FAZER LOGIN“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด” พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา
“พฤกษ์!”
“ผมพูดความจริงครับ”
“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”
“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”
“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว
“กาแฟมาแล้วค่ะ”
“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู
“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ” เธอแสร้งกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังเบี่ยงเบนประเด็นขุ่นมัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้า “กาแฟค่ะคุณพฤกษ์” หญิงสาวยื่นกาแฟให้ชายหนุ่ม แต่เขากลับนิ่งเฉย
“รับไปสิ น้องอุตส่าห์ไปซื้อมาให้” สุพรรณีกล่าวเสียงเข้ม จนพฤกษ์จำใจต้องรับไว้ “รักมานั่งนี่สิ” นางตบเบาะข้างๆ ที่ตนนั่ง
“ค่ะคุณป้า” ปองรักรีบเดินไปนั่งข้างสุพรรณี
“มีปัญหาอะไรก็โทรศัพท์ไปหาฉันได้ตลอดเวลา ทุกเมื่อไม่ต้องเกรงใจนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น แล้วกลั้นไว้ไม่อยู่โผเข้ากอดท่านร้องไห้ แต่ทว่าพฤกษ์มองว่าเป็นการแสดงเรียกร้องความรักจากมารดาเขาเสียมากกว่า เพราะแบบนี้สินะท่านถึงรักหนักหนา
การที่ปองรักได้เข้ามาดูแลธวัชชัย ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีเท่าที่ควรโดยเฉพาะแสงแขแม่บ้านวัยสี่สิบแปดปีออกอาการชัดเจน ซึ่งเธอพอเข้าใจเพราะคิดว่าฝ่ายนั้นไม่ชอบ เพราะเธอเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวของธวัชชัยต้องแตกแยกกัน แต่เธอเองก็ไม่ต้องการเช่นนั้นเลย จำใจต้องมาอยู่ก็เพราะถูกบิดากับแม่เลี้ยงบังคับมา
“คุณพฤกษ์คิดยังไงคะถึงพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาที่นี่ แถมยังให้มาดูแลคุณท่านอีก” แม่บ้านเอ่ยกับเจ้านายหนุ่มซึ่งอายุอานามมากกว่าพฤกษ์เพียงแปดปี แสงแขเป็นหลานแม่บ้านคนสนิทของสุพรรณี แต่ได้ล่วงลับไปแล้ว เธอจึงได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแม่บ้านแทนผู้เป็นยาย มีสิทธิ์ตัดสินใจทุกเรื่องในบ้าน
“พยาบาลคนไหนก็เอาคุณพ่อไม่อยู่” ด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ บิดาจึงต่อต้านพยาบาลทุกคนที่เข้ามาดูแล
“ให้พี่ดูแลคุณท่านให้ก็ได้ค่ะ” แสงแขกล่าวอาสาเพราะต้องการดูแลธวัชชัยเอง จึงรู้สึกไม่พอใจนักที่เจ้านายหนุ่มพาปองรักเข้ามา
“งานดูแลคนป่วยค่อนข้างหนัก วันนั้นพี่แสงไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาล ก็เห็นนี่ครับว่าคุณพ่อต่อต้านพยาบาลขนาดไหน” งานหนักแบบนี้สมควรกับปองรักที่สุด
“หนักขนาดไหนพี่ก็ทำได้ค่ะ”
“ทำไมพี่แสงถึงอยากดูแลท่านล่ะครับ งานดูแลคนพิการใครๆ ก็มักจะปฏิเสธ” พฤกษ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“เอ่อ...คุณท่านดีกับพี่มาก พี่เองก็นับถือท่านเหมือนพ่อคนหนึ่ง จะให้พี่นิ่งเฉยได้ยังไงคะ”
“ขอบคุณนะครับพี่แสงที่ห่วงคุณพ่อ” เขาประหวัดไปถึงมารดา แสงแขเป็นคนนอกแท้ๆ แต่กลับเต็มใจดูแลบิดา แล้วทำไมมารดาไม่คิดแบบนี้บ้าง “แต่งานนี้ผมตั้งใจจะให้ปองรักเป็นคนทำครับ”
“คุณพฤกษ์ให้อภัยแม่ เอ่อ...ปองรักแล้วหรือคะ”
“ไม่ครับ” เขาตอบด้วยเสียงหนักแน่น
“แล้วทำไมถึงยอมให้ปองรักมาดูแลคุณท่านอย่างใกล้ชิดด้วยคะ” แสงแขไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายหนุ่มทำนัก การกระทำช่างสวนทางกับคำพูดเสียจริง
“ให้อยู่ที่ไร่กับคุณแม่ก็สบายเกินไป ถึงเวลาที่ปองรักควรมาทำงานใช้หนี้”
“แต่พี่เป็นห่วงคุณท่าน ยิ่งท่านช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พี่กลัวปองรักจะแอบทำร้ายท่าน” ทั้งที่จริงเธอไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใกล้ธวัชชัย
“งั้นผมฝากพี่แสงช่วยดูอยู่ห่างๆ” เขาแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องบิดาแล้ว แต่เขาเลือกที่จะไม่บอกให้แสงแขรู้
“ได้ค่ะ แล้วจะให้ปองรักนอนห้องไหนคะ หรือเรือนคนใช้คะ”
“อืม...ห้องเก่าผมตอนเด็กก็ได้ครับ” เพราะห้องนั้นอยู่ติดระหว่างห้องเขากับห้องของบิดา “ยังไงพี่แสงก็ให้แต๋วขึ้นไปดูความเรียบร้อยให้หน่อยแล้วกันนะครับ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่จะสั่งให้แต๋วขึ้นไปทำความสะอาดให้อีกครั้ง”
“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวก่อน”
“คุณพฤกษ์จะไปไหนคะ”
“ผมจะพาปองรักไปดูแลคุณพ่อที่โรงพยาบาลครับ”
“วันนี้เลยเหรอคะ”
“ครับ ผมจะให้ปองรักฝึกทำกายภาพบำบัดกับพยาบาลครับ เวลาคุณพ่อกลับมาอยู่บ้านจะได้ทำตามได้ครับ”
“แน่ใจหรือคะว่าแม่ปองรักจะทำได้ ทำไหว ให้พี่ไปฝึกกับพยาบาลดีไหมคะ” แสงแขยังไม่ลดละที่จะหาทางดูแลธวัชชัย
“งานพี่แสงที่ต้องดูแลบ้านก็ล้นมืออยู่แล้ว งานดูแลคุณพ่อให้ปองรักดูแลน่ะดีที่สุดครับ” เขานึกขอบคุณแสงแขกับความมีน้ำใจ ก่อนจะขอตัวพาปองรักไปยังโรงพยาบาล
“เธอต้องฝึกทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อด้วย ทำได้ไหม” พฤกษ์เอ่ยขึ้นระหว่างเดินไปยังห้องพักพิเศษของบิดา แต่อีกฝ่ายกลับเงียบจนเขาต้องขมวดคิ้วมอง
“ทำไมถึงไม่ตอบ”
“คะ” ปองรักเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม เพราะไม่ทันฟังอีกฝ่ายพูด เพราะตนมัวแต่กังวลถึงอาการป่วยบิดา
“คิดอะไรอยู่”
“เอ่อ...คิดเรื่อยเปื่อยค่ะ คุณพฤกษ์ว่าอะไรนะคะ”
“เธอต้องฝึกทำกายภาพบำบัดกับพยาบาลด้วย เพราะเธอต้องกลับไปทำให้คุณพ่อที่บ้าน พอจะทำได้ไหม”
“ฉันจะพยายามค่ะ” แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อย ทำกายภาพบำบัดพอทำได้ แต่ทำแล้วให้ดีขึ้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไปจนถึงห้องพักพิเศษของธวัชชัย
“สวัสดีค่ะคุณพฤกษ์ วันนี้คิดว่าจะไม่มาเสียอีกค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มชนิดว่าหวานเยิ้ม จนปองรักอดมองไปยังพฤกษ์ไม่ได้ อยากเห็นปฏิกิริยาของเขา ที่เพียงแต่ยิ้มตอบ และสายตาพุ่งมองไปยังบิดาของเขา
“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างครับ” เขาไม่ตอบคำถามพยาบาลสาว แต่ถามถึงบิดาแทน
“ก็อย่างเดิมค่ะ ท่านอาละวาดไม่ยอมรับการดูแล” พยาบาลสาวบอกราวต้องการฟ้องว่าบิดาเขาก่อเรื่อง
“งั้นงานนี้เดี๋ยวผมให้ปองรักมาดูแทนเองครับ ส่วนค่าดูแลพิเศษผมจะจัดการโอนเงินเข้าบัญชีให้นะครับ”
“มาดูแลแทน” พยาบาลสาวดูตื่นตระหนกไม่น้อย
“ครับ แค่นี้ก็เกรงใจคุณพยาบาลแย่เลยครับ” เขารู้ว่าพยาบาลสาวคงรับบทหนักไม่น้อย ในตลอดหลายวันมานี้
“ดาวดูแลคุณธวัชชัยได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ปองรักเป็นเด็กในบ้านเขาอาสามาดูแลคุณพ่อ และจะฝึกทำกายภาพบำบัดด้วย ไม่ทราบว่าคุณพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาหรือยังครับ”“น่าจะอีกชั่วโมงหนึ่งค่ะ”“งั้นปองรักเข้าไปหาคุณพ่อกันเถอะ” พฤกษ์กล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนนำปองรักเข้าไปหาบิดาสายตาคนป่วยมองไปที่ประตู ซึ่งปองรักรู้ทันทีว่าธวัชชัยน่าจะมองหาสุพรรณีอย่างแน่นอน คิดว่าชายวัยกลางคนยังคะนึงหาภรรยาไม่น้อย“คุณป้ากลับเชียงใหม่ไปแล้วค่ะ” ปองรักเป็นคนเอ่ยขึ้น“ปองรักจะมาดูแลคุณพ่อแทนพยาบาลคนเดิมนะครับ” เขาบอกเท่านั้น ใบหน้าคนป่วยส่ายๆ ไม่ยอมรับ จนปองรักหน้าเจื่อนๆ“ผมตั้งใจแล้วครับ ปองรักจะมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อในฐานะลูกหนี้ และคอยทำกายภาพบำบัดให้ด้วย” ครั้งนี้เขาไม่ตามใจบิดาเหมือนเคย “เดี๋ยวพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาทำให้คุณพ่อ เธอก็ฝึกตามด้วยแล้วกัน”“ค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
ปองรักกุมมือสุพรรณีไว้ และพยายามหาเรื่องคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายให้หายจากภาวะอารมณ์เศร้า อดตำหนิพฤกษ์ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำให้ท่านต้องเครียด“ขอบใจนะรัก” สุพรรณีเอื้อมมือมาแตะศีรษะหญิงสาวเบาๆ“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ”“ฉันพยายามอยู่ พยายามมาตลอดเกือบสองปี ฉันไม่อยากกลับไปเจอคุณชัยอีก”“เพราะรักอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่หรอก เรื่องมันสะสมมานานแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก”“มีอะไรระบายให้รักฟังได้นะคะ รักสัญญาจะไม่บอกใคร”“ฉันเล่าให้เธอฟังไม่ได้” นางตั้งใจให้ความลับนี้มันตายไปกับตน พฤกษ์จะต้องไม่รู้เรื่องนี้“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า ว่าแต่คุณป้าจะนอนพักสักงีบไหมคะก่อนจะออกเดินทาง”“ถ้านอนพักอาจจะยาวจนตกเครื่องได้”“ก็ดีสิคะ คุณป้าจะได้อยู่กับรักต่ออีกคืน”“เรามันขี้อ้อน” สุพรรณีขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปองรักเหมือนกับน้ำเย็นที่มาชโลมจิตใจให้นางรู
รักเห็นน้าพิรุณค่ะ”“พิรุณเหรอ” สุพรรณีเอ่ยพร้อมมองหา เพราะยังไม่เคยเจอพิรุณมาก่อน วันที่ปองรักถูกส่งตัวมาขัดดอก มีเพียงอมรเทพเท่านั้นที่มาส่งบุตรสาว“ใช่ค่ะ คนที่ใส่เสื้อสีส้ม” ปองรักชี้ไปยังร่างแม่เลี้ยงที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม แถมยังเกาะแขนชายคนนั้นอย่างสนิทสนม “รักขอไปหาน้าพิรุณก่อนนะคะ”“จะไปทำไมรัก” สุพรรณีคว้าแขนหญิงสาวไว้“ไปบอกเขาให้ไปเฝ้าพ่อสิคะ เวลานี้เขาควรต้องไปดูแลพ่อที่โรงพยาบาลไม่ใช่...” ปองรักจุกจนพูดไม่ออก สงสารบิดาจับใจ“จำที่พ่อเธอบอกได้ไหม ว่าเขากำลังจะเลิกกับพิรุณ และคงไม่มีเหตุผลใดที่พ่อเธออยากจะเลิก นอกจากเรื่องนอกใจ”“พ่อรู้หรือคะ” ปองรักแทบทรุดลงกับพื้น ยังดีที่สุพรรณีถลาร่างเข้ามาประคองไว้“ฉันคิดว่าใช่”“โธ่พ่อ...รักอยากไปอยู่กับพ่อค่ะคุณป้า” เวลานี้บิดาต้องการกำลังใจมากที่สุด “ไม่ต้องห่วงพ่อเธอหรอกนะ ฉันจ้างพยาบาลให้แล้ว”“แต่ว่า...”“หากอยากกลับไปอยู่กับพ่อเธอจริงๆ ก็ต้องไปคุยกับตาพฤกษ์เอง” ตอนนี้อำนาจอยู่กับพฤกษ์โดยตรง เพราะบุตรชายต้องเข้ามาดูแลกิจการทั้งหมดของสามี“คุณพฤกษ์คงไม่ยอม”“หรือไม่ก็ต้องยอมให้เขายึดบ้านหลังนั้นไป” งานนี้หากนาง
“ไปเถอะรถมารับแล้ว” สุพรรณีไม่ยอมเอารถที่บ้านสามีมาใช้ เพราะเลือกที่จะตัดขาดกันไปแล้วก็ไม่ควรต้องเกี่ยวข้องกันทุกกรณี นางจึงขอยืมรถที่บ้านของน้องสาวมาใช้แทนใช้เวลาเดินทางไม่นานทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาลที่อมรเทพพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งอยู่เป็นตึกรวมชาย ปองรักกวาดสายตามองหาบิดา“อยู่เตียงมุมสุด” สุพรรณีบอกเท่านั้น ดวงตาคู่โศกก็โฟกัสไปยังร่างของบิดา ซึ่งท่านกำลังหันหลังให้“พ่อ...” น้ำเสียงสั่นเครือจวนเจียนจะร้องไห้ ทำให้ร่างผ่ายผอมเริ่มขยับตัวหันมาตามเสียง“ยายรัก เอ่อ...” ผู้เป็นพ่อถึงกับพูดไม่ออก “คุณนายพายายรักมาทำไมครับ”“รักให้ท่านพามาเองจ้ะ พ่อป่วยหนักทำไมไม่บอกรักเลย”“พ่อไม่สบายนิดหน่อย สองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว” อมรเทพจำต้องพูดปดเพราะไม่อยากให้บุตรสาวต้องมาเป็นห่วง“รักรู้แล้ว พ่อไม่ต้องมาปิดรักหรอก แล้วน้าพิรุณไปไหนทำไมไม่มาดูแลพ่อ” ปองรักเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาแม่เลี้ยงสาว“ถามถึงทำไม” อมรเทพถามกลับเสียงห้วน จนผู้เป็นลูกถึงกับหน้าเจื่อนๆ“รักขอโทษจ้ะ” ปองรักคิดว่าบิดาคงไม่พอใจที่เธอไปตำหนิแม่เลี้ยง“พ่อไม่ได้ว่าอะไรแกสักหน่อย พิรุณไม่อยู่น่ะดีแล้ว” ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน







