تسجيل الدخول“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว
“เพียะ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้น เฟิ่งชิงฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของหลงเหว่ยอย่างสุดแรงจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือบางของเธอสั่นระริก ดวงตาคู่สวยแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความรวดร้าวที่แสนสาหัส“นายมันสารเลว หลงเหว่ย...” เฟิ่งชิงเค้นเสียงรอดไรฟัน น้ำตานองหน้า “นายลืมทุกอย่างไปแล้ว... ลืมความรู้สึกของเรา ลืมคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้ ลืมแม้กระทั่งลูกของตัวเอง นายจำได้แต่ความเกลียดชังงั้นเหรอ! ได้ ในเมื่อนายอยากให้ฉันเป็นนังแพศยา ฉันก็จะเป็นนังแพศยาให้สมใจนายเลย!”เฟิ่งชิงหมุนตัววิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว เธอรับไม่ได้กับสายตาและคำพูดที่แสนจะโหดร้ายของผู้ชายที่เธอรัก แม้หมอจะวิ่งสวนเข้ามาและพยายามอธิบายว่าหลงเหว่ยมีอาการ ความจำเสื่อมชั่วคราว จากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังเกลียดชังเธออยู่ แต่เหตุผลเหล่านั้นมันก็ไม่อาจเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เฟิ่งชิงวิ่งออกไป หลงเหว่ยที่กำลังสับสนและหงุดหงิดก็หันไปตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง“อาเฉิน เหม่ยหลินอยู่ไหน ฉันอยากเจอเ
ตึง! กรวบ!แรงอัดมหาศาลกระแทกเข้ากับร่างของหลงเหว่ยอย่างจัง เศษเหล็กแหลมคมแทงทะลุเบาะหนังเข้ามาเสียบเข้าที่แผ่นหลังและสีข้างของมังกรหนุ่ม เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสาร หลงเหว่ยกระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขารับแรงกระแทกทั้งหมดแทนภรรยาจนกระดูกหลายซี่หักสะบั้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งทะลุขีดจำกัดจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่า แม้ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน สองแขนของเขาก็ยังคงกอดรัดร่างของเฟิ่งชิงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ชะ... ชิงชิง... ปะ... ปลอดภัยไหม...” หลงเหว่ยเค้นเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของหญิงสาว เลือดหยดลงบนใบหน้าของเธอ “ระ... รักษา... ลูกของเรา... ให้ดี...”ดวงตาเคยทรงอำนาจค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่รวยริน ร่างกำยำที่เคยเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ทรุดฮวบลงทับร่างของเฟิ่งชิงอย่างหมดสติ“หลงเหว่ย! หลงเหว่ย!” เฟิ่งชิงกรีดร้องเสียงหลง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและความรวดร้าวทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายของเธอปลอดภัย ไม่ได้บาดเจ็บมาก เพราะได้รับการปกป้องจากชายผู้เป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าหัวใจของเธอกลับถูกฉ
ควันซิการ์สีเทาหม่นลอยอวล อยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายของ หลงหยง เขากำแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนข้อศอกสั่นสะท้าน นัยน์ตาที่เคยเจ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้แดงก่ำและเบิกโพลงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้รับสายข่าวลับจากสายสืบที่แฝงตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ใต้ดินของตระกูลหลง“หมายความว่ายังไงที่นังเหม่ยหลินมันคายชื่อฉันออกมา นังแพศยาโง่เง่า! ฉันให้เงินมันไปตั้งสิบล้านเพื่อปิดปากและทำลายหลงเหว่ย แต่มันกลับสารภาพทุกอย่างให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นฟังจนหมดเปลือกงั้นเรอะ!” หลงหยงแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะเขวี้ยงแก้วบรั่นดีคริสตัลเจียระไนราคาแพงอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซียประดุจหยาดเลือด“นายท่านครับ ตอนนี้นายน้อยหลงเหว่ยและคุณหนูเฟิ่งชิงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดนายท่านต่อหน้าสภาสมาพันธ์ เราจะเอายังไงกันดีครับ ถ้าขืนปล่อยไว้ นายท่านอาจจะถูกท่านประมุขหลงเจี้ยนสั่งเก็บในข้อหากบฏสายเลือดได้นะครับ&rdq
หลงเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ “ผลอัลตราซาวนด์นั่นมันก็แค่ของปลอมที่ใช้เงินฟาดหัวหมอเถื่อนให้ทำขึ้นมา ส่วนหน้าท้องที่นูนป่องนั่น... มันก็แค่ก้อนซิลิโคนซ่อนรูปเกรดเอ ที่แปะติดกาวไว้กับหน้าท้องแบนๆ เท่านั้นแหละ!”เฟิ่งชิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม ก่อนที่ดวงตาของหงส์สาวจะเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ความเศร้าโศกเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่ลุกโชนดั่งไฟป่า“นังแพศยานั่น... มันกล้าหลอกฉัน! มันกล้าทำให้ฉันต้องเสียน้ำตาให้ก้อนซิลิโคนโง่ๆ นั่นงั้นเหรอ!” เฟิ่งชิงแผดเสียงก้องห้อง ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความโกรธจัด อาการแพ้ท้องหรือความอ่อนแอหายเป็นปลิดทิ้ง “อยู่ไหน เหม่ยหลินอยู่ที่ไหน หลงเหว่ย! ฉันจะไปถลกหนังหัว ฉันจะเอาก้อนซิลิโคนนั่นยัดใส่ปากนังนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”หลงเหว่ยรีบลุกขึ้นคว้าเอวภรรยาที่ทำท่าจะพุ่งออกไปนอกห้องเอาไว้ “ใจเย็นๆ ชิงชิง! เธอท้องอยู่นะ อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวสะเทือนถึงลูก” เขากอดรัดร่างบางไว้แน่น หัวเราะร่วนอย่างมีความ
