登入
โรงพยาบาล
ภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวผ้าเนื้อนิ่มสำหรับใส่นอน ช่วยพยุงคนเจ็บเข้าห้องน้ำอยู่ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ดันดังขึ้น หน้าจอแสดงผลว่ามีคนโทรเข้า
“ใครโทรมา”
“จะไปรู้เหรอก็ยืนอยู่ด้วยกัน”
ยอดตองหันมามองหน้าคนตอบ ไอ้นี่บทจะฉลาดก็ฉลาด บทจะซื่อก็ซื่อเสียน่าหมั่นไส้จนอยากจุ่มหมัดใส่หน้าคนยิ่งเจ็บ ๆ อยู่ด้วย ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้มีพระคุณ คงไม่ลงทุนพูดเสียงสองกับมัน
“ไปดูสิครับเพื่อนพิทย์”
“ขนลุก”
คนฟังทำท่าขนลุกขนพอง ส่วนคนมองได้แต่กลอกตาไปมา พิทย์ปล่อยมือจากยอดตองเพื่อนรัก แล้วเดินไปโต๊ะกระจกหน้าโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูว่าใครโทรมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ ส่วนคนป่วยมองตามคนเฝ้าไข้ เห็นว่าไม่น่ามีอะไรถึงได้เดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง
พิทย์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพราะเป็นลูกเสี้ยวเยอรมัน นัยน์ตาสีผสมจนบอกไม่ถูกว่าเป็นสีอะไร จะว่าคล้ายสีน้ำข้าวอ่อนนวลใสอย่างชาวยุโรปก็ไม่ใช่ มองดีๆ บางทียังเป็นสีเข้มสวยสะกดอย่างกับคนเอเชียก็ไม่เชิง ผิวขาวเหลืองจมูกทรงสวย ริมฝีปากบนล่างรับกันอย่างดี จัดว่าหล่อและมีเสน่ห์มาก เขายังสวมแว่นตาติดตัวอยู่เสมอเพราะสายตาสั้นตั้งแต่เด็ก ยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นเป็นเท่าตัว
ตอนนี้ก็พึ่งตื่น เพราะมานอนเฝ้าเพื่อนรักอย่างยอดตอง อยู่ดีไม่ว่าดีมันดันไปนอนวัดพื้นกับถนนเล่น ไม่พอยังเอาตัวเองกับลูกชายอย่างเจ้าโดนใจบิ๊กไบค์ลูกรัก ไปพิสูจน์ความแข็งแรงด้วยการปะทะเข้ากับรถกระบะสี่ประตู แน่นอนว่าเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แต่คนป่วยมันปากดีตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา ขอว่าหน่อยเถอะข้อหาหมั่นไส้
คนเจ็บคนป่วยที่ว่าก็ ยอดตอง เพื่อนรักอีกคนหนึ่งในห้าเพื่อนสนิท สนิทกันมากชนิดที่ว่าโดนตบจนหัวคะมำยังคิดเพียงเพื่อนสะกิดเพื่อเรียกคุย
พิทย์เสนอตัวเฝ้ายอดตองเองเพราะเพื่อนทุกคนดูยุ่งมาก ชีวินชีวีสองแฝดพี่น้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัว
ส่วนธารมาหายอดตองตั้งแต่เกิดเรื่องอยู่เป็นเพื่อนด้วยทั้งวัน เลยให้กลับไปพักผ่อน พร้อมไปส่งน้องสาวยอดตองอย่างยอดเตยที่บ้านด้วย ยอดเตยก็น้องสาวเพื่อนที่ธารชอบ แต่ปากมันบอกไม่คิดอะไรใครจะไปรักเด็กผมเปียอย่างเธอ เป็นไงล่ะเด็กผมเปียที่ว่าโตมามันมองเขาจนตาพร่าแต่บอกไม่คิดอะไร ชอบใครไม่ชอบ มาชอบน้องสาวไอ้ยอดตองมันดุอย่างกับหมา กับเพื่อนก็ไม่เว้นน้องสาวหวงขนาดนี้ กับเมียจะหวงขนาดไหนไม่ต้องถาม
และคนสุดท้ายในกลุ่มเพื่อนก็ไอ้คนที่กำลังโทรหาเขา เฮียบาร์โทรมาทำไมพิทย์นึกคิดแต่มือยังกดรับสาย
"ว่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบติดแหบนิด เพราะพึ่งตื่นนอนเอ่ยถามง่ายๆ
