LOGIN“ไม่ต้องร้อง...”
พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขน
เธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ
“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”
ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ
“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”
“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”
เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี้ ตำหนิตัวเองว่าไม่ได้เรื่องที่ไม่ดูแลเอาใจใส่ครอบครัว
ช้อนตัวลูกสาวจากเตียงคนป่วยมาปลอบตามสไตล์จนลูกอาการดีขึ้น ไม่ร้องไห้ ไม่อาเจียน ก่อนจึงวางตัวลูกบนตักญาตาวี ยกเก้าอี้มาตั้งข้างเตียงนั่งมองสองแม่ลูกหน้าพิมพ์เดียวกันแล้วยิ้ม
“คุณแม่ตาแดง คุณแม่ร้องไห้คิดถึงหนูใช่ไหมคะ”
“ค่ะ คุณแม่คิดถึงหนูวามากที่สุดในโลก”
“หนูวาคิดถึงคุณแม่มากกว่า หนูร้องไห้ อยากหาคุณแม่ คุณหมอให้หนูหยุดร้อง บอกว่าจะเอาเข็มฉีดยามาฉีดให้หนูนอนหลับ”
“ใครพูดกับหนูแบบนั้น ชี้หน้าให้คุณพ่อดูได้ไหมคะ”
“ฉีดยาแบบไหนนะ แบบนี้หรือเปล่า ฉีดจี๊ดดดดให้คนไข้ตัวเล็กกระจิริดหลับ” ญาตาวีเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ปรเมศวร์และลูกสาวเครียด จิ้มปลายนิ้วลงบนเอวเล็กจั๊กจี้ลูกสาวให้หัวเราะสดใส
“คุณแม่ ฮ่าๆ หนูจั๊กจี้”
“ทำไมไม่หลับสักทีนะ เอ๊ะ ยานอนหลับหมดอายุหรือเปล่า ลองฉีดอีกเข็มดีกว่า จี๊ดดดด ฉีดให้คุณพ่อด้วยหนึ่งเข็ม เริ่มเลย”
“จี๊ดดด” ลูกสาวยื่นนิ้วไปจิ้มที่ตัวชวนคุณพ่อเล่นด้วยกัน
ยังคงเจ็บใจที่ทุกคนทำร้ายลูกสาว แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มจากคนที่เขารักมากที่สุด ปรเมศวร์ก็จิ้มปลายนิ้วฉีดยาให้ลูก
“จี๊ด” เขาพูดไม่เป็น ถึงอย่างนั้นลูกสาวก็หัวเราะมีความสุข
“หนูวารักคุณพ่อกับคุณแม่” เด็กขี้อ้อน ขอกอดพ่อแม่พร้อมกันอีกครั้ง อุ่นใจเมื่อได้อยู่ภายใต้แขนอบอุ่นของสองคนพร้อมกัน
“คุณพ่อก็รักหนูนะลูก มา ให้คุณพ่อตรวจหน่อยนะ”
ซักประวัติและตรวจอาการลูกสาวด้วยตัวเอง ทีเล่นทีจริงไปเรื่อยคนป่วยรุ่นจิ๋วผ่อนคลายไม่แม้แต่จะคลื่นไส้ การอาเจียนในตอนแรกหายเป็นปลิดทิ้งอยากจะเล่นกับพ่อแม่ท่าเดียว
“ชวนคุณพ่อเล่นตอนนี้ไม่ได้ลูก หนูยังไม่หายป่วย รอหายป่วยกลับบ้าน คุณพ่อจะเล่นสนุกเป็นเพื่อนหนูทั้งวันทั้งคืนเลยดีไหม”
“หนูอยากเล่นตอนนี้ กลับบ้านได้ไหมคะ หนูอยากกลับบ้าน”
“หนูยังไม่หายป่วย จะกลับบ้านได้ยังไง ถ้ากลับไปแล้วหนูอาเจียนออกมาอีก คุณพ่อก็ต้องขับรถพาหนูมาส่งโรงพยาบาล”
“แต่หนูวาไม่อยากนอนโรงพยาบาล คุณแม่ขา... พาหนูกลับบ้านนะคะ หนูจะไม่ร้องไห้ ไม่อาเจียน คุณแม่พาหนูกลับบ้านนะคะ”
อ้อนพ่อไม่สำเร็จหนูวาววาหันมาอ้อนแม่ เขย่าแขนรบเร้า
“หนูวาคิดถึงคุณพ่อไม่ใช่เหรอคะ คิดถึง ก็ต้องเชื่อฟังคุณพ่อ” เชื่อปรเมศวร์ดีที่สุด ญาตาวีรักลูกเกินกว่าจะดื้อรั้นพาลูกกลับบ้าน ไม่อยากให้ลูกกลับมาเจ็บป่วยอีกครั้ง เธอดูแลคนเดียวไม่ไหว
