ที่นั่นนานๆ ยังได้ยินกิตติศัพท์ความใจร้ายใจดำของป้านิดอยู่บ่อยๆ เลย” วาสิตาเห็นใจอัญรส หากฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิงไม่ดี หวังจับพี่ชายของเธอชัดเจน เธอคงไม่เอ่ยอย่างนี้
“แม่เห็นด้วยกับวานะชิน น้องน่าสงสารออก”
บุหลันพอใจในตัวอัญรสมานานแล้ว คิดว่าหากได้อีกฝ่ายมาอยู่ร่วมบ้านกันในฐานะสะใภ้จริงๆ ก็คงปรับตัวเข้าหากันได้ไม่ยาก อีกทั้งเมื่อได้รู้ว่าอัญรสแอบรักลูกชายของนาง นางก็ยิ่งปลื้มใจ คิดว่าคงหมดห่วงเสียที ถ้ามีใครสักคนเข้ามาช่วยดูแลเขาแทนอดีตภรรยาที่จากไป
“แล้วถ้าเด็กนั่นกับคนบ้านนั้นไม่ต้องการให้ผมรับผิดชอบล่ะครับ ทุกคนคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าผมจะปล่อยให้มันเลยตามเลย”
ชยุตม์คิดเผื่อไว้ก่อนอย่างมีความหวัง เขาไม่ได้หวังฟันฟรีแล้วเมินหนีอย่างไร้ความเป็นลูกผู้ชาย แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันไม่มีอะไรหลงเหลือในความทรงจำเลย เขาจำไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปบ้าง
“ก็ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ คงถือว่าเลิกแล้วต่อกันไป แม่อาจจะให้ค่าทำขวัญน้องไปนิดหน่อย ส่วนเรื่องท้องไส้ก็ภาวนาขอให้อย่าเป็นเหมือนกรณีของวาก็พอ เพราะทันทีที่มีเด็กคนนึงเข้ามาเกี่ยว มันก็จะไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป ที่สำคัญชินต้องรู้ไว้ด้วยนะว่าถ้าไปทำหนูเอมท้องขึ้นมาจริงๆ ชินจะไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเด็กเลย แม่เดาว่านังนิดมันจะต้องจับหนูเอมใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วยัดเยียดให้ภูวนัยแน่”
ไม่มีอะไรกระทบใจของชยุตม์ได้มากเท่ากับท้ายประโยคอีกแล้ว ลูกคือจุดอ่อนในหัวใจเขา เพราะเขาใฝ่ฝันอยากสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับมะปรางมาโดยตลอด จนกระทั่งสมหวังในวันที่เธอบอกว่าตั้งครรภ์
เขาจำได้ดีว่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่ก็อาภัพเหลือเกินที่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากัน เพราะมะปรางแพ้ท้องหนักจนเป็นลมพลัดตกบันได ทำให้เขาเสียทั้งลูกและเมียไปในเวลาเดียวกัน
“ชิน... ชิน” เสียงของมารดาดึงชายหนุ่มให้หลุดจากภวังค์
“ผมว่าเรากลับจันกันเถอะครับแม่ ผมอยากไปคุยกับเอมให้รู้เรื่อง” ชยุตม์หันไปสบตากับแม่อย่างแน่วแน่
“อืม ดีเหมือนกันลูก” บุหลันเห็นด้วย
“ขอให้ตกลงกันได้ด้วยดีนะ อย่ามีเรื่องอะไรยืดเยื้อตามมาอีกเลย”
อิชย์ยิ้มบาง พยักหน้าน้อยๆ พร้อมมองสบตากับชยุตม์อย่างเข้าใจ
“ฉันก็หวังแบบนั้นเหมือนกันว่ะ” ชายหนุ่มว่าเสียงเครียดแล้วถอนหายใจ สีหน้าในยามนี้ดูไม่ดีเอาเสียเลย
