Mag-log inคราแรกบรั่นดีไม่สนใจพอบ่อยเข้าเธอเริ่มไม่พอใจ เขาปีนเกลียวเธอโตกว่าทั้งเป็นพี่สาวเพื่อน หญิงสาวเลยไม่คิดจะยุ่งด้วย แต่เขากลับวอแวอยู่รอบตัวเธอไม่ห่าง
วันไหนบรั่นดีมาที่ร้านได้เจอกันเห็นเป็นมอง เดินผ่านเป็นจ้อง จนเป็นเธอที่ทำตัวไม่ถูก
พอถึงวันที่เสี่ยเบียร์ปิดร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ เพื่อฉลองเลี้ยงส่งลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ คนมาอวยพรให้เธอโชคดี ทั้งตั้งใจเรียน รวมถึงยินดีกับการจบปริญญาตรี และยินดีกับการเรียนต่อปริญญาโท แขกมากันมากมายทั้งเพื่อนสนิทของหญิงสาว เพื่อนพ่อและเพื่อนน้องชาย
แต่พิทย์กลับขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว และขอไม่ให้เธอไปให้อยู่ตรงนี้กับเขา หญิงสาวบอกเขาพูดออกมาเพราะเมาเราทะเลาะกัน แล้วเธอก็เดินหนี
พิทย์ชอบบรั่นดีจริงๆ เธอสวย ใจดี ยิ้มเก่ง ทั้งอ่อนหวาน ห่วงใยทุกคน ใส่ใจเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อ ทั้งเฮียบาร์เฮียแบรนด์ที่เป็นน้องชายอย่างดี จนรู้สึกอย่างมีเธอเคียงข้าง เขาชอบเธอ
คืนนั้นทั้งคืนชายหนุ่มดื่มอย่างหนัก ยิ่งเห็นผู้ชายที่เธอบอกกับเพื่อนว่ากำลังคุยกันมาร่วมงานเลี้ยงส่ง เขายิ่งดื่มเหมือนเทน้ำสีอำพันทิ้ง แต่ทิ้งลงใส่ปากตัวเอง เพื่อนปรามก็แล้วห้ามก็แล้วไม่เป็นผล เลยรอเก็บทีเดียวตอนเขาเมา
เวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่ได้ไม่นาน พิทย์เมาจริงแต่ยังพอมีสติ เขาบอกจะกลับคอนโดแต่เพื่อนทุกคนนอนที่ร้าน ชายหนุ่มไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน เขาอยากกลับไปนอนคอนโดตัวเอง
เฮียลมผู้จัดการร้านถึงหาคนไปส่ง เพราะเฮียบาร์กับเพื่อนที่เหลือเมาหลับคอพับแบกขึ้นชั้นสามห้องพักไปหมดแล้ว
พอถึงคอนโดเดินกำลังจะถึงห้องตัวเองสายตากลับมองเห็นพี่สาวเพื่อน ยืนนัวเนียอยู่กับผู้ชายที่เธอบอกกำลังคุยกัน ขายาวที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงักทันที ไม่อายฟ้าอายดินก็อายคนบ้างเถอะ
เขาจะทนมองทนนอนโดยที่ห้องข้างๆ กำลังเอากันแล้วผู้หญิงคนนั้น ก็เป็นคนที่เขาพึ่งบอกชอบไปได้ยังไง พิทย์กำลังจะก้าวถอยหลังเดินกลับไปทางเดิม แต่ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อหูได้ยินเสียงคนตัวเล็กร้องให้ช่วย
“ช่วยด้วย พิทย์ ช่วย อุ๊บ”
ได้ยินแค่นั้นเท้าหนักๆ ที่สวมรองเท้าหนังพื้นยางแข็งแรงอย่างดี ปะทะเข้ากับไหล่ผู้ชายที่พยายามกอดจูบเธออยู่ ทั้งยังเอามือสกปรกของมันปิดปากเธอไว้
“มึง!”
คนล้มลุกขึ้นได้กะจะหันมาตอบโต้กลับต้องนิ่งไป เพราะผู้ชายตรงหน้าตัวสูงใหญ่กว่าเขามาก
“ออกไป...ไปให้ไกลเท่าที่คนอย่างมึงจะหนีไปได้” เสียงราบเรียบติดเย็นชาทั้งดุดัน บอกให้มันหายไปจากที่นี่ตอนนี้
สายตาเขาไม่ได้มองไอ้ผู้ชายเศษสวะนั่น เพราะกำลังจ้องมองผู้หญิงที่ยืนตัวสั่น ยกแขนทั้งสองข้างกอดตัวเองร้องไห้
“แม่งเอ๊ย!!!”