"ตื่นกันยัง" ปลายสายน้ำเสียงดูอิดโรยใช้ได้มันจะตายไหมนั่น
"อืม พึ่งพยุงพายอดตองเข้าห้องน้ำไปมีอะไร"
"ธารไม่สบายไข้หนักช่วยซื้อยาหมอมาให้มันที กูซื้อมาแล้วมันบอกไม่แรงฤทธิ์ยาไม่ถึง"
"ไม่พามันมานอนข้างยอดตอง"
"บอกไปแล้วมันขอนอนห้องก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยเสริมเตียงห้องยอดตอง"
"แล้วมึงได้นอนบ้างยัง" ขอถามสักนิดมันไหวไหม
"ยังที่ร้านมีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวไปเคลียร์แล้วจะรีบกลับมาดู"
มาดูที่ว่าคงหมายถึงธาร อยากบอกมากว่าเอาตัวเองให้รอดก่อนจะดีไหม
"ไปเคลียร์ให้เสร็จพักสักหน่อย ค่อยมาพวกนี้เดี๋ยวดูเอง"
"คนดีจริงๆ"
"กูหวังผลนะน้องชาย"
"ปากดี...แค่นี้"
คนฟังยังขำในลำคอจนคนปลายสายได้ยิน แล้วเฮียบาร์ก็ไม่ทนฟังกดตัดวางสายไปทันที
ที่พิทย์เรียกเฮียบาร์ว่าน้องชายเพราะเขามีใจให้พี่สาวมันอย่าง บรั่นดี ยัยวัวแก่ที่ไม่ยอมเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างเขาดีๆ แต่ดูท่าทีคงไม่ง่ายกับเธอเขาพอมีวิธี กับเฮียบาร์ไม่เท่าไหร่
แต่เสี่ยเบียร์และเฮียแบรนด์น่าจะเอาเรื่องอยู่ นั่นลูกสาวคนเดียวสุดแสนจะรักของพ่อ กับแม่คนที่สองของน้องชาย เฮียบาร์ชอบบอกว่ามองไม่เห็นทางสักนิดไอ้พิทย์เอ๊ย เดี๋ยวสักวันเขาจะทำให้มันดูเป็นบุญตา
พิทย์ยืนคิดอะไรอยู่ พอดีกับยอดตองพยุงตัวเองออกมาจากห้องน้ำ
“ใครเป็นอะไร”
หญิงสาวมองหน้าคนหลับอยู่นาน ถึงได้ลุกจากเตียงหยิบเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งกระจัดกระจายของตัวเองมาสวมใส่จนเรียบร้อย พร้อมทั้งเก็บเสื้อผ้าของเขาพับเข้าที่วางไว้ให้ปลายเตียง ทิ้งสายตาไว้แผ่นหลังคนตัวโต เขานอนคว่ำแนบหน้าเข้ากับหมอนนุ่ม คิดอะไรอยู่ครู่เดียวหญิงสาวถึงเดินออกจากห้องไปพิทย์ตื่นมาช่วงสายมากแล้ว ปกติเขาตื่นเช้าเป็นคนมีระเบียบแบบแผนชีวิตที่ดีคนหนึ่ง แต่เมื่อคืนใช้แรงเยอะไป ทั้งตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีและให้เธอจดจำแต่พอตื่นมาวาดแขนวางมือหาเมียหมาดๆ กลับไม่เจอ แถมเธอยังหนีเขาไปไกลตลอดระยะเวลาสองปีที่บรั่นดีไปเรียนต่างประเทศไม่ติดต่อส่งข่าว หรือถามหาเขาสักครั้งไม่ว่ากับใครแม้กระทั่งเฮียบาร์ เธอใจร้ายใจดำกับเขามากและชายหนุ่มรอวันเอาคืน เอาคืนที่ว่าก็เอาเธอมาเป็นเมียให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะเอาด้วยมนต์ ไม่ได้ด้วยกลเขาก็จะเอาเธอมาด้วยคาถา พ่อหมอที่ไหนว่าดีที่ว่าดังเขาจะเอาเส้นผมเธอไปทำเสน่ห์หรือตัดเล็บเธอไปด้วยยังได้ตอนหลับคนที่หัวดีเรียนเก่งอย่างเขาจะทำทุกทาง พยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา จะท่องทุกคืนคาถาที่ว่าขลังเพื่อโน้มน