ความเงียบงันยามวิกาล ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด หลงเหว่ยถูกกักบริเวณอยู่ในห้องนอนกว้างขวาง ประตูล็อกแน่นหนาจากด้านนอกโดยมีบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเฝ้ายามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทว่าสำหรับทายาทมาเฟียผู้ถูกฝึกฝนสัญชาตญาณนักล่ามาตั้งแต่จำความได้ การถูกขังในบ้านตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เหนือความสามารถในการหลบหนีความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากทิ้ง ทำให้สมองของหลงเหว่ยบิดเบี้ยว ภาพสุดท้ายที่เขาสลักลึกในหัวใจคือใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของ ‘เหม่ยหลิน’ หญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอม ขณะที่เฟิ่งชิงคือนางมารร้ายที่คอยแต่จะทำลายชีวิตเขา อาการปวดหนึบที่ขมับแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงอุบัติเหตุ แต่ความห่วงหาที่มีต่อเหม่ยหลินกลับมีอานุภาพเหนือกว่าความเจ็บปวดทางกาย เขาได้ยินจากลูกน้องที่เผลอหลุดปากว่า เหม่ยหลินถูกขังและถูกทรมานอยู่ในคุกใต้ดินของเซฟเฮาส์ตระกูลหลง ความโกรธเกรี้ยวและร้อนรนแผดเผาจิตใจของมังกรหนุ่มจนลุกเป็นไฟ เขาต้องไปช่วยเธอ!หลงเหว่ยเริ่มแผนการด้วยการทุบทำลายข้าวของในห้องจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะแสร้งล้มลงชักเกร็งอยู่บนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บอ
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาภายนอกหน้าต่างกระจกใส ท้องฟ้าที่มืดครึ้มสะท้อนความหม่นหมองในจิตใจของหงส์สาวได้อย่างชัดเจน เฟิ่งชิงยืนกอดอกทอดสายตามองสายฝนที่สาดกระเซ็นผ่านกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยคมที่เคยหยิ่งยโสและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับซีดเซียวและเต็มไปด้วยความรวดร้าว มือบางข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนลงมาลูบหน้าท้องที่ยังคงแบนราบของตนเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงสายเลือดใหม่ที่กำลังก่อกำเนิดขึ้นภายใน“ลูกแม่...” เฟิ่งชิงพึมพำเสียงสั่นสะท้านความเข้มแข็งที่เธอพยายามแสดงออกต่อหน้าผู้ใหญ่และต่อหน้าหลงเหว่ยที่โถงคฤหาสน์เมื่อหลายชั่วโมงก่อน มันเป็นเพียงแค่หน้ากาก ที่ลูกสาวมาเฟียถูกฝึกฝนให้สวมใส่เพื่อปกปิดความอ่อนแอ แต่เมื่อต้องอยู่เพียงลำพัง หน้ากากที่หนาหนักนั้นก็เริ่มแตกร้าว ภาพหน้าท้องที่นูนป่องของเหม่ยหลิน และคำพูดที่บอกว่าตั้งท้องลูกของหลงเหว่ยได้ห้าเดือน ยังคงตามหลอกหลอนและกรีดแทงหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฟิ่งชิงพยายามบอกตัวเองว่าอย่าเชื่อ จนกว่าจะเห็นผลตรวจดีเอ็นเอ แต่ลึกๆ ในใจ ความหวาดหวั่นกลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน... หากมันเป็นเรื่องจริงล่ะ หากหลงเหว่ยเคยพลาดพลั้งไปจริงๆ ล่ะ เธอเพิ่งจะยอมเปิดใจให้เขา
หลงเหว่ยยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีรอยช้ำและโหนกแก้มจะมีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่ก็ตาม เขาปรายตามองเอกสารบนพื้นแล้วแค่นหัวเราะในลำคอ“ป๊าจะโวยวายไปทำไม ก็แค่เด็กตีกัน ผมไม่ได้พกปืนไปด้วยซ้ำ ถือว่าปรานีพวกมันมากแล้วนะที่ผมไม่สั่งให้ลูกน้องเผาคลับนั่นทิ้ง ยัยผู้หญิงแพศยานั่
ลูกน้องตระกูลหลงรีบเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของเหม่ยหลินขึ้นมา แล้วพาเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปทางประตูวีไอพีด้านหลังอย่างรวดเร็ว เฟิ่งชิงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโซนวีไอพี มือบางทิ้งเศษแก้วลงบนพื้น เธอกุมข้อมือที่บวมเป่งของตัวเองเอาไว้แน่น นัยน์ตาคมเฉี่ยวมองตามแผ่นหลังกว้างของหลงเหว่ยไปจน
“อ๊ะ! ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ!” เฟิ่งชิงดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ระดมทุบตีลงบนบ่าและหน้าอกของเขาอย่างไม่ยั้งแรง เล็บแหลมคมข่วนเข้าที่ต้นคอของเขาจนได้เลือด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน เขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดึงร่างบางเข้ามาเบียดชิดจนแทบจะหลอมรวม
ลูกน้องตระกูลหลงเห็นดังนั้นก็ขยับพรวดเข้ามากระชากคอเสื้อการ์ดตระกูลเฟิ่งทันที บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับสายกีตาร์ที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะและพร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกวินาที“ปล่อยพวกเขาเข้ามา อาหลง” เสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจดังมาจากโซฟาตัวใหญ่ เฟิ่งชิงโบกมือเบาๆ เชิงสั่งการ ลูกน้องตระกูลเฟิ่งจึงยอมถอยร