น้อยครั้งเขาจะสบถคำหยาบ แต่ภาพตรงหน้ามันทำให้ใจเขาเจ็บ ยิ่งกว่าตอนเธอปฏิเสธเขาเสียอีก
ผู้ชายที่เป็นคนคุยบอกบรั่นดีว่าชอบเธอมาก ดูแลใส่ใจดีในตอนแรก จนหญิงสาวยอมเปิดใจคุยด้วยทั้งไว้ใจให้มาส่งที่ห้องน้องชาย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับลวนลามเธอทั้งขอมีอะไรด้วย ทั้งที่บอกไปแล้วว่ายังไม่พร้อมแต่ยังพยายามขืนใจกัน แล้วตอนนี้ก็ลนลานวิ่งหนีออกจากคอนโดไปเพียงเห็นพิทย์สบถออกมา
ช่วงเวลาเมื่อสองปีก่อน
“ดี ดีครับ”
บรั่นดีสติหลุดชั่วขณะรู้ตัวอีกทีเธอก็เข้ามาอยู่ในห้องนั่งตรงโซฟา โดยมีคนตัวโตกอดไว้แน่นทั้งคอยเรียกชื่อเธออยู่พักใหญ่
“อย่าร้องไห้อีกเลย ดีได้ยินพิทย์ไหม” ตัวสั่นเขารับรู้เพียงคนในอ้อมกอดตัวสั่นไม่หยุด ทั้งสะอึกสะอื้นจากการร้องไห้
บรั่นดีไม่ได้ร้องไห้จากการเสียผู้ชายคนนั้นไป เธอร้องไห้จากความกลัวและผิดหวัง เราพึ่งเริ่มคุยกันเธอยังไม่ถึงขั้นให้ใจเขาไป คนคุยก็คือคนคุย
วงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดคนตัวเล็กแทบจะจมหายไปกับอกกว้าง พิทย์อยากให้เธอรู้ว่ามีเขาอยู่ตรงนี้จะไม่มีใครมาทำอะไรเธอได้
“หาย หายใจไม่ออก” เสียงแหบแห้งเกิดจากการร้องไห้นาน บอกเขาแผ่วเบา
ชายหนุ่มรีบคลายอ้อมแขนทันที พร้อมก้มมองใบหน้าที่มีหยาดหยดน้ำตาเต็มไปหมด จมูกเล็กแดงเถือก ในตาสวยแดงช้ำ มือหนายกขึ้นเกลี่ยเส้นผมออกทั้งเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ
“ดีโอเคไหม”
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลออีกครั้งเธอเงยหน้ามองเขานิ่ง อบอุ่นรู้เพียงว่าอยู่กับเขาเธออุ่นใจ ทำไมถึงไม่นึกกลัวเหมือนผู้ชายคนนั้นเพราะอะไรกัน
“หยุดร้องไห้ได้ไหมครับดี ตาแดงหมดแล้ว”
มือหนายังยกขึ้นใช้หลังนิ้วชี้เช็ดข้างแก้มใต้แพรขนตาให้ซ้ำๆ หัวใจเขาปวดเกร็งอย่างหนัก เหมือนโดนบีบรัดจนหายใจไม่ออก แค่เห็นน้ำใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาคู่นี้
“อย่าจับ...สกปรก” มือบางยกขึ้นจับมือเขาที่เอาแต่แตะแก้มเช็ดน้ำตาให้กัน
ใช่เธอสกปรก เธอแปดเปื้อนจากคนใจชั่ว หญิงสาวยังรู้สึกไม่อยากจับตัวเองเลย แต่เขากลับทั้งกอดทั้งเช็ดน้ำอุ่นๆ ที่มันไหลไม่หยุด เป็นพิทย์ที่ชะงักไปคิ้วหนาขมวดจนเป็นปม
“ดีคิดว่าแค่ผู้ชายคนนั้นจับ ดีก็สกปรกแล้วเหรอครับ” ใบหน้าชื้นน้ำตาพยักขึ้นลงแผ่วเบาให้กับเขา
“มันต่างหากที่จิตใจสกปรก ดีช่วยลืมเรื่องมันไปได้ไหม” ถ้าเธอจะคิดมากเขาก็ขอให้เธอลืมมันไป คิดเสียว่าเป็นเพียงฝันแต่เหมือนจะไม่ง่ายเลย
“มันจับดีตรงไหนบ้าง” ตรงไหนที่มันจับเธอ เขาจะสัมผัสลบรอยมันเอง
