مشاركة

บทที่ 3

last update تاريخ النشر: 2025-01-13 19:15:47

“ คุณอาการเป็นอย่างไงบ้าง นี่ก็ค่ำแล้ว ทานอะไรรึยัง ” เขาถามเสียงเรียบแต่แฝงความห่วงใย

“ ค่ะ ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณจริงๆ ” รอยยิ้มนั้นทำให้เขาเหมือนโดนมนต์สะกด ก่อนที่เขาจะเสียศูนย์ไปมากกว่านี้เขาต้องเปลี่ยนสถานการณ์ด่วน

“ ป้าแก้วคงเตรียมกับข้าวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ ” เขาพูดเสียงขรึมคิ้วขมวดทำให้ร่างบางไม่เข้าใจเท่าไหร่กับอารมณ์แปรปรวนของชายร่างสง่างามตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเดินนำหล่อนไป แต่เมื่อก้าวพ้นประตูชายหนุ่มเอามือข้างขวาจับหัวใจด้านซ้ายที่มันเต้นแรงเมื่อเดินนำห่างจากหล่อนจนคิดว่าหล่อนไม่เห็นแล้ว

“ เฮ้อ ” เขาถอนหายใจหนักๆกับตนเองก่อนจะทิ้งระยะห่างจากสาวเจ้า ร่างบางที่ก้าวออกจากห้องครั้งแรกมองรอบๆตัว บันไดสีน้ำตาลลายไม้ศักดิ์ที่เป็นเกลียวตั้งอยู่กลางตัวบ้าน....บันไดขนาดที่ยาวไม่มากแต่มีสองฝั่งและสองชั้นคือถ้าเดินขึ้นมาชั้นแรกประตูที่เห็นคือห้องทำงานแต่ถ้าอีกชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปอีกนิดที่มีบันไดเพียงห้าขั้นซึ่งสถานที่นั้นคือที่ส่วนตัวของภวิช นั่นคือห้องนอนนั่นเองมันเป็นการออกแบบของเขาในการสร้างพื้นที่ส่วนตัว ป้าแก้วคือผู้หญิงคนแรกที่เขาให้เข้าได้เพราะต้องทำความสะอาด ส่วนบุคคลอื่นเป็นผู้ต้องห้าม คนสนิททั้งสามเองก็ไม่เคยย่างกายไปยังห้องนอนเขาสักคนจะมีอีกคนก็คือ มินตราเท่านั้นที่ต่อไปห้องเขาคือห้องเธอ ร่างบางเดินลงมาถึงชั้นล่าง โคมไฟที่ติดบนเพดานดูหรูหรา โซฟาที่อยู่ที่ห้องรับแขกไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงแพงยิบ.....ร่างสูงที่เดินพาไปที่โต๊ะอาหารเงียบๆ ทำให้ร่างบางถามขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อภวิชเดินถึงหัวโต๊ะ

“ คุณภวิชค่ะ ” ร่างบางที่ทักเขาเสียงอ่อนโยนทำให้เขาที่กำลังจะเลื่อนเก้าอี้เงยหน้ามองพร้อมถัดมาที่เขาก็หย่อนตัวนั่ง

“ ว่าไง ”

“ คุณอยู่ที่นี่กับครอบครัวรึเปล่าค่ะ ทำไมดูเงียบจัง ” ถึงรู้ว่าไม่ควรถามแต่ก็อยากรู้นี่นาดีกว่าเงียบกันแบบนี้

“ คุณเห็นคนอื่นรึไง นอกจากป้าแก้ว แล้ว ก็ เราสองคน ” เขาลากเสียงยาวพร้อมหน้านิ่งขรึม

"ขอโทษค่ะ คุณมีครอบครัวไหมค่ะ ” หล่อนนั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆเขา ภวิชสั่งเด็กรับใช้ให้ทำหน้าที่ตักข้าวใส่จานเขาและเธอร่างบางหันไปยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพทำเอาสาวรับใช้แทบวางตัวไม่ถูกที่มีคนขอบคุณแถมยิ้มให้อีกภวิชมองสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตาแล้วก็ต้องตักอาหารเข้าปากเมื่อจู่ๆหล่อนก็หันมาหาเขา

“ คุณภวิชค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้นะคะ ” หญิงสาวบอกเขาที่ตักอาหารเข้าปากหันมองเธออีกครั้งนี่จะไม่กินข้าวรึไงนะเขาคิดในใจ

“ ผมว่าคุณกินข้าวก่อนไหมเดี๋ยวจะเย็นหมดเปล่าๆ ” เขาบอกพร้อมตาคมที่ส่งมาทำให้ร่างบางเริ่มตักอาหารเข้าปากด้วยความหิว เขามองทุกอิริยาบถที่เธอทำ พร้อมกระตุกยิ้มนิดๆที่ดูท่าหล่อนหิวถึงขั้นขอข้าวอีกจานในขณะที่เขาก็ตักอาหารเข้าปากเรื่อยๆจริงๆไม่ได้หิวเท่าไหร่หรอกเพราะเขาเพิ่งกินตอนเย็นแต่เพราะกลัวว่าถ้าให้หล่อนกินคนเดียวคงไม่กินแน่ จะให้เขาอิ่มก่อนแล้วมองหล่อนหล่อนก็คงหยุดกินเหมือนกัน ฉะนั้นจำต้องให้หล่อนอิ่มแปร้ก่อนแล้วเขาถึงรวบช้อนตาม

