تسجيل الدخولบรั่นดีถอยออกมาสองก้าวเพื่อปรับระยะสายตา ทั้งก้มๆ เงยๆ เก็บของที่เอามาประคบเย็นประถมพยาบาลให้คนตัวโตที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาแต่พูดมาก
“แล้วเพื่อน”
พิทย์ยังมองตามร่างเล็กเดินไปเคาน์เตอร์ครัว วนเวียนไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อเก็บของ อย่างกับเป็นเจ้าของห้อง เพลินตาดีชะมัด
“ผมไปดูมาแล้ว”
ธารไข้สูงตัวร้อนจริงแต่มันหยิ่ง บอกจะพาไปหาหมอมันขอนอนก่อน พิทย์เลยให้ข้าวให้น้ำหายาให้กิน ถึงลงมาห้องตัวเอง
“มหา'ลัยที่ว่าจะไป”
“ก็จะเข้าไปหลังส่งดีเรียบร้อยแล้ว”
“ที่พูดต่อหน้าเสี่ยเบียร์ว่าต้องรีบไปดูธาร ทั้งจะเข้ามหา'ลัยแค่หลอกท่านสินะ”
ยังจะมายิ้มใส่กัน บรั่นดีเก็บของเสร็จเดินมายืนตรงหน้าเจ้าของห้องเขายังอยู่ที่เดิม เธอหันมาทีไรก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีอ่อนอยู่ตลอด มองอะไรนัก
“ดีกำลังมองผมในแง่ร้ายเกินไปนะครับ”
“ผมไม่ได้หลอกสักหน่อยบอกไปตามความจริง แค่รีบขึ้นไปดูเพื่อนแล้วรีบลงมาดูดีเท่านั้น”
“เจ้าเล่ห์”
“ได้จากเพื่อนทั้งนั้น”
ไม่พูดเปล่าขายาวยังก้าวเดินมาหา จนบรั่นดีต้องก้าวถอยหลัง
“หว่านล้อมก็เก่งเอาแต่ใจที่สุด”
ปากจิ้มลิ้มที่กำลังต่อว่าเขาถ้าจูบอีกคงหยุดไม่อยู่แน่ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งเดินต้อนแม่วัวของเขาอย่างนึกแกล้ง เธอก็เอาแต่ก้าวถอยหลัง
“เพราะคบเพื่อนไม่ดีครับ แต่ถ้าได้คบกับดี ผมจะเป็นคนที่ดีขึ้น”
“โทษคนอื่น”
เขานี่เป็นคนยังไงกันแน่ แล้วจะเดินมาใกล้ทำไมนักเธอก้าวถอยหลังจนชิดกับผนังโซฟา แล้วมันก็ไม่มีที่ให้ไปแล้วด้วย
“หรืออยากให้ผมโทษดี”
คนตัวโตทั้งพูดทั้งโน้มตัวเข้ามาใกล้ใบหน้าสวย เธอผละถอยเอนเอียงไปด้านหลังเขาก็ยังขยับตามมา
“เกี่ยวอะไร”
“เพราะผมต้องใช้ทุกความเจ้าเล่ห์ที่มีในตัว มาหว่านล้อมให้ดีรับรักผมไงครับถ้าดีรับมันไปซะตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นผมคงไม่ต้องใช้มัน”
“ฉลาดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง”
คนตัวเล็กพูดจบจมูกโด่งคมสวยของเขาดันแตะปัดผ่านจมูกรั้นๆ ของเธอไปหนึ่งที บรั่นดีถึงกลับเสียการทรงตัวเพราะเอนเอียงเพื่อหลบเจ้าตัวอยู่ จนนั่งแหมะลงโซฟาพร้อมหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
เจ้าของห้องยังตามมายกมือสองข้างจับผนังโซฟา กักตัวเธอไว้ระหว่างวงแขนแกร่ง โน้มใบหน้าเข้ามาหาจนหญิงสาวนิ่งไป แต่นัยน์ตาคู่สวยยังสบกันไม่ห่าง พิทย์มองคนตรงหน้ามุมปากของเขายกยิ้มอยู่เสมอดังคนพอใจ กลัวแต่สู้กลับสมเป็นเธอ ถ้าเธอสู้มาเขาจะสู้คืน
เวลาผ่านไปไม่นานทั้งสองคนออกจากห้องลงมาชั้นล่างของคอนโด ชายหนุ่มตัวสูงอยู่ในชุดใหม่เสื้อเชิ้ตนักศึกษาแขนยาวสีขาว กางเกงยีนสีดำทรงกระบอกพอดีตัวเรียบง่าย