“ตรงนี้ละ” พอผละถอยยังถามพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือสัมผัสแก้มอีกข้างหญิงสาวพยักหน้าให้แผ่วเบาอีกเช่นเคยเธอไม่ร้องไห้แล้วมีเพียงน้ำตาที่เอ่อคลอ วินาทีที่เขาสัมผัสแก้มอีกข้าง ใจดวงน้อยกลับเต้นเร็วขึ้น เขาอ่อนโยนมากอย่างกับจะปลอบประโลมกันให้หายหวาดกลัว“แล้วตรงนี้ละครับ”ดวงตาสวยสบนัยน์ตาคู่คมผ่านเลนส์แว่นใสที่เขาใส่อยู่ตลอด พิทย์มองเธอด้วยความห่วงใยจากใจจริงถามว่าในความห่วงใยนั้น มีความใคร่อยู่ไหมแน่นอนว่ามี แต่เขาจะไม่ทำถ้าเธอไม่อนุญาตนัยน์ตาทั้งคู่มองกันนิ่งเมื่อนิ้วหัวแม่มือคนตัวโตสัมผัสริมฝีปากบางแผ่วเบา เขานวดคลึงไปมาอย่างทะนุถนอมเหมือนพยายามลบรอยมือคนชั่วให้จางหาย“ตรงนี้มันได้สัมผัสดีไหม” เสียงทุ้มต่ำติดนุ่มนวลถามย้ำอีกครั้ง“แค่มือ” เสียงหญิงสาวตอบเขาแผ่วเบาเช่นเคยตอนชุลมุนยื้อยุดกันอยู่บรั่นดีพยายามใช้มือปัดปกป้องร่างกายตลอด มีเพียงช่วงแก้มกับลำคอที่ถูกสัมผัสใกล้ชิดเพียงนิด หญิงสาวก็สะบัดออกทัน จากนั้นพิทย์ก็มา“อยากให้ผมลบให้ไหม”ใจดวงน้อยในอกคนตัวเล็กเต้นหนักกว่าเดิม เขาให้เธอเป็นคนเล
คราแรกบรั่นดีไม่สนใจพอบ่อยเข้าเธอเริ่มไม่พอใจ เขาปีนเกลียวเธอโตกว่าทั้งเป็นพี่สาวเพื่อน หญิงสาวเลยไม่คิดจะยุ่งด้วย แต่เขากลับวอแวอยู่รอบตัวเธอไม่ห่างวันไหนบรั่นดีมาที่ร้านได้เจอกันเห็นเป็นมอง เดินผ่านเป็นจ้อง จนเป็นเธอที่ทำตัวไม่ถูกพอถึงวันที่เสี่ยเบียร์ปิดร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์เพื่อฉลองเลี้ยงส่งลูกสาวคนเดียวไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ คนมาอวยพรให้เธอโชคดี ทั้งตั้งใจเรียน รวมถึงยินดีกับการจบปริญญาตรี และยินดีกับการเรียนต่อปริญญาโท แขกมากันมากมายทั้งเพื่อนสนิทของหญิงสาว เพื่อนพ่อและเพื่อนน้องชายแต่พิทย์กลับขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว และขอไม่ให้เธอไปให้อยู่ตรงนี้กับเขาหญิงสาวบอกเขาพูดออกมาเพราะเมาเราทะเลาะกัน แล้วเธอก็เดินหนีพิทย์ชอบบรั่นดีจริงๆ เธอสวย ใจดี ยิ้มเก่ง ทั้งอ่อนหวาน ห่วงใยทุกคน ใส่ใจเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อ ทั้งเฮียบาร์เฮียแบรนด์ที่เป็นน้องชายอย่างดี จนรู้สึกอย่างมีเธอเคียงข้าง เขาชอบเธอคืนนั้นทั้งคืนชายหนุ่มดื่มอย่างหนัก ยิ่งเห็นผู้ชายที่เธอบอกกับเพื่อนว่ากำลังคุยกันมาร่วมงานเลี้ยงส่ง เขายิ่งดื่มเหมือนเทน้ำสีอำพันทิ้ง แต
บรั่นดีถอยออกมาสองก้าวเพื่อปรับระยะสายตา ทั้งก้มๆ เงยๆ เก็บของที่เอามาประคบเย็นประถมพยาบาลให้คนตัวโตที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาแต่พูดมาก“แล้วเพื่อน”พิทย์ยังมองตามร่างเล็กเดินไปเคาน์เตอร์ครัว วนเวียนไปทางนั้นทีทางนี้ทีเพื่อเก็บของ อย่างกับเป็นเจ้าของห้อง เพลินตาดีชะมัด“ผมไปดูมาแล้ว”ธารไข้สูงตัวร้อนจริงแต่มันหยิ่ง บอกจะพาไปหาหมอมันขอนอนก่อน พิทย์เลยให้ข้าวให้น้ำหายาให้กิน ถึงลงมาห้องตัวเอง“มหา'ลัยที่ว่าจะไป”“ก็จะเข้าไปหลังส่งดีเรียบร้อยแล้ว”“ที่พูดต่อหน้าเสี่ยเบียร์ว่าต้องรีบไปดูธาร ทั้งจะเข้ามหา'ลัยแค่หลอกท่านสินะ”ยังจะมายิ้มใส่กัน บรั่นดีเก็บของเสร็จเดินมายืนตรงหน้าเจ้าของห้องเขายังอยู่ที่เดิม เธอหันมาทีไรก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีอ่อนอยู่ตลอด มองอะไรนัก“ดีกำลังมองผมในแง่ร้ายเกินไปนะครับ”“ผมไม่ได้หลอกสักหน่อยบอกไปตามความจริง แค่รีบขึ้นไปดูเพื่อนแล้วรีบลงมาดูดีเท่านั้น”“เจ้าเล่ห์”“ได้จากเพื่อนทั้งนั้น”ไม่พูดเปล่าขายาวยังก้าวเดินมาหา จนบรั่นดีต้องก้าวถอยหลัง“หว
“คิดอะไรอยู่ครับ คิดถึงคืนนั้นอยู่เหรอ”คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิด ยิ่งทำหน้างงแม่งยิ่งน่าจูบ ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งกลืนน้ำลายลงคอ“คืนนั้นผมตั้งใจมาก ดีอาจจะมองว่าพลาดแต่ผมตั้งใจ”“ทำไมต้องพูดถึงมัน ช่วยลืมมันไปได้ไหม”“ดีลืมได้”แน่นอนว่าไม่ เธอไม่มีวันลืมเรื่องเมื่อสองปีก่อน เพราะความเมาและความอ่อนแอของเธอเองทำให้เราได้กัน แต่นั่นมันเป็นอดีตเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และที่สำคัญเราไม่ได้รักกัน“ผมจะทำให้ดีรักผม”บรั่นดีหันมองหน้าพิทย์ทันทีเมื่อความคิดสะดุด นิสัยคิดไปด้วยพูดไปด้วยของเธอกำเริบอีกแล้วสินะ“ฉันพูดออกไปเหรอ”“เปล่าครับผมพูดเอง ดีคิดอะไร”คนฟังกะพริบตาปริบๆ ในหัวเริ่มประมวลผลอีกที ‘สรุปเมื่อครู่เธอไม่ได้พูดออกไป’“ครับ” สายตาเธอกลับตวัดมองเขาอีกแล้วอย่างคนนึกสงสัย“ดีเป็นอะไร...ไปหาหมอไหม” เธอดูสับสนคิ้วสวยขมวดดวงตากลิ้งกลอกไปมา คนมองก็งงไปด้วย“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร ปล่อยได้แล้วหายใจไม่ออก กอดอะไรนัก”“กอดเมีย”&n
“ดีไม่เอาน่า”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเพื่อปรามให้ฟังกันบ้าง ชายหนุ่มกลับขยับเข้ามาใกล้ มือซ้ายของเขายังจับมือเธอวางไว้ตรงช่วงอกแกร่งตำแหน่งหัวใจเช่นเดิมไม่ยอมปล่อย แต่ผ้าที่ถือไว้ประคบเย็นให้หายจากมือเธอไปไหนไม่รู้ ส่วนมือขวายังมาจับเอวบางรั้งเข้าหาตัวเองบรั่นดียังพยายามยื้อตัวออกจากมือตุ๊กแก คนกอดก็พยายามปลอบให้เธอนิ่ง คนดื้อก็พยายามดิ้นให้หลุดจากเขา ยื้อกันอยู่นานจนเหนื่อย“นี่...หยุดรุ่มร่าม แล้วอีกอย่างทำไมไม่เรียกพี่หรือเจ้เหมือนเพื่อนคนอื่น”ถ้าจะกอดกันไว้แน่นจับกันไม่ปล่อยขนาดนี้ เธอยอมแพ้ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าห้ามก็แล้ว แต่ขอถามสักคำทำไมไม่ยอมเรียกกันว่าพี่สักครั้งพอสบนัยน์ตาคู่คมเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าเธอตลอด ยังมายิ้มน้อยๆ ส่งให้กันเหมือนคนนึกขำกับคำถามเธอ“ผมก็เพิ่งรู้ว่าดี...อยากให้สามีเรียกตัวเองว่าพี่ รสนิยมใหม่เหรอครับ”ยายวัวแกลืมคืนเร่าร้อนของเราไปได้ยังไง เขาตั้งใจทำขนาดนั้นเพื่อให้เธอจดจำแต่ดันทำเป็นลืม“หยุดพูด!”เหมือนสายฟ้าฟาดหญิงสาวพยายามเลี่ยง พยายามลืมเรื่องนี้มาตลอดแต่เขากลับพูดอยู่ได้ว
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่าง
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกิน
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตร
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม







