Home / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 5/1 คิดถึงสุดหัวใจ

Share

บทที่ 5/1 คิดถึงสุดหัวใจ

last update publish date: 2026-02-27 05:57:30

‘หย่ากันแล้วจะลงเอยกันได้ยังไง จบไม่แฮปปี้ ขอเท!’

‘นางเอกโง่ แทนที่จะบอกพระเอกว่าตัวเองท้อง’

‘พล็อตน้ำเน่า! อ่านมาร้อยเรื่องเขียนเหมือนกันหมด’

ลงตัวอย่างนิยายเรื่องใหม่สี่ตอนแรกคอมเมนต์มาเป็นร้อย อย่าว่าแต่นักอ่านที่สงสัยเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ญาตาวีเขียนบางส่วนอิงมาจากชีวิตจริงตัวเอง ไม่รู้เช่นกันจะบังคับให้เรื่องจบในทิศทางไหน ในเมื่อชีวิตจริงกับในนิยายสวนทางกัน หรือจะลองเปิดรับคนใหม่เข้ามาในชีวิต นักอ่านยุคใหม่ไม่ชอบบทนิยายน้ำเน่า อาจคาดหวังให้นางเอกเดินไปข้างหน้าพบคนใหม่ที่ดีกว่า ถ้าฝ่ายชายจะรักก็คงรักไปนานไม่ใช่รู้ตัวหลังหย่า เนื้อหาทำนองนั้นมีให้อ่านเยอะแล้ว

ญาตาวีหยิบสมุดปากกาออกมาเตรียมจดไอเดีย ทว่าความห่วงใยที่มีต่อปรเมศวร์มีมากล้นไม่สามารถเขียนงานต่อได้ จิตใจหมกมุ่น สมองไม่แล่น ชัตดาวน์เครื่องออกไปนั่งกอดเข่าเฝ้าประตูเข้าบ้านรอฟังเสียงรถยนต์ ดวงตาคู่หม่นเหม่อมองไปทางประตูรั้วบานทึบ กำแพงล้อมรอบค่อนข้างสูงบดบังวิวถนนพ้นจากสายตา นานๆ จะได้ยินเสียงรถยนต์หรือรถกอล์ฟพนักงานรักษาความปลอดภัยขับผ่าน

หญิงสาวเดินคอตกกลับเข้ามาในบ้าน ปิดสวิตช์ไฟเตรียมเข้านอน ขณะก้าวไปที่เตียงบังเอิญเหลือบสายตาไปเห็นดวงตาคู่ใสแป๋วของลูกสาวเข้าเสียก่อน ลูกสาวไม่ได้นอนหลับหลังจากฟังนิทานจบเล่มเหมือนอย่างทุกคืนที่ผ่านมา คลานขึ้นไปบนเตียงดึงตัวลูกสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

“ทำไมยังไม่นอนคะ คุณแม่นึกว่าหนูหลับไปแล้ว”

“หนูตื่นมาเข้าห้องน้ำ โทรหาคุณพ่อ คุณพ่อไม่รับสาย”

เด็กหญิงซุกอกอุ่น น้ำตาเอ่อซึมตามประสาเด็กคิดถึงพ่อ เด็กโตมากับเทคโนโลยี แค่จำรหัสล็อกหน้าจอโทรศัพท์ได้ก็สามารถใช้งานเองเป็น น้อยใจว่าพ่อไม่มาหาตามสัญญาจนน้ำตาเอ่อ

ญาตาวีปลดมือลูกเอาโทรศัพท์มาตรวจการใช้งาน ลูกโทรหาเขามากกว่าสิบครั้งในรอบวัน ไม่มีการตอบรับแม้แต่ข้อความเดียว

“คุณพ่อโกหกหนู บอกว่าจะมาหาก็ไม่มา คุณพ่อไม่รักหนูเหรอคะคุณแม่ คุณพ่อลืมหนู คุณพ่อทิ้งหนู ฮือ... คุณพ่อใจร้าย”

“คุณพ่ออาจติดธุระเลยมาหาหนูไม่ได้ พรุ่งนี้ คุณแม่เชื่อว่าพรุ่งนี้คุณพ่อจะมาหาหนูแน่นอน เพราะคุณพ่อรักหนูที่สุดในโลก”

วงแขนอบอุ่นกอดปลอบลูกสาวขี้น้อยใจให้หยุดร้องไห้ หนูวามีอาการติดพ่อมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุมาจากช่วงสองถึงสามปีให้หลังปรเมศวร์เข้ามาในชีวิตลูกมากขึ้น มาเล่น มาเลี้ยง ให้ความรักความผูกพันกับลูก แตกต่างจากช่วงแรกคลอดเขาหนีหายไปเรียนต่อต่างประเทศ

อาจเพราะลูกเริ่มโต เดินได้ พูดได้ แกน่ารักเขาเลยรักลูก

“หนูอยากอยู่กับคุณพ่อทุกวัน คุณพ่อมาอยู่กับเราได้ไหมคะ”

“คุณพ่อทำงานที่กรุงเทพ มาอยู่กับเราไม่ได้หรอกลูก”

“ถ้ามาอยู่ไม่ได้ คุณแม่... คุณแม่ก็ไปอยู่กับคุณพ่อสิคะ ไปอยู่บ้านสีขาวของเรา คุณพ่อจะได้มาหาหนูทุกวัน มาหาหนูบ่อยๆ หนูชอบกรุงเทพ ชอบบ้านเก่ามากกว่า เรากลับบ้านกันนะคะคุณแม่”

คำขอไร้เดียงสาของลูกสาวบีบหัวใจคนเป็นแม่ จะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอกับปรเมศวร์แยกทางกันเป็นที่เรียบร้อย

“หนูวาอยากกลับไปอยู่กับคุณพ่อเหรอคะ”

วงหน้าเล็กเอียงคอขึ้นมามองหน้าแม่ คิดนิดเดียวเท่านั้นดวงหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาพยักขึ้นลงช้าๆ แทนคำตอบว่าใช่

ในเมื่อกล้าถาม ก็ต้องกล้าที่จะยอมรับความจริง

“ได้ค่ะ คุณแม่ตามใจหนู พรุ่งนี้เราลองโทรหาคุณพ่ออีกครั้ง บอกคุณพ่อไม่ต้องมา คุณแม่จะพาหนูไปหาคุณพ่อที่กรุงเทพ ให้คุณพ่อช่วยหาโรงเรียน ใกล้เปิดเทอม หนูจะได้เข้าเรียนพร้อมเพื่อน”

ใบหน้าอ่อนล้าไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับปาก ทว่าหญิงสาวจำต้องฝืนยิ้มให้ลูก หัวใจเธอชาราวกับมีคนเอามือมาบีบรัดเส้นเลือดไม่ให้ไหลไปหล่อเลี้ยง เมื่อลูกสาวตอบรับรอยยิ้มสุขใจจะได้อยู่กับพ่อ

กระชับอ้อมแขนกอดลูกให้แน่นมากขึ้น ต้องการซึมซับไออุ่นและอยากจดจำความรู้สึกนี้ไปนานๆ เธอมีลูกสาวเป็นครอบครัวคนเดียว ไม่รู้ว่าหากไม่ได้อยู่ด้วยกันลูกจะลืมแม่คนนี้หรือเปล่า

“คุณพ่อเคยพาหนูไปดูโรงเรียน อยู่ใกล้โรงพยาบาลคุณพ่อ โรงเรียนใหญ่มาก มีสระว่ายน้ำด้วยนะคะคุณแม่ คุณพ่อบอกว่าตอนเช้าจะมาส่งที่โรงเรียน ตอนเย็นก็จะสอนการบ้านหนูทุกวัน อยู่กรุงเทพหนูมีเพื่อนเยอะ อยู่ที่นี่หนูเหงา หนูมีคุณแม่แค่คนเดียว”

มีแม่เป็นเพื่อนเล่นคนเดียว ออกไปไหนไม่ได้ ขลุกอยู่ในบ้านหาอะไรเล่นตามประสาเด็กให้ผ่านไปในแต่ละวัน ลูกอดทนมาสองเดือนไม่ปริปากบ่น นี่สินะ คือความรู้สึกจริงๆ จากข้างในหัวใจลูก

หญิงสาวฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาไหลนอง ใจหายกับคำพูดลูกสาว

“ลูกสาวคุณแม่น่ารัก ฉลาดเกินวัย จะเข้าชั้นอนุบาลสาม เวลาผ่านไปเร็วปีหน้าเลื่อนไปชั้น ป.1 หนูวาต้องสนุก มีเพื่อนเยอะแน่เลย หนูกลับไปอยู่กับคุณพ่อที่กรุงเทพฯ นะคะ ให้คุณพ่อดูแล”

“เย่! หนูรักคุณแม่ คุณแม่ก็จะไปกับหนูด้วยใช่ไหมคะ”

“ไปค่ะ คุณแม่จะไปส่งหนู”

รอยยิ้มลูกสาวขยายออกกว้างมากกว่าเดิม ไม่อยากร้องไห้ให้ลูกเห็นเช็ดน้ำตาออกแม้ว่ามันไหลไม่หยุด

“คุณแม่จะพาหนูไปหาคุณพ่อ จะรอจนกว่าหนูไปโรงเรียนถึงจะกลับบ้าน แต่คุณแม่ไม่ได้อยู่กับหนูนะลูก บ้านใหม่คุณแม่คือที่นี่ คุณแม่กลับไปอยู่บ้านคุณพ่อไม่ได้ อยู่กับคุณพ่อหนูต้องเป็นเด็กดี ห้ามดื้อ ห้ามซนนะคะ คุณพ่อทำงานหนัก เหนื่อย ไม่มีเวลาตามใจหนู” ลูกสาวดีใจไม่ทันไร ดวงตาเคยสดใสกลับมาหม่นหมอง

“คุณแม่ไม่อยู่กับหนูเหรอคะ”

“คุณพ่อกับคุณแม่เลิกกันแล้ว กลับไปอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่คุณแม่สัญญา จะไปหาหนูที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ จะไปทุกเดือน”

“คุณแม่โกหก ก่อนหนูมาที่นี่ คุณพ่อก็บอกหนูว่าจะมาหา ฮือ... ถ้าอยู่กับคุณพ่อ หนูจะไม่ได้เจอคุณแม่ หนูไม่ไป หนูอยากอยู่กับคุณแม่ ไม่ไปหาคุณพ่อ ไม่ไปเรียนกรุงเทพฯ ฮือ...”

หนูน้อยคร่ำครวญ เสียใจที่อยู่กับพ่อแม่พร้อมหน้าไม่ได้ ความเครียดกัดกร่อนกระเพาะขย้อนอาหารออกมา ญาตาวีปลอบโยน ทว่าทำได้ยากเหลือเกินเพราะเธอร้องไห้หนักไม่แพ้กัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/4 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/3 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/2 ทางเบี่ยงของชีวิต

    “ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 6/1 ทางเบี่ยงของชีวิต

    ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/3 คิดถึงสุดหัวใจ

    “ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 5/2 คิดถึงสุดหัวใจ

    “คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status