Masuk“ตรงนี้ละ” พอผละถอยยังถามพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือสัมผัสแก้มอีกข้าง
หญิงสาวพยักหน้าให้แผ่วเบาอีกเช่นเคย เธอไม่ร้องไห้แล้วมีเพียงน้ำตาที่เอ่อคลอ วินาทีที่เขาสัมผัสแก้มอีกข้าง ใจดวงน้อยกลับเต้นเร็วขึ้น เขาอ่อนโยนมากอย่างกับจะปลอบประโลมกันให้หายหวาดกลัว
“แล้วตรงนี้ละครับ”
ดวงตาสวยสบนัยน์ตาคู่คมผ่านเลนส์แว่นใสที่เขาใส่อยู่ตลอด พิทย์มองเธอด้วยความห่วงใยจากใจจริง ถามว่าในความห่วงใยนั้น มีความใคร่อยู่ไหมแน่นอนว่ามี แต่เขาจะไม่ทำถ้าเธอไม่อนุญาต
นัยน์ตาทั้งคู่มองกันนิ่งเมื่อนิ้วหัวแม่มือคนตัวโตสัมผัสริมฝีปากบางแผ่วเบา เขานวดคลึงไปมาอย่างทะนุถนอมเหมือนพยายามลบรอยมือคนชั่วให้จางหาย
“ตรงนี้มันได้สัมผัสดีไหม” เสียงทุ้มต่ำติดนุ่มนวลถามย้ำอีกครั้ง
“แค่มือ” เสียงหญิงสาวตอบเขาแผ่วเบาเช่นเคย
ตอนชุลมุนยื้อยุดกันอยู่บรั่นดีพยายามใช้มือปัดปกป้องร่างกายตลอด มีเพียงช่วงแก้มกับลำคอที่ถูกสัมผัสใกล้ชิดเพียงนิด หญิงสาวก็สะบัดออกทัน จากนั้นพิทย์ก็มา
“อยากให้ผมลบให้ไหม”
ใจดวงน้อยในอกคนตัวเล็กเต้นหนักกว่าเดิม เขาให้เธอเป็นคนเลือกแต่ทำไมกับเขาเธอถึงอุ่นใจ
พิทย์มองใบหน้าคนตัวเล็กไม่วางตา เขาแทบไม่อยากกะพริบเพราะกลัวพลาดช่วงเวลาหนึ่งไป ใจแกร่งในอกเต้นกระตุกผิดจังหวะตั้งแต่เห็นเธอถูกลวนลามที่หน้าห้อง แล้วตอนนี้มันก็เต้นหนักเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว เมื่อบรั่นดีพยักหน้าให้กับเขา อนุญาตให้เขาลบรอยตรงริมฝีปากเธอ
นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ เลื่อนออกก่อนที่ใบหน้าชายหนุ่มโน้มลงมาใกล้ พร้อมริมฝีปากนุ่มอุ่นสัมผัสลงริมฝีปากอวบอิ่ม
ความรู้สึกอุ่นร้อนตรงริมฝีปากทั้งนุ่มนวลอ่อนโยน บรั่นดีหลับตาลงรับสัมผัสจากคนตัวโตพร้อมน้ำใสๆ ไหลร่วงหล่นหยดสุดท้ายที่เธอจะร้องไห้ในครั้งนี้
ชายหนุ่มยังเฝ้ามองเธอในระยะใกล้ กลัวเธอไม่โอเคแต่ในตาคู่สวยกลับปิดลง เห็นอย่างนั้นแล้วเขาก็หลับตาลงบ้าง พิทย์เริ่มขยับสัมผัสริมฝีปากอ่อนนุ่มอย่างลึกซึ้ง เขาค่อยๆ เลาะเล็มกลีบปากเล็กทั้งบนล่างของเธออย่างปลอบประโลม
แต่พอเขาเริ่มสัมผัสมากขึ้น บรั่นดีเองยังรับรู้ถึงความเย็นชื้นจากปลายลิ้นคนตัวโต แทนที่เธอจะผละถอยกลับเปิดปากเผยออ้ารับให้เขาเข้ามา พร้อมหัวใจที่เต้นแรงจนลืมเรื่องร้ายๆ ก่อนหน้าไปชั่วขณะ
จากจูบแผ่วเบากลับทวีความลุ่มลึกมากขึ้นเรื่อยๆ คนตัวโตรับรู้ว่าเธอไม่ได้ผละถอยแถมยังจูบเขาตอบ ถึงได้ตวัดเรียวลิ้นกวาดชิมริมฝีปากบางทั้งบนล่างจนเปียกชื้น ดูดเม้มปลายลิ้นเล็กอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน
ทั้งห้องเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของคนสองคน กับเสียงหยาบโลนยามริมฝีปากสัมผัสกันอย่างลึกซึ้ง
“อื้อ”
จูบที่เริ่มต้นช้าๆ ตอนนี้กลับปลุกเร้าทั้งคู่ เสียงหวานประท้วงเมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาลึก สำรวจไปทั่วโพรงปากหวานเหมือนจะกวาดกลิ่นเดิมออกแล้วให้เหลือเพียงกลิ่นเขา
“พิทย์ อื้อ”
จังหวะเขาเอียงหน้าให้ได้องศาเพื่อจะสัมผัสเธอให้มากขึ้น บรั่นดีรีบเรียกชื่อชายหนุ่มเพื่อจะพูดด้วยแต่กลับไม่ทัน
เมื่อเขาบดจูบลงมาอีกครั้งรอบนี้นานกว่ารอบที่แล้ว จวนเธอเริ่มหายใจไม่ทันใจยังเต้นแรงระรัวจนมวลอารมณ์ตีตื้นขึ้นไปถึงจุดนั้น
พิทย์ได้ยินที่เธอเรียกแต่เขาคิดไว้แล้วว่าจะจูบเธอตรงไหนบ้าง สอดลิ้นเข้าสำรวจยังไง และจะหยุดลงตอนไหน เขาจูบจนพอใจถึงได้ค่อยๆ หยุดลง ก่อนจะผละถอยยังกดย้ำลงตรงริมฝีปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง
จูบเร่าร้อนจบลงทั้งคู่สบนัยน์ตากันนิ่ง ใบหน้าอ่อนใสตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อให้ได้เห็น แล้วคนมองก็ใจชื้นขึ้นมาก
“ผมอยากจูบดีอีกแล้วรอบนี้คงไม่หยุดแค่จูบ ถ้าดีไม่อนุญาตผมจะไม่ไปต่อ”
พิทย์พูดตามที่คิดแล้วเขาก็อยากได้จริง ด้วยความใกล้ชิดกันเธอคือผู้หญิงที่เขาชอบตั้งแต่แรกที่เจอ และแน่นอนถ้าเธอไม่ให้เขาจะไม่มีวันทำ
บรั่นดียังมองนัยน์ตาสีอ่อนผ่านเลนส์แว่นใส มวลอารมณ์เธอถูกปลุกเร้าตั้งแต่เขาหอมแก้มครั้งแรก มันร้อนรุ่มอบอุ่นจนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งแอลกอฮอล์ในเลือดที่ดื่มมาค่อนคืน ยิ่งทำให้เธอกล้าเอื้อมมือดึงคอเสื้อชายหนุ่มเข้ามาใกล้ แล้วแนบริมฝีปากอวบอิ่มลงไปเสียเอง
คราแรกพิทย์เองก็ตกใจที่เธอเป็นคนเริ่ม แต่เพราะปากนุ่มนิ่มเริ่มขยับเขาถึงตอบรับด้วยเรียวลิ้นร้อน ชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนเจนจัดมากรัก ไม่เคยทำมาก่อนแต่เขาจะตั้งใจทำ
ขนาดของเราต่างกันอย่างเห็นได้ชัดดูจากรูปร่างสรีระร่างกาย พิทย์ที่เป็นไซซ์ลูกเสี้ยวยุโรป กับบรั่นดีที่เป็นสาวเอเชียร้อยเปอร์เซ็นต์ มันยากมากในคราแรกกับบทรักของเรา
แต่ชายหนุ่มก็พยายามเบามือ ถึงกระนั้นบรั่นดียังต้องกัดปากนิ่วหน้าเพื่อกลั้นความเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการจากตัวตนเขาจนสุขสมไปหลายรอบ
ทุกรอบพิทย์แรงดีไม่มีตกทั้งอ่อนโยนและเร่าร้อนสลับกัน จนคนตัวเล็กต้องยกมือกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความจุก บางทียังดันแผงอกคนตัวโตออกเพื่อให้เขาเบาแรงลง ยิ่งอารมณ์วาบหวามเพิ่มมากขึ้น เอวสอบยิ่งส่งทุกแรงตอกอัดเข้าหา ตัวบรั่นดีโยกขึ้นลงตามแรงกระแทกกระทั้น เธอรู้สึกหน่วงไปทั้งตัวและเสียดเสียวเหมือนจะตาย
คืนนั้นทั้งคืนต่างเป็นครั้งแรกของทั้งคู่ เขาสวมเครื่องป้องกันทุกรอบที่ซ้ำเข้ามา ระยะเวลาหลายชั่วโมงพิทย์ไม่พักเลยสักนิด บรั่นดีหมดแรงหลับไปบ้างแต่พอเขาขยับเข้าออกเธอก็รู้สึกตัว
แล้วก็เป็นพิทย์เองที่ยอมถอย เพราะมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ตรงระเบียงฟ้าเริ่มสว่าง แล้วคนบนเตียงก็ดูท่าทางจะเพลียและหมดแรงเอามาก เขาถึงหยุดทุกอย่างลง นอนกอดเธอแนบอกเหมือนกลัวคนในอ้อมแขนจะหายจากเขาไป ไม่นานชายหนุ่มก็หลับตามเธอ
ตอนเช้า
บรั่นดีตื่นพร้อมกับความเจ็บไปทั้งตัวโดยเฉพาะจุดอ่อนไหว เดินแทบไม่ได้แต่เธอต้องไปจากที่นี่ หันมองคนหลับที่กอดกันแน่นไว้ทั้งคืน หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง ส่วนพิทย์ทำเพียงเปลี่ยนท่านอน
“ตรงนี้ละ” พอผละถอยยังถามพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือสัมผัสแก้มอีกข้างหญิงสาวพยักหน้าให้แผ่วเบาอีกเช่นเคยเธอไม่ร้องไห้แล้วมีเพียงน้ำตาที่เอ่อคลอ วินาทีที่เขาสัมผัสแก้มอีกข้าง ใจดวงน้อยกลับเต้นเร็วขึ้น เขาอ่อนโยนมากอย่างกับจะปลอบประโลมกันให้หายหวาดกลัว“แล้วตรงนี้ละครับ”ดวงตาสวยสบนัยน์ตาคู่คมผ่านเลนส์แว่นใสที่เขาใส่อยู่ตลอด พิทย์มองเธอด้วยความห่วงใยจากใจจริงถามว่าในความห่วงใยนั้น มีความใคร่อยู่ไหมแน่นอนว่ามี แต่เขาจะไม่ทำถ้าเธอไม่อนุญาตนัยน์ตาทั้งคู่มองกันนิ่งเมื่อนิ้วหัวแม่มือคนตัวโตสัมผัสริมฝีปากบางแผ่วเบา เขานวดคลึงไปมาอย่างทะนุถนอมเหมือนพยายามลบรอยมือคนชั่วให้จางหาย“ตรงนี้มันได้สัมผัสดีไหม” เสียงทุ้มต่ำติดนุ่มนวลถามย้ำอีกครั้ง“แค่มือ” เสียงหญิงสาวตอบเขาแผ่วเบาเช่นเคยตอนชุลมุนยื้อยุดกันอยู่บรั่นดีพยายามใช้มือปัดปกป้องร่างกายตลอด มีเพียงช่วงแก้มกับลำคอที่ถูกสัมผัสใกล้ชิดเพียงนิด หญิงสาวก็สะบัดออกทัน จากนั้นพิทย์ก็มา“อยากให้ผมลบให้ไหม”ใจดวงน้อยในอกคนตัวเล็กเต้นหนักกว่าเดิม เขาให้เธอเป็นคนเล
คราแรกบรั่นดีไม่สนใจพอบ่อยเข้าเธอเริ่มไม่พอใจ เขาปีนเกลียวเธอโตกว่าทั้งเป็นพี่สาวเพื่อน หญิงสาวเลยไม่คิดจะยุ่งด้วย แต่เขากลับวอแวอยู่รอบตัวเธอไม่ห่างวันไหนบรั่นดีมาที่ร้านได้เจอกันเห็นเป็นมอง เดินผ่านเป็นจ้อง จนเป็นเธอที่ทำตัวไม่ถูกพอถึงวันที่เสี่ยเบียร์ปิดร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์เพื่อฉลองเลี้ยงส่งลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ คนมาอวยพรให้เธอโชคดี ทั้งตั้งใจเรียน รวมถึงยินดีกับการจบปริญญาตรี และยินดีกับการเรียนต่อปริญญาโท แขกมากันมากมายทั้งเพื่อนสนิทของหญิงสาว เพื่อนพ่อและเพื่อนน้องชายแต่พิทย์กลับขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว และขอไม่ให้เธอไปให้อยู่ตรงนี้กับเขาหญิงสาวบอกเขาพูดออกมาเพราะเมาเราทะเลาะกัน แล้วเธอก็เดินหนีพิทย์ชอบบรั่นดีจริงๆ เธอสวย ใจดี ยิ้มเก่ง ทั้งอ่อนหวาน ห่วงใยทุกคน ใส่ใจเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อ ทั้งเฮียบาร์เฮียแบรนด์ที่เป็นน้องชายอย่างดี จนรู้สึกอย่างมีเธอเคียงข้าง เขาชอบเธอคืนนั้นทั้งคืนชายหนุ่มดื่มอย่างหนัก ยิ่งเห็นผู้ชายที่เธอบอกกับเพื่อนว่ากำลังคุยกันมาร่วมงานเลี้ยงส่ง เขายิ่งดื่มเหมือนเทน้ำสีอำพันทิ้ง แต
บรั่นดีถอยออกมาสองก้าวเพื่อปรับระยะสายตา ทั้งก้มๆ เงยๆ เก็บของที่เอามาประคบเย็นประถมพยาบาลให้คนตัวโตที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาแต่พูดมาก“แล้วเพื่อน”พิทย์ยังมองตามร่างเล็กเดินไปเคาน์เตอร์ครัว วนเวียนไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อเก็บของ อย่างกับเป็นเจ้าของห้อง เพลินตาดีชะมัด“ผมไปดูมาแล้ว”ธารไข้สูงตัวร้อนจริงแต่มันหยิ่ง บอกจะพาไปหาหมอมันขอนอนก่อน พิทย์เลยให้ข้าวให้น้ำหายาให้กิน ถึงลงมาห้องตัวเอง“มหา'ลัยที่ว่าจะไป”“ก็จะเข้าไปหลังส่งดีเรียบร้อยแล้ว”“ที่พูดต่อหน้าเสี่ยเบียร์ว่าต้องรีบไปดูธาร ทั้งจะเข้ามหา'ลัยแค่หลอกท่านสินะ”ยังจะมายิ้มใส่กัน บรั่นดีเก็บของเสร็จเดินมายืนตรงหน้าเจ้าของห้องเขายังอยู่ที่เดิม เธอหันมาทีไรก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีอ่อนอยู่ตลอด มองอะไรนัก“ดีกำลังมองผมในแง่ร้ายเกินไปนะครับ”“ผมไม่ได้หลอกสักหน่อยบอกไปตามความจริง แค่รีบขึ้นไปดูเพื่อนแล้วรีบลงมาดูดีเท่านั้น”“เจ้าเล่ห์”“ได้จากเพื่อนทั้งนั้น”ไม่พูดเปล่าขายาวยังก้าวเดินมาหา จนบรั่นดีต้องก้าวถอยหลัง“หว
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม” คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ" คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชีทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้"ดีพูดออกมา" เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่าง
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกิน



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