ที่ลงมาช้าเพราะก่อนหน้าพิทย์ขอเวลาจากบรั่นดีอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เพื่อจะไปส่งเธอแล้วเข้ามหา'ลัยเขาต่อ
ใบหน้าหล่อเหล่าสวมแว่นตาเลนส์ใสอย่างเช่นเคย ลำคอแกร่งยังมีสร้อยห้อยด้วยเกียร์สัญลักษณ์วิศวกรรมสาขาที่เขาเรียน พร้อมทั้งสร้อยแฟชั่นที่มันดูเข้ากับเจ้าตัวมาก
หญิงสาวที่เดินข้างกายทำเพียงใช้หางตาสำรวจมองทั้งนึกคิด ‘เป็นผู้ชายสวมแว่นตาที่ดูดีใช้ได้ ไม่รู้ว่าตอนถอดแว่นจะหล่อเท่าตอนใส่แว่นไหม’
“ดีอย่างเห็นเหรอครับ...ผมถอดให้ดูเอาไหม”
จู่ๆ เสียงคนตัวสูงที่เดินข้างกายก็พูดขึ้น ถ้ารูปประโยคมาแบบนี้ไม่ผิดแน่ บรั่นดีคิดไปด้วยพูดไปด้วย เธอควรไปปรึกษาหมอดีไหมนะ
“ไม่...ไม่ต้อง” เสียงคนตอบติดๆ ขัดๆ จะมาถอดให้ดูอะไรตอนนี้
“ผมชอบนะครับที่ดีเป็นแบบนี้”
ทั้งสองคนยังเดินไปด้วยพูดไปด้วย มีเพียงชายหนุ่มที่ผ่อนฝีเท้าลง เพราะกลัวคนเดินข้างตัวตามไม่ทัน บรั่นดีเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อน เมื่อเขาเว้นจังหวะการพูด เธอถึงได้อยากรู้ที่ว่าชอบ เขาชอบอะไร
“การที่ดีคิดไปด้วยพูดไปด้วย มันทำให้ผมรู้ความในใจดี”
พอได้คำตอบพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนจากคนตัวโต บรั่นดีเสมองไปทางอื่นเมื่อคนตัวสูงเอาแต่จ้องเธอ คร้านจะพูดด้วย
ส่วนเธอควรนิ่งกว่านี้เวลาอยู่กับเขา เดี๋ยวความในใจจะออกไปเป็นคำพูดให้เขาได้ยินเสียหมด ความในใจที่ว่าอาจเป็นด่าเขาในใจ
พิทย์ทั้งเดินทั้งหันมองคนเคียงข้างใบหน้าเขาติดยิ้มอยู่เสมอเวลาอยู่ใกล้เธอ แต่กับเธอเวลาอยู่ใกล้เขา จากคนที่ชอบยิ้มอย่างเป็นมิตรกลับบึ้งตึงเหมือนโดนบังคับอยู่เรื่อย
เราทั้งคู่เดินมาถึงลานจอดรถในคอนโด รถยนต์สัญชาติยุโรปคันใหญ่สี่ที่นั่งสีดำเงาวับ เสียงสัญญาณปลดล็อก พร้อมเจ้าตัวเปิดประตูให้หญิงสาวข้างกาย ยังเอามือรองขอบประตูเพื่อกันไม่ให้ศีรษะคนตัวเล็กชนตอนขึ้นไปนั่ง
“ขอบคุณ”
“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหมครับ”
บรั่นดีนั่งลงได้เธอแค่อยากขอบคุณที่เขาดูใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย แต่เหมือนเจ้าตัวไม่อยากได้คำขอบคุณจากเธอสักนิด สายตาที่มองกันอยู่ตลอด บ่งบอกว่าเขามีความสุขมากจนเห็นได้ชัด เพราะพิทย์กำลังยิ้มทั้งตาทั้งปากส่งให้เธอ
หญิงสาวทำเพียงถอนหายใจ หันไปจับสายเบลท์มาคาดตัวไว้ พอดีกับเจ้าของรถปิดประตูลงแล้วเดินอ้อมขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ
ระหว่างทางเจ้าของรถชวนคุยอยู่ตลอด เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก รู้เพียงเป็นเพื่อนน้องชาย เจอหน้ากันบ้างในบางคราวและเขาก็เอาแต่เฝ้ามองเธอ
สองปีก่อน
เจอกันครั้งแรกตอนเขาเข้าเรียนปีหนึ่งแล้วก็มาที่ร้าน ตอนนั้นพิทย์ก็เหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไปแต่ตัวสูง เธอยิ้มทักทายกับทุกคนปกติ แต่เขากลับมองเธอนิ่งเหมือนคนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญไม่เคยเรียกเธอว่าพี่หรือเจ้ดีเหมือนเพื่อนคนอื่นในกลุ่ม
