تسجيل الدخول“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ”
ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี
“มีอะไรกัน”
เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง
“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”
ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน
แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้น
ผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา
“แล้ว...”
เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ่มรุ่นลูกเป็นเชิงถามวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟทำไมลิฟต์ก็มี
“ผมรีบมาห้องนะครับเอาของมาเก็บ แล้วจะขึ้นไปหาเพื่อนพอดีธารไม่สบาย”
บอกแล้วว่ามันฉลาดคิดว่าคนอย่างเสี่ยเบียร์จะรู้ไม่ทันเหรอ ดูจากท่าทางคงนึกว่าลูกสาวเขาพาผู้ชายขึ้นห้องสินะ ตลกจริงไอ้เด็กนี่
“ไปเสียสิ”
มองลูกกูอยู่ได้ ไม่ติดว่าบรั่นดีจะหาว่าพ่อหวงลูกเกินไปกูจะยืนบังให้มิด
พิทย์มองคนตรงหน้าจริง คนตรงหน้าที่ไม่ใช่ชายวัยกลางคน หญิงสาวเองก็มองเขากลับใบหน้าเธอยังคงติดยิ้มน้อยๆ เช่นเคย ชายหนุ่มได้แต่นึกคิดในใจทั้งใช้สายตาออดอ้อนพยายามให้หญิงสาวรับรู้
‘พูดอะไรออกมาสักหน่อยเถอะดี ผมอยากได้ยินเสียงดี’ เขาคิดถึงเธอ
บรั่นดีเห็นแบบนั้นริมฝีปากบางกลับยกยิ้มขึ้นอย่างนึกขำ จะมาส่งสายตาอะไรให้กันนักอิตานี่ ใช่ว่าเธอจะอ่านใจเขาออกแต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรต้องคุยกันต่อ เธอถึงได้เอ่ยกับเสี่ยเบียร์ไป
“ไปเถอะค่ะป๋า”
คนจ้องคิ้วขมวด ชายหนุ่มอยากให้เธอพูดกับเขาไม่ใช่ให้หนีกันแบบนี้ คนฉลาดรีบคิดในหัวทำยังไงก็ได้เพื่อจะยื้อเวลาได้มองหน้าเธออีกนิด พิทย์ถึงรีบพูดเหมือนไม่ได้คิด
“แล้วเสี่ยล่ะครับมาที่นี่ทำไม” เสียงทุ้มต่ำติดนุ่มนวลของชายหนุ่มรุ่นลูกถามออกมาราบเรียบ
คนถูกถามถึงกับหนวดกระตุก คุยกับกูช่วยมองหน้ากูด้วยเถอะ อยากรู้จริงๆ ในหัวของไอ้เด็กนี่ รอบข้างมันมีคนอื่นอยู่รึเปล่า หรือมองเห็นแต่ลูกสาวเขาคนเดียว ถ้าได้เป็นพ่อแม่จะพาไปอาบน้ำมนต์สักสิบวัดดูเหม่อเชียว
“ต้องตอบ”
คนจ้องได้สติเมื่อนัยน์ตาที่มองอยู่จากเป็นใบหน้ารูปไข่สะสวยของหญิงสาว ถูกเลื่อนทับด้วยใบหน้าคมคร้ามเรียบตึงติดดุของผู้ชายวัยกลางคน พิทย์ถึงกลับคิ้วกระตุกมองไปมองมาเหมือนเฮียบาร์ชะมัด
“ผมยังตอบ”
มันช่างกล้าต่อปากต่อคำแทนที่จะยอมก้มหัว มองยังไงก็ดูออกว่าชอบหรือไม่ก็รักลูกสาวเขาไปแล้ว
“มาที่นี่จะมาหาใครได้”
ตอบไม่ตรงคำถามกวนทั้งบ้าน แต่พิทย์ขอเถอะขอไว้คนหนึ่งอย่ากวนเขาแบบนี้เลย แค่กวนใจก็เกินพอแล้ว
“เฮียบาร์ไม่อยู่ที่นี่คงอยู่ที่ร้าน ผมพึ่งวางสายจากมันไป”
