LOGIN“น้องญา”
กลวัชร ทายาทลำดับสามแห่งตระกูลอรุณรุ่ง ถัดจากกฤตพล และกันต์ดนัยโบกมือทักทาย เขากลายเป็นแขกประจำ เนื่องจากปรเมศวร์ขอร้องให้ช่วยดูแลความเป็นอยู่ของลูกสาว ในฐานะที่กลวัชรนับถือปรเมศวร์ไม่ต่างจากพี่ชายร่วมสายเลือด เขาไม่ขัดข้อง แวะมาถามสารทุกข์สุกดิบจนในหลายครั้งญาตาวีคิดว่าเขามาบ่อยเกินไป
หญิงสาวซ่อนความผิดหวังไว้ไม่ให้เขาผิดสังเกต กลวัชรช่วยเหลือเธอหลายอย่าง จัดหาบ้านเช่า แนะนำโรงเรียนให้หนูวา ระบบไฟฟ้าน้ำประปามีปัญหา แค่โทรบอกเขาเต็มใจช่วยเหลือ เขาใจดีมาก เธอไม่ควรอึดอัดที่พบเขา ถ้ากลวัชรจับได้อาจไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ
มีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่ญาตาวีมองผ่านเขาไปด้านหลังเผื่อว่าปรเมศวร์จะมาด้วย ทว่าข้างหลังว่างเปล่า ความคิดถึงที่มีต่ออดีตสามีเพิ่มมากขึ้นทุกวันทั้งที่ไม่ควรเป็นแบบนี้เลย
เป็นคนขอหย่า กลับอยากให้เขามาตามกลับบ้าน
“ขอโทษนะคะที่เสียงดัง ญานึกว่าคนแปลกหน้าชวนลูกคุย”
“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่ได้โทรบอกก่อนว่าจะเข้ามา”
“เพิ่งเลิกงานเหรอคะ”
“ครับ ออกจากออฟฟิศก็ตรงมาบ้านน้องญาทันที”
กลวัชรเกาะประตูรั้วมองสาวหน้าตาน่ารักลุ้นเมื่อไหร่จะได้เข้าไป ต่อให้หย่าขาดสามีและมีลูกสาวติดมาหนึ่งคน แต่ญาตาวียังสาวยังสวยและอายุน้อย เป็นธรรมดาที่กลวัชรจะมองไม่วางตา
“คุณแม่ กุญแจอยู่ไหนเหรอคะ หนูวาจะให้อากลเข้ามา”
“อ๋อ สักครู่นะคะ ญาเปิดประตูให้”
ลืมว่าต้องเชิญแขกเข้าบ้าน ล้วงหยิบลูกกุญแจในกระเป๋ามาเปิดประตูรั้ว ดึงออกแค่แง้มๆ พอเดินเข้าได้ให้กลวัชรเข้ามาในบ้านเช่า
“ไง ยัยตัวเล็ก เมื่อกี้กินอะไร เห็นนั่งเคี้ยวงุบๆ กินไม่หยุด”
“คุณแม่ทำคุกกี้ข้าวโอ๊ต อร่อยมาก หนูกินคนเดียวหมดสองกล่อง อากลมานั่งกับหนู หนูจะให้ชิมคุกกี้ข้าวโอ๊ตฝีมือคุณแม่”
“คุกกี้ข้าวโอ๊ตหน้าตาเป็นยังไง อากลจะแย่งกินให้หมดเลย”
กลวัชรอุ้มหลานสาวตัวเล็กมากอด จะหอมแก้มแต่เปลี่ยนใจวางหลานลงพื้น กลัวสายตาผู้หญิงที่ยืนฝั่งตรงข้าม เธอแสดงออกชัดเจนไม่อยากให้เขาทำ ญาตาวีริบตัวลูกกลับมายืนข้างๆ ไม่ให้เข้าใกล้คนต่างเพศที่ไม่ใช่คนในครอบครัว กลวัชรมองออกแต่ไม่ได้ว่าอะไร ชื่นชมเธอเสียด้วยซ้ำไปที่ปกป้องลูกไม่ให้ลูกคุ้นชินกับการมีผู้ชายแปลกหน้ามาอุ้ม กอด หรือหอมแก้ม ถือว่าละเมิดสิทธิเด็ก
หนูน้อยไม่รู้เดียงสา วิ่งเท้าเปล่าบนสนามหญ้ากลับไปนั่งรอบนเสื่อ ตบมือลงแปะๆ เรียกผู้ใหญ่ทั้งสองให้มานั่งเล่นด้วยกัน หนูวาเข้ากับกลวัชรได้ดี เคยเจอกันช่วงที่ชายหนุ่มไปกรุงเทพ น้อยครั้งญาตาวีจะได้ออกไปข้างนอกกับปรเมศวร์ ญาตาวีจึงไม่เคยพบกลวัชร เพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรกก็ตอนที่เดินทางมาถึงเชียงใหม่
“คุณแม่ อากล มานั่งกับหนู เร็วๆ ค่ะ”
“พี่กลนั่งเล่นกับหนูวาก่อนนะคะ ญาไปเอาน้ำมาให้ดื่ม”
“ไม่เป็นไรครับ พี่เรียบร้อยจากออฟฟิศมาแล้ว”
สายตาไม่อาจละไปจากใบหน้าน่ารัก นางฟ้าในหัวเตือนสติ คนนี้เมียเก่าเพื่อนสนิทพี่ชาย อย่ามอง หยุดมองเดี๋ยวนี้ แต่จอมมารในหัวขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่ายืนบังนางฟ้าไว้เสียมิดตัวบอกมองเลย แค่มองจะเป็นอะไรไรไป ไม่ได้ทำไม่ดี ไม่เสียหายสักหน่อย
“นานๆ จะเห็นน้องญาใส่ชุดกระโปรง น่ารักมากเลยครับ”
“ค้นเจอในกล่องเสื้อผ้าเก่าค่ะ ไม่ได้ใส่นานแล้ว เลยหยิบมาใช้ เอ่อ... พี่กลได้คุยกับพี่ปลื้มบ้างหรือเปล่าคะ โทรมาตอนเที่ยงบอกว่าอยู่เชียงใหม่จะแวะเข้ามา แต่จนป่านนี้พี่ปลื้มยังไม่มาเลยค่ะ”
“อ้าว พี่ก็นึกว่าพี่ปลื้มอยู่ในบ้าน เขายังไม่มาอีกเหรอ” กลวัชรพลอยตกใจตามไปด้วย “พี่ปลื้มนะ เป็นคนนัดพี่ให้มาเจอที่นี่”
“พี่ปลื้มปิดเครื่อง ญาโทรไม่ติด พี่กลติดต่อได้หรือเปล่าคะ”
“พี่ลองโทร” เขาใช้โทรศัพท์ส่วนตัวโทรเข้าที่หมายเลขโทรศัพท์ปรเมศวร์ ไม่ใช่ไม่มีคนรับ แต่ระบบสั่งให้ฝากข้อความ
“ไม่แบตหมดก็ปิดเครื่อง ทำไมเป็นแบบนี้ พี่ปลื้มส่งข้อความมาหาพี่ตอนเที่ยงชวนให้มากินข้าวด้วยกันที่บ้านน้องญา แต่พี่ไม่ว่างเลยขอเลื่อนมาตอนเย็น คุยกันล่าสุดในแชตเที่ยงวันนี้เอง”
“พี่ปลื้มอาจติดธุระเลยมาช้ามั้งคะ พี่กลมาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนค่ะ” นำทางมายังเสื่อ นั่งคั่นกลางระหว่างชายหนุ่มกับลูกสาว หนูวาเรียกจนเหนื่อย เพราะเธอยืนคุยกับเขาค่อนข้างนาน
“มาแล้วๆ คุกกี้ข้าวโอ๊ตหน้าตาเป็นยังไงน้า อากลไม่เคยกิน”
“นี่ค่ะ อร่อยไหม คุณแม่หนูทำเองเลยน้า ทำเสร็จวันนี้”
แบ่งคุกกี้ข้าวโอ๊ตแสนอร่อยให้อากลชิมหนึ่งชิ้น เอาเข้าปากตัวเองหนึ่งชิ้น หนูน้อยเอียงศีรษะดุ๊กดิ๊กอารมณ์ดีส่ายหน้ากิริยาซุกซน
หน้าตาหนูวาถอดปรเมศวร์มาพิมพ์เดียว สีผิวได้มาจากทั้งคู่เพราะพ่อและแม่ล้วนผิวขาว กลวัชรเคี้ยวขนมพลางสำรวจใบหน้าอ่อนหวาน ญาตาวียังเด็ก แต่สามารถรับผิดชอบดูแลลูกสาวได้ดีเยี่ยม หย่าร้างกับสามีคราวนี้ทั้งชีวิตของเธอมีลูกสาวแค่คนเดียว อยู่กับลูกสองคนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจนคิดมาก ถึงได้ล็อกประตูรั้วแน่นหนา เธอทำงานหลายอย่างเขียนหนังสือ ขายของออนไลน์ ขายขนม ถ่าย Vlog ชีวิตประจำวันของตัวเองลงยูทูบ ตั้งกล้องถ่ายทำ ตัดคลิป เธอทำเองคนเดียวทั้งหมด
สองเดือนมานี้ กลวัชรแวะมาหาเธอที่บ้านเกือบทุกวันโดยอ้างว่ามาเล่นกับหลาน เห็นมุมน่ารักและมุมเข้มแข็งในตัวเธอบ่อยเข้าจนรู้สึกหวิวๆ ในหัวใจ อยากรับช่วงต่อดูแลหญิงสาวต่อจากเพื่อนสนิทพี่ชาย แต่ไม่รู้ว่าปรเมศวร์จะโอเคหรือเปล่าถ้าคบผู้หญิงคนเดียวกัน เพราะบางคนก็ถือไม่ชอบให้คนสนิทมายุ่งกับแฟนเก่าหรือภรรยาเก่า แต่ถ้าปรเมศวร์เปิดทางให้ กลวัชรจะไม่ลังเลในการจีบ
“อร่อยไหมคะ อากลกินขนมฝีมือคุณแม่หนูไม่หยุดเลย”
อุ๊ย! เคี้ยวเพลิน ก้มลงดูจานขนมอีกทีเหลือแค่เศษๆ ขนม เด็กแก้มป่องถูกแย่งขนมกินจนหมดแสดงท่าทางงอนตุ๊บป่องๆ
“อร่อยจ้ะ อ้อ! อากลมีของมาฝากหนูด้วย อาลืมไว้บนรถ”
“จริงเหรอคะ” ได้ยินว่ามีของฝากหนูน้อยดีใจจนลืมงอน
“จริงสิ รอตรงนี้นะ อากลออกไปหยิบมาให้แป๊บเดียว” กลวัชรเอ็นดูหลานสาว ยีเส้นผมนุ่ม อยากหยิกแก้ม แต่ทำไม่ได้แม่เด็กคอยกันท่า เขาลงจากรถมาพร้อมถังไก่ทอดเคเอฟซีไซซ์ใหญ่
“เช้าถึงเย็นถึงเลยนะ จะจีบให้ติดทั้งแม่ทั้งลูกเหรอพ่อคุณ!”
ป้าข้างบ้านรดน้ำต้นไม้เพลินๆ สังเกตเห็นรถยนต์คันเดิมจอดเทียบกำแพงบ้าน ยืดคอข้ามกำแพงมาสอดรู้สอดเห็นตามกิจวัตร
“ป้าก็รดน้ำต้นไม้บ่อยจังเลยนะครับ เช้าทีเย็นที รดบ่อยๆ ระวังรากไม้จะเน่าเอาได้นะ” พ่อหนุ่มเช้าทีเย็นทีทักทายกลับไปบ้าง
ป้าหน้าบึ้ง โยนสายยางทิ้ง จ้ำเท้ากลับเข้าไปในบ้าน คนแบบนี้ก็มีด้วย อยากรู้อยากเห็นถึงขั้นแกล้งรดน้ำปลอมๆ คิดว่าเขามองไม่เห็นเหรอว่าไม่ได้เปิดน้ำ กลวัชรกลับเข้ามาภายในอาณาเขตบ้านเช่า
“มาแล้วหลานจ๋า ชุดไก่ทอดที่หลานอยากได้ ชุดไก่ทอดที่หลานอยากกิน ชุดไก่ทอด เค เค เค เคเอฟซีนีดา”
บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ
ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้
“ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู
ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ
ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช
‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ
“ฉันอยู่คนเดียวต่างหาก ฉันกลายเป็นส่วนเกินของคุณกับสิรีมากี่ปี หลังจากหย่ากัน ทรัพย์สมบัติคุณพอใจจะแบ่งให้ฉันกับลูกเท่าไหร่ หรือจะไม่แบ่งเลยก็ได้ ตามใจคุณ ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น”ภรรยาจริงจังเกินกว่าจะมองในแง่มุมประชด นายแพทย์สิทธิเดชไม่ต้องการให้เรื่องเป็นอย่างนี้เข้าไปคว้ามือ“ผม
ถ้าไม่มีก็นอนสนามบินหนึ่งคืนค่อยออกเดินทางรุ่งเช้า หัวอกคนจะไปเอาของหนักร้อยตันมาทับก็รั้งไม่อยู่ จะไปท่าเดียว“เอากระเป๋านายมา แล้วไปขึ้นรถ”“อะไร” คันนี้รถเขา ชี้ไปทางรถที่จอดด้านหลังทำไม“ถึงยังไงก็ต้องทิ้งรถไว้สนามบินไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้คอนโดฯ ดีกว่า มีคนช่วยดูแลให้เยอะแยะ ไปเถอะ ฉันไปส่งนายเอง”
“ไม่ได้ยินที่พ่อสั่งหรือไง กลับไปขอโทษคุณสิรี!”“อย่าฝันเลยว่าผมจะทำอย่างนั้น พ่อรักเมียพ่อ ผมก็รักแม่ผม ไม่มีทางยอมให้แม่เจ็บช้ำน้ำใจฟรีๆ ผมเกลียดพวกมัน เกลียดที่สุด ผมจะทำทุกทางให้พวกมันร้อนรนจนอยู่ไม่ได้! เหมือนที่พ่อกับพวกมันทำไว้กับผม ทำให้ผมไม่มีความสุขในชีวิต!”“พวกเขาต่างเป็นน้องของแก ทำไมจ
“ไม่อยากให้ป้าไป เพราะกลัวจะไปจ๊ะเอ๋สาวๆ หรือเปล่า”“อย่างอนสิครับ ไม่มีหรอก ผมชอบอยู่คนเดียว”“คุณหนูค้างสักคืนสิคะ ป้าให้เด็กเก็บกวาดห้องไว้รอ”“ไม่ล่ะครับ นอนไม่หลับกันพอดี”“คุณพี่อิ่มแล้วเหรอคะ เพิ่งกินไปนิดเดียวเอง”สิรีประจบเสียงหวาน เพิ่งเริ่มรับประทานไม่ทันไรสามีกลับวางช้อนคว้าแก้วมาดื่มน้






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
