LOGIN“คุณแม่ขา เมื่อไหร่คุณพ่อจะมา รอนาน หนูง่วงนอน”
หนูน้อยวัยห้าขวบนั่งๆ นอนๆ เอามือเท้าคางเฝ้าประตูคอยฟังเสียงรถ คล้อยบ่ายไม่มีมาจอดหน้าบ้านสักคัน หนูน้อยเริ่มงอแงวิ่งกระโปรงปลิวมายืนบังพัดลมหน้าง้ำงอ ปีนขึ้นมานั่งบนตักมารดา
“คุณแม่บอกให้นอนกลางวัน หนูวาไม่ยอมนอนเองนะลูก”
“หนูรอเจอคุณพ่อ ไม่ได้เจอคุณพ่อตั้งนาน”
ความผิดของญาตาวีที่พรากลูกพรากพ่อจากกัน พาลูกสาวย้ายมาอยู่เสียไกลทั้งที่รู้ว่าปรเมศวร์งานยุ่งมากแค่ไหน
“เปียหนูหลุดลุ่ยหมดแล้ว นั่งนิ่งๆ คุณแม่ทำให้ใหม่”
คุณแม่ยังสาววางมือจากแล็ปท็อป จับร่างกายเล็กกระจิริดให้นิ่ง ถอดหนังยาง หวีตรง เริ่มต้นถักเปียก้างปลาให้ใหม่
“หนูคิดถึงคุณพ่อมากที่สุดในโลก อยากให้คุณพ่อมาถึงเร็วๆ เครื่องบินของคุณพ่อแวะเติมน้ำมันหรือเปล่า กรุงเทพไกลเชียงใหม่ ตอนที่หนูวานั่งรถมากับคุณแม่ กว่าจะมาถึงตั้งสองวันเลยนะ”
“คุณแม่ไม่ได้ขับรถช้า แค่พาหนูวาเที่ยวระหว่างทาง” ขายแม่ไม่หยุด เรื่องแม่ขับรถช้าแวะนอนโรงแรมสองคืนกว่าจะมาถึงให้คนอื่นฟังไปเรื่อย คนเขารู้กันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งป้าข้างบ้าน
“เที่ยวอะไร หนูวาไม่ได้เล่นสระว่ายน้ำสักครั้ง”
ริมฝีปากสีแดงอ่อนหาวนอน ตาหยี เอาหลังมือมาเช็ดตา หนูน้อยนั่งตัวตรงไม่ไหวเอนตัวมาพิงอกแม่เงยหน้ามาอ้อน
ดวงตาของลูกสาวถอดแบบมาจากปรเมศวร์ และดวงตาปรเมศวร์ถอดแบบมาจากนายแพทย์สิทธิเดชคุณพ่อของเขาอีกที เสี้ยววินาทีที่สบสายตาลูกสาว พลั้งเผลอนึกถึงแววตาเครียดจัดของนายแพทย์สิทธิเดช วันที่โทรเรียกเธอออกไปพบนอกบ้าน
ท่านไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา วางเช็คเงินสดลงบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับภาพถ่ายหนึ่งใบที่ทำให้ญาตาวีชาไปทั้งตัว
‘ลูกชายฉันอนาคตเขาจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้ามีผู้หญิงที่ดีและคู่ควรมากกว่าเธอเป็นภรรยา ฉันไม่อยากให้ตาปลื้มพลาดผู้หญิงดีอย่างหนูแหวน หวังว่าเธอจะยอมจากไปด้วยดี และไม่เรียกร้องจากเขามากกว่าที่ฉันเสนอให้ ที่ผ่านมาเธอน่าจะได้จากลูกฉันมาเยอะแล้ว!’
‘พี่ปลื้มไม่ได้คุยเรื่องหย่ากับญามานานมาก ถ้าพี่ปลื้มอยากหย่า ทำไมเขาไม่มาพูดด้วยตัวเองล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้ท่านพูดแทน’
‘จะเลือกคนพูดทำไม! ในเมื่อไม่ว่าใครความหมายก็เหมือนกัน! ลูกชายฉันกับหนูแหวนดูใจกันจวนจะหาฤกษ์แต่งงาน แต่ทำไม่ได้เพราะคาราคาซังทะเบียนสมรสของเธอนี่ไง! ฉันโกหกพ่อแม่หนูแหวนว่าตาปลื้มไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับเธอ ฉันไม่อยากให้พวกเขารู้! ไม่อยากให้ตาปลื้มจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่เรียนไม่จบชั้น ม.5 อย่างเธอ!’
