LOGIN“ไปเถอะรถมารับแล้ว” สุพรรณีไม่ยอมเอารถที่บ้านสามีมาใช้ เพราะเลือกที่จะตัดขาดกันไปแล้วก็ไม่ควรต้องเกี่ยวข้องกันทุกกรณี นางจึงขอยืมรถที่บ้านของน้องสาวมาใช้แทน
ใช้เวลาเดินทางไม่นานทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาลที่อมรเทพพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งอยู่เป็นตึกรวมชาย ปองรักกวาดสายตามองหาบิดา
“อยู่เตียงมุมสุด” สุพรรณีบอกเท่านั้น ดวงตาคู่โศกก็โฟกัสไปยังร่างของบิดา ซึ่งท่านกำลังหันหลังให้
“พ่อ...” น้ำเสียงสั่นเครือจวนเจียนจะร้องไห้ ทำให้ร่างผ่ายผอมเริ่มขยับตัวหันมาตามเสียง
“ยายรัก เอ่อ...” ผู้เป็นพ่อถึงกับพูดไม่ออก “คุณนายพายายรักมาทำไมครับ”
“รักให้ท่านพามาเองจ้ะ พ่อป่วยหนักทำไมไม่บอกรักเลย”
“พ่อไม่สบายนิดหน่อย สองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว” อมรเทพจำต้องพูดปดเพราะไม่อยากให้บุตรสาวต้องมาเป็นห่วง
“รักรู้แล้ว พ่อไม่ต้องมาปิดรักหรอก แล้วน้าพิรุณไปไหนทำไมไม่มาดูแลพ่อ” ปองรักเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาแม่เลี้ยงสาว
“ถามถึงทำไม” อมรเทพถามกลับเสียงห้วน จนผู้เป็นลูกถึงกับหน้าเจื่อนๆ
“รักขอโทษจ้ะ” ปองรักคิดว่าบิดาคงไม่พอใจที่เธอไปตำหนิแม่เลี้ยง
“พ่อไม่ได้ว่าอะไรแกสักหน่อย พิรุณไม่อยู่น่ะดีแล้ว” ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ภรรยาก็คอยหาเรื่องพูดกระทบบุตรสาวอยู่บ่อยครั้ง “พ่อเสียใจนะรัก ที่ไม่สามารถปกป้องแกได้ อย่างที่พ่อเคยสัญญากับแม่แกไว้ พ่อมันอ่อนแอเกินไป พ่อทำอะไรเพื่อแกไม่ได้สักอย่าง”
“ใครบอกว่าพ่อไม่ได้ทำอะไรเพื่อรัก คุณป้าบอกหมดแล้วเรื่องที่พ่อขอร้องให้ท่านช่วยรัก”
“แต่พ่อไม่รู้ว่าจะมีปัญญาหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยธวัชชัยหรือเปล่า บางทีพ่ออาจจะยอมให้เขายึดบ้านไป”
“บ้านที่พ่อกับแม่เป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยกัน รักไม่มีทางให้ใครหน้าไหนมายึดเด็ดขาด ตอนนี้เรามีหนทางที่จะได้บ้านคืนแล้วจ้ะ”
“ยังไง จะเอาเงินที่ไหนไปไถ่เขา” หนี้เกือบเจ็ดแสนที่พิรุณนำบ้านไปจำนองกับธวัชชัย
“รักต้องไปดูแลเสี่ยธวัชชัย”
“ยายรัก ไม่นะ” อมรเทพหันไปทางสุพรรณี
“ตอนนี้คุณชัยป่วยนอนติดเตียงอยู่ ลูกชายฉันเขายื่นข้อเสนอให้รักไปดูแล”
“หากเสี่ยธวัชชัยอาการดีขึ้น เขาจะยกหนี้ให้กับเราจ้ะพ่อ พ่อไม่ต้องห่วงนะ รักจะนำโฉนดบ้านมาคืนให้พ่อเอง” ปองรักกล่าวให้คำมั่นกับบิดา
“โธ่ยายรัก แกต้องมาเหนื่อย ทั้งที่ไม่ได้ก่อหนี้ แต่คนก่อกลับไม่สำนึก” เขาป่วยหนักก็ไม่เคยมาสนใจดูแล เขาโง่เองที่ยอมทำตามที่พิรุณสั่ง เกือบส่งบุตรสาวไปลงนรก ถ้าไม่ได้สุพรรณีช่วยไว้ หากตายไปคงไม่มีหน้าไปเจออดีตภรรยาที่ล่วงลับไปแล้ว
“ไม่เป็นไรนะพ่อ รักทำได้”
“พ่อจะเลิกกับพิรุณ”
“แต่ว่าพ่อรักน้าพิรุณมากไม่ใช่เหรอจ๊ะ” ปองรักรู้อยู่เต็มอก และเคยแอบน้อยใจบิดาอยู่หลายครั้ง เธอถูกพิรุณดุด่าทุบตี พอบิดายื่นมือเข้าไปช่วยก็ถูกพิรุณตวาดให้ จากนั้นท่านก็เงียบปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำเธอต่อ
“แต่เขาไม่เคยรักพ่อห่วงพ่อเลย ตั้งแต่พ่อเข้าโรงพยาบาลเขาก็แทบไม่มาดูดำดูดี”
“นี่น้าพิรุณไม่มาเฝ้าพ่อเลยเหรอจ๊ะ” นั่นยิ่งทำให้ปองรักเป็นห่วง
“มาตอนส่งเข้าโรงพยาบาลแล้วก็ไม่มาอีกเลย”
“รักอยากมาดูแลพ่อจัง” ปองรักหันไปทางสุพรรณีที่มองสองคนพ่อลูกด้วยความเห็นใจ
“พ่อดูแลตัวเองได้ แกไปดูแลเสี่ยเถอะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องห่วงนะรัก ฉันจะจ้างพยาบาลมาดูพ่อเธอเอง” สุพรรณีคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้”
“ทำตามที่ฉันบอกเถอะ รักจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง”
“ครับคุณนาย รักดูแลตัวเองด้วยนะลูก พ่อจะพยายามรักษาตัว แล้วเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันสองคนพ่อลูกเหมือนเคย”
“พ่อตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม บางทีน้าพิรุณอาจจะไม่อยากเลิก”
“เขาเบื่อที่ต้องมาดูแลคนป่วย นี่ถึงกับแช่งพ่อให้ตายอยู่บ่อยๆ”
“ทำไมน้าพิรุณทำตัวแบบนี้ แล้วหนี้ที่เขาสร้างไว้ล่ะ” ปองรักรู้สึกโมโหกับความเห็นแก่ตัวของพิรุณ
“เขาบอกว่าไม่ใช่บ้านเขา และเขารู้ว่าบ้านกำลังถูกยึดเพราะเสี่ยให้คนมาทวงหนี้เกือบทุกวัน ทางเราก็ไม่เคยไปจ่ายดอก เงินได้มาพ่อก็เอามารักษาตัว”
“โธ่รักสงสารพ่อจัง”
“มันเป็นวิบากกรรมของพ่อเอง ไม่ต้องห่วงพ่อ ไปทำหน้าที่ของแกให้ดีที่สุด” อมรเทพกุมมือบุตรสาวไว้แน่น ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ร่วมกับบุตรสาวหรือเปล่า
สุพรรณีอดสงสารสองคนพ่อลูกไม่ได้ ที่ชีวิตต้องมาพบเจอคนแบบพิรุณ นางคงได้แค่ช่วยอยู่ห่างๆ เท่านั้น คนนอกอย่างนางคงทำอะไรไม่ได้มาก หากช่วยใช้หนี้ บุตรชายคงไม่มีวันยอม
ปองรักอิดออดไม่อยากกลับเพราะเป็นห่วงบิดาที่ต้องอยู่ตามลำพังที่โรงพยาบาล สุพรรณีเห็นเช่นนั้นจึงจัดการจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลอมรเทพ ปองรักจึงรู้สึกเบาใจขึ้น แต่สัญญากับตัวเองว่าสักวันจะหาเงินมาคืนสุพรรณีทั้งหมดรวมถึงค่าเล่าเรียนที่นางเคยช่วยเหลือ ซึ่งเธอจดรายละเอียดไว้ทั้งหมดแล้ว
หลังจัดการเรื่องอมรเทพเสร็จเรียบร้อยแล้ว สุพรรณีจึงสั่งให้คนขับรถพามาที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางใจเมือง
“เรามาที่ห้างทำไมคะ”
“จำไม่ได้เหรอ ที่ฉันบอกตาพฤกษ์ว่าจะพาเธอมาซื้อของน่ะ”
“รักคิดว่าคุณป้าโกหกคุณพฤกษ์เท่านั้น”
“ขืนกลับไปไม่มีของติดไม้ติดมือไป ตาพฤกษ์คงซักฟอกตาย รายนั้นยิ่งชอบจับผิดด้วย”
“รักสร้างความลำบากให้คุณป้าอีกแล้ว” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงแผ่ว ที่สุพรรณีต้องมาเสียเงินซื้อของโดยใช่เหตุ
“ไม่เห็นลำบากตรงไหนเลยรัก”
“หากคุณพฤกษ์รู้ว่าคุณป้ามาคอยช่วยเราสองคนพ่อลูก เขาก็คงไม่พอใจ”
“ก็อย่าให้รู้สิ ไปหาชุดสวยๆ ใส่สักสองสามชุดกันเถอะ” สุพรรณีกล่าวจบก็เดินนำปองรักไปยังโซนเสื้อผ้า ขณะนั้นปองรักเหลือบไปเห็นแม่เลี้ยงสาวกำลังเดินกะหนุงกะหนิงเกาะแขนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเธอจำได้ว่าเป็นคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์หน้าหมู่บ้าน “มองอะไรอยู่รัก ตามมาสิ”
พฤกษ์จัดแจงของใส่สังฆทานด้วยตัวเองราวกับเจ้าของวันเกิด จนปองรักอดยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ร่วมบ้านกันก็ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้สักครั้ง แม้แต่วันเกิดตัวเอง“วันนี้ป้ามาลีไม่ต้องไปเป็นเพื่อนรักนะครับ ผมจะพารักไปที่วัดเอง”“ได้ค่ะคุณพฤกษ์ แล้วจะพากันไปฉลองที่ไหนหรือเปล่าคะ”“ความลับครับ” เขาขยิบตาเมื่อปองรักกำลังเดินเข้ามา เมื่อจัดของเสร็จพฤกษ์เป็นสารถีขับรถพาหญิงสาวไปทำบุญยังวัดใกล้บ้าน หลังจากทำบุญรับพรจากหลวงพ่อเสร็จก็ชวนกันปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต“พี่พฤกษ์จะพารักไปไหนคะ” หญิงสาวหันมาเอ่ยถามเมื่อไม่ใช่เส้นทางกลับบ้าน“แวะไปกินโจ๊กก่อนค่อยกลับ จะได้ซื้อไปฝากคุณพ่อด้วย เจ้านี้อร่อยมากนะ”“แล้วจะทันเข้าบริษัทเหรอคะ ประธานเข้าประชุมสายไม่ดีนะคะ” หญิงสาวห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังพอมีเวลา” เขาตั้งใจพาหญิงสาวมากินหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีเวลา วันนี้เป็นโอกาสดีออกมาทำบุญก็เลยขับรถพามากิน“คนเยอะจังเลยค่ะ”“ของอร่อยคนเยอะเป็นธรรมดา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในร้าน และเหมือนเจ้าข
“คุณแก้วรายงานให้ฟังอีกใช่ไหม” ตอนนี้กรองแก้วเหมือนไม่ได้เป็นเลขาฯ เขาแล้ว แทบจะเป็นเลขาฯ ให้ปองรัก มีอะไรก็ต้องรายงานปองรักก่อนเสมอ“รักถามพี่แก้วเองค่ะ” เธอรีบแก้ต่างให้อีกฝ่าย“มาปรึกษาเรื่องงาน นายเอกคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ”“แล้วพี่พฤกษ์ต้องเข้าไปดูแลที่นั่นหรือเปล่าคะ” ยามบริษัทมีปัญหา พฤกษ์ก็ต้องเข้าออกบริษัทนั้นเป็นว่าเล่น เธอเห็นแล้วเหนื่อยแทน“ไม่ต้องแล้ว ต่อไปก็ต้องให้นายเอกบริหารเอง เขาต้องเผชิญปัญหาด้วยตัวเองบ้าง”“พี่พฤกษ์ช่วยเขามามากแล้ว ถึงเวลาที่คุณเอกต้องเรียนรู้เองบ้าง งั้นเราก็ต้องช่วยเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิต” เธอเห็นด้วยที่จะให้เอกสิทธิ์บริหารงานเอง“ตอนนี้นายเอกก็รู้จักผิดชอบขึ้นเยอะ น้าษาฝากขอบคุณรักมาด้วย”“ขอบคุณรัก เกี่ยวอะไรคะ”“ท่านบอกว่าตั้งแต่นายเอกรู้จักรักก็เปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”“คงไม่เกี่ยวกับรักหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้หรอก แต่นายเอกเปลี่ยนไปจากเดิม เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ”“คงมีพี่พฤกษ์เป็นไอดอลมากกว่าค่ะ งานนี้น้าษาต้องขอบคุณพี่พฤกษ์”“แต่อะไรก็ช่าง เมื่อ
“เราจะได้เรียนรู้กันลึกๆ ถึงแก่นเนื้อในเลยไง”“บ้าจริง!” ใบหน้านวลแดงก่ำ“บ้าที่ไหน พี่พูดความจริงทั้งนั้น ผัวเมียกันก็ไม่แปลกที่เราแสดงความรักต่อกัน” เขาปิดฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อหุ้มร่างบาง ก่อนจะอุ้มร่างเธอออกจากห้องน้ำ แล้วตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะวางร่างบางลงอย่างทะนุถนอม “สวยเหลือเกินยอดรัก”“อย่ามองแบบนี้สิคะ รักก็อายเป็น”“มองแบบไหน” เขาแกล้งไขสือแต่สายตากวาดมองร่างบางทุกซอกมุม จะเรียกว่าแทบจะกลืนกินถ้าทำได้“คุณพฤกษ์!” เธอคว้าผ้าขนหนูมาปิดเรือนร่างแต่ถูกพฤกษ์โยนทิ้งไปยังมุมห้อง“เราตกลงกันแล้วไง ให้เรียกพี่”“ก็มันไม่ชินนี่คะ”“แต่พี่รู้สึกถึงความห่างเหิน” เขาพูดคุยเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย เข้าใจว่ากำลังกังวลกับแสงจากภายนอกที่กำลังสอดส่องเข้ามา ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปดึงผ้าม่านปิด เพียงไม่กี่อึดใจภายในห้องกลับมืดสนิทพอมีแสงเลือนรางสอดส่องเข้ามา “มืดแบบนี้พอคุยกันได้ไหม”“พี่พฤกษ์...ตอนนี้มันกลางวัน เดี๋ยวคุณแม่ตามหา”“คุณแม่ขอดูแลคุณพ่อวันนี้ เพราะอีกไม่กี่วันท่านต้องกลับเชียงใหม่” เขารั้งร่างบาง
“ครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง”“พฤกษ์ยังหวังให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งไหม”“ผมจะไม่บีบบังคับอะไรคุณแม่อีกแล้วครับ”“ขอบใจนะพฤกษ์” นางเอื้อมมือไปแตะศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ถึงพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นพ่อแม่ของพฤกษ์เหมือนเดิม แม่คงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ”“คุณแม่คงเหนื่อยแย่ ผมเองก็ทิ้งคุณพ่อไปไม่ได้เหมือนก่อน”“อยู่ดูแลพ่อน่ะดีแล้ว แม่ยังมีตองนวลกับนายนพคอยดูแลอยู่ ถ้าว่างๆ ก็พาพ่อเราไปเที่ยวพักผ่อนก็ได้ น่าจะอึดอัดแย่ไม่ได้ไปไหนแบบนี้”“นั่นสิครับ ตั้งแต่ป่วยคุณพ่อก็แทบไม่ได้ออกบ้านเลย นอกจากเวลาหมอนัด งั้นผมขอเคลียร์งานที่ค้างไว้ก่อน จะพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไร่สักพัก”“อืม...ว่าแต่ยายรักไปไหน แม่กลับมาจากวัดกับพี่มาลี ยังไม่เห็นหน้าเลย”“หมอนัดคุยเรื่องทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อครับ”“แม่ว่าจ้างพยาบาลดีไหมพฤกษ์ ให้น้องมาดูแลพ่อตลอดแบบนี้ จะมีเวลาทำอะไรที่อยากทำหรือเปล่า” นางไม่อยากให้ปองรักรู้สึกอึดอัด“รักบอกคุณแม่หรือครับ”“เปล่าหรอก แม่คิดว่าควรให้อิสระกับน้องบ้างเท่านั้น” ตล