หนึ่งปีต่อมา…นับตั้งแต่ชยุตม์กับอัญรสย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาด้วยกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ดูรักใคร่และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น แน่นอนว่ามันก็ทำให้บุหลันผู้เป็นแม่ พลอยยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเวลาที่ลูกชายเอาอกเอาใจสะใภ้คนสวยจนออกนอกหน้าไม่ว่าอัญรสจะเดิน ยืน นั่งหรือนอน ชายหนุ่มก็คอยรุดเข้าไปช่วยจัดแจงอยู่เกือบตลอดเวลา เขาแทบไม่ยอมอยู่ห่างไกลจากตัวเธอเลย เรียกได้ว่าเห่อทั้งลูกทั้งเมียจนใคร ๆ เห็นก็อดอิจฉาไม่ได้แม้แต่ตอนที่ต้องออกไปทำงาน เขาก็จะเทียวไปเทียวมาอยู่เกือบทั้งวัน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน เขาก็จะพูดอยู่เสมอว่าการได้เห็นหน้าอัญรสและได้จุมพิตลงบนท้องกลมกลึงที่ใหญ่โตขึ้นทุกวัน มันทำให้เขาหายเหนื่อยแทบเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียวอัญรสยิ้มกับตัวเอง พูดคุยกับลูกในท้องอยู่ทุกวันว่าเธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมใจอ่อนให้โอกาสชยุตม์และตามเขากลับมาอยู่ที่บ้านศรัญวิกาอีกครั้ง ชายหนุ่มดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของเธอ เยียวยาบาดแผลทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจนมันสมานและหายดีในที่สุด อัญรสรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เลือกรักและได้เขามาเป็นสามีเวลาที่ผ่านล่วงเลยมานานกว่าหนึ่งปีทำให้พยานรักตั
“พี่ชินแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ได้รักเอม เพราะเอมท้องลูกของพี่ แน่ใจใช่ไหมว่าพี่ลืมพี่มะปรางได้แล้วจริงๆ”อัญรสอยากร้องไห้ออกมาเต็มทีแล้ว แต่ยังพยายามสะกดกลั้นทำนบน้ำตาเอาไว้เต็มที่ เธอต้องการฟังคำยืนยันจากปากของเขาให้ชัดเจน เพราะเธอพร้อมแล้วที่จะกลับมาให้โอกาสและเชื่อใจในตัวผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง“แน่สิ ถ้าไม่รัก ไม่จริงใจ พี่จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วปักหลักรออยู่หน้าบ้านมานานเกือบเดือนแบบนี้เหรอ พี่บ้างานแค่ไหน เอมก็รู้ แต่เพื่อเอมแล้ว พี่ทิ้งได้ทุกอย่างเลยนะ ไม่มีอะไรสำคัญกับพี่ไปมากกว่าอัญรสคนนี้แน่นอน ที่สำคัญ… พี่บอกรักเอม เพราะพี่รักเอมจริงๆ ไม่ใช่เพราะเอมท้อง ส่วนมะปราง... พี่คงลบออกไปจากใจไม่ได้หรอก แต่พี่จะเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ลึกที่สุดเพื่อย้ำเตือนว่าที่ผ่านมา พี่มันโง่แค่ไหนที่หลงรักผู้หญิงร้ายกาจอย่างมะปราง ปล่อยให้เธอเหนี่ยวรั้งพี่เอาไว้จนพลาดไปทำร้ายคนที่รักพี่จริงๆ อย่างเอม ทำให้พี่ทำตัวร้ายกาจกับเอมจนไม่น่าให้อภัย”“ฮึก...” หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน ไหล่สั่นสะท้านและเม้มปากแน่นเมื่อน้ำตาไหลรินลงมา ปลายนิ้วอุ่นของสามีก็ช่วยเช็ดมันออกไปจากแก้ม เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กดริมฝ
“ขอบคุณนะที่ยอมให้พี่เข้ามาในบ้านสักที ไม่สิ... พี่งัดประตูหลังเข้ามาเองต่างหาก” ชยุตม์หัวเราะเบาๆ ในตอนที่บรรจงปลดกระดุมออกทีละเม็ด หญิงสาวแสร้งสนใจอยู่กับกล่องอุปกรณ์ทำแผล ไม่ยอมมองทรวงอกขาวโพลนบึกบึนกับแววตาเร่าร้อนของเขาให้รู้สึกประหม่า“เอมต้องขอบคุณมากกว่านะที่พี่ชินงัดประตูเข้ามา ไม่งั้นเอมคง...”เธอพูดไม่จบ เพราะเขาแทรกขึ้นเสียก่อน“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเอมทั้งนั้น พี่ไม่มีวันทอดทิ้งเอมหรอก พี่ขอโทษนะที่หายไปจนมืดค่ำแบบนี้”“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เอมทำให้พี่ชินทนไม่ไหวเอง”“ใช่ เอมทำให้พี่ทนไม่ไหวจริงๆ”ถ้อยคำนี้ทำให้อัญรสเงยหน้าขึ้นสบตาทันทีชยุตม์ไม่ลังเลเลยในตอนที่ดึงตัวเธอให้ขยับนั่งลงบนตัก มือใหญ่รั้งต้นคอเล็กระหงเอาไว้แน่น ก่อนจะโผเข้าไปบดจูบดูดดื่ม หญิงสาวจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง ส่งเสียงขัดขืนในลำคอ แต่เขาไม่ปล่อย ตะโบมหิวโหยจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความซ่านสยิว“อื้อ” หญิงสาวครางประท้วง หากเขาไม่ยอมละริมฝีปากห่างออกไป เธอคงขาดใจตายแน่“นี่แหละที่เอมทำให้พี่ทนไม่ไหว พี่อยากจูบ อยากกอด อยาก...”ชายหนุ่มยอมปลดปล่อยเรียวปากอิ่มที่เห่อบวมขึ้นทันตาเห็นให้เป็นอิสระ เขาพึมพำชิดริมฝี
เสียงรถตำรวจแล่นมาออกันอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว อึดใจเดียวเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็กรูกันเข้ามาถึงสี่นาย ปืนที่จ่อเข้ามาภายในบ้านถูกลดลงไว้ข้างตัว แล้วเหน็บคืนไว้ตรงซองข้างเอว หลังจากเห็นเต็มสายตาว่าชายหนุ่มที่ยืนจังก้าอยู่กลางบ้านได้จัดการทุกอย่างเองเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้ายแต่ละคนต่างก็หมดสติและดูไม่ได้เอาเสียเลย“เอาไอ้พวกเหี้ยนี่ออกไปให้พ้นทีครับ มันบุกรุกเข้ามาเพราะเห็นว่าเมียผมอยู่บ้านคนเดียว โชคดีที่ผมกลับมาทัน ไม่งั้น...”ชยุตม์ไม่ได้ขยายความต่อ แต่ตำรวจก็พอเดาได้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกับผู้หญิง “ส่วนเรื่องให้ปากคำ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบที่โรงพักเอง ตอนนี้เมียผมคงเสียขวัญแย่ ผมไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่”“ได้ครับ ว่าแต่คุณต้องการให้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลสักหน่อยไหมครับ” ตำรวจนายหนึ่งเห็นเลือดที่ไหลจากต้นแขนยาวลงมาจนถึงปลายนิ้วก็รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่เฉียด ผมจัดการเองได้” ชายหนุ่มปฏิเสธจังหวะนั้นเองที่อัญรสรีบก้าวลงบันไดมาด้วยความเป็นห่วง เธอได้ยินเสียงร้องโวยวายดังขึ้นไปถึงชั้นบน เมื่อได้ยินเสียงรถตำรวจแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ถึงได้ตัดสินใจคลานออกมาจากใต้เตีย
“ใครบอกล่ะว่าพี่ถอดใจ พี่ตะโกนบอกเอมแล้วว่ามีธุระด่วน แต่เอมไม่ตอบ พี่ก็คิดว่าเอมคงจะหลับหรือไม่ก็รำคาญ พี่ไม่อยากรบกวนก็เลยรีบกลับไปจัดการธุระสำคัญที่บ้าน งานก่อสร้างที่รีสอร์ตสาขาสองมีปัญหาน่ะ ไอ้เชิดมันจัดการเองไม่ได้ พี่ก็เลยต้องรีบกลับไปเคลียร์ กว่าจะเสร็จก็ค่ำ จะโทร. บอกเอม พี่ก็ไม่มีเบอร์ใหม่ของเอม พี่ห่วงเอมแทบตาย พอเสร็จธุระแล้วพี่ก็เลยรีบขับรถกลับมาที่นี่ แล้วรถก็ดันเสียอยู่ตรงปากทาง พี่ก็เลยทิ้งไว้นั่นแล้วเดินมาที่นี่ เห็นพวกเวรนั่นกำลังพยายามงัดประตูด้านหน้า พี่เลยปีนรั้วลัดเลาะผ่านโรงรถมาในครัวข้างล่าง แล้วก็งัดเข้ามาในตัวบ้านได้ก่อนพวกมันนี่แหละ” เขาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด ไม่ต้องการให้เธอคิดว่าถูกเขาทอดทิ้ง เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจอีกเด็ดขาด“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เอมเห็นพี่ชินเอากระเป๋าเสื้อผ้าโยนใส่รถไปด้วย แล้วในเต็นท์ก็ไม่มีข้าวของของพี่ชินเลย เป็นใครก็ต้องคิดว่าพี่ชินถอดใจ แล้วก็คงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”เธอยังคงโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เงยหน้าขึ้นมองสบตากันผ่านความมืด ชยุตม์เลื่อนมือขึ้นมาประคองแก้มนุ่มเนียนทั้งสองข้างเอาไว้ ยามนี้มือของเขาเ
ปกติบ้านก็เงียบเหงาอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อชยุตม์ไม่อยู่ มันก็ยิ่งวังเวงและพาให้ห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า ตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่ข่มตาอย่างไรก็หลับไม่ลง หญิงสาวจึงตัดสินใจลงมาเดินรับลมอยู่หน้าบ้านว่าที่คุณแม่เอนกายลงบนเปลญวนที่สามีหนุ่มผูกทิ้งเอาไว้ แล้วแกว่งเบาๆ พลางจ้องมองดวงดาวพราวระยับที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าไปด้วย จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา เธอถึงได้ลุกขึ้นจากเปลอย่างระมัดระวังเสียงประตูรั้วกระทบกับบางอย่างจนเกิดเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงตุบหนักๆ ทำให้อัญรสนิ่วหน้า เมื่อก้าวตรงไปชะโงกมองก็พบชายสองคน ที่จำได้ดีว่าเพิ่งมาถามหาบ้านเช่ากับเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนหนึ่งกำลังปีนป่ายประตูรั้วผ่านเข้ามาข้างใน ส่วนอีกคนเข้ามาได้แล้ว กำลังพยายามช่วยรับเพื่อนของตัวเองอยู่ ทว่าเมื่อหันหลังมาเห็นเธอเข้า มันก็รีบถลันเข้ามาหาทันที“เฮ้ย! หยุดนะนังคนสวย!” มันตะโกนลั่น“ว้าย!”อัญรสกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกกระชากผมยาวสลวยเอาไว้จากทางด้านหลัง เธอดิ้นรนสุดกำลัง แต่กลับถูกรวบตัวเข้าไปกอด สายตามองไปยังคนร้ายอีกคนที่จวนจะข้ามรั้วเข้ามาได้สำเร็จอยู่ร่อมร่อ หากปล่อยให้พวกมันรุ







