เข้าสู่ระบบวิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัด
วิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตรงประตูหนีไฟ เห็นว่าเป็นเลขชั้นห้องเพื่อนทั้งห้องตัวเอง ถึงได้หยุดฝีเท้าการวิ่งเป็นเดินถอยกลับมา เพราะเกือบเลยผ่านชั้นตัวเองไป บังเอิญวิ่งเพลินไปหน่อยนานๆ วิ่งทีแรงดีเหมือนกันนะเรา
สะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวาย และความเหนื่อยเมื่อยล้า เปิดประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเลี้ยวขวามาตามทาง ตรงไปยังห้องตัวเองซึ่งข้างๆ เป็นห้องเพื่อน
ไม่รู้ว่าเขาวิ่งเร็วหรือลิฟต์ขึ้นช้า เพราะสายตามองเห็นทั้งสองคนชายหญิงก่อนหน้า เดินโอบไหล่กันมากำลังจะถึงห้องเพื่อนเขาอย่างเฮียบาร์
หญิงสาวทั้งเดินทั้งพูดหันหน้ามายิ้มให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ แต่งตัวดีเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวเรียบง่ายดูภูมิฐาน แขนแกร่งยังโอบไหล่เล็กไว้ เดินไปพูดไปทำอย่างกับสนิทสนมกันมานาน บางทีหญิงสาวยังเอาหัวเอียงซบ บางครั้งผู้ชายคนนั้นยังยกมือใหญ่จับศีรษะเธอพร้อมโยกไปมาอย่างคนรักกันมากและรักกันมานาน
พิทย์ไม่ได้หยุดยืนดูเขาทั้งมองทั้งขบคิด ขายาวของเจ้าตัวยังก้าวไปข้างหน้าในหัวยังคิดไม่หยุด ‘ใคร เธอพาใครขึ้นคอนโด’
คนเดินตามจะถึงตัวทั้งคู่อยู่แล้ว ปากกำลังจะอ้าทักทายตามมารยาทที่ดีควรมีทั่วไป แกล้งแสร้งเป็นบังเอิญเจอยังได้ ขอดูหน้าหน่อยเถอะทั้งเธอและผู้ชายเดินข้างเป็นใคร ทำไมถึงต้องโอบไหล่จับหัวซบกันขนาดนั้น
พิทย์ยังไม่ทันเอ่ยปากแค่เดินไปเกือบชิดสองคนตรงหน้า แขนสองข้างของเขากลับถูกรวบจับไปไขว้ไว้ด้านหลัง ทั้งตัวเขาที่ถูกล็อกไม่ให้ขยับจากผู้ชายร่างยักษ์สองคน
“เฮ้ย! ปล่อย”
พิทย์อุทานดังลั่นเมื่อมีคนมาจับล็อกตัวไว้ก็ว่าตกใจแล้ว แต่พอสองคนตรงหน้าที่เขาเดินตามหันกลับมา ต้องตกใจหนักกว่าเดิม
“พิทย์/เสี่ยเบียร์”
เสียงผู้ชายสองคนต่างวัยพูดขึ้นพร้อมกัน มีเพียงบรั่นดีที่ยืนนิ่งแขนสองข้างของหญิงสาวยกขึ้นกอดอกมองพิทย์อยู่
เสี่ยเบียร์ พ่อหม้ายหนุ่มโสดลูกติดสามคน นั่นก็คือบรั่นดี เฮียแบรนด์ และเฮียบาร์ ภรรยาสุดที่รักของเขาเสียไปตั้งแต่คลอดลูกชายคนเล็กได้ขวบกว่าด้วยอุบัติเหตุ ช้ำหนักไม่ยอมมีรักครั้งใหม่ให้ขุ่นเคืองใจ ที่ต้องคอยพะวงหน้าพะวงหลังให้กับลูกทั้งสาม
หนุ่มใหญ่ถึงแม้อายุจะมากแต่ยังดูหล่อเหลาและภูมิฐาน อีกทั้งยังเงินหนาผู้หญิงเข้าหาไม่น้อยหน้าไปกว่าลูกชายทั้งสอง ไม่ยอมแต่งใครเข้าบ้านและไม่ให้ผู้หญิงที่คบค้ามาเหยียบบ้านที่ลูกๆ อยู่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองและญาติๆ ช่วยเหลือจนเติบโตมาอย่างดีทั้งลูกและธุรกิจ
ส่วนธุรกิจที่บ้านออกแนวขาวอมเทาเกือบดำ ต้องคอยสานสัมพันธ์กับคนมีอำนาจและเบิกทางให้เดินได้สะดวกไม่ว่าจะเป็น
ร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ ร้านนั่งชิลล์กึ่งคลับทั้งจัดเลี้ยงมีลูกชายคนเล็กอย่างเฮียบาร์เป็นผู้ดูแล
ชื่อร้านตั้งตามชื่อลูกเจ้าของร้าน 'บรั่น' มาจากบรั่นดีลูกสาวคนโต 'แบรนด์' มาจากเฮียแบรนด์ลูกชายคนกลางส่วน 'บาร์' มาจากลูกชายคนเล็กเฮียบาร์
ทั้งสามคนเป็นทั้งลูกรักและลูกชังของเสี่ยเบียร์ เจ้าของธุรกิจนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดี บรั่นดีและเฮียแบรนด์นานๆ ทีจะไปที่ร้านเพราะต่างคนต่างแยกย้ายดูแลธุรกิจครอบครัว
เสี่ยเบียร์ที่มีมาตรฐานเดียว จับลูกชายสองคนเดินหน้าไล่กินข้าวกับคู่ค้าไปทั่ว ส่วนลูกสาวอย่างบรั่นดีทำงานดูแลบริษัทอย่างเดียว ประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน ใครคิดจะแตะใครคิดจะต้อง มันต้องผ่านงูยักษ์สามตัวไปให้ได้ก่อน
บรั่นดี พี่สาวคนโตลูกสาวคนเดียวของเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อรักมากหวงมาก ช่วยพ่อเลี้ยงน้องตั้งแต่เด็กจนโตคุยรู้เรื่องสุดในบ้าน เรียนจบปริญญาตรี แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศอีกสองปี พึ่งกลับมาได้ยังไม่ถึงปีดี ทำงานธุรกิจของที่บ้านช่วยพ่อบริหารที่บริษัทเป็นหลัก เสี่ยเบียร์ไม่ค่อยให้เธอไปพบลูกค้า ส่วนมากผู้เป็นพ่อจะไปเองไม่งั้นก็ส่งลูกชายคนกลางไปแทน
แล้วตอนนี้เหมือนลูกสาวสุดรักของเขา จะมีแมลงวันตัวเบิ้มมาตอมทั้งดอมดม ตัวใหญ่เสียด้วยไม่รู้พันธุ์อะไร ไม่ว่าจะพันธุ์ไหนกูจะจับไม้ฟาดบดบี้ขยี้คามือ อย่าหวังจะแตะอย่าหวังจะต้อง รักยิ่งกว่าลูกชายคนกลาง หวงยิ่งกว่าลูกชายคนเล็กก็ลูกสาวคนโต
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ”
บรั่นดีถอยออกมาสองก้าวเพื่อปรับระยะสายตา ทั้งก้มๆ เงยๆ เก็บของที่เอามาประคบเย็นประถมพยาบาลให้คนตัวโตที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาแต่พูดมาก“แล้วเพื่อน”พิทย์ยังมองตามร่างเล็กเดินไปเคาน์เตอร์ครัว วนเวียนไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อเก็บของ อย่างกับเป็นเจ้าของห้อง เพลินตาดีชะมัด“ผมไปดูมาแล้ว”ธารไข้สูงตัวร้อนจริงแต่มันหยิ่ง บอกจะพาไปหาหมอมันขอนอนก่อน พิทย์เลยให้ข้าวให้น้ำหายาให้กิน ถึงลงมาห้องตัวเอง“มหา'ลัยที่ว่าจะไป”“ก็จะเข้าไปหลังส่งดีเรียบร้อยแล้ว”“ที่พูดต่อหน้าเสี่ยเบียร์ว่าต้องรีบไปดูธาร ทั้งจะเข้ามหา'ลัยแค่หลอกท่านสินะ”ยังจะมายิ้มใส่กัน บรั่นดีเก็บของเสร็จเดินมายืนตรงหน้าเจ้าของห้องเขายังอยู่ที่เดิม เธอหันมาทีไรก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีอ่อนอยู่ตลอด มองอะไรนัก“ดีกำลังมองผมในแง่ร้ายเกินไปนะครับ”“ผมไม่ได้หลอกสักหน่อยบอกไปตามความจริง แค่รีบขึ้นไปดูเพื่อนแล้วรีบลงมาดูดีเท่านั้น”“เจ้าเล่ห์”“ได้จากเพื่อนทั้งนั้น”ไม่พูดเปล่าขายาวยังก้าวเดินมาหา จนบรั่นดีต้องก้าวถอยหลัง“หว
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม” คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ" คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชีทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้"ดีพูดออกมา" เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