“แต่ก็ไม่ได้รัก จะใช้ชีวิตคู่กันได้ยังไงคะ”“ใครบอกล่ะไม่ได้รักกัน”“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วเชิงถาม ขณะหัวใจเต้นแรง“ฉันน่ะไม่จำเป็นต้องลงทุนแต่งงานกับใครก็ได้ เพื่อไล่คัดนางค์ไปจากชีวิต เพราะฉันจัดการได้อยู่แล้ว แต่นั่นมันเพียงข้ออ้างที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้”“เพราะคุณเอกด้วยหรือเปล่าคะ”“อันนี้ฉันยอมรับ ต้นตอก็มาจากนายเอก หมอนั่นเข้ามาสนใจเธอจนออกนอกหน้า แถมหน้าด้านมาขอให้ฉันช่วยอีก วินาทีนั้นบอกเลยว่าไม่มีทาง ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใคร เธอเป็นของฉัน ฉันรักเธอนะปองรัก”“รักฉัน”“เธอก็น่าจะรู้ ว่าฉันไม่เคยพูดโกหก ฉันไม่รู้มันเริ่มจากตรงไหน พอมารู้ตัวเธอก็จับจองหัวใจฉันไว้หมดแล้ว ฉันอยากดูแลเธอ อยากปกป้องเธอ ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าๆ ของเธออีกแล้วปองรัก”“คุณแน่ใจนะ ว่าไม่ทำเพียงเพราะต้องการชัยชนะ”“ฉันเคยคิดว่าจะเอาชนะนายเอก ให้รู้จักการถูกแย่งของเสียบ้าง ถึงเป็นแบบนั้นฉันคงไม่เอาชีวิตการแต่งงานมาเดิมพันหรอก แต่เพราะรักถึงอยากแต่งงานด้วย”“คนใจร้ายแบบคุณ รู้จักคำว่ารักด้วยเหรอ” แม้จะใจเต้นแรงกับคำคำนี้ แต่
“อย่ามาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง พ่อถามจริงๆ นะพฤกษ์ รักปองรักหรือเปล่า”“ครับ ผมรักเธอ”“รักก็ต้องถนอมจิตใจกันไว้ ดูพ่อแม่เป็นตัวอย่าง ผลลัพธ์มันเป็นยังไง” ธวัชชัยนำเรื่องในอดีตขึ้นมาพูด เพื่อให้บุตรชายนำมาเตือนใจ“ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ ผมขอตัวไปหาปองรักก่อนนะครับ”“อืม...ไปเถอะ ไปคุยกันให้เข้าใจ”“ครับคุณพ่อ” พฤกษ์ฝืนยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของบิดา แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ซึ่งพบว่าเป็นเบอร์ของกรองแก้วเลขาฯ ของตนนั่นเอง“ว่าไงครับคุณแก้ว”“บอสอยู่ไหนคะ” น้ำเสียงเธอร้อนใจจนเห็นได้ชัด“ผมอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ มีอะไรงั้นเหรอ”“งั้นบอสรีบมาที่บริษัทด่วนเลยนะคะ”“ได้ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” จากที่ตั้งใจจะไปหาปองรัก ต้องเปลี่ยนทิศทางออกจากบ้านแทน ไว้กลับมาค่อยปรับความเข้าใจกันก็คงไม่สายตลอดทั้งบ่ายพฤกษ์หายออกไปจากบ้านโดยไม่บอกกล่าวใคร แม้แต่บิดามารดาของเขาเอง ปองรักก็เอาแต่ปิดปากเงียบ และย้ายข้าวของจากห้องนอนของพฤกษ์ และกลับมาที่ห้องเก่าชั่วคราว เชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงมาคุยเรื่องหย่ากับตน