“ตรงนี้เหรอครับดี”
มือหนาขยับเลื่อนลงนิด ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แผ่วเบาสัมผัสผิวแก้มเนียนนุ่ม
อุ่นบรั่นดีรู้เพียงว่ามือเขาที่จับเธออยู่อุ่นมาก นิ้วหัวแม่มือที่แตะแก้มเธอยิ่งอุ่น แต่ความอุ่นนั้นกลับเพิ่มขึ้นเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนอยู่ใกล้ข้างแก้ม ก่อนจะสัมผัสถึงริมฝีปากหยักแตะลงแก้มเนียน
ยังได้ยินเสียงเขาหายใจเข้าเมื่อกดจมูกลงบนแก้มนิ่ม
“เดือนนี้ประจำเดือนมารึยังลูกหนูดี” บรั่นดีขมวดคิ้วคิดตามเดือนนี้เหรอ“น่าจะยังนะคะ”“เรียกหมอมาตรวจให้แน่ใจดีกว่านะคะ” คุณพิหันไปหาเสี่ยเบียร์เพื่อเรียกหมอมาตรวจดูให้มั่นใจ“แม่ครับดีเป็นอะไร”“คุณพิลูกสาวผมเป็นอะไรครับ”ทั้งพิทย์ทั้งเสี่ยเบียร์ ผู้ชายบ้านนี้และผู้ชายบ้านเธอต่างมองมาทางนี้กันหมดจริงๆ เลย คุณพิแม่ของพิทย์ยังยิ้มน้อยๆ กลับไปให้“ที่เคยเห็นมา”คนพูดหันมาหาเจ้าตัวคือบรั่นดีที่คุณพิจับมือเธอไว้แน่น มือนุ่มนิ่มหญิงวัยกลางคนลูบไล้มือของลูกสะใภ้อย่างรักใคร่เอ็นดู คนรอลุ้นให้พูดก็ตัวเกร็งไปหมด โดยเฉพาะลูกชายตน“หนูดีน่าจะตั้งท้อง แล้วมีอาการแพ้กลิ่นสามี แต่ดูท่าทางแล้วน่าจะแพ้กลิ่นผู้ชายทุกคน”“ฮะ!!!” คราวนี้เสียงผู้ชายทั้งบ้านอุทานดังลั่น เธอแพ้กลิ่นผู้ชาย ซวยกันหมดการ์ดยังเหงื่อออกกลัวตกงาน“ดี...ดีครับ”พิทย์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ พึ่งจะขอแต่งงานลูกโผล่ได้ไง เขาพึ่งทำแบบจริงจังไปวันก่อน แต่มีบ้างที่เวลาทำเธอแล้วไม่ได้ใส่เครื่องป้องกันตอนต้นเดือนก่อน หรือสองเดือนหลัง หรือสามเดือนนู้นเขาไม่แน่ใจ ท
“เฮียบาร์ทำไมไม่ห้าม ถ้าเป็นตัวเองลองดูบ้างจะรู้สึกยังไง”“เฮียแบรนด์เจ้ไม่ตลก ใช้วิธีอื่นบอกกันดีๆ ก็ได้” คนที่พี่สาวหันมาตำหนิยังยืนนิ่งได้แต่คิดในใจ 'โธ่เวลาเกือบปีบอกจนปากจะฉีก'“ได้ยินนะ ไม่รู้ตัวเหรอว่าเป็นคนคิดไปด้วยพูดไปด้วยนะ”“ขอโทษครับ” เสียงน้องชายสองคนพูดออกมาพร้อมกัน“ป๋าไม่ได้ตั้งใจ”“ถ้าป๋าตั้งใจพิทย์คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ดีรู้ค่ะ”“อ้าว ป๋าถือปืนพวกผมแค่ยืนดูไม่เห็นเจ้จะงอนป๋าเลย”“หุบปาก” เสี่ยเบียร์สวนลูกชายทันทีกูจะรอดอยู่แล้วเชียว“พิทย์ก็อีกคน”“แต่ผมรักดี”“มันมีวิธีอื่น”“ผมรักดีมาก”“บอกไม่ฟังดื้อกับดีตลอด”“ใจของผมมีแค่ดี”“เล่นอะไรแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”“ชีวิตพิทย์ก็ให้ดีได้”บรั่นดีชะงักไป เธอด่าเขาทุกคำแต่เจ้าตัวทำหน้าเหมือนเธอกำลังชม ทุกประโยคที่พูดสวนกลับมีแต่คำว่ารักเธอ จนสุดท้ายชีวิตเขาก็ให้เธอได้“พิทย์รักดีมาก แล้วจะรักตลอดไปแต่งงานกันนะครับ”“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังจะมาขอแต่งงาน”“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย”
ประตูรั้วเหล็กเปิดออกกลับมีรถหลายคันจอดอยู่ หรือป๋ามีแขกแต่ปกติเสี่ยเบียร์ไม่พาแขกมาที่บ้าน ยิ่งขับเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นความชุลมุน บรั่นดีรีบลงจากรถเดินตรงไปหาพ่อเธอ ดันได้ยินเสียงตวาดดังลั่นจนหญิงสาวห่อไหล่สะดุ้งโหยง“ไอ้ห่าพิทย์มึง”ปัง ปัง ปังแล้วเสียงปืนหลายนัดที่ดังไม่หยุดแต่...“ไอ้พิทย์หลบลูกกระสุนกูเป็นลูกปิงปองเลยนะมึง”“ป๋า! เกิดอะไรขึ้นคะ นั่นพิทย์กับเพื่อนเขาไม่ใช่เหรอ ป๋าวางปืนลงก่อนได้ไหม”ลูกสาวรีบมาคว้ามือพ่อที่ถือปืนเล็งไปยังกลุ่มก้อน ที่ยืนรวมกันอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน เธองงไปหมดทั้งตกใจเอามากๆ“มันปากดีป๋าไม่ทนมันแล้ว”ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอ็นดูพิทย์อย่างกับอะไรดี ทั้งบอกให้เธอเข้าใจเขาเวลาทะเลาะกัน รู้แม้กระทั่งว่าที่ลูกเขยคนนี้ชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น“ป๋าใจเย็นๆ ก่อนสิคะ มันจะถูกตัวเขาจริงๆ นะ”“ดีเป็นห่วงมันมากเหรอ”เฮียแบรนด์ที่ยืนเอียงตัวพึงกรอบประตูหน้าบ้านอยู่ เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่นอย่างนึกเคือง เสี่ยเบียร์ห้าวหาญเหี้ยมโหด มือถือปืนอย่างดุดัน แต่คุยกับลูกสาวส
“พิทย์คะ ลึกเกิน”เสียงครางกระเส่าบอกออกไปแทบไม่เป็นภาษา เพราะตัวที่ถูกกระทั้นจนโยกโยน เขาล็อกเธอไว้ทุกส่วน สวนความเป็นเขาเข้ามาทั้งแรงทั้งรัวเร็ว มันเสียดสีไปกับโพรงนุ่ม ทั้งถูกเติมเต็มจนไม่มีที่ว่างและคับแน่น“อื้อ พิทย์ดีไม่ไหวแล้ว” เธอจุกเขาเข้ามาลึกมาก ร่างกายเธอเกร็งเสียวซ่านไปทั้งตัว จนในที่สุดก็สุขสม“อื้อ” สะโพกสวยสั่นกระตุกถี่รัว น้ำรักไหลออกมาชโลมความเป็นเขาสุดความยาวเงาวับ“พิทย์ พิทย์คะ”“ดีอีกทีครับที่รัก”บรั่นดียังกระตุกไม่หาย เธอกลับถูกเขานำพามาที่โต๊ะทำงาน จับเรียวขาสวยข้างหนึ่งขึ้นวางไว้บนโต๊ะ นำความเป็นเขาสวนเข้าจนสุด“อา พิทย์” บรั่นดีที่จุกจนเอามือวางกุมไว้หน้าท้องตัวเอง กลับสัมผัสถึงมันขยับขึ้นลงยามเขาเข้าออก“ดีอย่ากังวล ไม่ตายหรอกนะครับผมทำมาบ่อยแล้ว”อิตานี่คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ แต่เขาทำได้ยังไงมันต้องใหญ่แค่ไหนแล้วเข้าลึกมากเท่าไหร่ ถึงแสดงฤทธิ์เดชให้เห็นกันขนาดนี้“อื้อ” เพราะเธอเอาแต่คิดเตลิด มือหนาเลื่อนมาจับลำคอเล็กด้านหน้าบังคับให้เธอเผยออ้าปากรับจูบจากเขาลิ้นชื้นส
เมื่อพิทย์ใช้มือที่นวดคลึงหน้าอก ลูบไล้ลงมาหาจุดอ่อนไหว พร้อมกับวางปลายนิ้วบดขยี้สร้างความเสียวซ่าน ยิ่งเขาออกแรงบดมากเท่าไหร่เธอยิ่งถูกมวลอารมณ์ที่ตื้นจนควบคุมไม่อยู่ พร้อมน้ำหวานที่ไหลออกมาชโลมความเป็นเขาพิทย์ไม่ได้บังคับเอาที่เธออยากทำ เขามีหน้าที่ช่วย“อื้อ”“อา ดี”จู่ๆ บรั่นดีกลับกดตัวเธอลงจนสุดความยาวของชายหนุ่ม เธอจุกจนตัวกระตุกสั่นอยู่บนตัวเขา พิทย์เองก็ครางคำรามต่ำเพราะเสียวซ่านไม่ต่างกันเขาปล่อยเธอเป็นอิสระ สองแขนเท้าไว้ด้านหลังกับเตียงเพื่อพยุงตัวเอง มองแม่คุณเริ่มร่อนเอวบดกายเข้าหาเขาใบหน้าสวยแดงก่ำ ผมสยายยุ่งเหยิง แต่สายตากับท่าทางทำเอาคนมองแทบบ้า พิทย์กลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกขยับขึ้นลง“อื้อ”คนตัวโตนั่งมองทั้งขบกรามไปด้วย อารมณ์เธอมากเท่าไหร่เขายิ่งมากกว่านั้นเท่าตัว แต่ยังอดทน บรั่นดีกัดปากล่างไว้แน่น พอเขาจ้องดันยกหลังมือขึ้นปิด ส่วนอีกมือวางไว้หน้าท้องที่มีมัดกล้ามขึ้นลอนแข็งของเขาสายตาที่มองมาหรี่เล็กลง เหมือนกำลังอ้อนวอนและร้องขอบทรักจากเขา“เคล้นนมสิครับดี ผมอยากเห็น”พิทย์พูดแค
“งอนเหรอคะ”“เปล่าครับผมแค่ง่วง” คนพูดยังหลับตา บรั่นดีที่ยังอยู่ในอ้อมกอดเงยหน้ามองคนงอนเก่งทั้งยิ้มน้อยๆ“อ๋อ...จุ๊บ”“ดีอย่าดื้อกับผม”พิทย์ถึงกลับลืมตาตื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่ตัวดียื่นหน้ามาจุ๊บปากเขาเร็วๆ แค่จุ๊บพอทน แต่มือเล็กยังวางลงบนความเป็นเขา แถมยังลูบขึ้นลงซึ่งเป็นการกระตุ้นตัวตนเขาชั้นดี“นอนไปสิคะ ดีจะให้รางวัลพิทย์ที่เรียนจบไง”บรั่นดีรู้สึกถึงแรงกอดแน่นขึ้น มือเขาที่ยังโอบไหล่มนไว้อยู่บีบลงเนื้อนุ่มนิ่มของเธอ เพราะกำลังควบคุมอารมณ์เมื่อถูกมือเล็กสัมผัสแล้วตรงนั้นที่เธอจับมันก็ร้อนผ่าว พร้อมกับขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนคนจับรับรู้ได้ บรั่นดียังนึกขำ กับเธอเขามักเป็นแบบนี้เสมอ ขึ้นเร็วแต่ลงช้า“ดอกไม้ที่เอามาให้ตั้งหลายดอก กะให้พิทย์ตอกดี อื้อ” ปากอวบอิ่มโดนปิดทันที แม่คุณพูดอะไรใครจะทนฟังได้พิทย์จูบปิดปากนุ่มนิ่มครู่หนึ่งแล้วผละถอยออกมานิด“ดีขอร้อง ผมจะเสร็จอย่าพูดอย่าเอ่ยคำพวกนี้จากปากหวานๆ ของดีอีกเลย”แค่ได้กลิ่นหอมอ่อนจากตัวเธอเขาก็มีอารมณ์ นับประสาอะไรกับได้กอดอยู่แบบนี้ แถมยังมีคำพูดยั่ว
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่าง
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกิน
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร







