홈 / โรแมนติก / พิษรักพันธะวิวาห์ / บทที่ 3/4 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

공유

บทที่ 3/4 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

last update 게시일: 2026-02-27 05:55:05

“คุณแม่ขา เมื่อไหร่คุณพ่อจะมา รอนาน หนูง่วงนอน”

หนูน้อยวัยห้าขวบนั่งๆ นอนๆ เอามือเท้าคางเฝ้าประตูคอยฟังเสียงรถ คล้อยบ่ายไม่มีมาจอดหน้าบ้านสักคัน หนูน้อยเริ่มงอแงวิ่งกระโปรงปลิวมายืนบังพัดลมหน้าง้ำงอ ปีนขึ้นมานั่งบนตักมารดา

“คุณแม่บอกให้นอนกลางวัน หนูวาไม่ยอมนอนเองนะลูก”

“หนูรอเจอคุณพ่อ ไม่ได้เจอคุณพ่อตั้งนาน”

ความผิดของญาตาวีที่พรากลูกพรากพ่อจากกัน พาลูกสาวย้ายมาอยู่เสียไกลทั้งที่รู้ว่าปรเมศวร์งานยุ่งมากแค่ไหน

“เปียหนูหลุดลุ่ยหมดแล้ว นั่งนิ่งๆ คุณแม่ทำให้ใหม่”

คุณแม่ยังสาววางมือจากแล็ปท็อป จับร่างกายเล็กกระจิริดให้นิ่ง ถอดหนังยาง หวีตรง เริ่มต้นถักเปียก้างปลาให้ใหม่

“หนูคิดถึงคุณพ่อมากที่สุดในโลก อยากให้คุณพ่อมาถึงเร็วๆ เครื่องบินของคุณพ่อแวะเติมน้ำมันหรือเปล่า กรุงเทพไกลเชียงใหม่ ตอนที่หนูวานั่งรถมากับคุณแม่ กว่าจะมาถึงตั้งสองวันเลยนะ”

“คุณแม่ไม่ได้ขับรถช้า แค่พาหนูวาเที่ยวระหว่างทาง” ขายแม่ไม่หยุด เรื่องแม่ขับรถช้าแวะนอนโรงแรมสองคืนกว่าจะมาถึงให้คนอื่นฟังไปเรื่อย คนเขารู้กันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งป้าข้างบ้าน

“เที่ยวอะไร หนูวาไม่ได้เล่นสระว่ายน้ำสักครั้ง”

ริมฝีปากสีแดงอ่อนหาวนอน ตาหยี เอาหลังมือมาเช็ดตา หนูน้อยนั่งตัวตรงไม่ไหวเอนตัวมาพิงอกแม่เงยหน้ามาอ้อน

ดวงตาของลูกสาวถอดแบบมาจากปรเมศวร์ และดวงตาปรเมศวร์ถอดแบบมาจากนายแพทย์สิทธิเดชคุณพ่อของเขาอีกที เสี้ยววินาทีที่สบสายตาลูกสาว พลั้งเผลอนึกถึงแววตาเครียดจัดของนายแพทย์สิทธิเดช วันที่โทรเรียกเธอออกไปพบนอกบ้าน

ท่านไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา วางเช็คเงินสดลงบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับภาพถ่ายหนึ่งใบที่ทำให้ญาตาวีชาไปทั้งตัว

‘ลูกชายฉันอนาคตเขาจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้ามีผู้หญิงที่ดีและคู่ควรมากกว่าเธอเป็นภรรยา ฉันไม่อยากให้ตาปลื้มพลาดผู้หญิงดีอย่างหนูแหวน หวังว่าเธอจะยอมจากไปด้วยดี และไม่เรียกร้องจากเขามากกว่าที่ฉันเสนอให้ ที่ผ่านมาเธอน่าจะได้จากลูกฉันมาเยอะแล้ว!’

‘พี่ปลื้มไม่ได้คุยเรื่องหย่ากับญามานานมาก ถ้าพี่ปลื้มอยากหย่า ทำไมเขาไม่มาพูดด้วยตัวเองล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้ท่านพูดแทน’

‘จะเลือกคนพูดทำไม! ในเมื่อไม่ว่าใครความหมายก็เหมือนกัน! ลูกชายฉันกับหนูแหวนดูใจกันจวนจะหาฤกษ์แต่งงาน แต่ทำไม่ได้เพราะคาราคาซังทะเบียนสมรสของเธอนี่ไง! ฉันโกหกพ่อแม่หนูแหวนว่าตาปลื้มไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับเธอ ฉันไม่อยากให้พวกเขารู้! ไม่อยากให้ตาปลื้มจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่เรียนไม่จบชั้น ม.5 อย่างเธอ!’

ภาพแอบถ่ายใบนั้นปรากฏปรเมศวร์รับประทานอาหารกับสาวสวย ฉากหลังภายในร้านอาหารไม่มีแขกโต๊ะอื่นยกเว้นพวกเขาสองคน ไม่รวยจริงคงทำไม่ได้ สวยหล่อเหมาะสมกันด้วยรูปลักษณ์ภายนอกไปถึงวงศ์ตระกูล ญาตาวีไม่มีคำถาม ไม่มีความสงสัย ว่าเหตุใดนายแพทย์สิทธิเดชกับปรเมศวร์จึงเลือกหญิงสาวคนนี้เข้ามาในชีวิต

แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง เคยได้ยินคำนี้มานานความรู้สึกน่าจะประมาณนี้ ญาตาวีไม่มีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง เงิน ทอง ไม่มีเลย สมบัติเดียวที่เธอมีและมีค่ากับชีวิตมากที่สุดหนีไม่พ้นลูกสาว คุณหนูแหวนอาจจะสวยกว่า รวยกว่า การศึกษาดีกว่า ชาติตระกูลดีกว่า แต่สิ่งที่ญาตาวีมั่นใจว่ามีดีกว่าคือการเป็นแม่ที่ดี

ปรเมศวร์เป็นคนบ้างาน เขาทุ่มเทชีวิตให้การทำงาน อาจจะยกลูกให้ผู้หญิงคนนั้นดูแล โดยไม่มีเวลาสนใจความทุกข์ความสุขของลูก ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีมีเมตตารักลูกเขาเหมือนลูกตัวเองก็ดีไป แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นใจร้ายไม่รักเด็กมาทุบตีลูก เธอคงใจสลาย

‘ตกลงค่ะ ญาจะหย่ากับพี่ปลื้มให้เร็วที่สุดตามที่ท่านต้องการ’

ริมฝีปากได้รูปขยับช้า บอกออกมาถึงประโยคที่คนฟังอยากได้ยิน เธอสังเกตเห็นมุมปากมหาเศรษฐีวงการเเพทย์ยกขึ้นเหยียดยิ้ม ทว่าอาจจะเร็วไปหน่อยหากจะด่วนสรุปว่าเธอตกลงโดยไร้เงื่อนไข

‘แต่มีข้อแม้ ว่า...ท่านต้องยกหนูวาให้ญาดูแลแค่คนเดียว!’

มุมปากเคยมีรอยยิ้มบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง นายแพทย์สิทธิเดชไม่เคยรักไม่เคยเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้ เมื่อถูกเด็กสาวคราวหลานลูบคม มือใหญ่ที่เคยชี้หน้าคนมานับครั้งไม่ถ้วนฟาดลงบนโต๊ะอาหาร สะเทือนไปถึงโต๊ะข้างๆ ก่อนยกปลายนิ้วชี้หน้าเด็กปากดี

‘ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด จะมีปัญญาจากไหนมาเลี้ยงหลานฉันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี! โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ ค่าเทอมหลักแสนหลักล้าน มีปัญญาจ่ายให้ลูกหรือเปล่า! บ้าน เสื้อผ้า อาหาร ของเล่น เธอมีปัญญาจ่ายให้ลูกอย่างนั้นเหรอ ฉันกลัวแต่เธอจะเอาลูกมาอ้าง เพราะหวังขอเงินจากฉันจากตาปลื้มล่ะสิไม่ว่า!’

‘ถ้าญาให้คำมั่น ว่าจะดูแลลูกเป็นอย่างดีและส่งให้เรียนโรงเรียนนานาชาติจนจบชั้นประถม 6 โดยไม่ขอเงินพี่ปลื้มแม้แต่บาทเดียว ท่านจะตกลง ยอมให้ลูกมาอยู่ใต้การดูแลของญาคนเดียวไหม’

‘อย่าอวดดี! ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะมีปัญญาส่งลูกเรียนระดับนั้น!’

‘ญาไม่ได้ถามว่าท่านเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ญากำลังยื่นข้อเสนอให้ท่าน เหมือนที่ท่านยื่นเงินให้ญา เพื่อไล่ญาออกไปจากชีวิตพี่ปลื้ม’

‘ได้’ เค้นเสียงทุ้มต่ำระงับความโกรธซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ

‘ฉันจะยอมให้หลานฉันอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ มีข้อแม้ว่าเธอต้องส่งหลานสาวฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น แต่ถ้าหากฉันรู้ว่าเธอส่งเรียนไม่ไหว หรือแอบขอเงินตาปลื้ม ฉันมีสิทธิ์ตามไปขอรับตัวหลานสาวกลับมาดูแล โดยไม่ให้เธอเข้ามายุ่มย่ามได้ใช่ไหม?’

‘แน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากญาดูแลลูกเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่อง ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่มย่ามกับลูกหรือญา ตกลงไหมคะ’

‘เธอแสบมาก ได้! ฉันตกลง แต่...’

มหาเศรษฐีเจ้าเล่ห์ฉกเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านบาท กลับมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อรวดเร็ว

‘ขอคืนแล้วกันนะเช็คใบนี้ เธอเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ น่าจะสูบเลือดสูบเนื้อตาปลื้มได้พอประมาณ ถึงมาปีกกล้าขาแข็งใส่ฉัน’

‘เยอะ ไม่เยอะ ไม่ทราบค่ะ ทราบแค่ว่าในแต่ละปี เงินที่พี่ปลื้มให้ญากับลูกใช้ มากกว่าเงินที่ท่านเอามาฟาดหัวญาหลายเท่า!’

‘ญาตาวี!’

ไม่มีใครเรียกชื่อด้วยเสียงดังฟังชัดเท่านี้มาก่อน

หญิงสาวสะพายกระเป๋าออกไปไม่แคร์ชายสูงวัยที่หัวฟัดเหวี่ยงเหวี่ยงจะเป็นจะตายตรงนั้น ญาตาวีปีกกล้าขาแข็งตามที่ท่านพูดไว้ ไม่อยากหดหัวอยู่ในกระดองให้ท่านรังแกเหมือนช่วงอายุสิบเจ็ด สู้ด้วยวิธีไหนได้ก็อยากจะลองสู้สักครั้ง ต่อให้ไม่ชนะก็ขอแค่ไม่ต้องอยู่อย่างคนแพ้

หลับตาค่อนข้างนาน ดึงตัวเองกลับสู่ปัจจุบัน เลิกนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ถึงอย่างไรเธอกับลูกสาวก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สมใจ

“คุณแม่ขา ให้คุณพ่อมาอยู่กับหนูกับคุณแม่ที่นี่ได้หรือเปล่า”

“ได้ค่ะ ตอนกลางวันจะชวนคุณพ่อเล่นซนถึงกี่โมงก็ได้”

“กลางคืนล่ะคะ หนูอยากให้คุณพ่อกล่อมหนูนอน”

“รอถามคุณพ่อ คุณพ่ออาจจะไม่ได้มาคนเดียวก็ได้นะลูก”

ลูกสาวเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ซับซ้อนของผู้ใหญ่

“น่ารักหรือยัง มาให้คุณแม่ดูหน่อย” ถักเปียผมสองข้างเสร็จพอดี จับไหล่เล็กหมุนร่างกายเล็กกระจิริดกลับมาชื่นชม

“น่ารักที่สุด เจ้าหญิงองค์น้อยๆ ของคุณแม่ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ หนูไม่ชอบเปียที่คุณแม่ถักให้เหรอ”

“หนูชอบผมเปีย แต่หนูไม่อยากมีแม่ใหม่ หนูอยากให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน” วงหน้ากลมอมอากาศไว้ในปากจนแก้มป่อง

“ใครบอกหนูคะลูก ว่าคุณพ่อจะมีคุณแม่ใหม่ให้หนู ที่คุณแม่พูด คุณแม่หมายถึงคุณพ่ออาจจะมากับพ่อกันต์หรือไม่ก็พ่อตรี”

“คุณปู่บอกหนูว่าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่ แม่ใหม่สวย แล้วก็ดีกว่าคุณแม่ แต่หนูร้องไห้ บอกคุณปู่ว่าคุณแม่ของหนูดีที่สุดในโลก”

ปลอบลูกสาวเป็นการด่วน ก่อนลูกจะร้องไห้

“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนะลูก ถ้าคุณพ่อจะมีแฟนใหม่ มีแม่ใหม่ให้หนู หนูต้องไม่ร้องไห้ ต้องดีใจที่มีแม่สองคน คุณแม่ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ตรงนี้ อยู่กับหนูทุกวัน คุณแม่ไม่ได้ทิ้งหนู ส่วนคุณพ่อทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ วันหยุดก็นั่งเครื่องบินมาเยี่ยมหนู”

“ไม่เอาค่ะ หนูไม่อยากให้คุณพ่อแต่งงานใหม่ หนูไม่อยากมีแม่ใหม่ หนูรักคุณแม่คนนี้คนเดียว ถ้าคุณพ่อมีคุณแม่ใหม่ให้หนู หนูไม่รักคุณพ่อจริงๆ ด้วย หนูจะไม่ให้คุณพ่อกอด แล้วหนูจะไม่คุยด้วย”

“หนูมาช่วยคุณแม่เก็บของดีกว่าลูก เราจะเอาขนมในตู้เย็นออกไปปิกนิกที่สนามหญ้ารอคุณพ่อด้วยกัน”

ลูกสาวเบะปากเตรียมจะร้องไห้

ญาตาวีหัวไวเปลี่ยนเรื่องเร็วเสียจนลูกสาวลืมว่าจะทำอะไร สองแม่ลูกช่วยกันสะบัดเสื่อพลาสติกเอาคราบฝุ่นคราบสิ่งสกปรกออก ปูลงบนสนามหญ้าหน้าบ้าน เด็กขี้แยลงไปนั่งเป็นคนแรก แกะกล่องคุกกี้ข้าวโอ๊ตเคี้ยวแก้มป่อง อร่อยจนต้องหยิบชิ้นที่สองมารอป้อนเข้าปาก

“คุณแม่ลืมหยิบขวดน้ำมาด้วย หนูวากินขนมรอคุณแม่ตรงนี้ ห้ามออกไปข้างนอก ห้ามคุยกับคนแปลกหน้า เข้าใจนะคะ”

ลูกสาวว่านอนสอนง่าย เคี้ยวคุกกี้พลางผงกศีรษะรับคำ

“คุณแม่ หยิบนมมาให้หนูด้วยนะคะ กล่องที่หนูกินไม่หมด”

ทำฟอร์มกำชับไปอย่างนั้น ลูกออกไปไหนไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านด่านแม่กุญแจถึงสองชั้นที่ใช้ล็อกประตูรั้วเสียก่อน

เธอคิดมาก ทำเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นล่วงล้ำเข้ามาและป้องกันไม่ให้ลูกสาวออกไป เว้นเสียจากว่าญาตาวีจะเป็นคนพาลูกสาวออกไปด้วยตัวเอง กดเช็กการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ เขาบอกจะมาถึงช่วงบ่าย แต่ตอนนี้จะห้าโมงเย็นยังไม่เห็นแม้แต่เงา

คลาดสายตาจากลูกสาวไม่ถึงหนึ่งนาที เหลียวมองผ่านกรอบหน้าต่างไม่พบลูกบนเสื่อ ร้อนใจกลัวลูกหาย ไม่สวมรองเท้าแตะให้เสียเวลาเหยียบเท้าเปลือยบนพื้นคอนกรีต

“หนูวา! คุณแม่ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอลูก!”

บางส่วนที่แสงแดดส่องมาถึงยังคงความร้อน ได้เขย่งปลายเท้าเดิน ต่อมา ปรากฏร่างกายสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาคลายมือจากซี่เหล็กประตูรั้วโบกสะบัดให้เป็นกันเอง

น่าเสียดาย ที่เขาไม่ใช่ชายที่ญาตาวีกับลูกสาวกำลังรอ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 20 เส้นทางสู่อนาคต

    ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 19 เด็กขี้แยแต่ก็รักนะ

    “ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 18 รอยยิ้มที่แสนเศร้า

    ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 17 แต่งงานกันนะ

    ความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างสองพ่อลูกจบลงอย่างไม่มีชิ้นดี นายแพทย์สิทธิเดชข้ามสะพานไม้กลับมาฝั่งตัวบ้านมองเห็นหลานสาว จะเรียกให้เข้ามาหาหลานสาวกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางอื่น จุดจบคนจิตใจคับแคบไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ลูกชาย หลานสาว อาจจะรวมถึงหลานอีกคนที่กำลังจะเกิด จะไม่มีใครอยากกราบไหว้และเรียกท่านว่าปู่ชายสูงวัยยืนตัวตรงอยู่ดีๆ ตัวกลับเอียงไปทางด้านขวาซวนเซเกือบจะล้ม คว้าราวจับสะพานไว้ทันแต่มือข้างนั้นกลับหมดแรง ตัวท่านล้มลงเสียงดังโครม! “คุณเดช/ท่าน” ภรรยาหลวงกับสายฝนอับอายขายหน้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนรีบตามมา ทั้งสองคนช่วยกันออกแรงพยุงท่านให้กลับมายืน แต่นายแพทย์สิทธิเดชเกลียดชังเด็กสาวรุ่นลูกเหลือเกิน“สายฝน! อย่ามาแตะตัวฉัน นับต่อจากนี้ ห้ามติดต่อฉันมาอีก!”“โทษดิฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ! ดิฉันแค่ส่งข้อมูลให้ท่านทราบ หน้าที่ปักใจเชื่อหรือเปล่าเป็นของท่าน ดิฉันไม่ได้ผิด อย่ามาว่าดิฉัน!”“ฉันรู้ หนูฝน อย่าถือสาคุณเดชเลย มาช่วยฉันพยุงท่านออกไป”“เห็นแก่คุณกาญจนา ดิฉันจะช่วยค่ะ” สายตาสายฝนก้าวร้าว ในเมื่อแผนแยกปรเมศวร์ออกจากเด็กคนนั้นล่มไม่เป็นท่า เธอไม่มีความจำเป็นต้องพะเน้าพะนอเอาใจ ช

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 16 ฉีกหน้าลูกสะใภ้

    ‘ประกาศจากกัปตัน ขณะนี้ลมมรสุมพัดผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ฝนตกหนัก ลมพัดแรง ท้องฟ้าเหนือท่าอากาศยานเชียงใหม่ปิด ย้ำ ท้องฟ้าปิด ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอด กัปตันจะนำเครื่องบินวนรอสภาพอากาศเปิด แต่หากสุดวิสัยอาจจะต้องนำเครื่องกลับท่าอากาศยานต้นทาง...’ “ไม่ได้!”นายแพทย์สิทธิเดชร้อนใจอยากไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนด เตรียมปลดสายรัดเข็มขัดประท้วงแต่ภรรยาหลวงคว้าแขนไว้“คุณเดช มันอันตราย”ท่านไม่พอใจ แต่เพราะเครื่องสั่นและทุกคนต่างหันมามอง ทำให้ท่านจำใจนั่งลงที่เดิมกอดอกรอคอยอย่างใจร้อน“เมื่อไหร่จะมาถึงสักที!”คนมารอรับ รอนานเข้าเริ่มอารมณ์เสียสายฝนสะบัดหน้าสะบัดตาอย่างคนโมโหร้าย แต่งตัวสวยเดินวนรอบโถงผู้โดยสารขาเข้าหลายสิบรอบ รอเที่ยวบินที่เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนโดยสารมาเชียงใหม่ รู้อย่างนี้ไม่รอเสียก็ดี คุณสิทธิเดชกำลังจะทำให้เธอพลาดไปร่วมงานแต่งกันต์ดนัย ระยะทางจากตัวเมืองเข้าไปในไร่อรุณรุ่งไกลเกือบสี่สิบกิโลเมตร กว่าจะไปถึงเพื่อนเก่าที่เคยเรียนด้วยกันมาอาจจะแยกย้ายไปหมด เสียงเรียกเข้าแผดลั่น เผลอดีใจนึกว่านายแพทย์สิทธิเดช ที่ไหนได้บิดาเธอนั่นเองที่โทรหา สายฝนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจ เสียงเข้มๆ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 3/3 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

    วันสองวันนี้ต้องทำตัวให้ว่างหน่อยแล้ว อาจจะมีสายเรียกเข้าตอนกลางดึกโทรมาทำเสียงกระซิกๆ ก่อนจะร้องไห้เหมือนเช่นเคย“ไม่ได้อยู่กินด้วยนะ พี่จะสั่งกลับบ้าน ไม่อยากให้ลูกรอนาน”“พี่ปลื้มซื้อโทรศัพท์ใหม่เหรอ จ๋าคุ้นๆ ว่าพี่ใช้สีดำ” พี่ชายกดดูเวลาผ่านหน้าจอมือถือหลายครั้ง กว่าสุชาดาจะสังเกตเห็น“เครื่องเ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 3/2 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

    “พี่ปลื้มอาจมีธุระ อย่ารบกวนพี่เขาเลย”“รบกวนอะไรกัน พี่ชายแท้ๆ พูดเหมือนคนอื่นคนไกลไปได้”“จ๋อมกับรักพูดถูก พี่ว่าจ๋าควรถามความสมัครใจของปลื้ม ปลื้มอาจคิดว่าจ๋าไม่อยากให้เขาอยู่กินข้าวด้วยก็ได้”สายฝนไม่พอใจที่สุชาดาพูดแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เจอปรเมศวร์ สุชาดากลัวพี่ชายขึ้นสมองปิดปากเงียบ

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 3/1 เลิกราแต่ไม่เลิกรัก

    “ผู้ชายคนนั้นหล่อจังเลย ใคร คนรู้จักแกเหรอยัยจ๋า” นักศึกษาแพทย์ยื่นหน้ามาถาม เมื่อเพื่อนสนิทแอบมองชายคนหนึ่งไม่ละสายตาแม้ว่าเขาจะเดินผ่านหน้าร้านไป อีกทั้งยังมีปฏิกิริยาทางร่างกายวางเสื้อเด็กที่ตั้งใจจะซื้อไปฝากหลาน พี่ธี พี่ชายยัยจ๋ากำลังจะเป็นพ่อคน เร็วๆ นี้พี่สะใภ้จะคลอด ยัยจ๋าค่อนข้างงก ไม่ซื้

  • พิษรักพันธะวิวาห์   บทที่ 2/6 ความสุขที่หายไป

    “เอกสารอะไร” ได้ยินชื่อเพื่อนสนิทสองหนุ่มรับมาอ่าน พลันขนอ่อนลุกเกรียวมองกันและกัน“ฉิบหาย” ตรีวิทย์หลุดปากสบถ คนมองกันเต็ม ลากแขนกันต์ดนัยไปคุยส่วนตัว“บอกแล้วว่าปลื้มเอาจริง เห็นไหม ไม่ทันข้ามวันร่อนจดหมายลาออกส่งตรงถึงโรงพยาบาล อยากจะบ้า ทำยังไงดี ฉีกทิ้งดีไหม”“อย่า! บ้าเหรอ มีลายเซ็นปลื้มแนบมา

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status