로그인“ไม่เป็นไรครับ ปองรักเป็นเด็กในบ้านเขาอาสามาดูแลคุณพ่อ และจะฝึกทำกายภาพบำบัดด้วย ไม่ทราบว่าคุณพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาหรือยังครับ”
“น่าจะอีกชั่วโมงหนึ่งค่ะ”
“งั้นปองรักเข้าไปหาคุณพ่อกันเถอะ” พฤกษ์กล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนนำปองรักเข้าไปหาบิดา
สายตาคนป่วยมองไปที่ประตู ซึ่งปองรักรู้ทันทีว่าธวัชชัยน่าจะมองหาสุพรรณีอย่างแน่นอน คิดว่าชายวัยกลางคนยังคะนึงหาภรรยาไม่น้อย
“คุณป้ากลับเชียงใหม่ไปแล้วค่ะ” ปองรักเป็นคนเอ่ยขึ้น
“ปองรักจะมาดูแลคุณพ่อแทนพยาบาลคนเดิมนะครับ” เขาบอกเท่านั้น ใบหน้าคนป่วยส่ายๆ ไม่ยอมรับ จนปองรักหน้าเจื่อนๆ
“ผมตั้งใจแล้วครับ ปองรักจะมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อในฐานะลูกหนี้ และคอยทำกายภาพบำบัดให้ด้วย” ครั้งนี้เขาไม่ตามใจบิดาเหมือนเคย “เดี๋ยวพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาทำให้คุณพ่อ เธอก็ฝึกตามด้วยแล้วกัน”
“ค่ะ”
“ส่วนเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของเธอ ฉันจะให้แต๋วเอามาให้”
“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเสียงแผ่ว
“ฉันต้องกลับไปทำงานก่อน ไม่แน่ใจว่าเย็นนี้จะได้เข้ามาหรือเปล่า ยังไงก็ฝากด้วย”
“ค่ะคุณพฤกษ์” หญิงสาวเดินตามไปส่งเขาที่หน้าประตูห้องพักฟื้น พร้อมกับท่าทางอึกอักอยากจะพูด
“หากเธออยากใช้หนี้ ต้องอดทน แรกๆ ท่านก็จะดื้อเพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้”
“ฉันเข้าใจค่ะ คุณพฤกษ์คือฉัน...ฉันอยากขอคุณออกไปหาพ่อบ้างได้ไหมคะ”
“เธอมีหน้าที่ทำอะไร ดูแลพ่อฉันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“พ่อฉันป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เธอไม่ควรทิ้งพ่อฉันไปไหน พ่อเธอน่ะไปหาเมื่อไหร่ก็ได้ เข้าใจตามนี้” เขารู้สึกไม่พอใจที่ปองรักจะทิ้งบิดาเขาเพื่อไปหาบิดาของเธอ
“ค่ะ” ปองรักจำก้มหน้ารับคำสั่ง ไว้ค่อยหาโอกาสภายหลัง
หลังจากพฤกษ์ออกไปแล้ว ปองรักก็เดินกลับมาที่เตียงคนไข้ที่ธวัชชัยนอนอยู่ อีกฝ่ายหันหลังให้ ราวกับไม่ต้องการสนทนา จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา
“เห็นสภาพแบบนี้เธอคงสมน้ำหน้าฉันสินะ”
“ฉันไม่มีความคิดแบบนั้นหรอกค่ะ ฉันเห็นใจเสี่ยมากกว่า”
“หึ...” คนนอนเตียงทำเสียงขึ้นจมูกแล้วก็เงียบไป ซึ่งปองรักคิดว่าธวัชชัยคงไม่มีทางเชื่อว่าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายทำกับเธอเกินกว่าจะให้อภัย
ตลอดหนึ่งเดือนที่ปองรักดูแลธวัชชัย เธอถูกอีกฝ่ายต่อต้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะป้อนข้าวก็ถูกปัดทิ้งจนเสื้อเลอะเทอะเป็นแบบนี้แทบทุกมื้อ กายภาพบำบัดก็ไม่ให้ความร่วมมือ และถูกคนป่วยแสนเอาแต่ใจด่าทอสารพัดแถมไล่ให้ออกไปอยู่นอกห้อง แม้จะรู้สึกท้อใจแต่ยามนึกถึงบ้านที่กำลังถูกยึดทำให้ต้องก้มหน้าดูแลต่อไป
แสงแขเห็นแล้วก็นึกสมน้ำหน้าไม่น้อย ที่เห็นสภาพปองรักเก็บเศษอาหารออกจากห้องนอนของธวัชชัย
“สงสารคุณรักนะคะคุณแม่บ้าน” แต๋วเอ่ยขึ้นกับหัวหน้าแม่บ้าน
“สงสารมันทำไม สมควรแล้วละ ไม่รู้ทำไมคุณพฤกษ์ถึงได้ยอมให้มันดูแลคุณท่านอยู่ได้”
“นอกจากคุณรักก็ไม่มีใครทนคุณท่านได้หรอกค่ะคุณแม่บ้าน”
“ฉันดูแลคุณท่านได้”
“งานหนักจะตายค่ะ ดูสภาพคุณรักออกมาแต่ละวันสิคะ” สาวใช้ไม่เข้าใจคุณแม่บ้านสักเท่าไหร่ ด้วยเพราะแต๋วเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงปีจึงไม่รู้ความเป็นมาในบ้านสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะหัวหน้าของเธอดูแปลกๆ ที่สุด
ปองรักแอบออกมานั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านแทบทุกวัน รู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งท้อใจที่ต้องคอยอดทนกับการดูแลธวัชชัย เพราะอีกฝ่ายต่อต้านเธอทุกทาง ไม่ยอมให้ความร่วมมือสักอย่างแม้กระทั่งเวลาทำกายภาพบำบัด
“คุณรัก” เสียงเรียกจากเบื้องหลังทำให้หญิงสาวรีบปาดน้ำตาทิ้ง หันมาฝืนยิ้มให้กับป้ามาลี
“ถ้าทนไม่ไหวหยุดดีไหม แล้วกลับไปหาคุณผู้หญิงที่เชียงใหม่”
“ป้ามาลี” หญิงสาวโผเข้ากอดนางแล้วร้องไห้ออกมาสุดกลั้น
“โธ่...คุณรัก”
“รักต้องอดทนค่ะ เพื่อพ่อเพื่อบ้านของเรา แค่นี้ทำอะไรรักไม่ได้หรอกค่ะ” เมื่อนึกถึงหน้าบิดาทำให้เธอต้องฮึดสู้ขึ้นมาครามครัน
“ป้าเอาใจช่วยนะคะ” นางเอ่ยพลางเช็ดคราบน้ำตาให้ปองรัก
“ป้าไม่เกลียดรักเหมือนคุณแม่บ้านเหรอ”
“อย่าไปใส่ใจคนแบบนั้นเลยค่ะ คุณรักไม่ได้ทำอะไรผิด ป้าจะเกลียดคุณรักทำไมคะ”
“รักเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้านายป้าเกือบจะหย่ากัน ใครๆ ก็เกลียดรัก” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ยามนึกถึงสายตาของพฤกษ์ที่มองมาที่เธอมีแต่ความเกลียดชัง
“ป้ารู้และเข้าใจคุณรักเหมือนคุณผู้หญิง มีอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากคุณรัก แค่คุณรักเข้ามาทำให้คุณผู้หญิงตัดสินใจง่ายขึ้นเท่านั้นค่ะ”
“เรื่องอะไรคะ บอกรักได้ไหม” หญิงสาวรู้สึกสงสัยและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องระหว่างธวัชชัยกับสุพรรณีมันคืออะไรกันแน่
“เมื่อถึงเวลาคุณผู้หญิงจะบอกคุณรักเองค่ะ”
“ค่ะ รักจะรอวันนั้น วันที่คุณป้าเปิดใจยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้รักฟัง” หวังว่าจะได้รับฟังก่อนที่เธอจะกลับไปอยู่กับบิดา
“ป้าเชื่อว่าต้องมีวันนั้น” ป้ามาลีได้แต่ภาวนาให้คุณผู้หญิงของตนตัดสินใจระบายความอัดอั้นในใจออกมาให้ปองรักได้ฟัง เพราะเชื่อว่าหญิงสาวจะขัดเกลาสภาพจิตใจให้สุพรรณีดีขึ้น แต่ก่อนที่ทั้งสองจะคุยอะไรกันต่อ ก็ได้ยินแต๋วตะโกนเรียกชื่อของปองรักด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“มีอะไรนังแต๋ว เรียกซะตกอกตกใจ” ป้ามาลีเอ่ยถามหลานสาว
“คุณพฤกษ์สิป้า เรียกหาคุณรักใหญ่เลย”
“คุณพฤกษ์กลับมาแล้วเหรอ ทำไมฉันถึงไม่ได้ยินเสียงรถ”
“แต๋วก็ไม่รู้หรอกป้า” ใครจะกล้าถาม มาถึงทำหน้าดุเหมือนโกรธใครมาตลอดชาติ
“แล้วคุณพฤกษ์อยู่ไหนล่ะแต๋ว”
“อยู่ห้องนอนคุณท่านค่ะ มาถึงไม่เจอคุณรักก็ตะโกนเรียกหาใหญ่เลย”
“รีบไปเถอะค่ะคุณรัก ขืนไปช้าเดี๋ยวจะอาละวาด” ป้ามาลีรีบดันร่างหญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน นางรู้ฤทธิ์เดชของพฤกษ์ดี เพราะนางเลี้ยงมากับมือ
ปองรักรีบซอยเท้าเล็กเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ปลายเท้ายังไม่ทันเอื้อมแตะบันไดขั้นแรกก็ถูกแสงแขมายืนกอดอกขวางทางไว้ ทำให้เธอเลี่ยงไปอีกด้าน แต่อีกฝ่ายขยับตัวมาขวางไว้ จนเธอถึงกับขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ“ขอทางด้วยค่ะคุณแม่บ้าน”“เสียมารยาท ที่บ้านไม่เคยสอนหรือไงไม่ให้วิ่งในบ้าน” แสงแขแกล้งหาเรื่องตำหนิเพื่อถ่วงเวลา เพราะรู้ว่าพฤกษ์กำลังเรียกหาและโกรธที่ปองรักทิ้งให้ธวัชชัยอยู่ในห้องเพียงลำพัง เธออยากให้เจ้านายหนุ่มอารมณ์เดือดปะทุจนถึงจุดสูงสุด“นี่คุณคิดจะทำอะไร” เสียงป้ามาลีดังขึ้นแทรก“เปล่านี่” แสงแขตอบพลางยักไหล่“รีบขึ้นไปเถอะค่ะคุณรัก” “ค่ะป้ามาลี” ปองรักขานรับแล้วรีบเดินขึ้นไปยังห้องนอนของธวัชชัย ทันทีที่หมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปก็ปะทะสายตาดุกร้าวของพฤกษ์“ไปไหนมา!” เขาถามด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าวจนคนฟังผวา
“ไม่เป็นไรครับ ปองรักเป็นเด็กในบ้านเขาอาสามาดูแลคุณพ่อ และจะฝึกทำกายภาพบำบัดด้วย ไม่ทราบว่าคุณพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาหรือยังครับ”“น่าจะอีกชั่วโมงหนึ่งค่ะ”“งั้นปองรักเข้าไปหาคุณพ่อกันเถอะ” พฤกษ์กล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนนำปองรักเข้าไปหาบิดาสายตาคนป่วยมองไปที่ประตู ซึ่งปองรักรู้ทันทีว่าธวัชชัยน่าจะมองหาสุพรรณีอย่างแน่นอน คิดว่าชายวัยกลางคนยังคะนึงหาภรรยาไม่น้อย“คุณป้ากลับเชียงใหม่ไปแล้วค่ะ” ปองรักเป็นคนเอ่ยขึ้น“ปองรักจะมาดูแลคุณพ่อแทนพยาบาลคนเดิมนะครับ” เขาบอกเท่านั้น ใบหน้าคนป่วยส่ายๆ ไม่ยอมรับ จนปองรักหน้าเจื่อนๆ“ผมตั้งใจแล้วครับ ปองรักจะมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อในฐานะลูกหนี้ และคอยทำกายภาพบำบัดให้ด้วย” ครั้งนี้เขาไม่ตามใจบิดาเหมือนเคย “เดี๋ยวพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาทำให้คุณพ่อ เธอก็ฝึกตามด้วยแล้วกัน”“ค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
ปองรักกุมมือสุพรรณีไว้ และพยายามหาเรื่องคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายให้หายจากภาวะอารมณ์เศร้า อดตำหนิพฤกษ์ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำให้ท่านต้องเครียด“ขอบใจนะรัก” สุพรรณีเอื้อมมือมาแตะศีรษะหญิงสาวเบาๆ“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ”“ฉันพยายามอยู่ พยายามมาตลอดเกือบสองปี ฉันไม่อยากกลับไปเจอคุณชัยอีก”“เพราะรักอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่หรอก เรื่องมันสะสมมานานแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก”“มีอะไรระบายให้รักฟังได้นะคะ รักสัญญาจะไม่บอกใคร”“ฉันเล่าให้เธอฟังไม่ได้” นางตั้งใจให้ความลับนี้มันตายไปกับตน พฤกษ์จะต้องไม่รู้เรื่องนี้“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า ว่าแต่คุณป้าจะนอนพักสักงีบไหมคะก่อนจะออกเดินทาง”“ถ้านอนพักอาจจะยาวจนตกเครื่องได้”“ก็ดีสิคะ คุณป้าจะได้อยู่กับรักต่ออีกคืน”“เรามันขี้อ้อน” สุพรรณีขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปองรักเหมือนกับน้ำเย็นที่มาชโลมจิตใจให้นางรู
รักเห็นน้าพิรุณค่ะ”“พิรุณเหรอ” สุพรรณีเอ่ยพร้อมมองหา เพราะยังไม่เคยเจอพิรุณมาก่อน วันที่ปองรักถูกส่งตัวมาขัดดอก มีเพียงอมรเทพเท่านั้นที่มาส่งบุตรสาว“ใช่ค่ะ คนที่ใส่เสื้อสีส้ม” ปองรักชี้ไปยังร่างแม่เลี้ยงที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม แถมยังเกาะแขนชายคนนั้นอย่างสนิทสนม “รักขอไปหาน้าพิรุณก่อนนะคะ”“จะไปทำไมรัก” สุพรรณีคว้าแขนหญิงสาวไว้“ไปบอกเขาให้ไปเฝ้าพ่อสิคะ เวลานี้เขาควรต้องไปดูแลพ่อที่โรงพยาบาลไม่ใช่...” ปองรักจุกจนพูดไม่ออก สงสารบิดาจับใจ“จำที่พ่อเธอบอกได้ไหม ว่าเขากำลังจะเลิกกับพิรุณ และคงไม่มีเหตุผลใดที่พ่อเธออยากจะเลิก นอกจากเรื่องนอกใจ”“พ่อรู้หรือคะ” ปองรักแทบทรุดลงกับพื้น ยังดีที่สุพรรณีถลาร่างเข้ามาประคองไว้“ฉันคิดว่าใช่”“โธ่พ่อ...รักอยากไปอยู่กับพ่อค่ะคุณป้า” เวลานี้บิดาต้องการกำลังใจมากที่สุด “ไม่ต้องห่วงพ่อเธอหรอกนะ ฉันจ้างพยาบาลให้แล้ว”“แต่ว่า...”“หากอยากกลับไปอยู่กับพ่อเธอจริงๆ ก็ต้องไปคุยกับตาพฤกษ์เอง” ตอนนี้อำนาจอยู่กับพฤกษ์โดยตรง เพราะบุตรชายต้องเข้ามาดูแลกิจการทั้งหมดของสามี“คุณพฤกษ์คงไม่ยอม”“หรือไม่ก็ต้องยอมให้เขายึดบ้านหลังนั้นไป” งานนี้หากนาง