“ อาหารถูกปากไหม ”

“ อร่อยมากๆเลยค่ะ ” ร่างบางยิ้มให้อย่างอ่อนหวานจนใจเขากระตุกอีกครั้ง.ไม่อยากรอเวลาจริงๆ ตอนนี้เขาอยากจะรักเธอจะแย่อยู่แล้ว

“ คุณจะไปเดินเล่นหน่อยไหม ”

“ เอ่อ ก็ได้ค่ะ ”

“ มิน คุณจะทำอะไร ” เขาเรียกชื่อเล่นเธออย่างสั้นๆแล้วมองมือเธอที่หยิบจานเขาไปรวมกับของหล่อน

“ ฉันจะไปล้างจานค่ะ ” เธอตอบอย่างใสซื่อ ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ

“ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมีคนทำเอง ส่วนคุณอยู่เฉยๆก็พอ ” เขาเดินมาจับมือหล่อนออกจากจานชามพร้อมส่งยื่นให้คนรับใช้ที่หน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นร่างบางจัดเก็บจานทำหน้าที่แทนตัวเอง

จากนั้นภวิชก็ฉวยมือคนที่กำลังยืนงงให้เดินตามเขาออกไปหน้าบ้าน....ลมทะเลในยามนี้มันทำให้คนที่เพิ่งหายไข้ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายกว่าเดิมเธอมองร่างสูงที่จับมือเธอลากจูงไปยังซุ้มที่ทำจากไม้ชั้นดีมุงด้วยใบจากที่อยู่กลางสนามหญ้าสีเขียวอ่อนๆที่มีไฟประดับอย่างสวยงามรอบๆตัวบ้านพักที่เพิ่งเดินออกมานั้น มีบ้านเล็กๆที่ดูอบอุ่นอีกสามหลัง และมีบ้านไม้หลังใหญ่พอสมควรอีกที่ มีสวนดอกไม้ตามริมทาง สวยมากจริงๆ

“ คุณภวิชจะพาฉันไปไหนค่ะ ปล่อยก็ได้ค่ะฉันเดินเองได้ ” หญิงสาวรั้งมือให้เข้าหาตัว ภวิชยอมปล่อยทั้งที่ขัดใจเขา

“ ก็เห็นว่าคุณไม่สบายเลยอยากให้มาสูดอากาศเท่านั้น ” เขายักไหล่ให้เธอ คนอุตส่าห์เอาใจ ดันมาทำท่าไม่ไว้ใจเขาซะงั้น เขาเดินนำหล่อนไปนั่งที่ซุ้ม

“ ขอบ คุณนะ คะ และก็ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน ” เธอเอ่ยพร้อมสบตาเขาที่ก็มองเธอเช่นกัน

“ อย่าคิดมากเลย เป็นใครก็ต้องช่วยทั้งนั้นแหละถ้าเจอคนไม่สบายคุณต้องการอะไรเพิ่มก็บอกป้าแก้วได้เขาจะหาให้คุณ ”

“ ไม่แล้วค่ะขอบคุณมาก เอ่อ ฉันมีเรื่องจะขอรบกวนคุณได้ไหมคะ ” เขาพยักหน้าจนหล่อนยิ้มกว้างให้เขาอีกที จิตใจเขาสั่นอีกแล้ว

“ พรุ่งนี้คุณพาฉันขึ้นฝั่งได้ไหมค่ะ ” ความตื่นเต้นที่ได้รับที่หล่อนยิ้มให้แทบหายไปทันที คิ้วเรียวหนาขมวดอีกครั้ง

“ ทำไม? อยู่ที่นี่ไม่สบายหรอ อยากได้อะไรเพิ่มอีกฉันจะให้คนหาให้ ” เขาพูดกึ่งประชดประชันและเอาแต่ใจ ดูแลอย่างดีจะมาหนีเขาไปเนี่ยนะไม่มีทางซะหรอก

“ ปะเปล่านะคะฉันรบกวนคุณมามากเกินไปแล้วไม่อยากให้คุณลำบากอีกค่ะ ” เธอรีบตอบเพราะไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องทำเสียงขุ่นใส่เธอด้วย

“ อ้อ นึกว่าเรื่องอะไร ไม่ลำบากอะไรหรอกอยู่ไปเถอะ ”เขายังคงพูดเอาแต่ใจ

“ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ” ทำไมไม่เข้าใจบ้างเลยนะ หญิงสาวเริ่มขุ่นในใจ

“ หรือเธอมีใครที่รออยู่ที่บ้านหรือมีคนที่รักหรอถึงต้องรีบกลับ ” เรียวตาคมที่สบมาอย่างค้นหาความจริง ว่าเธอมีคนที่รักอยู่หรือเปล่า

“ ค่ะ ฉันมีคนที่ฉันรักรออยู่ที่บ้านแล้ว ” คำตอบนี้ทำให้ภวิชเผลอกำมือแน่นใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะดีใจแต่กำลังรู้สึกเหมือนจะเสียของรักไปซึ่งเขาไม่มีวันยอมเธอไม่รู้สึกหวั่นไหวกับเขาเหมือนผู้หญิงอื่นๆเลยรึไง ถึงจะไปจากเขาทั้งๆที่ผู้หญิงคนอื่นมีแต่จะจับเขาทั้งนั้นแต่ความรู้สึกเหมือนจะเสียของมีค่าก็ชะงักและเรียกความชุ่มชื้นในหัวใจให้เขาอีกครั้งเมื่อหล่อนพูดต่อ

“ ฉันห่วงพ่อ กับน้องค่ะ อีกอย่างฉันต้องทำงานด้วย ” เขาแอบยิ้มอยู่ในใจเมื่อหล่อนพูดถึงพ่อแต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีคนเจ้าเล่ห์จึงถามอีกครั้ง

“ ไอ้ที่ว่าคนที่รักเนี่ย พ่อกับน้องหรอ? ” เขาถามตีหน้าขรึม

“ ใช่ค่ะ ” คำตอบเธอทำให้เขาดี๊ด๊าอยู่ในใจ

“ เออ จริงสิคะ ” หล่อนทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ ค่ารักษาพยาบาลของฉันเท่าไหร่ค่ะ ” ร่างสูงเกือบลืมคิดไปเลยเพราะเขาไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเธอแต่ก็เท่านั้นคนชอบวางแผนมีหรอจะรับมือไม่ทัน

“ ประมาณ 30000 ”

“ หะ 30000 คุณพาฉันไปโรงพยาบาลที่ไหนเนี่ย? ” ใบหน้าหล่อนที่ตกใจและเสียงที่ร้องขึ้นสูงทำให้เขากลั้นหัวเราะจนหน้าแดง

“ นี่คุณ ผมพาคุณไปรพ. จ่ายห้องพิเศษไหนจะค่าหมอที่เป็นคนดูแลครอบครัวผมอีก นี่ถือว่าผมลดให้คุณเยอะแล้วนะ ” เขาทำเสียงดุแต่ไม่จริงจัง เขายังไม่รวมตั๋วเครื่องบินที่ต้องยกเลิกตั้งสามที่เพราะเขาให้สายชลเดินทางล่วงหน้ามาจัดการบางอย่างให้เขาก่อนแล้วนี่ยังไม่รวม ค่าที่หล่อนนอนตักเขา ค่าจูบและค่ากอดนะ หึๆ เขาหัวเราะในใจ จริงๆราคาก็ประมาณนั้นจริงๆ ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าโน่นค่านี่ที่อำนวยความสะดวกให้เธอ

“ นี่ลดแล้วหรอค่ะ......เฮ้อ....ฉันจะรีบหามาคืนนะคะ รับรองไม่หนี ” หญิงสาวถอนหายใจ นอกจากหนี้ยังไม่หมด งานก็ยังไม่มีที่ทำ ยังมาเป็นหนี้อีก โชคดีจริงๆที่เจอคนรวยให้ที่พักและจ่ายค่ารักษา แต่ก็นะ โชคร้ายที่เขารวยและจ่ายให้เธอมากไปร่างบางนั่งห่อไหล่ ถอนหายใจอย่างคิดหนัก จะหางานจากไหนหล่ะทีนี้ ร่างสูงเปลี่ยนท่านั่งที่ใช้มือยันกับที่นั่งไว้ก่อนจะเปลี่ยนมันมาเป็นกอดอกแทน เห็นหล่อนเศร้าแล้วเขาก็ไม่อยากแกล้งเลย

“ เอาหล่ะ เรื่องเงินมันเรื่องเล็กสำหรับผม คุณมีเมื่อไหร่ค่อยให้ผมคืน ผมไม่รีบ ส่วนวันพรุ่งนี้ ตกลง ผมจะไปส่งคุณแต่มีข้อแม้คือ ผมต้องไปที่บ้านคุณด้วยและห้ามปฎิเสธ เด็ดขาด!! ” เขายื่นคำขาด ร่างบางมองหน้ายิ้มรับที่เขาจะให้เธอกลับแถมยังให้เธอติดเงินอีกต่างหาก

“ ก็ได้ค่ะ ” แต่คำขอสุดท้ายนี่สิถึงจะลำบากใจแต่ก็ตอบไปแล้ว ชายหนุ่มที่ตีหน้าขรึมแอบยิ้มในใจ หึๆ ต่อให้เธอหนีเขาเขาก็จะลากเธอกลับมาให้ได้

“ ติ๊ดๆ ” เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ภวิชต้องล้วงไปหยิบในกระเป๋ากางเกง เขามองที่นาฬิกาข้อมือ เพิ่งรู้ว่าสนทนากับหญิงสาวตรงหน้ามันจะใช้เวลาเร็วและนานขนาดเป็นชั่วโมง ชื่อหน้าจอนั่นคือสายชลนั่นเอง....ภวิชหันมองหญิงสาวที่นั่งมองหน้าเขาอยู่พลางอยากจะอัดลูกน้องนัก จะรีบโทรมาทำไมว่ะ ขัดจังหวะความสุขจริงๆ เขาคาดโทษในใจ นี่เขามีความสุขกับคนตรงหน้าจริงหรอเนี่ย ทั้งที่เพิ่งเจอมันเป็นเรื่องที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ก่อนจะขอตัวเพื่อไปคุยธุระ ร่างบางมองตามร่างสูงที่เดินลับหายไปแล้วเขาพูดทิ้งท้ายแค่ว่าดึกแล้วรีบกลับเข้าบ้านเพราะอากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวไข้จะกลับอีก

“ มินตราเอ้ยมินตรา เธอจะเอาไงกับชีวิตเธอเนี่ย ” ร่างบางพูดกับตัวเอง วันพรุ่งนี้กลับบ้านหายมาหลายวันแบบนี้ พ่อจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เฮ้อ ร่างบางนั่งอยู่ตรงนั้นอีกสักพักมองดาวมองจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบพื้นน้ำทะเลที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลเท่าไหร่นัก ธรรมชาติที่ใดจะสวยงามได้เท่านี้นะ

“ ฟึ่บ นายทำทุกอย่างที่ฉันให้จัดการรึยัง ” เขาที่เดินถือโทรศัพท์คุยมาจนถึงห้องแต่เมื่อเข้าห้องเขาก็ตรงไปที่บานกระจกใสที่ผ้าม่านปิดอยู่เขาดึงมันออกแล้วมองไปยังซุ้มที่เขาเพิ่งเดินจากมา มองร่างที่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วคุยโทรศัพท์ไปด้วย

(เรียบร้อยแล้วครับ) ปลายสายตอบกลับ

“ ดีมาก แล้วนี่จะจัดการมันตอนไหน ” เขาถามเสียงเหี้ยมแต่หากสายตายังคงมองที่เดิม

(คืนนี้ครับ)

“ ก็ดี ฉันขี้เกียจเก็บพวกมันไว้นานๆ ถ้าจัดการเสร็จแล้วนายก็มาพักที่บ้านนภา ได้เลยนะ ”

(ครับเจ้านายขอบคุณครับ งั้นผมคงต้องวางแล้วเชิญเจ้านายพักผ่อนเถอะครับ)

“ อืม ขอบใจ ” พูดจบสัญญาณก็ถูกตัดไป บ้านนภาคือชื่อบ้านที่เขาตั้งขึ้น เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่พักได้สบายอยู่ถัดจากบ้านหลังนี้ที่เขาพักไปสักนิดมันเป็นบ้านพักพิเศษที่เขาทำขึ้นเองจะว่าไปบนเกาะนี้เขาก็ออกแบบทั้งหมด จริงๆสายชลก็นอนที่บ้านไม้หลังใหญ่อีกที่ที่อยู่ใกล้ๆกันรวมถึงกฤษและทัชด้วยก็พักที่นั่นแต่ด้วยงานที่เขาให้สายชลและกฤษไปจัดการนั้นมันใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะกลับก็คงเกือบเช้าของพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาจึงให้บ้านพักนั้นเป็นที่พักของบอดี้การ์ดทั้งสองแทน เมื่อวางโทรศัพท์ลงและเห็นว่าร่างบางยังคงนั่งอยู่เขาจึงไปจัดการอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นเสียหน่อยอยากรู้นักว่าถ้าเขาบอกเรื่องห้องนอนกับเธอ เธอจะทำยังไง........

เอาไงดีว่ะเรา ร่างบางคิดหากำลังใจให้ตัวเองเมื่อมาหยุดยืนที่หน้าห้องนอนของร่างสูง จะมาถามเขาว่าคืนนี้เธอจะนอนที่ไหนในเมื่อเจ้าของห้องเขามาแล้ว

“ เฮ้อ ” ถอนหายใจอย่างคิดวิธีที่จะคุยกับเขา จนต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อประตูห้องนอนเปิดออก ผ้าที่เขาเช็ดผมเปียกหมาดๆยังคงพาดอยู่ที่บ่า เสื้อยืดสบายๆ กับกางเกงเลย์ที่เหมือนของเธอทำให้เขาดูเด็กกว่าตอนใส่สูทไปเยอะ

“ อ้าว มายืนทำไมตรงนี้ ” เขาถามเมื่อเห็นว่าหล่อนไม่ยอมเปิดประตูเข้ามาสักที เขาได้ยินตั้งแต่ฝีเท้าที่มาหยุดอยู่ห้องเขาตั้งแต่สิบนาทีแรกแล้ว แต่อยากรู้ว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรเลยรอดูก่อนแต่เมื่อความเงียบที่ไม่มีวี่แววว่าจะเปิดทำให้เขาต้องเดินไปเปิดมันเสียเอง

“ คุณวิชค่ะ คือ มิน.....”

“ เข้ามาสิ ” เขาสะบัดหน้าเข้ามาในห้องเชิงบอกให้หล่อนเข้ามาข้างใน แล้วเขาก็ถอยตัวให้แต่หล่อนก็ยังยืนที่เดิม

“ ฉันบอกให้เข้ามาก่อน เธอจะพูดเรื่องที่นอนใช่ไหม ” เขาถามอย่างรู้ดีว่าหล่อนกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

“ คะ ค่ะ ” เมื่อรู้ว่าอย่างน้อยเขาก็รู้เรื่องที่เธอจะพูดเธอจึงเดินเข้ามาในห้องเขาโดยไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากนั่น ภวิชปิดประตูล็อคห้องทันที

“ คือว่า..” หล่อนก้มหน้าจะหาคำพูดแต่เขาก็พูดขึ้นเสียก่อน

“ เธอนอนบนเตียงฉันเนี่ยแหล่ะ ”

“ หะ ได้ยังไงคะ ไม่เอาหรอก คุณก็นอนสิ ฉันไปนอนที่อื่นก็ได้ ” หล่อนปฎิเสธพัลวัน จนเขาเผลอยิ้มออกมารอยยิ้มนั้นทำให้หล่อนใจเต้นแรงมันดูมีเสน่ห์เหลือร้ายจริงๆเขากอดอกมองเธอแล้วส่ายหัว

“ มินตรา ถ้าคุณไม่นอนที่นี่ห้องนี้ คุณจะไปนอนที่ไหนครับ ” เขาถามน้ำเสียงยียวน กวนๆแต่น่ารัก

“ ก็ บ้านหลังอื่นๆของคุณไงค่ะมีตั้งหลายบ้านนี่นา ” หล่อนลองเสนอให้ เพิ่งรู้ว่าหล่อนนี่หัวธุรกิจมาต่อรองกับเขา

“ ไม่ได้หรอก คุณคิดว่าเกาะนี่ปลอดภัยนักหรือไง!อันตรายรอบตัวไปหมด แถมบ้านพักนั้นก็มีคนนอนแล้ว ลูกน้องผมไง ผู้ชายทั้งนั้น ถ้าคุณไม่กลัวก็ไปก็ได้นะ พวกนี้มันห่างเมียมานาน ถ้ามันทำอะไรคุณนิดๆหน่อยๆอย่าร้องให้ผมช่วยแล้วกัน ผมไม่เกี่ยวนะ ” เขายักไหล่แล้วแถมขู่อีก ลูกน้องที่นอนหน่ะใช่ ก็เขาไงหล่ะที่วางแผนทำให้บ้านพักที่ปกติว่างวันนี้ต้องทำให้เต็มไม่มีที่ว่างเพราะรู้ว่าเธอคงต้องไม่นอนห้องเขาแน่เมื่อรู้สึกตัว ร่างบางหน้าซีดทันทีเมื่อเขาข่มขู่อย่างนั้นและก็ทำท่าจะคัดค้านเขาอีกแต่เขาก็ชิงพูดก่อน

“ คุณนอนเตียงนี่แหล่ะ ส่วนผมจะนอนโซฟาตรงนั้น ” เขาชี้ไปอีกมุมห้องที่มีโซฟาปรับให้เป็นที่นอนอีกทีตัวยาวพร้อมผ้าห่มและหมอน ร่างบางมองหน้าเขาอย่างขอบคุณ

“ ตะแต่ว่าคุณเป็นผู้ชายนะ ”

“ เฮ้อ ให้ได้ยังงี้สิ คุณจะเอายังไง งั้นผมไปนอนห้องทำงานก็ได้ ” เขาทำเสียงหงุดหงิดแล้วเดินไปห้องทำงานที่ประตูเชื่อมกับห้องนอน ร่างบางที่จะพูดก็ต้องกลืนน้ำลายอีกครั้ง นิสัยแย่จริงๆ บ้านก็บ้านเขา ที่นอนก็ที่นอนเขา ยังมาแย่งเขาอีก.... หล่อนเดินไปนั่งตรงโซฟาที่ที่เขาเตรียมไว้สำหรับนอน ก่อนจะค่อยๆ เดินไปยังห้องที่ชายหนุ่มเพิ่งหายเข้าไป

“ ก็อกๆ ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะที่ภวิชกำลังพิมพ์งานอยู่หน้าคอมเขาเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นการโผล่หัวเข้ามาของมินตราทำให้เขาละสายตาจากหน้าจอมองหน้าเธอ

“ อะไรอีก ผมบอกแล้วไงว่านอนนี่ก็ได้คุณจะได้สบายใจ ”

ร่างบางค่อยๆก้าวผ่านประตูเข้ามาแต่ก็ไม่ได้ปิดไว้

“ ฉันจะบอกคุณว่า คุณนอนที่เตียงก็ได้นะคะ ฉันจะนอนที่โซฟาเอง ถึงยังไงมันก็เป็นห้องของคุณ ฉันไม่อึดอัดหรอกค่ะ ” หล่อนโกหกออกไปว่าไม่อึดอัดอย่างน้อยก็เกรงใจผู้ให้ที่อยู่แถมช่วยชีวิตไว้อีกต่างหาก ภวิชเอนกายพิงเก้าอี้แล้วถอนหายใจ

“ มินตรา คุณนี่มัน...จิ๊ ...จริงๆเลยนะ คุณนั่นแหล่ะนอนที่เตียงผม แล้วอย่ามีปัญหาอีกไม่งั้นผมจะจับคุณโยนออกนอกห้องแล้วส่งให้ลูกน้องผมซะ เข้าใจไหม แล้วก็ไปนอนได้แล้ว ” เขาพูดทำเสียงจิ๊จ้ะขัดใจ เสียงไม่ดุมากแต่ก็จริงจังจนคนที่ฟังหน้าง้ำงอก่อนจะพยักหน้าโดยไม่มีข้อโต้แย้งแล้วปลีกวิเวกตัวเองไปยังเตียงนอนอย่างเสียไม่ได้ หยิบผ้าห่มขึ้นคลุมกาย การพยายามเพื่อข่มตาให้หลับดำเนินไปเกือบเที่ยงคืน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนที่นอนตรงโซฟาจะเดินไปนอนตรงนั้นสักที หล่อนก็ยิ่งนอนไม่หลับ เสียงประตูที่เชื่อมต่อห้องทำงานและห้องนอนถูกบิดออกอย่างแผ่วเบาร่างบางหลับตาลงทันที...ภวิชก้าวเข้ามาในห้องพร้อมบิดกายเล็กน้อยนวดคอนิดๆ ถอนหายใจออกมา เขาเพิ่งคุยงานกับผู้จัดการที่อยู่ต่างประเทศโดยผ่านวิดีโอคอลก่อนที่สายชลจะโทรมารายงานผลให้ทราบ ว่าได้ส่งสี่คนนั้นไปนรกเรียบร้อยแล้วโดยการซ้อมก่อนจะจับยัดใส่ถุงกระสอบโดยมัดมือและเท้าก่อนจะโยนลงทะเล ให้ตายอย่างทรมาน เขาไม่ได้อยากฆ่าใครจริงๆแต่พวกมันคิดจะฆ่าเขาก่อนนี่ยังคิดไม่ตกเรื่องพ่อของมินตรา เขามีส่วนจะกำจัดเขาด้วยหรือเปล่า ชายหนุ่มคิดอย่างกลุ้มก่อนจะเดินไปนั่งโซฟาซึ่งวันนี้มันกลายเป็นที่นอนที่เขาไม่เต็มใจสักนิด อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองร่างบางที่หลับตาพริ้ม เขากระชับผ้าห่มให้คลุมตัวหล่อนอย่างเบามือ คนใต้ผ้าห่มสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของชายหนุ่มตรงหน้าใจก็เต้นแรงทุกครั้งที่รู้สึกเช่นนี้บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร แต่ที่แน่นอนคือหล่อนรู้สึกดี ดีมากๆ จากนั้นภวิชก็นวดๆ ไหล่ให้ตัวเองก่อนจะค่อยๆเอนกายลงด้วยความอ่อนล้า เขายังคงลืมตากว้างร่างบางคอยแอบลืมตามองเป็นพักๆก็เห็นเขายังคงนวดขรึงที่ไหล่อยู่จนในที่สุด ก็ทนพยายามหลับไม่ได้แล้วจึงค่อยๆลุกจากที่นอนทำให้ร่างสูงหันมามอง

“ มีอะไรหรือเปล่า? ” เขาถามเมื่อเห็นว่าอยู่ๆหล่อนก็ลุกขึ้น แล้วเดินตรงมาหาเขา จนภวิชค่อยๆยัดตัวขึ้นนั่งเมื่อหล่อนมาหยุดตรงหน้าเขา

“ เมื่อยมากไหมค่ะ ” คิ้วเขาขมวดเมื่อหล่อนตื่นขึ้นมาเพื่อตั้งคำถามกับเขางั้นหรอ

“ คุณไปนอนเถอะ นิดหน่อยเท่านั้น ” เขายังคงใช้มือซ้ายมากดที่ไหล่ขวาให้ตัวเอง แล้วก็ต้องหันมองร่างบางเมื่อมือนิ่มๆจับมือของเขาออกแล้วแทนด้วยมือของหล่อนที่นวดไหล่ให้เขาแทน ใจสั่นไหวเหลือเกินสัมผัสอ่อนโยนแค่นี้มันทำให้เขาทำอะไรแทบไม่ถูกอุตส่าห์พาตัวเองให้อยู่ไกลๆจากเธอแล้วเชียวแต่ดูเธอสิ มาใกล้เขาแบบนี้ ถ้าเขาต้องการ....เธอจะทำยังไง

“ น้ำหนักแค่นี้พอไหมค่ะ ”

“ อืม ” เขาไม่ตอบอะไรนอกจากนั้นนั่งนิ่งๆให้หล่อนขยับนิ้วบีบนวดไปมา ใจเขานั้นหล่อร้อนรุ่มจนลืมความปวดเมื่อยเสียแล้ว

"พอแล้วหล่ะ ขอบใจมาก นอนเถอะดึกแล้ว " เขาจับมือนุ่มของหล่อนให้หยุดนวดแล้วหันไปอมยิ้มให้หญิงสาวจนหล่อนยิ้มตอบ

“ ขอบคุณนะค่ะคุณภวิช ”

“ วันนี้คุณขอบคุณผมกี่ครั้งแล้ว ขอเป็นอย่างอื่นบ้างได้ไหม ” เขาส่ายหัว ที่วันนี้ทั้งวันได้ฝังคำขอบคุณไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

“ แล้วคุณอยากได้อะไรค่ะ? ” หล่อนทำหน้าสงสัยจนเขาส่ายหัวซื่อจริงๆ ถ้าเขาบอกอยากได้เธอ เธอจะให้เขาไหมหล่ะ เขาคิดต่อในใจ

“ คุณคงให้ไม่ได้หรอก ”

“ ก็แล้วมันอะไรหล่ะค่ะ ฉันอาจให้คุณได้นะ ” หล่อนยิ้ม และไม่นานร่างบางก็ถูกกระชากลงมานั่งที่ตักเขาพร้อมฝ่ามือที่ประครองข้างแก้มทั้งสองของหล่อนตามด้วยริมฝีปากหน้าที่บดเร่าร้อน

“ อะ อืม อือ ” ร่างบางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเขาแต่ก็รู้สึกเหมือนโลกเบาหวิว เมื่อความรุนแรงตอนแรกเริ่มแผ่วบางและเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เขาขบริมฝีปากให้หล่อนรู้สึกนิดๆและยอมเปิดปากให้เขาได้ชิมความหอมหวาน ลิ้นอุ่นชำนาญกวาดหาเรียวลิ้นที่พยายามหนีให้พร้อมใจร่วมมือไปกับจูบของเขา หญิงสาวเริ่มหวามไหวและหมดแรงดิ้นรนต้องยอมให้เขาขโมยจูบ ตัวเธอเองหมดเรี่ยวแรงเหมือนถูกเขาสูบเอาวิญญาณออกจากร่าง ภวิชต้องรีบถอนตัวออกมาก่อนจะถลำลึกไปกว่านี้ เขาต้องอดทน เพื่อให้เธอเต็มใจเพราะรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายแทบแหลกสลายเพราะอารมณ์ที่ก่อตัว ยิ่งตาหวานเยิ้มเขายิ่งแทบขาดใจ

“ คุณ ขโมยจูบฉันอีกแล้วนะ ” หญิงสาวพยายามจะลุกหนีแต่ด้วยความที่ไม่มีแรงบวกกับมือแกร่งที่โอบหล่อนทำให้ขยับไม่ได้

“ แค่จูบยังไม่ได้ปล้ำซักหน่อย ” เขาพูดหน้าตายพร้อมช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนแล้วตรงมาที่เตียง ร่างบางเริ่มมีสติกลับมา นี่เขาจะทำอะไรคงไม่ได้จะปล้ำหล่อนหรอกนะอาการหวาดกลัวทำเอาภวิชยิ้มในหน้ามองคนที่อยู่ในอ้อมแขน

“ ผมไม่ได้ทำอะไรแค่จะส่งคุณถึงที่ เท่านั้นเอง ” เขาวางร่างบางลงบนเตียงแต่แทนที่เขาจะลุกเขากลับโน้นตัวล็อคหล่อนไว้อีกครั้ง หญิงสาวพลิกหน้าหันซ้ายและขวาให้หนีจากใบหน้าเขา

“ นอนได้แล้วค่ะฉันง่วงแล้ว ” เธอคว้าผ้าห่มขึ้นหมายจะคลุมโปรงแต่โดนมือหนาคว้าไว้ก่อน

“ งั้นผมนอนนี่ ” เขาทำท่าจะขึ้นเตียง

“ ไม่ได้นะคะไหนคุณบอกจะนอนนั่นไง ไปนอนที่คุณสิ ”

“ ฮ่าๆๆ ” เขาหัวเราะอีกครั้งรอยยิ้มนี้ ทำให้เธอใจสั่นแรงทุกทีสิน่า

“ นึกว่าจะไม่พูดกับผมซะแล้ว ” ใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่คืบพูดเสียงอ่อนโยนและน่าฟัง ตามด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนที่เขาจูบตรงหน้าผาก และเมื่อเธอเผลอเขาก็จูบปากเธอบางเบาอีกครั้งก่อนจะพูดเบาๆแล้วลุกจากไปด้วยคำว่า

“ ฝันดีนะครับ มิน ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 119

    อีกฝั่งหนึ่งของกรุงเทพ งานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่สื่อมากมายที่รอสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แขกมากมายรวมทั้งผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนมาร่วมงาน ฐาปกรณ์เองก็เช่นกัน..วันนี้รณภพเองก็มา...แต่เขากลับไม่เจอภัสสรดังที่ใจคิด “ คุณนี่เจ้าวิชไปไหนคะใกล้ได้เวลาแล้วนะเห็นบ่นอยากแต่งงานนักแต่งงานหนานี่ไปไหนซะหล่ะคะ ”

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 118

    หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ภวิชก็สามารถกลับมาพักที่บ้านได้แต่เขาไม่รอช้าที่จะเตรียมงานแต่งงานและหารือกับผู้ใหญ่ในการสู่ขอมินตรา “ แม่ครับอาทิตย์นึงแล้วนะที่ผมไม่ได้เจอเมียผมอ่ะ ” “ แกจะอดทนหน่อยไม่ได้หรือยังไงฝ่ายนั้นเขาก็มีพ่อมีแม่นะ ” “ แต่แม่ครับแม่ตั้งเงื่อนไขที่ไม่ถามผมเลยอ่ะ ” เขาหน้างอใส่ม

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 117

    เซอร์ไพร์สอะไรมากมาย “ แม่จะบ่นหนูทำไมหนักหนาคะ วาวรู้แล้วค่ะ แม่ โอ๊ะ พี่วิชกรี๊ด ” สาวน้อยเมื่อทำหน้าเง้าหน้างอใส่แม่กับพ่อเสร็จความไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอเผลอกรีดร้องรีบไปกอดพี่ชายด้วยความคิดถึงภวิชเผลอกอดน้องสาว ครั้งสุดท้ายเขาจำได้ว่าเขากับน้องสาวทะเลาะกัน ทะเลาะกันรุนแรงสะด้วย “ ตาวิช / เจ้าว