นั่นลูกกูคิดว่าไม่รู้จริงเหรอ เสี่ยเบียร์ไม่ได้มาเพื่อเจอเฮียบาร์แต่มาส่งบรั่นดีเธอบอกจะมาดูห้องให้น้องชาย เพราะไอ้เฮียบาร์ลูกชายตัวดีไม่นอนห้องสักที ไม่ไปนอนร้านมันก็ไปนอนที่อะพาร์ตเมนต์หนูน้ำหวาน ลูกสาวนอกไส้สุดรักอีกคนของเสี่ยเบียร์ พูดแล้วก็อยากไปจัดการเรื่องที่ลมอดีตผู้ช่วยโทรรายงานเมื่อคืน แต่ทางนี้ก็ห่วง
“งั้นผมขอตัวนะครับ ต้องรีบไปดูธารทั้งจะเข้ามหา'ลัยต่อสวัสดีครับ”
“อืม”
ชายหนุ่มรุ่นลูกพูดแค่นั้นพร้อมยกมือไหว้ลาปกติ ก่อนจะไปยังทิ้งสายตาไว้ที่ลูกสาวเสี่ยเบียร์ครู่หนึ่ง ถึงได้ถอยแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน คนมองอยู่ได้แต่คิ้วขมวดไหนบอกรีบมาห้องเอาของมาเก็บ แล้วทำไมมันไม่เข้าห้องตัวเองสักนิด แถมเดินย้อนกลับไปทางเดิม
เสี่ยเบียร์ส่ายหัวไปมาให้เด็กหนุ่มวัยกลัดมันก็แบบนี้ พอหันมามองบรั่นดีลูกสาวตัวเองที่ยืนยิ้มอยู่ นี่ก็อีกคนยิ้มอยู่ได้คงไม่ไปทางเขาหมดแล้วใช่ไหมลูกพ่อ
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”
“อีกนิดมุมปากดีจะไปถึงใบหูแล้วนะลูกรัก”“ป๋า...”พอถูกเสี่ยเบียร์ผู้เป็นพ่อแซวลูกสาวกลับทำหน้างอใส่ แม่ไข่ในหินของพ่อรักสันโดษมาตั้งนาน คานทองพ่อคนนี้ทำไว้ให้อย่างดี ผู้ชายไม่ดีอย่าหวังเข้าใกล้ แถมยังมีงูยักษ์ปักหลั่นสามตัวรายล้อม พร้อมฉกให้ตายเอาให้ดิ้นพล่านถ้าคิดจะแตะเธอ งูยักษ์ที่ว่าก็พ่องูอย่างเสี่ยเบียร์ ส่วนอีกสองตัวก็เฮียแบรนด์และเฮียบาร์ แต่ไอ้พิทย์ไอ้ห่าไอ้พญาเหยี่ยวพญาครุฑ บินมาจากฟากฟ้าฝั่งไหนไม่รู้ได้ ใช้เท้าหยิบเธอไปจากอกพ่ออย่างเขาได้จริงเหรอ ไม่อยากจะคิดให้ปวดกระบาลบรั่นดีเองสำหรับพิทย์เธอไม่ได้คิดอะไร สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือแฟนเด็ก หญิงสาวชอบคนที่โตกว่าหรือไม่อย่างน้อยก็วัยเดียวกัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟน มีเพียงคนคุยแต่ใครก็รู้เสี่ยเบียร์พ่อของเธอดุมาก ท่านบอกไม่ก้าวก่ายแต่ตามดูทุกฝีก้าวจนใครเขาก็เข็ดขยาดหวาดกลัวเธอไปหมดบางทียังคิดว่าหรือการอยู่เป็นโสดก็ดี ได้ดูแลเสี่ยเบียร์ดูแลน้องชายไปแบบนี้ก็ไม่แย่ เดี๋ยวสองตัวนั้นก็แต่งงานเพราะโตกันหมดแล้ว เธอยินดีจะเลี้ยงหลานต่อไหนๆ ก็เลี้ยงรุ่นพ่อมาแล้ววันนี้บรั่นดีมาดูแลความเรียบร้อยที่ห้องให้เฮียบาร์ ส่วนเฮียแบรนด์ไ