ภาพแอบถ่ายใบนั้นปรากฏปรเมศวร์รับประทานอาหารกับสาวสวย ฉากหลังภายในร้านอาหารไม่มีแขกโต๊ะอื่นยกเว้นพวกเขาสองคน ไม่รวยจริงคงทำไม่ได้ สวยหล่อเหมาะสมกันด้วยรูปลักษณ์ภายนอกไปถึงวงศ์ตระกูล ญาตาวีไม่มีคำถาม ไม่มีความสงสัย ว่าเหตุใดนายแพทย์สิทธิเดชกับปรเมศวร์จึงเลือกหญิงสาวคนนี้เข้ามาในชีวิต
แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง เคยได้ยินคำนี้มานานความรู้สึกน่าจะประมาณนี้ ญาตาวีไม่มีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง เงิน ทอง ไม่มีเลย สมบัติเดียวที่เธอมีและมีค่ากับชีวิตมากที่สุดหนีไม่พ้นลูกสาว คุณหนูแหวนอาจจะสวยกว่า รวยกว่า การศึกษาดีกว่า ชาติตระกูลดีกว่า แต่สิ่งที่ญาตาวีมั่นใจว่ามีดีกว่าคือการเป็นแม่ที่ดี
ปรเมศวร์เป็นคนบ้างาน เขาทุ่มเทชีวิตให้การทำงาน อาจจะยกลูกให้ผู้หญิงคนนั้นดูแล โดยไม่มีเวลาสนใจความทุกข์ความสุขของลูก ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดีมีเมตตารักลูกเขาเหมือนลูกตัวเองก็ดีไป แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นใจร้ายไม่รักเด็กมาทุบตีลูก เธอคงใจสลาย
‘ตกลงค่ะ ญาจะหย่ากับพี่ปลื้มให้เร็วที่สุดตามที่ท่านต้องการ’
ริมฝีปากได้รูปขยับช้า บอกออกมาถึงประโยคที่คนฟังอยากได้ยิน เธอสังเกตเห็นมุมปากมหาเศรษฐีวงการเเพทย์ยกขึ้นเหยียดยิ้ม ทว่าอาจจะเร็วไปหน่อยหากจะด่วนสรุปว่าเธอตกลงโดยไร้เงื่อนไข
‘แต่มีข้อแม้ ว่า...ท่านต้องยกหนูวาให้ญาดูแลแค่คนเดียว!’
มุมปากเคยมีรอยยิ้มบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง นายแพทย์สิทธิเดชไม่เคยรักไม่เคยเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้ เมื่อถูกเด็กสาวคราวหลานลูบคม มือใหญ่ที่เคยชี้หน้าคนมานับครั้งไม่ถ้วนฟาดลงบนโต๊ะอาหาร สะเทือนไปถึงโต๊ะข้างๆ ก่อนยกปลายนิ้วชี้หน้าเด็กปากดี
‘ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด จะมีปัญญาจากไหนมาเลี้ยงหลานฉันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี! โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ ค่าเทอมหลักแสนหลักล้าน มีปัญญาจ่ายให้ลูกหรือเปล่า! บ้าน เสื้อผ้า อาหาร ของเล่น เธอมีปัญญาจ่ายให้ลูกอย่างนั้นเหรอ ฉันกลัวแต่เธอจะเอาลูกมาอ้าง เพราะหวังขอเงินจากฉันจากตาปลื้มล่ะสิไม่ว่า!’
‘ถ้าญาให้คำมั่น ว่าจะดูแลลูกเป็นอย่างดีและส่งให้เรียนโรงเรียนนานาชาติจนจบชั้นประถม 6 โดยไม่ขอเงินพี่ปลื้มแม้แต่บาทเดียว ท่านจะตกลง ยอมให้ลูกมาอยู่ใต้การดูแลของญาคนเดียวไหม’
‘อย่าอวดดี! ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะมีปัญญาส่งลูกเรียนระดับนั้น!’
‘ญาไม่ได้ถามว่าท่านเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ญากำลังยื่นข้อเสนอให้ท่าน เหมือนที่ท่านยื่นเงินให้ญา เพื่อไล่ญาออกไปจากชีวิตพี่ปลื้ม’
‘ได้’ เค้นเสียงทุ้มต่ำระงับความโกรธซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ
‘ฉันจะยอมให้หลานฉันอยู่ภายใต้การดูแลของเธอ มีข้อแม้ว่าเธอต้องส่งหลานสาวฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น แต่ถ้าหากฉันรู้ว่าเธอส่งเรียนไม่ไหว หรือแอบขอเงินตาปลื้ม ฉันมีสิทธิ์ตามไปขอรับตัวหลานสาวกลับมาดูแล โดยไม่ให้เธอเข้ามายุ่มย่ามได้ใช่ไหม?’
‘แน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากญาดูแลลูกเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่อง ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่มย่ามกับลูกหรือญา ตกลงไหมคะ’
‘เธอแสบมาก ได้! ฉันตกลง แต่...’
มหาเศรษฐีเจ้าเล่ห์ฉกเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านบาท กลับมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อรวดเร็ว
‘ขอคืนแล้วกันนะเช็คใบนี้ เธอเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ น่าจะสูบเลือดสูบเนื้อตาปลื้มได้พอประมาณ ถึงมาปีกกล้าขาแข็งใส่ฉัน’
‘เยอะ ไม่เยอะ ไม่ทราบค่ะ ทราบแค่ว่าในแต่ละปี เงินที่พี่ปลื้มให้ญากับลูกใช้ มากกว่าเงินที่ท่านเอามาฟาดหัวญาหลายเท่า!’
‘ญาตาวี!’
ไม่มีใครเรียกชื่อด้วยเสียงดังฟังชัดเท่านี้มาก่อน
หญิงสาวสะพายกระเป๋าออกไปไม่แคร์ชายสูงวัยที่หัวฟัดเหวี่ยงเหวี่ยงจะเป็นจะตายตรงนั้น ญาตาวีปีกกล้าขาแข็งตามที่ท่านพูดไว้ ไม่อยากหดหัวอยู่ในกระดองให้ท่านรังแกเหมือนช่วงอายุสิบเจ็ด สู้ด้วยวิธีไหนได้ก็อยากจะลองสู้สักครั้ง ต่อให้ไม่ชนะก็ขอแค่ไม่ต้องอยู่อย่างคนแพ้
หลับตาค่อนข้างนาน ดึงตัวเองกลับสู่ปัจจุบัน เลิกนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ถึงอย่างไรเธอกับลูกสาวก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สมใจ
“คุณแม่ขา ให้คุณพ่อมาอยู่กับหนูกับคุณแม่ที่นี่ได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะ ตอนกลางวันจะชวนคุณพ่อเล่นซนถึงกี่โมงก็ได้”
“กลางคืนล่ะคะ หนูอยากให้คุณพ่อกล่อมหนูนอน”
“รอถามคุณพ่อ คุณพ่ออาจจะไม่ได้มาคนเดียวก็ได้นะลูก”
ลูกสาวเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ซับซ้อนของผู้ใหญ่
“น่ารักหรือยัง มาให้คุณแม่ดูหน่อย” ถักเปียผมสองข้างเสร็จพอดี จับไหล่เล็กหมุนร่างกายเล็กกระจิริดกลับมาชื่นชม
“น่ารักที่สุด เจ้าหญิงองค์น้อยๆ ของคุณแม่ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ หนูไม่ชอบเปียที่คุณแม่ถักให้เหรอ”
“หนูชอบผมเปีย แต่หนูไม่อยากมีแม่ใหม่ หนูอยากให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน” วงหน้ากลมอมอากาศไว้ในปากจนแก้มป่อง
“ใครบอกหนูคะลูก ว่าคุณพ่อจะมีคุณแม่ใหม่ให้หนู ที่คุณแม่พูด คุณแม่หมายถึงคุณพ่ออาจจะมากับพ่อกันต์หรือไม่ก็พ่อตรี”
“คุณปู่บอกหนูว่าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่ แม่ใหม่สวย แล้วก็ดีกว่าคุณแม่ แต่หนูร้องไห้ บอกคุณปู่ว่าคุณแม่ของหนูดีที่สุดในโลก”
ปลอบลูกสาวเป็นการด่วน ก่อนลูกจะร้องไห้
“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนะลูก ถ้าคุณพ่อจะมีแฟนใหม่ มีแม่ใหม่ให้หนู หนูต้องไม่ร้องไห้ ต้องดีใจที่มีแม่สองคน คุณแม่ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ตรงนี้ อยู่กับหนูทุกวัน คุณแม่ไม่ได้ทิ้งหนู ส่วนคุณพ่อทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ วันหยุดก็นั่งเครื่องบินมาเยี่ยมหนู”
“ไม่เอาค่ะ หนูไม่อยากให้คุณพ่อแต่งงานใหม่ หนูไม่อยากมีแม่ใหม่ หนูรักคุณแม่คนนี้คนเดียว ถ้าคุณพ่อมีคุณแม่ใหม่ให้หนู หนูไม่รักคุณพ่อจริงๆ ด้วย หนูจะไม่ให้คุณพ่อกอด แล้วหนูจะไม่คุยด้วย”
“หนูมาช่วยคุณแม่เก็บของดีกว่าลูก เราจะเอาขนมในตู้เย็นออกไปปิกนิกที่สนามหญ้ารอคุณพ่อด้วยกัน”
ลูกสาวเบะปากเตรียมจะร้องไห้
ญาตาวีหัวไวเปลี่ยนเรื่องเร็วเสียจนลูกสาวลืมว่าจะทำอะไร สองแม่ลูกช่วยกันสะบัดเสื่อพลาสติกเอาคราบฝุ่นคราบสิ่งสกปรกออก ปูลงบนสนามหญ้าหน้าบ้าน เด็กขี้แยลงไปนั่งเป็นคนแรก แกะกล่องคุกกี้ข้าวโอ๊ตเคี้ยวแก้มป่อง อร่อยจนต้องหยิบชิ้นที่สองมารอป้อนเข้าปาก
“คุณแม่ลืมหยิบขวดน้ำมาด้วย หนูวากินขนมรอคุณแม่ตรงนี้ ห้ามออกไปข้างนอก ห้ามคุยกับคนแปลกหน้า เข้าใจนะคะ”
ลูกสาวว่านอนสอนง่าย เคี้ยวคุกกี้พลางผงกศีรษะรับคำ
“คุณแม่ หยิบนมมาให้หนูด้วยนะคะ กล่องที่หนูกินไม่หมด”
ทำฟอร์มกำชับไปอย่างนั้น ลูกออกไปไหนไม่ได้ ถ้าไม่ผ่านด่านแม่กุญแจถึงสองชั้นที่ใช้ล็อกประตูรั้วเสียก่อน
เธอคิดมาก ทำเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นล่วงล้ำเข้ามาและป้องกันไม่ให้ลูกสาวออกไป เว้นเสียจากว่าญาตาวีจะเป็นคนพาลูกสาวออกไปด้วยตัวเอง กดเช็กการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ เขาบอกจะมาถึงช่วงบ่าย แต่ตอนนี้จะห้าโมงเย็นยังไม่เห็นแม้แต่เงา
คลาดสายตาจากลูกสาวไม่ถึงหนึ่งนาที เหลียวมองผ่านกรอบหน้าต่างไม่พบลูกบนเสื่อ ร้อนใจกลัวลูกหาย ไม่สวมรองเท้าแตะให้เสียเวลาเหยียบเท้าเปลือยบนพื้นคอนกรีต
“หนูวา! คุณแม่ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เหรอลูก!”
บางส่วนที่แสงแดดส่องมาถึงยังคงความร้อน ได้เขย่งปลายเท้าเดิน ต่อมา ปรากฏร่างกายสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาคลายมือจากซี่เหล็กประตูรั้วโบกสะบัดให้เป็นกันเอง
น่าเสียดาย ที่เขาไม่ใช่ชายที่ญาตาวีกับลูกสาวกำลังรอ
‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก
“พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ
“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ
ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล