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 116

    “ ไม่ยุติธรรมเลยนะ แล้วนิ้วมินใครจะใส่แหวนให้ ” มินตราเผลอร้องไห้จนเธอหลับไปชายหนุ่มที่หลับใหลเขาค่อยๆ ปรือตารับแสงไฟที่สาดส่อง พื้นเพดานสีขาวทำให้เขาแสบตาหลังจากหลับไปเกือบหนึ่งอาทิตย์มือซ้ายสัมผัสถึงบางอย่างเขาค่อยๆปรับโฟกัสที่ดวงตา ให้รับแสงได้เต็มที่มือขวาค่อยๆยกมาดึงเครื่องช่วยหายใจออกอย่างรำคา

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 115

    มินตราค่อยๆลืมตาขึ้นมาในเช้าอีกหนึ่งวัน คุณหญิงมณีจึงตรงเข้าไปกอดลูกสาวเอาไว้แน่น “ มินตื่นแล้วหรอลูกเป็นยังไงบ้างค่อยๆลุกนะลูก ” “ มินรู้สึกเจ็บท้องค่ะแม่ แล้วลูกมินหล่ะค่ะ แม่ ลูกมินยังอยู่ใช่ไหมคะ ”มินตราเริ่มผวาเมื่อเธอสัมผัสหน้าท้องเธอจำได้ว่าเมื่อวานเธอมีอาการตกเลือดทำไมเธอเจ็บท้องแล้วความ

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 114

    A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z แบบนี้ไงครับ ' เด็กน้อยเขียนอักษรภาษาอังกฤษแล้วเรียงตามตัวเลขรหัสที่เขาได้มาอย่างชาญฉลาดมินตราตบมือยิ้มหวานแล้วลูบหัวเด็กหนุ่มที่ชื่อเจ้านายอย่างน่ารัก ' แล้วมันเป็นคำว่าอะไรกันแน่ครับเจ้านาย ' ' ก็ love ไงครับแม่มินที่แปลว่ารัก ' ' แปะๆๆๆ

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 112

    “ ก็ 26 นะคะ ว่าแต่ทำไมหรอคะพ่อ ” “ รหัสที่หนูรู้คืออะไร ” “ 13914 นี่คะ ” “ เอาเถอะมาเหนื่อยๆ หนูไปพักที่ห้องก่อนนะลูก ชั้นสองห้องขวามือ จำไว้นะมินพ่อจะอยู่ตรงนี้กับลูกเสมอ ” คำพูดที่ถึงแม้จะดูงงๆแต่มินตราก็ไม่ได้ถาม ออกไปเธอเดินสำรวจบ้านนึกถึงสิ่งที่เคยพูดกับเขาเวลาที่เขาพาไปเที่ยว พาไปโน่นน

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 111

    ให้คุกเข่าลงตรงหน้า ภวิชนั่งยองๆ ดึงกระบอกปืนออกจากกระเป๋ากางเกงใช้ปลาย กระบอกเชิดคางให้มองหน้าเขา ' คุณสิน.......ลูกสาวคุณเนี่ย...ลีลาใช้ได้ดีนะ...ขัดดอกได้ดีจริงๆ คุณไม่อยากให้ลูกสาวตกไปเป็นเมียไอ้เสี่ยชัย ผมก็ช่วยแล้ว หึๆ ความลับในบริษัทผมรั่วไหลคนวงในคาบข่าวออกไป เสียหายไปหลายสิบล้าน..ผมต้อง

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 110

    “ เป็นไปได้ยังไงกัน ” “ อ้าวคุณมินมาแล้วหรือค่ะ ” “ คุณรฏา ” “ พอดีรฏากับพี่วัตต์มาช่วยกันจัดบ้านให้คุณมินหน่ะคะ ชอบไหมคะ ” “ นี่พี่ขยายรูปใหญ่ๆเลยนะเดี๋ยวเจ้าวิชมาด่าพี่ได้ ” ภวัตต์ยิ้มกว้าง “ แล้วเจ้าตัวเขาไปไหนค่ะ ” “ เอ่อ คือ....” ทั้งสามคนมีสีหน้าที่ซีดไปเล็กน้อย ก่อนที่ภวัตต์จะตอบก

  • พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)   บทที่ 109

    “ พี่แหวน พี่มองหาใครหรอค่ะ ” “ อ้าวคุณมิน เปล่าค่ะ พี่แค่กำลังมองหารถคันนึงหน่ะค่ะ จะชอบมาจอดหน้าบ้านเราเป็นเวลานานๆ แต่สองสามวันมานี่ไม่เห็นแล้วหล่ะคะ ไม่รู้ว่าพวกโรคจิตหรือเปล่านะคะ จอดรถหน้าบ้านแต่ไม่มีคนลงจากรถเลย ” มินตรามองไปยังหน้าบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ตามสายตาสาวใช้ที่บอกไป “ พี่แหวนคิ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status