หน้าหลัก / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

แชร์

บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-27 05:57:51

“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...”

ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา

“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”

ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง

“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”

“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”

“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”

พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เลย ปลายนิ้วสั่นระริกกดหมายเลขโทรศัพท์นายแพทย์สิทธิเดช 

“ท่านใช่ไหม! สั่งห้ามญาไม่ให้ไปหาลูก!”

“ใช่ ฝีมือฉัน” ยอมรับนิ่มๆ ไม่สะทกสะท้านว่าทำผิดหรือถูก

“มีสิทธิ์อะไรมากีดกัน อยากให้ญาพังประตูเข้าไปหรือไง!”

“กล้าก็ลองดู! คนของฉันจับเธอโยนทิ้งแน่! แม่ได้ความไม่มียังดีกว่า พาหลานฉันไปลำบากแทนที่จะขอโทษกลับมาต่อว่า! ถ้าหลานฉันเป็นอะไร เธอเตรียมตัวตายได้เลย ฉันไม่เก็บคนอย่างเธอไว้แน่!”

“พรากลูกไปจากญาก็ไม่ต่างจากฆ่าญาทั้งเป็น คนที่มีแต่ตัวอย่างญา ลองไม่มีลูกสักคนญาก็ไม่มีจุดหมายอีกแล้ว!”

“ฉันเคยให้โอกาส แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องดูแลหลานฉันให้ดี! ไม่ทันไร เธอปล่อยให้หลานฉันเจ็บป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล! ฉันจะไม่ยอมให้เธอเอาหลานฉันไปเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ฉันจะไปรับหลานกลับมาเลี้ยงที่กรุงเทพ อย่าฝันเลย ว่าจะได้แตะต้องหลานฉันอีก!”

“ญาไม่เคยละเลยลูก! ไม่เคยปล่อยให้ลูกลำบากเลยสักครั้ง! ที่ลูกอาเจียน เพราะลูกร้องไห้คิดถึงพี่ปลื้ม! ท่านก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าหนูวาอาเจียนทุกครั้งเวลาร้องไห้หนักๆ ลูกของญาควบคุมตัวเองไม่ได้!”

“สาเหตุมาจากอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพรากลูกพรากพ่อจากกัน! อยู่กรุงเทพเหมือนเดิมดีแล้ว ทำเก่งย้ายไปอยู่ไกลเหมือนมีญาติพี่น้องที่นั่น เวลาลูกสาวเจ็บป่วยไม่มีใครช่วยเหลือ ถ้าอยากไปอยู่ที่นั่นมากนักก็อยู่คนเดียวเ! อย่าพาหลานฉันไปลำบาก! ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามบินกำลังจะไปเชียงใหม่ ขากลับ! ฉันจะรับหลานกลับมาด้วย!”

ไม่ใช่คำขู่ เป็นคำเตือนให้หญิงสาวเตรียมใจไว้ล่วงหน้า!

“ญาไม่ยอม! เราตกลงกันแล้ว! ให้ญาหย่ากับพี่ปลื้มแล้วท่านจะยกลูกให้มาอยู่กับญา ท่านจะมาผิดคำพูดง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้!”

“ไหนล่ะหลักฐาน มีหรือเปล่า พูดปากเปล่าใครก็พูดได้”

นายแพทย์เจ้าเล่ห์ขับไล่อดีตลูกสะใภ้ออกจากชีวิตลูกชายสำเร็จ ไม่เคยมีความคิดจะรักษาสัญญากับผู้หญิงไร้คุณค่า เพียงแค่หลอกให้เธอตายใจ เพื่อเธอจะยอมหย่าและไปจากลูกชาย

“เรามันคนละระดับกัน คนอย่างเธอไม่มีทางเอาชนะคนอย่างฉันได้ ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไปถึงศาลก็น่าจะรู้ว่าใครจะชนะคดีนี้! เงินหนึ่งล้านที่เคยเสนอ ฉันยืนยันจะให้เหมือนเดิม ถ้าเธอยินดีรับไว้!”

“ญาไม่มีวันปล่อยให้ลูกกลับไปอยู่ในการดูแลของท่านเ! คนที่ดูแลลูกเมียตัวเองให้มีความสุขไม่ได้! ถือดีจากไหนจะมาเอาลูกของญาไปเลี้ยง! ถึงญาจะเป็นแม่ที่ไม่ได้ความ แต่ญาก็เลี้ยงลูกจนแกโตป่านนี้! ญารัก ทะนุถนอม ปกป้อง ดูแล ทำดีที่สุดเท่าที่คนอย่างญาจะทำได้ เก้าเดือนที่ลูกอยู่ในท้องกับห้าปีที่ลูกลืมตาดูโลก ลูกไม่สบายไม่รู้กี่ครั้ง มีแค่ญาคนเดียวคอยดูแลไม่เคยทอดทิ้งลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนั้นท่านไปอยู่ไหน! ทำไมถึงเพิ่งมาเป็นห่วงหลานตอนนี้ ตอนที่หลานพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ ยังคลานอยู่บนพื้น ไม่เคยมาดูดำดูดีสักครั้ง!”