บรั่นดีถอยออกมาสองก้าวเพื่อปรับระยะสายตา ทั้งก้มๆ เงยๆ เก็บของที่เอามาประคบเย็นประถมพยาบาลให้คนตัวโตที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาแต่พูดมาก“แล้วเพื่อน”พิทย์ยังมองตามร่างเล็กเดินไปเคาน์เตอร์ครัว วนเวียนไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อเก็บของ อย่างกับเป็นเจ้าของห้อง เพลินตาดีชะมัด“ผมไปดูมาแล้ว”ธารไข้สูงตัวร้อนจริงแต่มันหยิ่ง บอกจะพาไปหาหมอมันขอนอนก่อน พิทย์เลยให้ข้าวให้น้ำหายาให้กิน ถึงลงมาห้องตัวเอง“มหา'ลัยที่ว่าจะไป”“ก็จะเข้าไปหลังส่งดีเรียบร้อยแล้ว”“ที่พูดต่อหน้าเสี่ยเบียร์ว่าต้องรีบไปดูธาร ทั้งจะเข้ามหา'ลัยแค่หลอกท่านสินะ”ยังจะมายิ้มใส่กัน บรั่นดีเก็บของเสร็จเดินมายืนตรงหน้าเจ้าของห้องเขายังอยู่ที่เดิม เธอหันมาทีไรก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีอ่อนอยู่ตลอด มองอะไรนัก“ดีกำลังมองผมในแง่ร้ายเกินไปนะครับ”“ผมไม่ได้หลอกสักหน่อยบอกไปตามความจริง แค่รีบขึ้นไปดูเพื่อนแล้วรีบลงมาดูดีเท่านั้น”“เจ้าเล่ห์”“ได้จากเพื่อนทั้งนั้น”ไม่พูดเปล่าขายาวยังก้าวเดินมาหา จนบรั่นดีต้องก้าวถอยหลัง“หว
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” จากกำลังจะยกเข่ากับศอกเตรียมปกป้องตัวเองอีกรอบ เป็นขยับจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมองจ้องคนตรงหน้าไหนว่าจะไปดูเพื่อน“ช่วย...ช่วยกันก่อนได้ไหม” คนถูกขอให้ช่วยถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เห็นแก่เธอเป็นคนทำให้เขาเจ็บหรอกนะ มือบางจับต้นแขนแกร่งหวังช่วยพยุง ทว่ายังจับไม่มั่นคงดี วงแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกลับตวัดมาพาดไหล่เธอไว้ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ดูคล้ายว่าเขาเหมือนจะกอดเธออยู่บรั่นดีรีบหันมองคนตัวโตที่ทำหน้าเหมือนเจ็บมาก"ผมเดินไม่ไหวหมัดดีหนัก ศอกดีหน่วง เข่าดีแทงเข้าน้องชายผมเกือบร่วงแล้วนะครับ"คำก็ดี สองคำก็ดี เขาเป็นเพื่อนน้องชายเธอ แต่ไม่เคยเรียกกันว่าพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่นเลยสักครั้ง 'บอกเฮียบาร์เลิกคบดีไหมนะ'"เลิกคบผมน้องชายดีเรียนไม่จบนะครับ" คนยืนงอตัวลดมือลงกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมตวัดสายตามองอย่างนึกเคือง ทำดีขนาดนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง...เดี๋ยวมีคิดบัญชีทว่าหญิงสาวกลับหันมามองทั้งทำหน้าตาอย่างนึกสงสัย จนทำให้ชายหนุ่มกลั้นยิ้มอดพอใจไม่ได้ โธ่แม่คุณน่าเอ็นดูแท้"ดีพูดออกมา" เอาอีกแล้วนิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอแก้ไม
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขา
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร







