พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)

พิศวาสรักมาเฟียร้าย (ดวงใจมาเฟีย)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-16
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
119Bab
1.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

. นี่หรือคำว่ารัก ? “ หยุดนะมิน พี่บอกให้หยุด จะไปไหน ! ! ! ” “ ปล่อย ฉันไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นหน้าคุณ ! ” “ อย่าฝันไปเลย ” “ มินหยุุด ! ” การฉุดกระฉากดึงและผลักของทั้งภวิชทั้งมินตราทำให้ทุกคนชะงัก มินตราสะบัดมือออกจากเขา ภวิชเองก็เริ่มโกรธจัดแล้วเหมือนกัน “ พี่บอกให้หยุด มิน ปัง ๆ ๆ ๆ ” เสียงปืนหลายนัดที่ดังขึ้นมาทำให้ทุกคนตะลึงตกใจ รฎายกมือขึ้นปิดปากไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำ ภวิชมองปืนในมือตัวเองที่เล็งไปที่มินตราเขาเล็งลงพื้น ทุกคนในบริเวณนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มินตราเองก็นิ่งงันไม่แพ้กัน เขายิงเธออย่างนั้นเหรอ เขาทำแบบนี้ได้ยังไง ควันจากกระบอกปืนที่ยิงลูกกระสุนออกไปทำให้ภวิชถึงกับมือสั่น ไม่มีใครในบริเวณนั้นขยับไปไหนสักคน อากาศบริสุทธิ์ไม่น่าพิสมัยเช่นเดิม มันอึดอัดยิ่งกว่าอะไรดี...

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ภวิช กิตติรัชไพทูล ลูกชายคนเล็กของท่านกิตติศักดิ์ละคุณหญิงรติการ กิตติรัชไพทูล เจ้าของบริษัทขนส่งน้ำมันรายใหญ่ของประเทศและอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย ที่สำคัญท่านเคยเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังอำนาจมืดหลายๆอย่างแต่วันนี้ถึงคราวจะสละให้ลูกชายวัย 29 ปี ดำรงตำแหน่งงานสักทีหลังจากฝึกฝนและกว่าจะผ่านด่านทดสอบอย่างยากลำบากมาหลายปี....ภวิช ชายหนุ่มรูปงามที่มีทรงผมสีดำสนิทรองทรงสูงทรงผมที่รับเข้ากับจมูกรั้นที่แฝงความเอาแต่ใจ ริมฝีปากหยักหนาที่สาวๆพากันหลงใหล คิ้วเข้มเรียงตัวสวย จุดเด่นที่สำคัญของเขาคือดวงตา สีน้ำตาลเข้มคู่นั้นที่ชวนน่าหลงใหลยิ่งนัก แววตาที่หลากหลายอารมณ์ทั้งอ่อนหวาน อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน ชายหนุ่มก้าวลงจากรถราคาหลายล้านในชุดสูทภูมิฐาน ดวงตาคู่งามถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีน้ำตาลพร้อมมองสถานที่ที่เขามาวันนี้

“ กฤษ วันนี้นายช่วยเลื่อนนัดแซมให้ฉันที บอกเขาว่าฉันติดธุระด่วนไว้ฉันจะติดต่อกลับไป ” เขาหันมาสั่งการ์ดคนสนิทที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ในเวลาเดียวกัน

“ ส่วนทัช นายช่วยติดต่อไปที่บริษัทแล้วบอกให้กัญญาส่งเอกสารเกี่ยวกับการขนสินค้าลงเรือมาให้ฉันที่นี่ด่วน ” เขาบอกการ์ดอีกคนที่สนิทด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ก็แน่หล่ะสถานที่เบื้องหน้าคือที่เจาะน้ำมัน และวันนี้ที่เขามาก็เพราะมีคนคิดทรยศส่งข้อมูลบริษัทให้คู่แข่ง หึ!! แต่โชคดีที่คนอย่างเขารอบคอบพอที่จะตลบหลังคนทรยศด้วยการแก้เอกสารบางอย่าง ไม่อย่างงั้นเห็นทีการประมูลหรือหุ้นต่างๆคงเสียหายไม่น้อย

“ นายครับ เฮลิคอปเตอร์มาถึงแล้วครับ ” กฤษรายงาน ชายหนุ่มร่างสง่าสูง184 เซนติเมตร คลี่ยิ้มบางๆให้บอดี้การ์ดก่อนจะพยักหน้าตรงไปยังพาหนะที่บินขึ้นสู่กลางอากาศ

มินตรา อัครพาบูรณ์ อายุ 24 ปี เรียนจบด้านการตลาดสูง 160 เซนติเมตรหล่อนยอมรับว่าตัวเองเข้าข่ายขั้นเตี้ย....มาตรฐานหญิงไทย....การหางานทำมันชั่งเหนื่อยยากเสียเหลือเกิน...การเงินสำหรับหล่อนแล้วถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากต้องดิ้นรนเพื่อส่งให้น้องและครอบครัวทางบ้าน......หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ.....เฮ้อภาระหนี้สินก้อนโตหล่อนจะหาชดใช้ยังไง...คิดแล้วท้อใจร่างบางเดินพาตัวเองหางานทำท่ามกลางความร้อนที่อบอ้าวยิ่งขึ้นมันทำให้หล่อนรู้สึกหน้ามืดได้อย่างกะทันหัน ตอนเช้าหล่อนก็ยังไม่ได้ทานข้าวมาทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่ายความล้าที่แล่นเข้าทางกายอย่างรวดเร็วแสงจร้าจัดในยามนี้ทำให้สติเริ่มพลันลดเลือน ฟึ่บ ห้วงความคิดหมดลงพร้อมร่างที่หมดสติที่จะพยุงตัวไว้ได้

“ คุณครับเป็นอะไรมากไหมครับ ” ร่างสูงโปร่งที่ขับรถหรูหราผ่านมาเห็นร่างบางที่สลบอยู่พอดี ดีนะที่เขาผ่านมาถึงเห็นเธอเข้าเขาช้อนร่างมินตราไว้แล้วอุ้มมาวางที่เบาะหลังรถ

“ ติ๊ดๆ....” เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงดังขึ้นเมื่อเห็นชื่อหน้าจอก็รีบรับทันที

“ ว่าไงกฤษ ”

“ ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนเจ้านายกำลังรออยู่นะ ”

“ ฉันกำลังไปอยู่ บอกเจ้านายด้วยนะว่ามีเหตุนิดหน่อย ”

“ นายเป็นไรรึเปล่า ” กฤษถามด้วยความห่วงเพื่อนเพราะช่วงนี้ทั้งเจ้านายและเขาโดนหมายหัวทั้งนั้น

“ เปล่าๆ แค่นี้ก่อนนะ ”

ตอนแรกเขาจะพาร่างที่ไม่ได้สติไปรพ.แต่คงเสียเวลาแย่เขาตัดสินใจพาร่างที่หลับสนิทตรงเบาะหลังไปด้วยซะเลย

ราวๆสิบนาทีที่รถขับเคลื่อนด้วยความเร็วก็มาถึงท่าเรือพร้อมข้อมูลบางอย่างในมือตามที่เจ้านายต้องการเขาชำเลืองมองหญิงสาวก่อนลงจากรถป่านนี้ทำไมถึงยังไม่ตื่นสักทีเมื่อเห็นว่าเธอยังคงหลับสบายสายชลจึงลงจากรถเพื่อไปหาจ้านายของเขาทันที

“ ได้เรื่องไหม? ” ร่างสูงที่นั่งพักใต้ร่มไม้บนเก้าอี้ไม้ยาวใกล้ๆท่าน้ำ

“ นี่ครับ นาย ” สายชลบอดี้การ์ดคนสนิทอีกคนยื่นซองสีน้ำตาลให้กับเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างเอื้อมมือไปหยิบซองน้ำตาลก่อนจะเปิดซองแล้วล้วงเข้าไปหยิบของที่อยู่ด้านในมา รอยยิ้มร้ายๆผุดขึ้นที่มุมปาก

“ ดีมาก ไม่เสียแรงที่ให้นายทำงานนี้นะเอาหล่ะฉันว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เราจะไปภูเก็ตกันเดี๋ยวนี้ ” พูดจบภวิช ก็ลุกจากโต๊ะยาวจนเต็มความสูง

“ อะเอ่อนายครับ ” สีหน้าที่ดูเป็นกังวลของสายชลทำให้เขาคิ้วขมวด

“ มีอะไร ” เขาพูดแต่ก็เดินมุ่งหน้าตรงไปยังรถราคาแพงยิบที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก

“ คือผมคิดว่านายจะไปพรุ่งนี้ซะอีก ”

“ ไม่หล่ะ เรื่องนี้ปล่อยนานได้ที่ไหน ฉันต้องจัดการคนลอบกัดให้สาสมเลย ” เขาพูดอย่างเคียดแค้นโดยไม่ยอมหยุดเดิน

“ อีกเรื่องครับ นะ นาย ”

“ พรึ่บ ” ยังไม่ทันที่สายชลจะได้รายงานว่าพบหญิงสาวสลบข้างทางเลยพามาด้วยเลย พร้อมกับเสียงประตูรถที่ทัชเป็นคนเปิดให้คนที่เป็นเจ้านาย ร่างสูงมองไปยังคนร่างเล็กผิวขาวที่นอนอยู่เบาะรถทำให้ใบหน้างามนั้นคิ้วเรียวหาเข้ากันเป็นปมแล้วหันไปมองหน้าสายชลที่ก้มหน้าลง

“ อะไร? ”เขาถามเสียงเรียบ สายชลเล่าทุกอย่างให้คนเป็นนายฟังก่อนที่ร่างสูง จะก้มตัวเพื่อจะจับร่างบางให้ลุกหลังจากที่ได้ฟังจบ

แต่แค่เพียงแตะเท่านั้นเขารู้ได้เลยว่าคนที่หลับขนาดนี้ทำไมไม่มีทีว่าจะตื่นง่ายๆ

“ สายชล ขับรถไปโรงพยาบาลด่วน เดี๋ยวนี้เร็วๆสิ ” เขาสั่งทำให้ลูกน้องทั้งสามคนรีบประจำที่นั่งแทบไม่ทัน สายชลอ้อมรถเพื่อที่จะไปฝั่งคนขับแต่ถูกร่างสูงเรียกไว้ก่อน

“ ไม่ต้อง นายมานั่งหลังกับฉัน กฤษ นายเป็นคนขับแทน ”

“ ครับนาย ” แล้วทั้งสองคนก็เปลี่ยนหน้าที่แทน ภวิชค่อยๆช้อนตัวหล่อนให้นั่งตรงกลางแต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเมื่อรอยยิ้มที่มุมปากยกขึ้นพร้อมเปลี่ยนเป็นอุ้มร่างบางมานั่งที่ตักในอ้อมแขนเขาแทน แน่นอนว่าพื้นที่เบาะหลังรถก็กว้างพอที่ร่างสายชลจะไม่โดนตัวหญิงสาวที่หลับสนิทตอนนี้ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องอุ้มหล่อนด้วย รถคันงามแล่นตามท้องถนน พร้อมสายตาคมที่แอบชำเลืองมองสาวในอ้อมแขน ผมหยักศกยาวถึงเอว แพรขนตายาวงอน ใบหน้าเรียวนั้นซีด ปากซีดเซียว จมูกนิด ปากหน่อย เขาสะบัดหัวออกจากความคิด เธอทำให้เขาหลงใหลได้ถึงเพียงนี้เลยรึไง อยากเห็นดวงตาของเธอเสียจริงว่าจะงดงามเหมือนยามหลับไหม และแปลกกว่านั้นคือเขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อถึงรพ.เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างบางให้พ้นมือแถมเป็นคนจัดแจงส่งหล่อนถึงเตียงตรวจด้วยซ้ำ เขานั่งรออาการตรวจอยู่หน้าห้องสักพัก บอดี้การ์ดทั้งสามคนของเขาแยกย้ายไปทำหน้าที่ตามที่เจ้านายของพวกเขาสั่ง

“ ชล นายไปติดต่อเรื่องค่าใช้จ่าย ”

“ กฤษ นายโทรไปบอกบ้านพักที่ภูเก็ตด้วยว่าวันนี้ฉันจะไปถึงเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย ”

“ ทัชนายช่วยไปซื้อของให้ฉันหน่อย ”

“ ครับ/ครับ/ครับ ” ทั้งสามคนรับคำสั่งก่อนจะเลี่ยงเดินไปทำหน้าที่จึงเหลือเพียงเขาเท่านั้นที่อยู่หน้าห้อง ไม่นานหมอหนุ่มเพื่อนสนิทเขาก็เดินตรงมาหาเขาเขาลุกขึ้นอัตโนมัติเพื่อฟังข่าว

“ ไปเจอเธอที่ไหนว่ะวิช ”

“ ลูกน้องฉันไปเจอ สรุปเธอเป็นอะไร ” ภวิชพูดกับหมอหนุ่ม

“ เป็นไข้หวัดใหญ่ว่ะ ดูท่าจะเป็นมานานแล้วด้วยคงต้องให้นอนรพ.สักสามสี่วันว่ะดูอาการเพื่อมีโรคแทรกซ้อน ”

“ อืมขอบใจนะไอ้หนุ่ม ”

“ หน้าที่ของหมออยู่แล้วเว้ย ว่าแต่วันนี้แกจะไปไหนป่าวว่ะดูท่ารีบๆนะ ”

“ ไปภูเก็ตว่ะมีเรื่องต้องเคลียร์นิดหน่อย ”

“ ยังไงก็ดูแลตัวเองบ้างนะเว้ยเดี๋ยวว่าที่คู่หมั้นกลับมาแล้วจะจำไม่ได้ หึๆ ” หมอหนุ่มหัวเราะนิดๆเมื่อแซวเพื่อนเรื่องคู่หมั้นซึ่งเพื่อนเขาไม่ได้เต็มใจสักเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ

“ หยุดนะเว้ย ฉันไม่แต่งอะไรทั้งนั้นแหล่ะ รอแม่คุณกลับมาก่อนเถอะฉันจะไปยกเลิกเรื่องหมั้นให้จบๆสักที ” เมื่อสี่ปีก่อนเขาถูกบังคับให้หมั้นกับลูกสาวรัฐมนตรีที่มีชื่อเสียงและหน้าตาทางสังคมด้วยความไม่เต็มใจเพียงแต่ที่ทำคราวนั้นมีเรื่องธุรกิจและก็กลบข่าวเรื่องที่เขาจัดการคนโดยใช้ศาลเตี้ย เลยจำต้องหมั้นไว้ แต่หลังจากนั้นเขาก็สบายเพราะว่าที่คู่หมั้นไปเรียนต่อที่เมืองนอกนี่ก็สี่ปีแล้ว หึๆ จะพูดไปกี่ครั้งที่เจ้าหล่อนมาเมืองไทย เขาก็หาเรื่องไปต่างประเทศเรื่อยถึงจะสวยแค่ไหนก็เถอะแต่เขายังหวงความโสดและความสนุกอยู่

“ เออๆ คิดดีๆ ไปล่ะมีคนไข้ที่ต้องดูแลอีกว่ะ ” เมื่อรู้ว่าเลยเวลามานานพอควร หมอหนุ่มจึงขอตัว

“ อืม แต่เรื่องการรักษาตัวคงไม่สะดวกให้นอนที่นี่วะ ขอเอากลับไปดูอาการที่บ้านแทนละกัน ”

“ เออ เอาเลยครับแกมันรวยนี่ จะจ่ายค่าพยาบาลพิเศษไปดูแลรักษาที่บ้านก็เชิญ ” คำเหน็บแนมจากเพื่อนทำให้ภวิชหรี่สายตามอง ภวิชมองตามหลังเพื่อนไปก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง เขานั่งตรงโซฟายาวที่มองเห็นร่างบางนอนหน้าซีดอยู่บนที่นอน ร่างกายเธอดูบอบบางซะแต่ก็ไม่ผอมแห้ง พอมีน้ำมีนวล หน้าอกนั้นบ่งบอกว่าเธอซ่อนรูปขนาดไหน การสำรวจเรือนร่างคนที่นอนอยู่นั้นทำให้เลือดในกายเขาแล่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยขาดผู้หญิงแต่ก็ไม่ใช่นอนกับใครไปเรื่อย แต่ทำไมปฏิกิริยาที่รวดเร็วอย่างนี้ถึงเกิดกับคนที่นอนไม่ได้สติ ร่างสูงดีดตัวเดินตรงมาที่เตียงหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอามือไปทาบที่หน้าผากเพื่อวัดไข้หล่อน ตัวหล่อนรุมๆและร้อนนิดๆอดไม่ได้อีกที่จะก้มหน้าไปมองดวงหน้าซีดๆนั้นที่ไร้การแต่งแต้มด้วยสีสันต่างๆ ริมฝีปากอวบอิ่มนั้น อดไม่ได้อีกที่เขาจะ

“ จุ๊บ ” เขาจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากหล่อนที่หลับไม่รู้เรื่องมันไม่ได้ลึกซึ้งแต่ก็นุ่มนวลและเนิ่นนานกว่าเขาจะยอมถอดจูบ และลูบที่ผมของหล่อนอย่างเอ็นดู เสียงเปิดประตูที่ดังเข้ามาทำให้เขาหันไปมองและยืดตัวตรง

“ นี่ครับนาย ” ทัชยื่นกาแฟร้อนที่เจ้านายหนุ่มสั่งให้เขาไปซื้อมา

“ หมอว่ายังไงบ้างครับนาย ”

“ เธอเป็นไข้หวัดนะ....”

“ ทัช นายไปติดต่อหมอหนุ่มที่เป็นเจ้าของไข้ บอกว่าฉันจะพาเธอออกจากรพ.วันนี้ และตอนนี้ด้วย ”

“ ครับ ” ทัชก้มหัวให้รับคำสั่ง

“ งั้นให้ผมโทรไปบอกแม่บ้านไหมครับให้เตรียมห้องไว้สำหรับเธอ ” คำพูดของทัชทำให้ร่างสูงยิ้มออกมา นี่ถ้าสาวๆได้เห็นรอยยิ้มนี้คงใจละลายกันเป็นแถว

“ ไม่เสียแรงที่เป็นคนสนิทฉัน หึ ”เขาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีที่บอดี้การ์ดเขารู้ใจเขาจริงๆ

“ จัดการตามนั้น ” สิ้นสุดคำพูดทัชก็ก้าวออกจากห้องไปอีกครั้งเพื่อทำหน้าที่ให้สมความปรารถณาของเจ้านายหนุ่ม

อากาศยามค่ำคืนที่ภูเก็ตชั่งเย็นสบายดีนักเขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเดินทางมาถึงที่พักเนื่องจากต้องทำเรื่องออกจากรพ.แล้วยังจัดการยกเลิกเที่ยวบินอีกต่างหาก ทำไมหน่ะหรอเพราะการเดินทางครั้งนี้ไม่น่าเบื่อแล้วไงเมื่อได้ร่างเล็กๆมาอยู่ที่ตักเขาถึงจะเหนื่อยและเมื่อยไปหน่อยแต่ก็คุ้มจริงๆเขาคิดอย่างมีความสุขระหว่างเดินทางร่างเล็กมีการขยับตัวบ่อยครั้งเพราะคงนอนไม่สบายแต่เขาก็พยายามขยับร่างให้หล่อนสบายขึ้นและเมื่อมาถึงที่พักแม่บ้านทุกคนต่างก็หลับกันไปหมดแล้วจะเหลือก็แต่พ่อบ้านที่รอรับคำสั่งของเขาเท่านั้นเพราะร่างสูงให้เตรียมเรือสำหรับเดินทางไปยังเกาะส่วนตัว...ใช่ ก็เขานั่นแหละที่เปลี่ยนสถานที่กลางคัน แน่นอนว่าตลอดการเดินทางร่างเล็กบอบบางนั้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาเสมอ...เขาเองก็รู้ตัวว่าเขาคงพอใจเธอเข้าแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาในชีวิตเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆรึเปล่าที่เห็นเขาและใกล้เขาเพียงเพราะหน้าตา และฐานะ...คิดแล้วก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาถ้าหล่อนเป็นอย่างหญิงสาวคนอื่นๆเขาคงผิดหวังไม่น้อย.........

“ คุณภวิชจะอาบน้ำเลยไหมครับผมจะผสมน้ำไว้ให้ ” พ่อบ้านสูงวัยกล่าว ถามเพราะเมื่อถึงเกาะส่วนตัวภวิชก็วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มและก็นั่งพินิจมองหน้าหล่อนจนลืมตัว

“ ครับ ”เขาตอบเสียงอ่อนโยนแต่ยังไม่ละสายตาจากเธอก่อนจะถอนหายใจลุกจากตรงนั้น สงสัยจริงๆว่าหล่อนไม่สบายหนักจนไม่รู้สึกตัว หรือหมอเพื่อนเขาจะให้ยาเธอกินถึงได้หลับยาวขนาดนี้......จากนั้นเขาจึงเดินไปห้องทำงานที่มีประตูเชื่อมต่อกับห้องนอน

“ ทัช พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปโกดังที่ท่าเรือ นายให้กฤษลากคนทรยศไปที่นั่นด้วยนะ ” น้ำเสียงที่ดูเหี้ยมๆแต่ตอนท้ายแผ่วเบานั้นคงเพราะเพลียจากการเดินทาง

“ ครับ ผมว่าดึกมากแล้วนายพักเถอะครับ ไว้ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเองครับ ”

“ อืมขอบใจนายมาก ไปพักเถอะเหนื่อยทั้งวันแล้วพรุ่งนี้เจอกัน ”

“ ครับ ” ทัชก้าวพ้นประตูห้องทำงานของเจ้านายไปแล้วชายหนุ่มก็เอนหัวพิงกับเก้าอี้ด้วยความล้า เขาหลับตาพักนึงจึงลุกไปอาบน้ำให้สบายตัว รถที่ขับรวดเร็วทำให้การเดินทางมาถึงภูเก็ตได้ไวกว่าที่คิดเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีร่างสูงในผ้าขนหนูผืนเดียวที่ปิดเพียงช่วงร่างเท่านั้น ผ้าขนหนูผืนเล็กที่เขาเอามายีหัวให้ผมแห้งหลังจากเพิ่งผ่านการสระมาเขามองร่างเล็กที่หลับอย่างขี้เซาแล้วอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ที่จะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ห้องพักร่างบางคงไม่ต้องใช้แล้วมั้งเมื่อคืนนี้เธอต้องนอนที่เตียงเขา และจะให้เขาไปนอนห้องอื่นก็คงไม่ใช่เรื่อง ยังไงก็ต้องนอนบนเตียงเดียวกันอยู่แล้ว จะช้าหรือเร็ว..ค่อยว่ากัน ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างน่ารัก เขาหยิบกางเกงเลที่ใส่สบายขึ้นมาสวมพร้อมเสื้อยืดคอวีสีขาวขึ้นมาใส่แล้วค่อยๆแทรกตัวลงบนเตียงข้างหญิงสาว ก่อนจะคว้าหล่อนมานอนกอด หญิงสาวขยับกายน้อยๆเข้าอกแกร่งที่สร้างความอบอุ่นให้เธอโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ

เช้าวันต่อมาภวิชลุกจากที่นอนแล้วแอบหอมแก้มคนที่หลับอยู่แล้วรีบอาบน้ำออกไปทำงานแต่เช้าตู่ขืนออกมาช้าแล้วหล่อนรู้สึกตัวมีหวังเขาคงอายขายหน้าแย่ที่ขโมยหอมแก้มและจูบหล่อน พูดแล้วน่าขำนี่คนน่าเกรงขามที่ใครๆต่างเกรงใจ กลายเป็นคนกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆว่าเธอจะเกลียดเขาที่แอบลักหลับนิดๆหน่อยๆ เขายิ้มกับความคิดตัวเองภายในห้องทำงาน ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมง เขาออกจากเกาะประมาณตีห้า กว่าจะถึงฝั่งและเดินทางมา โรงแรม ..อีกที่หนึ่งที่เป็นตัวทำกำไรให้เขา เขาเดินตรงไปเปิดประตูอีกบานที่ภายในคือที่พักของเขาซึ่งบางทีที่ทำงานดึกเขาก็อาศัยที่นี่ในการพักผ่อนและตอนนี้เขาก็ยังคงเพลียเพราะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนอน นึกถึงร่างเล็กๆที่เขาโอบกอดทั้งคืน ป่านนี้จะตื่นรึยังก็ไม่รู้ สัญญาว่าไม่นานมินตรา....นี่ก็อีกเรื่องที่เขาเพิ่งเจอเอกสารในกระเป๋าสะพายของหล่อนเธอคงเดินหางาน...เพราะทุกอย่างเกี่ยวกับการสมัครงาน วุฒิการศึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมที่เขาให้สายชลหามาให้ เธอต้องเป็นของฉันแน่นอน..ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเขายังโทรไปหาแม่บ้านที่ดูแลเกาะให้ดูแลหล่อนให้ดีความคิดเริ่มเลือนลางลงเพราะความง่วงไปในที่สุดเขาก็หลับไป

ในสายๆของวัน ร่างบางๆเริ่มขยับรู้สึกตัวดวงตาค่อยๆขยับปรับรับแสงอย่างช้าๆ เพดานโทนสีคลาสสิคๆที่เพิ่งเห็นทำให้หล่อนค่อยๆลุกขึ้นนั่งพร้อมกุมขมับทำไมรู้สึกตัวมันโหวงเหวง อ่อนแรงไปหมด เอ่อแล้วที่นี่ที่ไหน เมื่อคิดได้อย่างนั้น ดวงตาก็เบิกโตขึ้นกวาดสายตาไปรอบๆห้อง ไม่มีน้ำเกลือ นี่ก็ไม่ใช่โรงพยาบาลหน่ะสิร่างบางสำรวจร่างกายของตัวเองแล้วพ่นลมหายใจออกมา

“ เฮ้อ ค่อยยังชั่วนึกว่า........เสียตัวซะแล้วหึๆ ” หล่อนหัวเราะในความคิดของตัวเองตอนสุดท้ายก่อนจะมองไปรอบๆห้องสายตามองเห็นกรอบรูปชายหนุ่มบนเตียงขึ้นมาดู เขาดูหล่อมากจริงๆในชุดสูทนี้

“ เห้ย คิดอะไรเนี่ยเรา แล้วนี่..อย่าบอกนะว่าห้องเขาโอ้ยเกิดไรขึ้นเนี่ย ” หล่อนวางรูปภวิชลงที่เดิมแล้วสะบัดไล่ความคิดของตัวเองที่กำลังคิดไปนอกเรื่อง แปลกที่ทำไมหล่อนไม่รู้สึกกลัวแต่กลับอบอุ่น หล่อนพับผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนจะค่อยๆก้าวไปเปิดประตูห้อง

“ แกร๊ก ” เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมร่างสาวกลางคนที่ถือถาดข้าวและน้ำรวมถึงมียาในแก้วเล็กๆเดินตรงมาทางหล่อนพร้อมกล่าวทักทาย

“ ตื่นมาทานกับข้าวพอดีเลยค่ะคุณมิน ”

“ หืม คะ คะ ” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยที่ผู้หญิงเบื้องหน้าเรียกชื่อเธอ

“ ก็คุณชื่อคุณมินไม่ใช่หรอค่ะ ”

“ เอ่อค่ะคุณป้าเรียกหนูแค่มินก็ได้ค่ะไม่ต้องเรียกคุณนำหน้าก็ได้คะ ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะเธออายุน้อยกว่าตั้งเยอะ

“ ไม่ได้หรอกค่ะ คือ นายหัว...เอ่อ คือ คุณเป็นแขกของเจ้านายหน่ะค่ะ นี่ว่าแต่คุณจะไปไหนหรือคะ ” ป้าแก้วเกือบหลุดไปว่านายหัวให้ดูแลคุณมินตราให้ดีๆเพราะเขาคือว่าที่นายหญิงที่นี่ ป้าแก้วคนที่ดูแลบ้านพูดพร้อมวางถาดอาหารลงตรงหัวเตียง

“ คะคือว่าหนูกำลังจะกลับหน่ะค่ะ จริงสิหนูจะเรียกคุณป้าว่าอะไรคะ ”

“ ป้าชื่อป้าแก้วค่ะเป็นคนดูแลที่นี่ ”

“ ค่ะป้าแก้ว พอดี หนูกำลังจะกลับหน่ะค่ะ แล้วหนูมาอยู่นี่ได้ยังไงคะ ”

“ จะกลับได้ไงคะ คุณมินยังหน้าซีดอยู่เลย พักผ่อนก่อนเถอะนะคะ ส่วนที่คุณมาอยู่ที่นี่เพราะนายหัวพามาค่ะ ”

“ จริงสิค่ะ นายหัวป้าแก้วอยู่ที่ไหนคะ มินจะขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือมิน ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มซึ่งป้าแก้วก็ยิ้มให้เหมือนกัน นายหญิงของนายหัวชั่งน่ารักและสวยจริงๆ หล่อนชื่นชมหญิงสาว

“ ว่าแต่ป้าแก้วรู้จักชื่อหนูได้ยังไงค่ะ ”

“ เอ่อ ก็นายหัวบอกป้าค่ะตอนนี้นายหัวไม่อยู่หรอกคะวันนี้คงจะกลับค่ำหน่อยคุณมินพักก่อนเถอะนะคะ หน้าซีดแล้ว ไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไรทั้งนั้นนะคะ ที่นี่ปลอดภัยคุณหลับให้สบายเถอะคะ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกป้าได้นะคะ" ป้าแก้วยื่นถาดอาหารให้มินตรา ก่อนจะบังคับให้หล่อนทานแล้วตามด้วยยา.....ก่อนจะให้หญิงสาวเอนกายลงนอนให้เธอได้พักผ่อนอีกวันสองวันร่างกายคงปกติไม่นานนักพิษไข้ก็ทำให้ร่างเธอสู่ห้วงนิทรา

และแน่นอนว่าต้องมีการรายงานอาการของหญิงสาวผู้มาเยือนให้กับเจ้านายได้ทราบ

“ เธอเป็นยังไงบ้าง ”

“ เธอฟื้นแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ป้าเพิ่งให้เธอทานข้าวทานยาและให้เธอพัก ตอนนี้หลับแล้วค่ะ ตอนแรกเธอจะกลับคงยังไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่เกาะ เห็นเธอถามถึงนายหัวด้วยนะคะ ” แม่บ้านรายงานให้คนปลายสายฟังทุกอย่างหลังจากร่างบางหลับไปสักพักโทรศัพท์มือถือที่ติดกายหล่อนก็สั่นขึ้นนี่เป็นอีกข้อห้ามที่ป้าแก้วต้องปิดบังเรื่องการใช้เครื่องมือสื่อสารห้ามมินตรารู้เด็ดขาด คำตอบที่ได้ยินว่าเธออยากเจอเขามันทำให้เขายิ้มกว้างเดี๋ยวเย็นๆก็ได้เจอกันแล้ว เขาคิดอยู่ในใจด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“ งั้นผมฝากป้าแก้วดูแลด้วยนะครับเท่านี้นะครับผมต้องทำงานแล้ว ”

“ ได้ค่ะนายหัว ”

เมื่อวางโทรศัพท์ลงเขาก็มองรูปชายผอมบางผิวคล้ำด้วยความเครียดอย่างเห็นได้ชัดการสั่งจับคนทรยศมาลงโทษทำให้เขาต้องชะงักไปเพราะ........เขาสืบประวัติแล้วชายคนนี้คนที่มีส่วนร่วมในการขโมยข้อมูลเขาให้คู่แข่งคนที่เป็นหนึ่งในห้าที่เขาจะให้จับตัวมา เขาจะไม่คิดและหนักใจมากขนาดนี้ถ้าคนๆนั้นจะไม่ใช่พ่อของมินตรา......

“ กฤษนายมั่นใจนะว่าผู้ชายคนนี้มีส่วนร่วมจริงๆ ” เขาถามขึ้นอีกครั้งมันลำบากใจจริงๆถ้ามันคือความจริง เพราะนั่นหมายถึง การตัดสินด้วยศาลเตี้ยที่เขาลงโทษเอง โทษคือตายสถานเดียว

“ ครับ ผมว่าไม่น่าพลาด ”

“ ฉันว่านายลองสืบอีกทีเผื่อผิดพลาดส่วนสี่คนที่เหลือให้จัดการตามเดิม คืนนี้พามัน ไปลงนรกในทะเลซะ เก็บให้เงียบที่สุด ” เขาออกคำสั่งเสียงหนักแน่นที่น่าเกรงกลัว

“ ครับ ” ทัชเป็นคนตอบจากนั้นภวิชก็ใช้มือปัดๆคล้ายไล่ทั้งสองคนออกไปก่อนนิ้วเรียวจะลูบที่ใบหน้าคม หยิบรูปขึ้นดูอีกครั้งทบทวนสิ่งที่ลูกน้องรายงาน

' นายครับ นี่คือ นายเดช อัครพาบูรณ์ ' นามสกุลที่เขาจำได้ดีเพราะเมื่อเช้าเพิ่งอ่านประวัติของหญิงสาว คิ้วขมวดของชายหนุ่มทำให้กฤษรายงานไขข้อสงสัย

' เขาเป็นพ่อของคุณมินตราครับ....ผมสืบมาแล้วว่าเขามีส่วนในเรื่องนี้ ' คำพูดนั้นทำให้เขากลืนน้ำลายฝืดๆลงคอ

' นายมั่นใจใช่ไหม ' ภวิชถามทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าลูกน้องทุกคนทำงานให้เขาโดยไม่เคยพลาดไม่มีคำตอบจากกฤษแต่เขาก็ภาวนาให้มันไม่เป็นอย่างนั้น ในห้วงความคิดเขาชะงักลง ถ้าต้องเห็นน้ำตาของเธอเขาจะทำยังไง นี่เขาแคร์เธอถึงขนาดนี้เลยรึไง

“ ก๊อกๆ ” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาหันไปมองทางประตูแล้วประตูที่เปิดออกมาคือร่างของสายชล

“ ว่าไง ”

“ นายครับ ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติป่วนครับ ”

“ เรื่องแค่นี้ก็จัดการไปสิ มาบอกฉันทำไม ” เขากระชากน้ำเสียงใส่เล็กน้อยตามประสาคนเจ้าอารมณ์แต่ปกติลูกน้องเขาก็จัดการได้อยู่แล้วแต่ครั้งนี้คงใหญ่ถ้าสิ่งที่ให้จัดการไม่จ่ายเงินชดใช้ให้หรือถ้าลูกค้างี่เง่าคงใช้กำลังอีกและดูครั้งนี้มันจะใหญ่เสียด้วย

“ คราวนี้ ผมคิดว่านายต้องจัดการครับ เขาพูดถึงหุ้นที่บริษัทและปั่นป่วนลูกค้าที่มาพัก รวมทั้งโวยวายใช้คำหยาบคายดูถูกพนักงานด้วยครับ ” สายชลรายงานซึ่งปกติเขาคงลากคอไปจัดการแล้วแต่นี่ไม่ใช่เพราะมีผลกับนายโดยตรงดูท่าคนๆนี้มีอิทธิพลมากเสียด้วย

“ ได้ฉันจะลงไป ”

ในห้านาทีต่อมาเขาลงมาเคาร์เตอร์ทางเข้าหน้าโรงแรมเห็นคนต่างชาติร่างสูงใหญ่สองคนกำลังด่าทอพนักงานเสียๆหายๆ

“ ผมว่าคุณใจเย็นๆดีกว่าไหมครับ ค่อยๆพูดดีกว่าพนักงานผมมีมารยาทพอที่จะฟังคำของพวกคุณ ” พนักงานต่างก้มหน้ายิ้มๆกับคำพูดที่แฝงคำด่าไว้ให้ชายต่างชาติสะอึกไปตามๆกัน

“ นายเป็นใคร? ” ชายร่างยักษ์มองคนที่กล้าว่าพวกเขาดูจากการแต่งกายคงไม่ผิดตัวแน่

“ ผมชื่อภวิช กิตติรัชไพทูล เป็นผู้บริหารที่นี่ ”

“ หึๆมาก็ดี โรงแรมคุณห่วยขนาดนี้ พนักงานไม่ได้เรื่อง ได้โรงแรมระดับห้าดาวได้ยังไง บัดซบสิ้นดี ” ภวิชสะกดกั้นกับคำด่าบอดี้การ์ดทั้งสามคนตั้งท่าจะเข้าไปกระชากคอร่างยักษ์สองคนมาลงโทษ โทษฐานที่มาดูถูกเจ้านายของเขา แต่ภวิชยกมือห้ามก่อน

“ ผมว่ามันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด พนักงานของผมที่นี่ทุกคนได้รับการอบรมมาแล้วอย่างดี ”

“ ดีแล้วหรอ ได้แค่นี้หรอ ถ้าดีแล้วทำไมเพรชที่ฉันเก็บไว้ในตู้ถึงหายว่ะ ถุย ” กิริยาต่ำๆที่แสดงออกมาจากชาวต่างชาติทำให้ภวิชกำมือแน่นไม่ต่างจากทัชที่พร้อมจะยิงปืนได้ทุกเมื่อแต่เขาเย็นพอที่จะรอคำสั่งของเจ้านาย แววตาและรังสีอำมหิตของร่างสูงแผ่กระจายไปทั่วบริเวณเขาพูดเสียงเย็นแต่หนาวไปถึงใจ

“ เชิญคุณสองคนเรียกค่าเสียหาย ผมยินดีจ่ายเชิญที่ห้อง ”

“ หึ รวมหุ้นด้วย ”

“ ผมคิดว่าเพรชพวกคุณไม่มีค่ามากพอถึงขั้นนั้น ” ภวิชพูดแล้วเดินไปยังห้องส่วนตัวพนักงานและทุกคนมองด้วยความสนใจ หากพนักงานทุกคนกลับขนลุกเพราะเมื่อไหร่ที่เห็นสายตาเจ้านายแบบนั้น นั่นหมายถึง การตัดอายุไขของตัวเอง

“ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง จัดการหน้าที่ของพวกคุณซะ ” สายชลที่มีความสุขุมและเย็นกว่าสองคนที่ตามเจ้านายไปหันไปบอกพนักงานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ สิ่งที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเงียบและหุบปากซะ

“ ค่ะ/ครับ ” จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทันที
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status