ระบายความในใจออกมาพร้อมน้ำตา ยกมือข้างหนึ่งปิดใบหน้า ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอในช่วงที่พยายามเข้มแข็ง ไม่มีอีกแล้วความเคารพความเกรงใจ คนเดียวที่เธอจะยอมให้เอาลูกไปคือปรเมศวร์ ไม่ใช่ชายสูงวัยคนนี้ ถ้าเป็นท่าน เธอจะสู้ให้ยิบตา

“เธอเสียสติไปแล้วหรือไงญาตาวี! ถึงกล้าพูดจาเลวๆ กับฉัน คนที่ให้ข้าว ให้น้ำ ชุบเลี้ยงเธอมาหลายปี! ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้เพราะฉันไม่ใช่เหรอ! ถอนคำพูด! ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”

“อย่ามาลำเลิกบุญคุณ! เศษเงินที่ท่านโยนมาใส่หัว เทียบได้เหรอกับความสูญเสียของญา! เทียบได้เหรอกับสิ่งที่ท่านทำกับญากับลูกมาตลอดหกปีที่ผ่านมา! ฮือ... ท่านสั่งห้ามไม่ให้ญาเรียนหนังสือ ไม่ให้ออกไปเจอเพื่อน ไม่ให้มีสังคม ไม่ให้ไปหางานทำ ไม่ให้ญาออกไปไหน ขังญาให้เลี้ยงลูกในบ้าน! เพราะกลัวญาจะทำให้ท่านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยไม่เคยสนใจเลยว่าญาจะรู้สึกยังไง จะเจ็บปวดมากแค่ไหน ที่ต้องอยู่คนเดียวมาตลอดหกปี! ฮือ... ญาไม่มีเพื่อน ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครสักคนที่รัก ญาจะไม่ยอมให้ท่านควบคุมชีวิตลูกเหมือนที่ท่านเคยควบคุมชีวิตญา ลองมาเอาลูกไปสิ! ญาจะทำให้ท่านเห็นว่าหมาจนตรอกอย่างญา มันจะบ้าได้มากแค่ไหน!”

พลันโทรศัพท์ถูกกระชากจากมือญาตาวีลักษณะคล้ายถูกรูดทรัพย์ หญิงสาวเอียงหน้านองน้ำตากลับไปพบชายหนุ่มคนคุ้นเคย

“ลูกเมียผม! ผมดูแลเองได้! ถ้าอยากเลี้ยงหลานมากนักไปบอกยัยฟ้าให้เบ่งหลานออกมาให้เลี้ยงเร็วๆ จะได้ไม่ว่างไประรานครอบครัวคนอื่น! ข้องใจตรงไหนมาเคลียร์กับผม! อย่าไปลงที่ญา!”

ว่านายแพทย์สิทธิเดชอารมณ์รุนแรง ไม่ได้ครึ่งอารมณ์ปรเมศวร์ เขาแย่งโทรศัพท์มาจัดการให้เสร็จสิ้น

“ถ้าพ่อทำอะไรญา ให้มาบอกพี่ พี่จะจัดการให้” บอกสอนสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง ไม่ได้ตั้งตัวว่าหญิงสาวจะโถมตัวเข้ามากอด

“ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องร้องไห้”

ปรเมศวร์เกร็งหน้าท้องรับสัมผัสวางมือบนศีรษะปลอบพักใหญ่ กว่าญาตาวีจะได้สติว่าจู่โจมกอดอดีตสามีโดยที่เขาไม่ได้ตั้งตัวไม่ได้เต็มใจ ร่างกายบอบบางถอยห่างเร็วปานสายฟ้า

“ขอโทษค่ะ ญาไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่ปลื้มขายหน้า”

เธอไม่ได้ทำให้เขาขายหน้า เขายินดี ปรเมศวร์แตะตัวหญิงสาวยลโฉมดวงหน้าไร้ความสุข ตาเธอแดงมาก แมสก์เปียกน้ำมูกน้ำตาไม่น่าดู แต่เขากลับมองเนิ่นนานไม่รู้เบื่อ อยากซับน้ำตาและปลอบเธอให้หายกลัว ตัวเธอยังสั่นอยู่เลย เธอห่วงลูกและเกลียดชังพ่อเขามาก อยู่ใกล้ไม่เคยคิดถึงแต่หลังจากแยกทางกันกลับคิดถึงมากขึ้นทุกวัน มีหลายเรื่องที่เขาอยากพูดกับเธอ แต่ตอนนี้ลูกสาวสำคัญมากที่สุด

“พี่ได้ยินว่าลูกไม่สบาย ลูกเป็นอะไร อาเจียนอีกแล้วเหรอ”

“อาเจียนหนักกว่าครั้งที่แล้วอีกค่ะ ลูกคิดถึงพี่ปลื้ม โทรหาพี่ปลื้มยังไงพี่ปลื้มก็ไม่รับสาย ญาปลอบลูกไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไง พามาโรงพยาบาล แต่พยาบาลพวกนั้นไม่ให้ญาเข้าไปหาลูก”

ความรักที่มีต่อลูกส่งผลให้ญาตาวีมีอาการเครียดจนคลื่นเหียนและวิงเวียนศีรษะ ดวงหน้าแดงก่ำก้มต่ำก่อนเข้าไปกระชากท่อนแขนฉุดดึงกึ่งขอร้องให้เขาพาเข้าไปหาลูก

“ลูกอยู่ในห้องนั้น พี่ปลื้มพาญาเข้าไปหาลูกได้ไหม ฮึก... ได้ไหม”

“ได้ แต่ญาไหวแน่นะ สีหน้า ท่าทางเหมือนไม่ค่อยสบาย”

มือแข็งแรงจับท่อนแขนเล็กมั่นเหมาะ พยุงไว้ กลัวเธอจะทรุดล้มลงไปกองบนพื้น เสียงเล็กร้องหาแม่ดังระงมมาถึงตรงนี้ บีบหัวใจปรเมศวร์เหลือเกิน

“ญาไม่เป็นไรค่ะ”

ความคิดถึงฉายผ่านดวงตาคู่อ่อนเยาว์สั่งได้ราวกับม้วนภาพยนตร์ แต่พริบตาเดียวเธอสั่งปิดด้วยตัวเอง เก็บซ่อนไว้ในหัวใจ “รีบเข้าไปดูลูกเถอะ ถ้าเป็นพี่ปลื้ม พวกเขาต้องยอมให้เข้าไป”

“เราจะไปด้วยกัน”

ชายหนุ่มวางมือบนศีรษะบอบบางปลอบโยนญาตาวีที่ถึงแม้จะเป็นแม่คน แต่เธอยังเด็กเหลือเกิน อายุเท่านี้แต่ต้องเลี้ยงดูลูกตามลำพัง มีความรับผิดชอบมากกว่าผู้ใหญ่อย่างเขา

ปรเมศวร์เช็ดก้อนน้ำตาเล็กๆ บนหางตา สั่งตัวเองให้พอแค่นั้น เขาลดมือลงโอบไหล่โอบประคองพาตรงไปยังห้องนั้นด้วยกัน ประตูถูกล็อก เขาเขย่าไม่ยั้งมือคนข้างในรีบวิ่งมาเปิด พยาบาลสาวคนเดิมหลบสายตาอาฆาต มารวมตัวกับคนอื่นๆ เปิดทางให้เขาไปหาลูกสาว ถ้านี่คือเหตุผลที่ญาตาวีโทรศัพท์ไปต่อว่าบิดา ก็น่าอยู่หรอก มีอย่างที่ไหนมากีดกันแม่ไม่ให้เข้าไปหาลูกที่ป่วย น่าเจ็บใจตรงที่เขาดูแลลูกสาวชายคนนั้นเป็นอย่างดี แต่ชายคนนั้นกลับทำให้ลูกสาวและภรรยาของเขาทุกข์ทรมานอย่างไม่น่าให้อภัย

“คุณแม่ขา คุณแม่ไปไหนมา ทิ้งหนูไว้คนเดียว ฮือ...”

เด็กติดแม่อาเจียนหนักจนหมดเรี่ยวแรง เพิ่งหยุดร้องไห้ไม่นานน้ำตาเม็ดเล็กกลับมาไหลอีกครั้งเมื่อเห็นว่าใครมายืนแทนที่คุณหมอ

“คุณแม่มาแล้ว ไม่ต้องร้องไห้นะลูก” ญาตาวีสอดมือเรียวเข้าใต้แผ่นหลังลูกสาวดึงเข้ามากอด โยกเบาๆ ปลอบลูกให้หยุดร้องไห้

“คุณหมอใจร้าย ฮือ... หนูอยากกลับบ้าน คุณแม่พาหนูกลับได้ไหมคะ หนูสัญญา หนูจะไม่อาเจียน ไม่ร้องไห้อีกแล้วค่ะ ฮือ...”

“ไม่ต้องร้อง...”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status