ホーム / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

共有

บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

last update 公開日: 2026-02-27 05:58:13

“ไม่ต้องร้อง...”

พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขน

เธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ

“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”

ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ

“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”

“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”

เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี้ ตำหนิตัวเองว่าไม่ได้เรื่องที่ไม่ดูแลเอาใจใส่ครอบครัว

ช้อนตัวลูกสาวจากเตียงคนป่วยมาปลอบตามสไตล์จนลูกอาการดีขึ้น ไม่ร้องไห้ ไม่อาเจียน ก่อนจึงวางตัวลูกบนตักญาตาวี ยกเก้าอี้มาตั้งข้างเตียงนั่งมองสองแม่ลูกหน้าพิมพ์เดียวกันแล้วยิ้ม

“คุณแม่ตาแดง คุณแม่ร้องไห้คิดถึงหนูใช่ไหมคะ”

“ค่ะ คุณแม่คิดถึงหนูวามากที่สุดในโลก”

“หนูวาคิดถึงคุณแม่มากกว่า หนูร้องไห้ อยากหาคุณแม่ คุณหมอให้หนูหยุดร้อง บอกว่าจะเอาเข็มฉีดยามาฉีดให้หนูนอนหลับ”

“ใครพูดกับหนูแบบนั้น ชี้หน้าให้คุณพ่อดูได้ไหมคะ”

“ฉีดยาแบบไหนนะ แบบนี้หรือเปล่า ฉีดจี๊ดดดดให้คนไข้ตัวเล็กกระจิริดหลับ” ญาตาวีเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ปรเมศวร์และลูกสาวเครียด จิ้มปลายนิ้วลงบนเอวเล็กจั๊กจี้ลูกสาวให้หัวเราะสดใส

“คุณแม่ ฮ่าๆ หนูจั๊กจี้”

“ทำไมไม่หลับสักทีนะ เอ๊ะ ยานอนหลับหมดอายุหรือเปล่า ลองฉีดอีกเข็มดีกว่า จี๊ดดดด ฉีดให้คุณพ่อด้วยหนึ่งเข็ม เริ่มเลย”

“จี๊ดดด” ลูกสาวยื่นนิ้วไปจิ้มที่ตัวชวนคุณพ่อเล่นด้วยกัน

ยังคงเจ็บใจที่ทุกคนทำร้ายลูกสาว แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มจากคนที่เขารักมากที่สุด ปรเมศวร์ก็จิ้มปลายนิ้วฉีดยาให้ลูก

“จี๊ด” เขาพูดไม่เป็น ถึงอย่างนั้นลูกสาวก็หัวเราะมีความสุข

“หนูวารักคุณพ่อกับคุณแม่” เด็กขี้อ้อน ขอกอดพ่อแม่พร้อมกันอีกครั้ง อุ่นใจเมื่อได้อยู่ภายใต้แขนอบอุ่นของสองคนพร้อมกัน

“คุณพ่อก็รักหนูนะลูก มา ให้คุณพ่อตรวจหน่อยนะ”

ซักประวัติและตรวจอาการลูกสาวด้วยตัวเอง ทีเล่นทีจริงไปเรื่อยคนป่วยรุ่นจิ๋วผ่อนคลายไม่แม้แต่จะคลื่นไส้ การอาเจียนในตอนแรกหายเป็นปลิดทิ้งอยากจะเล่นกับพ่อแม่ท่าเดียว

“ชวนคุณพ่อเล่นตอนนี้ไม่ได้ลูก หนูยังไม่หายป่วย รอหายป่วยกลับบ้าน คุณพ่อจะเล่นสนุกเป็นเพื่อนหนูทั้งวันทั้งคืนเลยดีไหม”

“หนูอยากเล่นตอนนี้ กลับบ้านได้ไหมคะ หนูอยากกลับบ้าน”

“หนูยังไม่หายป่วย จะกลับบ้านได้ยังไง ถ้ากลับไปแล้วหนูอาเจียนออกมาอีก คุณพ่อก็ต้องขับรถพาหนูมาส่งโรงพยาบาล”

“แต่หนูวาไม่อยากนอนโรงพยาบาล คุณแม่ขา... พาหนูกลับบ้านนะคะ หนูจะไม่ร้องไห้ ไม่อาเจียน คุณแม่พาหนูกลับบ้านนะคะ”

อ้อนพ่อไม่สำเร็จหนูวาววาหันมาอ้อนแม่ เขย่าแขนรบเร้า

“หนูวาคิดถึงคุณพ่อไม่ใช่เหรอคะ คิดถึง ก็ต้องเชื่อฟังคุณพ่อ” เชื่อปรเมศวร์ดีที่สุด ญาตาวีรักลูกเกินกว่าจะดื้อรั้นพาลูกกลับบ้าน ไม่อยากให้ลูกกลับมาเจ็บป่วยอีกครั้ง เธอดูแลคนเดียวไม่ไหว

“หนูหายคิดถึงคุณพ่อแล้วค่ะ หนูรอทั้งวัน คุณพ่อไม่หาหนู”

ญาตาวียิ้มละมุนกับการพูดไปเรื่อยของลูกสาว ช้อนสายตาเมื่อยล้ามามองปรเมศวร์ให้เขาคุยกับลูกด้วยตัวเอง สู้รบกับพลังงานล้นเหลือของลูกสาวทั้งวัน ตกดึกลูกป่วยเข้าโรงพยาบาล ปิดฉากทะเลาะกับบิดาปรเมศวร์ไปหนึ่งยกทำเธอหมดเรี่ยวแรง อยากได้ผ้าห่มอุ่นๆ สักผืน ไม่ต้องมีหมอนก็ได้ อยากนอนพักเอาแรงสักงีบ

“คุณพ่อน้อยใจนะ มาบอกว่าไม่คิดถึงคุณพ่อได้ยังไง”

“คุณพ่อไม่รักหนู หนูรอทั้งวัน คุณแม่ก็รอ แต่คุณพ่อไม่มา”

“ใครว่าคุณพ่อไม่รักหนู คุณพ่อรักหนูมากที่สุดในโลก กุ้งเทมปุระที่หนูชอบคุณพ่อก็ซื้อมาให้ แต่มันอยู่ในรถคุณพ่อตั้งแต่ตอนบ่ายอาจจะเสียแล้วก็ได้ รอหนูหายป่วยคุณพ่อจะซื้อให้ใหม่นะคะ เอ๊ะ หรือเราจะไปกินที่ร้านเลยดีไหมนะ ชวนคุณแม่ไปด้วย ไปด้วยกัน”

นัยน์ตาคู่ใสเลื่อนไปมาพึงพอใจกับข้อเสนอนั้น แต่เพราะได้เชื้อเขามาเต็มๆ จึงไม่ยอมหายโกรธกับเรื่องง่ายๆ แค่เอาของกินมาล่อ มีวิธีง้อลูกง่ายกว่านั้น เพียงแค่บอกเหตุผลไปตรงๆ ว่าไม่ได้ไปหาด้วยสาเหตุอะไร แต่เขาอยากให้ลูกพักผ่อนมากกว่าคิดเรื่องอื่น

“กินกุ้งอิ่มแล้ว คุณพ่อพาหนูไปเที่ยวไร่อากลด้วยดีไหมน้า ไปดูเขาจัดงานแต่งพ่อกันต์ อีกหน่อยพ่อกันต์กับพ่อตรีก็จะตามมา ถ้ามีใครถามหาหนูวา คุณพ่อจะบอกว่าหนูวางอน ไม่ยอมไปเที่ยว”

“หนูอยากไปค่ะ” เด็กน้อยหลงกล ยิงฟันหลอประจบ

“คุณพ่อให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ มาอยู่ที่นี่คุณแม่ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ถ้าคุณแม่ไปด้วย หนูจะให้คุณพ่อกินคุกกี้ข้าวโอ๊ตกับอาหารฝีมือคุณแม่”

“คุณพ่อกินจุนะ คุณแม่จะทำกับข้าวเลี้ยงไหวหรือเปล่า” แกล้งถามลูก แต่ช้อนสายตามองอดีตภรรยาที่คอยหลบสายตา

“คุณแม่ขา คุณแม่ทำกับข้าวเยอะๆ ให้คุณพ่อกินด้วยได้ไหม” มือเล็กเขย่าแขนเสื้อต่อเนื่องไม่หยุด ใครจะใจแข็งกับลูกสาวลงคอ

“ได้ค่ะ หนูวาจะชวนคุณพ่อไปเที่ยวบ้านเราเมื่อไหร่ก็ได้”

“คุณแม่อนุญาตแล้วค่ะ คุณพ่อมาอยู่กับหนูนะ บ้านหนูกว้าง สองชั้น มีห้องนอนเยอะ หนูจะจัดเตียงสวยๆ ให้คุณพ่อนอน หนูคิดถึงคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมาอยู่กับหนูกับคุณแม่ไปนานๆ” หนูวามองพ่อตาปริบตาปรอย พ่อลูกกอดกัน ขี้แย จะร้องไห้อีกครั้ง

“ลูกสาวน่ารักขนาดนี้ คุณพ่อชักไม่อยากกลับแล้วสิ คุณพ่อย้ายมาอยู่กับหนูดีไหมคะ คุณพ่อจะได้อยู่กับหนูทุกวัน พาหนูไปเที่ยว ไปกินขนม แล้วคุณพ่อก็จะขับรถไปรับไปส่งหนูที่โรงเรียนทุกวัน”

“หนูวาอยากให้คุณพ่อมาอยู่ด้วย คุณพ่อจะมาอยู่กับหนูจริงๆ ใช่ไหมคะ ไชโย! หนูวาดีใจที่สุดในโลก คุณแม่ขา คุณแม่ดีใจไหมคะ”

เด็กหญิงยกก้นกระโดดดีใจหลายครั้ง เขย่าแขนมารดาแต่แทนที่มารดาของแม่หนูจะดีใจ กลับมีสีหน้าและเสียงที่เคร่งเครียด

“พี่ปลื้มอย่าหลอกลูกอย่างนั้นสิคะ ลูกเข้าใจผิด วันที่พี่กลับกรุงเทพฯ ลูกอาจจะร้องไห้หนักมากกว่าเดิมก็ได้ หนูวา คุณพ่อต้องทำงาน โรงพยาบาลคุณพ่ออยู่ตั้งไกล คุณพ่อจะมาอยู่กับเราได้ยังไง”

ญาตาวีไม่ใช่แม่ประเภทที่ตามใจลูก การพูดความจริงอาจบั่นทอนสภาพจิตใจแต่ดีกว่าปล่อยให้ลูกเสียใจทีหลัง หนูวาอาจจะเอาแต่ใจบ้างในบางครั้ง แต่ไม่ใช่เด็กพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าอธิบายดีๆ และยกเหตุผลมาประกอบ ลูกสาวในวัยห้าขวบเศษสามารถเข้าใจทั้งหมด

“แต่คุณแม่ คุณพ่อบอกจะมาอยู่กับหนูก็ต้องมาสิคะ คุณพ่อใจดี ไม่โกหกหนู หนูรักคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมาอยู่กับหนู คุณแม่เคยบอกว่าคุณพ่อเป็นหมอต้องดูแลคนป่วย มาอยู่กับหนูกับคุณแม่ไม่ได้ ตอนนี้หนูเป็นคนป่วย อาเจียน หนูอยากให้คุณพ่อรักษาหนู”

“พูดอะไรบ้างสิคะ อย่าปล่อยให้ลูกเข้าใจผิด”

ร้อนใจที่สุดน่าจะเป็นญาตาวี เธอเครียดหัวจะระเบิดขณะที่ปรเมศวร์ยกไหล่ชิลล์ๆ เขากลั้นขำแทบแย่ พึงพอใจในพัฒนาการลูกสาวที่ฉลาดเกินวัยรู้จักยกเหตุผลมาพูดให้แม่ยอมแพ้ ท่าทางลูกสาวจะได้แม่มาแค่รูปร่างหน้าตา แต่ทักษะและความฉลาดได้จากพ่อเต็มๆ

“จะแย้งได้ยังไงล่ะ ในเมื่อหนูวาพูดถูกทั้งหมด หมอมีหน้าที่ดูแลคนป่วย เพราะฉะนั้นพี่ก็ต้องดูแลลูกจนกว่าจะหายป่วย”

“หนูวาหายป่วย หนูวาก็ไม่อยากให้คุณพ่อกลับกรุงเทพ”

“อ้าว ขี้โกงนี่นา”

คำพูดเด็กช่างเจรจาทำให้ปรเมศวร์เก็บเสียงหัวเราะไม่ได้ เขามีความสุขอย่างบรรยายไม่ถูก เมื่อค้นพบว่าที่นี่เหมาะกับเขามากกว่ากรุงเทพ เพราะมีทั้งลูกสาวและภรรยาสาวอยู่ด้วยกัน

“ใครโทรมาเหรอคะคุณพี่ ทำไมต้องออกไปคุยเสียไกล”

ผู้โดยสารไฟล์ทดึกในสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งผู้โดยสารขาออกในประเทศมีจำนวนไม่มาก เลือกที่นั่งในเล้าจ์สายการบินตามใจ นายแพทย์สิทธิเดชกลับจากคุยโทรศัพท์ย้ายฝั่งไปนั่งกับภรรยาหลวง สิรีอยากเอาชนะกาญจนาที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันย้ายไปนั่งข้างสามี

“ไม่ถามสักเรื่องจะได้ไหม”

สิรีทำหน้าหงิกงอ นายแพทย์สิทธิเดชไม่สนใจ ท่านยังไม่หายอารมณ์เสียหลังวางสายจากอดีตลูกสะใภ้ ไม่พอใจที่ญาตาวีแสดงอิทธิฤทธิ์กับคนที่เลี้ยงดูปูเสื่อเธอกับลูกสาวมานาน ไม่น่าหน้าบางเห็นแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลรับเด็กเหลือขอมาร่วมใช้นามสกุล น่าจะโยนเงินให้สักก้อนทุกอย่างจะได้จบไปตั้งแต่ตอนนั้น ลูกสาวคนเล็กถูกรถมอเตอร์ไซค์พุ่งชนอาการบาดเจ็บสาหัส เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลานสาวอาเจียนหนักเข้าโรงพยาบาลในวันเดียวกัน ไปถึงเชียงใหม่จะจัดการให้หมดทุกคน ทั้งคนที่ขับรถชนลูกสาวและอดีตสะใภ้กาลกิณีประจำบ้าน

“ลูกสะใภ้คนดีของคุณโทรมาต่อว่าผม!”

“สั่งแยกห้องรักษา กีดกันไม่ให้เข้าไปหาลูก เป็นใครก็โกรธ”

“คุณคอยให้ท้ายแบบนี้ไง! ถึงได้กำเริบมากขึ้นทุกวัน หรือคุณก็เห็นดีเห็นงามที่จะปล่อยให้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าเลี้ยงหลานแท้ๆ ของตัวเอง! ไม่กลัวหลานจะเดินตามรอยแม่ของหลานเหรอ!”

“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ” กาญจนาจ้ำเท้าเดินออกไป

คุณสิทธิเดชโกรธภรรยาหลวงที่ทำตัวเหมือนลูกชาย จะตามไป ทว่าภรรยารองเอามือมาเกี่ยวข้อศอกดึงท่านกลับมานั่งลงที่เดิม

“ไม่ต้องตามไปหรอกค่ะ อีกหน่อยก็เจอกันบนเครื่องบิน คุณพี่นาอยากเจอลูกชายสุดที่รักใจจะขาดยังไงก็ต้องกลับมา”

เมียตาธีตั้งท้องในไม่ช้าจะคลอดหลานให้อุ้ม แทนที่สามีจะสนใจกลับอยากตามหลานอีกคนกลับ! สิรีไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เด็กวาววาย้ายมาอยู่เชียงใหม่ไกลหูไกลตาดีแล้ว อีกหน่อยนานวันเข้าสามีหมดสิ้นความรักทรัพย์สมบัติมีหรือจะยกให้ เงินทุกบาท สมบัติทุกชิ้น สิรีเล็งไว้ให้ลูกและหลานตัวเองเท่านั้น แต่ในเมื่อสามีอุตส่าห์ทะเลาะกับภรรยาหลวงทั้งที การปล่อยเฉยไม่ใช่สไตล์สิรี เธอยิ้มเย้ยสุมไฟใส่อกสามีให้โกรธ

“ดูเหมือนว่าลูกเมียจะไม่มีใครเห็นหัวคุณพี่ แม้กระทั่งยัยเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้น ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ทุกคนต้องรวมกลุ่มกันต่อต้านคุณพี่ ต่อไปคุณพี่พูดน้องคิดว่าคงไม่มีใครฟัง”

“ฉันไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้น ตาปลื้ม คุณนา หลานวา ทุกคนต้องกลับกรุงเทพ ฉันไม่ยอมให้ใครแยกตัวไปจากฉันทั้งนั้น!”

ตาปลื้ม คุณนา หลานวา ไม่ยอมให้ใครแยกตัวไป? หมายความว่ากับคุณพี่นาคุณสิทธิเดชก็จะไม่หย่าอย่างนั้นเหรอ!

สิรีหน้าแห้ง เธอหมายมั่นจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน ถึงขั้นโทรศัพท์ไปเม้าท์มอยส่งข่าวให้เพื่อนๆ ทราบ หากไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้ เธอไม่ต้องเป็นเมียน้อยไปตลอดชีวิตเหรอ

“แต่คุณพี่นาขอหย่ากับคุณพี่ ส่วนลูกชายคุณพี่ก็ลาออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่ใช่เหรอ คุณพี่จะรั้งลูกเมียไว้ด้วยวิธีไหน”

“หลานไง พาหลานกลับไปได้สักคน สองคนนั้นก็กลับมาเอง”

“ด้วยวิธีไหนล่ะคะ ในเมื่อคุณพี่ยกหลานให้ผู้หญิงคนนั้นดูแล”

“ฉันมีวิธีบีบเอาตัวหลานกลับมาก็แล้วกัน!”

นายแพทย์สิทธิเดชกล่าวทิ้งท้ายใส่อารมณ์ ปล่อยภรรยาคนรองให้นั่งหน้างงตรงนั้น รั้งท้ายตามภรรยาหลวงไปยังประตูขึ้นเครื่องบินใจจดใจจ่ออยากไปถึงเชียงใหม่เร็วๆ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 20 เส้นทางสู่อนาคต

    ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 19 เด็กขี้แยแต่ก็รักนะ

    “ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 18 รอยยิ้มที่แสนเศร้า

    ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 17 แต่งงานกันนะ

    ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 16 ฉีกหน้าลูกสะใภ้

    ‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 9/3 จุดจบคือแยกทาง

    “อาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้ แกอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ จะเครียดเปล่าๆ ฟังจากที่แกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พี่ปลื้มทะเลาะทุกคนหนักมากขนาดนั้นน่าจะหลบไปเลียแผลใจเงียบๆ รอสภาพจิตใจดีขึ้น เขาโอเค เขาก็กลับมาเอง ให้เวลาเขาอีกนิดเถอะนะ”“ตอนนี้จะสองทุ่มครึ่งแล้วนะจ๋า ฉันโทรหาเขาตั้งแต่บ่ายเขาไม่

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะข

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/1 คิดถึงสุดหัวใจ

    ‘หย่ากันแล้วจะลงเอยกันได้ยังไง จบไม่แฮปปี้ ขอเท!’‘นางเอกโง่ แทนที่จะบอกพระเอกว่าตัวเองท้อง’‘พล็อตน้ำเน่า! อ่านมาร้อยเรื่องเขียนเหมือนกันหมด’ลงตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่สี่ตอนแรกคอมเมนต์มาเป็นร้อย อย่าว่าแต่นักอ่านที่สงสัยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ญาตาวีเขียนบางส่วนอิงมาจากชีวิตจริงตัวเอง ไม่รู้เช่นกัน

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 4/4 เก่าของใครใหม่ของเขา

    กลวัชรมีศักดิ์เป็นลูกชายนอกสมรสของพ่อเลี้ยงเกริก บุตรชายคนเดียวของคุณย่าสมสมัย แม่เขาเป็นเพียงแม่บ้านในไร่ ถึงแม้ชาติตระกูลทางแม่จะไม่ได้ดี คุณย่าก็ให้ความรักและเลี้ยงเขามาเป็นอย่างดี ปัจจุบันคุณพ่อเกริกเสียชีวิตไปแล้ว แม่หลวง แม่แท้ๆ ของกฤตพลกับกันต์ดนัยย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนแม่เขาทำงานเป็นแม่บ้าน

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status