“คุณพิทย์ ขอโทษด้วยครับ” ผู้ชายสองคนที่จับล็อกแขนล็อกขาพิทย์ไว้รีบปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ ทั้งกดหน้าคร่อมศีรษะแสดงถึงการขอโทษ เพราะรู้จักคุณพิทย์เพื่อนลูกชายเจ้านายดี“มีอะไรกัน”เสี่ยงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนถามออกไป สายตาเขาทิ้งไว้ที่เพื่อนลูกชายซึ่งรู้จักดี และไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มันดูฉลาดเกินไป เกินหน้าเกินตาลูกชายเขามาก แต่เรื่องแบบนี้โทษใครไม่ได้โทษลูกชายตัวเองก็แล้วกัน ใครจะไปโทษตัวเอง“พวกผมนึกว่าใคร เห็นคุณพิทย์ทั้งเดินทั้งวิ่งตามเสี่ยกับคุณบรั่นดีขึ้นมา”ลูกน้องหนึ่งในสองบอกเล่าให้นายฟัง เพราะพวกเขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ยืนมองตั้งแต่หน้าลิฟต์ พอเห็นท่าทางดูลุกลี้ลุกลนอย่างคนร้อนใจตอนวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ทั้งสองคนเห็นอย่างนั้นเลยรีบตามมา กลัวจะเป็นคนคิดร้ายกับนายตน แต่ต่างกันตรงที่ผู้ติดตามเสี่ยเบียร์ใช้ลิฟต์เลยถึงช้านิดหน่อย พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะกลับมาห้องตัวเองเพื่อนเฮียบาร์ต้องรีบขนาดนี้ เหมือนกลัวห้องหายอย่างไรอย่างนั้นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ลูกสาวคนโตเสี่ยเบียร์ พี่สาวคนสวยของเฮียแบรนด์และเฮียบาร์ เธอยืนฟังอยู่ได้แต่นึกขำให้เขา“แล้ว...” เสี่ยเบียร์พยักพเยิดหน้ามาทางชายหนุ
วิ่งมาเกือบนาทีไม่มีเหนื่อยแต่มีหอบ ในใจยังนึกคิดถึงคนที่พึ่งเจอ อยากรู้เธอพาใครขึ้นคอนโดน้องชายตัวเอง เห็นมันไม่ค่อยอยู่ห้องหน่อย คิดจะพาใครมาก็ได้งั้นเหรอ เป็นพี่แล้วไงนั่นเพื่อนเขา จะปกป้องห้องเพื่อนเอง ชายหนุ่มทั้งคิดทั้งวิ่งขึ้นบันไดห้องก็อยู่สูงชะมัดวิ่งมาได้สักพักสายตาเหลือบมองหมายเลขชั้นตรงประตูหนีไฟ เห็นว่าเป็นเลขชั้นห้องเพื่อนทั้งห้องตัวเอง ถึงได้หยุดฝีเท้าการวิ่งเป็นเดินถอยกลับมา เพราะเกือบเลยผ่านชั้นตัวเองไป บังเอิญวิ่งเพลินไปหน่อยนานๆ วิ่งทีแรงดีเหมือนกันนะเราสะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวาย และความเหนื่อยเมื่อยล้า เปิดประตูกึ่งเดินกึ่งวิ่งเลี้ยวขวามาตามทาง ตรงไปยังห้องตัวเองซึ่งข้างๆ เป็นห้องเพื่อนไม่รู้ว่าเขาวิ่งเร็วหรือลิฟต์ขึ้นช้า เพราะสายตามองเห็นทั้งสองคนชายหญิงก่อนหน้า เดินโอบไหล่กันมากำลังจะถึงห้องเพื่อนเขาอย่างเฮียบาร์หญิงสาวทั้งเดินทั้งพูดหันหน้ามายิ้มให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่ แต่งตัวดีเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวเรียบง่ายดูภูมิฐาน แขนแกร่งยังโอบไหล่เล็กไว้ เดินไปพูดไปทำอย่างกับสนิทสนมกันมานาน บางทีหญิงสาวยังเอาหัวเอียงซบ บางครั้งผู้ชายคนนั้นยังยกมือใหญ่จับศีรษะเธอพร้อมโยก
“ใครเป็นอะไร”"เฮียบาร์โทรมาบอกธารไม่สบายฝากซื้อยาเข้าไปให้ ว่าจะรอเจอพ่อกับแม่สักหน่อย"พิทย์ตั้งใจจะอยู่เจอพ่อกับแม่ของยอดตอง ทั้งสองจะเข้ามาเยี่ยมลูกชายวันนี้ ซึ่งกลุ่มเพื่อนพวกเราไปบ้านยอดตองบ่อย จนสนิทและพวกท่านก็ใจดีมากปากก็เล่ามือก็เก็บของเข้ากระเป๋า ธารอยู่คนเดียวน่าจะหนักเอาการไม่งั้นคงไม่โทรบอกเฮียบาร์ คนที่ไม่น่าจะพึ่งพาได้ เพราะเฮียบาร์มันยุ่งมากทุกคนรู้ดี ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องร้าน เวลานอนแทบไม่มี ถึงมีมันก็เอาไปอ้อนสาวจนเพื่อนคร้านจะสนใจ พิทย์ถึงบอกให้มันพักสักหน่อยพวกที่เหลือเขาจะดูเองยอดตองทั้งฟังทั้งขยับตัวเดินมานั่งบนเตียง"อาการหนักไหม มานอนเตียงข้างกูไหมล่ะเดี๋ยวโทรชวนมัน" พอเริ่มขยับตัวทั้งขยับปากได้ก็เผยสกิลตีฝีปากกับเพื่อนเลย"ไม่รู้ ไปดูก่อนถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวจองเตียงคู่ โรยกลีบดอกเบญจมาศให้ด้วยทั้งสองเตียง""ไม่ใช่งานแต่ง""หมายถึงงานศพ"พอพูดจบยอดตองหันมองหน้าเพื่อนอย่างนึกเคือง ทั้งด่าไม่ออกเสียง แต่บังเอิญคนจ้องดันเป็นคนฉลาด แค่ด่าว่าเป็นสัตว์สี่ขามีเขา เดาได้ไม่ยากแถมไม่โกรธ ยังยิ้มขำๆ กลับมาให้คนป่วยพิทย์เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จ เขายังอยู่ใ
โรงพยาบาลภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของตึก ตรงกลางเป็นเตียงคนเจ็บ ด้านหน้ามีโซฟาชุดใหญ่ตั้งไว้หน้าทีวี ด้านข้างตรงระเบียงกระจกใสมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานข้าวสี่ที่นั่ง พร้อมห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สองคน คนหนึ่งที่อยู่ในชุดคนป่วย ส่วนอีกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวผ้าเนื้อนิ่มสำหรับใส่นอน ช่วยพยุงคนเจ็บเข้าห้องน้ำอยู่ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ดันดังขึ้น หน้าจอแสดงผลว่ามีคนโทรเข้า“ใครโทรมา”“จะไปรู้เหรอก็ยืนอยู่ด้วยกัน”ยอดตองหันมามองหน้าคนตอบ ไอ้นี่บทจะฉลาดก็ฉลาด บทจะซื่อก็ซื่อเสียน่าหมั่นไส้จนอยากจุ่มหมัดใส่หน้าคนยิ่งเจ็บ ๆ อยู่ด้วย ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้มีพระคุณ คงไม่ลงทุนพูดเสียงสองกับมัน“ไปดูสิครับเพื่อนพิทย์”“ขนลุก”คนฟังทำท่าขนลุกขนพอง ส่วนคนมองได้แต่กลอกตาไปมา พิทย์ปล่อยมือจากยอดตองเพื่อนรัก แล้วเดินไปโต๊ะกระจกหน้าโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูว่าใครโทรมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ ส่วนคนป่วยมองตามคนเฝ้าไข้ เห็นว่าไม่น่ามีอะไรถึงได้เดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองพิทย์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพราะเป็นลูกเสี้ยวเยอรมัน นัยน์ตาสีผสมจนบอกไม่ถูกว่าเป็นสีอะไร จะว่าคล้ายสีน้ำข้าวอ