“หนูหายคิดถึงคุณพ่อแล้วค่ะ หนูรอทั้งวัน คุณพ่อไม่หาหนู”
ญาตาวียิ้มละมุนกับการพูดไปเรื่อยของลูกสาว ช้อนสายตาเมื่อยล้ามามองปรเมศวร์ให้เขาคุยกับลูกด้วยตัวเอง สู้รบกับพลังงานล้นเหลือของลูกสาวทั้งวัน ตกดึกลูกป่วยเข้าโรงพยาบาล ปิดฉากทะเลาะกับบิดาปรเมศวร์ไปหนึ่งยกทำเธอหมดเรี่ยวแรง อยากได้ผ้าห่มอุ่นๆ สักผืน ไม่ต้องมีหมอนก็ได้ อยากนอนพักเอาแรงสักงีบ
“คุณพ่อน้อยใจนะ มาบอกว่าไม่คิดถึงคุณพ่อได้ยังไง”
“คุณพ่อไม่รักหนู หนูรอทั้งวัน คุณแม่ก็รอ แต่คุณพ่อไม่มา”
“ใครว่าคุณพ่อไม่รักหนู คุณพ่อรักหนูมากที่สุดในโลก กุ้งเทมปุระที่หนูชอบคุณพ่อก็ซื้อมาให้ แต่มันอยู่ในรถคุณพ่อตั้งแต่ตอนบ่ายอาจจะเสียแล้วก็ได้ รอหนูหายป่วยคุณพ่อจะซื้อให้ใหม่นะคะ เอ๊ะ หรือเราจะไปกินที่ร้านเลยดีไหมนะ ชวนคุณแม่ไปด้วย ไปด้วยกัน”
นัยน์ตาคู่ใสเลื่อนไปมาพึงพอใจกับข้อเสนอนั้น แต่เพราะได้เชื้อเขามาเต็มๆ จึงไม่ยอมหายโกรธกับเรื่องง่ายๆ แค่เอาของกินมาล่อ มีวิธีง้อลูกง่ายกว่านั้น เพียงแค่บอกเหตุผลไปตรงๆ ว่าไม่ได้ไปหาด้วยสาเหตุอะไร แต่เขาอยากให้ลูกพักผ่อนมากกว่าคิดเรื่องอื่น
“กินกุ้งอิ่มแล้ว คุณพ่อพาหนูไปเที่ยวไร่อากลด้วยดีไหมน้า ไปดูเขาจัดงานแต่งพ่อกันต์ อีกหน่อยพ่อกันต์กับพ่อตรีก็จะตามมา ถ้ามีใครถามหาหนูวา คุณพ่อจะบอกว่าหนูวางอน ไม่ยอมไปเที่ยว”
“หนูอยากไปค่ะ” เด็กน้อยหลงกล ยิงฟันหลอประจบ
“คุณพ่อให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ มาอยู่ที่นี่คุณแม่ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ถ้าคุณแม่ไปด้วย หนูจะให้คุณพ่อกินคุกกี้ข้าวโอ๊ตกับอาหารฝีมือคุณแม่”
“คุณพ่อกินจุนะ คุณแม่จะทำกับข้าวเลี้ยงไหวหรือเปล่า” แกล้งถามลูก แต่ช้อนสายตามองอดีตภรรยาที่คอยหลบสายตา
“คุณแม่ขา คุณแม่ทำกับข้าวเยอะๆ ให้คุณพ่อกินด้วยได้ไหม” มือเล็กเขย่าแขนเสื้อต่อเนื่องไม่หยุด ใครจะใจแข็งกับลูกสาวลงคอ
“ได้ค่ะ หนูวาจะชวนคุณพ่อไปเที่ยวบ้านเราเมื่อไหร่ก็ได้”
“คุณแม่อนุญาตแล้วค่ะ คุณพ่อมาอยู่กับหนูนะ บ้านหนูกว้าง สองชั้น มีห้องนอนเยอะ หนูจะจัดเตียงสวยๆ ให้คุณพ่อนอน หนูคิดถึงคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมาอยู่กับหนูกับคุณแม่ไปนานๆ” หนูวามองพ่อตาปริบตาปรอย พ่อลูกกอดกัน ขี้แย จะร้องไห้อีกครั้ง
“ลูกสาวน่ารักขนาดนี้ คุณพ่อชักไม่อยากกลับแล้วสิ คุณพ่อย้ายมาอยู่กับหนูดีไหมคะ คุณพ่อจะได้อยู่กับหนูทุกวัน พาหนูไปเที่ยว ไปกินขนม แล้วคุณพ่อก็จะขับรถไปรับไปส่งหนูที่โรงเรียนทุกวัน”
“หนูวาอยากให้คุณพ่อมาอยู่ด้วย คุณพ่อจะมาอยู่กับหนูจริงๆ ใช่ไหมคะ ไชโย! หนูวาดีใจที่สุดในโลก คุณแม่ขา คุณแม่ดีใจไหมคะ”
เด็กหญิงยกก้นกระโดดดีใจหลายครั้ง เขย่าแขนมารดาแต่แทนที่มารดาของแม่หนูจะดีใจ กลับมีสีหน้าและเสียงที่เคร่งเครียด
“พี่ปลื้มอย่าหลอกลูกอย่างนั้นสิคะ ลูกเข้าใจผิด วันที่พี่กลับกรุงเทพฯ ลูกอาจจะร้องไห้หนักมากกว่าเดิมก็ได้ หนูวา คุณพ่อต้องทำงาน โรงพยาบาลคุณพ่ออยู่ตั้งไกล คุณพ่อจะมาอยู่กับเราได้ยังไง”
ญาตาวีไม่ใช่แม่ประเภทที่ตามใจลูก การพูดความจริงอาจบั่นทอนสภาพจิตใจแต่ดีกว่าปล่อยให้ลูกเสียใจทีหลัง หนูวาอาจจะเอาแต่ใจบ้างในบางครั้ง แต่ไม่ใช่เด็กพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าอธิบายดีๆ และยกเหตุผลมาประกอบ ลูกสาวในวัยห้าขวบเศษสามารถเข้าใจทั้งหมด
“แต่คุณแม่ คุณพ่อบอกจะมาอยู่กับหนูก็ต้องมาสิคะ คุณพ่อใจดี ไม่โกหกหนู หนูรักคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมาอยู่กับหนู คุณแม่เคยบอกว่าคุณพ่อเป็นหมอต้องดูแลคนป่วย มาอยู่กับหนูกับคุณแม่ไม่ได้ ตอนนี้หนูเป็นคนป่วย อาเจียน หนูอยากให้คุณพ่อรักษาหนู”
“พูดอะไรบ้างสิคะ อย่าปล่อยให้ลูกเข้าใจผิด”
ร้อนใจที่สุดน่าจะเป็นญาตาวี เธอเครียดหัวจะระเบิดขณะที่ปรเมศวร์ยกไหล่ชิลล์ๆ เขากลั้นขำแทบแย่ พึงพอใจในพัฒนาการลูกสาวที่ฉลาดเกินวัยรู้จักยกเหตุผลมาพูดให้แม่ยอมแพ้ ท่าทางลูกสาวจะได้แม่มาแค่รูปร่างหน้าตา แต่ทักษะและความฉลาดได้จากพ่อเต็มๆ
“จะแย้งได้ยังไงล่ะ ในเมื่อหนูวาพูดถูกทั้งหมด หมอมีหน้าที่ดูแลคนป่วย เพราะฉะนั้นพี่ก็ต้องดูแลลูกจนกว่าจะหายป่วย”
“หนูวาหายป่วย หนูวาก็ไม่อยากให้คุณพ่อกลับกรุงเทพ”
“อ้าว ขี้โกงนี่นา”
คำพูดเด็กช่างเจรจาทำให้ปรเมศวร์เก็บเสียงหัวเราะไม่ได้ เขามีความสุขอย่างบรรยายไม่ถูก เมื่อค้นพบว่าที่นี่เหมาะกับเขามากกว่ากรุงเทพ เพราะมีทั้งลูกสาวและภรรยาสาวอยู่ด้วยกัน
“ใครโทรมาเหรอคะคุณพี่ ทำไมต้องออกไปคุยเสียไกล”
ผู้โดยสารไฟล์ทดึกในสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งผู้โดยสารขาออกในประเทศมีจำนวนไม่มาก เลือกที่นั่งในเล้าจ์สายการบินตามใจ นายแพทย์สิทธิเดชกลับจากคุยโทรศัพท์ย้ายฝั่งไปนั่งกับภรรยาหลวง สิรีอยากเอาชนะกาญจนาที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันย้ายไปนั่งข้างสามี
“ไม่ถามสักเรื่องจะได้ไหม”
สิรีทำหน้าหงิกงอ นายแพทย์สิทธิเดชไม่สนใจ ท่านยังไม่หายอารมณ์เสียหลังวางสายจากอดีตลูกสะใภ้ ไม่พอใจที่ญาตาวีแสดงอิทธิฤทธิ์กับคนที่เลี้ยงดูปูเสื่อเธอกับลูกสาวมานาน ไม่น่าหน้าบางเห็นแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลรับเด็กเหลือขอมาร่วมใช้นามสกุล น่าจะโยนเงินให้สักก้อนทุกอย่างจะได้จบไปตั้งแต่ตอนนั้น ลูกสาวคนเล็กถูกรถมอเตอร์ไซค์พุ่งชนอาการบาดเจ็บสาหัส เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลานสาวอาเจียนหนักเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกัน ไปถึงเชียงใหม่จะจัดการให้หมดทุกคน ทั้งคนที่ขับรถชนลูกสาวและอดีตสะใภ้กาลกิณีประจำบ้าน
“ลูกสะใภ้คนดีของคุณโทรมาต่อว่าผม!”
“สั่งแยกห้องรักษา กีดกันไม่ให้เข้าไปหาลูก เป็นใครก็โกรธ”
“คุณคอยให้ท้ายแบบนี้ไง! ถึงได้กำเริบมากขึ้นทุกวัน หรือคุณก็เห็นดีเห็นงามที่จะปล่อยให้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าเลี้ยงหลานแท้ๆ ของตัวเอง! ไม่กลัวหลานจะเดินตามรอยแม่ของหลานเหรอ!”
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ” กาญจนาจ้ำเท้าเดินออกไป
คุณสิทธิเดชโกรธภรรยาหลวงที่ทำตัวเหมือนลูกชาย จะตามไป ทว่าภรรยารองเอามือมาเกี่ยวข้อศอกดึงท่านกลับมานั่งลงที่เดิม
“ไม่ต้องตามไปหรอกค่ะ อีกหน่อยก็เจอกันบนเครื่องบิน คุณพี่นาอยากเจอลูกชายสุดที่รักใจจะขาดยังไงก็ต้องกลับมา”
เมียตาธีตั้งท้องในไม่ช้าจะคลอดหลานให้อุ้ม แทนที่สามีจะสนใจกลับอยากตามหลานอีกคนกลับ! สิรีไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เด็กวาววาย้ายมาอยู่เชียงใหม่ไกลหูไกลตาดีแล้ว อีกหน่อยนานวันเข้าสามีหมดสิ้นความรักทรัพย์สมบัติมีหรือจะยกให้ เงินทุกบาท สมบัติทุกชิ้น สิรีเล็งไว้ให้ลูกและหลานตัวเองเท่านั้น แต่ในเมื่อสามีอุตส่าห์ทะเลาะกับภรรยาหลวงทั้งที การปล่อยเฉยไม่ใช่สไตล์สิรี เธอยิ้มเย้ยสุมไฟใส่อกสามีให้โกรธ
“ดูเหมือนว่าลูกเมียจะไม่มีใครเห็นหัวคุณพี่ แม้กระทั่งยัยเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้น ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ทุกคนต้องรวมกลุ่มกันต่อต้านคุณพี่ ต่อไปคุณพี่พูดน้องคิดว่าคงไม่มีใครฟัง”
“ฉันไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้น ตาปลื้ม คุณนา หลานวา ทุกคนต้องกลับกรุงเทพ ฉันไม่ยอมให้ใครแยกตัวไปจากฉันทั้งนั้น!”
ตาปลื้ม คุณนา หลานวา ไม่ยอมให้ใครแยกตัวไป? หมายความว่ากับคุณพี่นาคุณสิทธิเดชก็จะไม่หย่าอย่างนั้นเหรอ!
สิรีหน้าแห้ง เธอหมายมั่นจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน ถึงขั้นโทรศัพท์ไปเม้าท์มอยส่งข่าวให้เพื่อนๆ ทราบ หากไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้ เธอไม่ต้องเป็นเมียน้อยไปตลอดชีวิตเหรอ
“แต่คุณพี่นาขอหย่ากับคุณพี่ ส่วนลูกชายคุณพี่ก็ลาออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่ใช่เหรอ คุณพี่จะรั้งลูกเมียไว้ด้วยวิธีไหน”
“หลานไง พาหลานกลับไปได้สักคน สองคนนั้นก็กลับมาเอง”
“ด้วยวิธีไหนล่ะคะ ในเมื่อคุณพี่ยกหลานให้ผู้หญิงคนนั้นดูแล”
“ฉันมีวิธีบีบเอาตัวหลานกลับมาก็แล้วกัน!”
นายแพทย์สิทธิเดชกล่าวทิ้งท้ายใส่อารมณ์ ปล่อยภรรยาคนรองให้นั่งหน้างงตรงนั้น รั้งท้ายตามภรรยาหลวงไปยังประตูขึ้นเครื่องบินใจจดใจจ่ออยากไปถึงเชียงใหม่เร็วๆ
‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก
“พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ
“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ
ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล







