LOGIN4.เดทแรก
ชานนท์สาวเท้าวิ่งแทนที่จะยืนอยู่นิ่งบนสายพานบันไดเลื่อนเพราะตนเองมาสาย ช้ากว่าที่นัดไว้เกือบครึ่งชั่วโมง
ด้วยเพราะความสูงเกือบร้อยแปดสิบสองทำให้เขามองเห็นร่างเล็กของทอฝันแต่ไกล แผ่นอกสะท้อนขึ้นสูดลมหายใจ
ในเวลานี้ทอฝันน้ำหนักลดลงกว่าแต่ก่อนพอสมควร ทำให้ความเจ้าเนื้อหายไปทว่าความอวบอิ่มเปล่งปลั่งยังคงอยู่ ทั้งวันนี้ทอฝันเลือกสวมชุดกระโปรงยีนส์และเสื้อครอปรัดรูปตัวสั้น อวดเนื้อขาวบั้นเอว เห็นแล้วใจสั่น ๆ คันยุบยิบพิกล
“พี่มาช้า”
“เออ..แก้ตัวไม่ออกเลยพี่ ไอ้แสนมันโทรมาจากโคราช ถามเรื่องน้องส้ม”
“แล้วทำไมพี่แสนไม่คุยกับส้มเองหล่ะ”
“ก็มันให้พี่คอยดูแลน้องส้ม”
“ดูแล? หรือว่าคอยคุมกันแน่ คราวก่อนเรื่องพี่จอมก็ทีแล้ว เป็นฝีมือพี่แสนใช่ไหม”
“เออน่า ไป เข้าไปดูหนังกัน เดี๋ยวไม่ทันฉายนะ”
“ก็ได้ ฝากไว้ก่อน นี่ตั๋วของพี่”
“เดี๋ยวพี่โอนคืนให้นะ”
“ไม่ต้องหรอก พี่เลี้ยงขนมหนูดีกว่า วันนี้หนูอยากจะกิน...”
“ยังไม่ทันจะเข้าโรง คิดเรื่องกินเสียแล้ว ไปก่อนเร็ว”
ชานนท์ไม่รอให้ทอฝันพูดจบคว้ามือเล็กมากุมแล้วออกเดินนำ ลากจนทอฝันต้องเร่งฝีเท้าตาม แต่พอเข้าไปในโรงฉายกลับพบว่าคนน้อยมากจนเขาประหลาดใจ
“นี่หลอกพี่มาดูเรื่องอะไร ทำไมไม่เห็นมีคน” เขาพูดพลางหย่อนร่างลงข้างทอฝัน
“หนังผี”
“ห๊า!”
“ชู่ววววว์ เบาสิพี่ชานนท์ หนังฉายแล้วนะ เอานี่ป๊อปคอร์น”
เขามองถังข้าวโพดคั่วถังใหญ่ในมือเล็กทอฝันแล้วส่ายหน้า
“ป้อนสิ”
“ตามใจ ไม่กินทอฝันกินคนเดียว”
ทอฝันดึงถังข้าวโพดคั่วกลับมาบนตักตัวเองแล้วจกหยิบกินทีละชิ้น ก่อนจะชะงักมือเอี้ยวหน้ากลับไปมอง
“มีอะไร พี่ชานนท์จ้องหนูอยู่”
“ไม่มีอาราย กินไปเถอะ”
ชานนท์อมยิ้ม นี่เขากำลังเลี้ยงเด็กกำลังกินกำลังนอนอยู่ใช่ไหมนะ เพราะคนตัวเล็กคนนี้ทั้งปากและมือมักไม่ค่อยว่างให้เขาเลย
เขามองมือเล็กที่ล้วงจกลงในถังแล้วยิ่งขยับมุมปากโค้งขึ้น ใจต้องการทำโรแมนติกนั่งกุมมือสาวน้อยในโรงหนัง แต่กลายเป็นว่ามือของสาวน้อยเต็มไปด้วยรสคาราเมล ขยับสายตาเลื่อนขึ้นมองริมฝีปากที่เคี้ยวข้าวโพดคั่วไม่หยุด ถ้าจะจูบคงเป็นจูบรสคาราเมลเช่นกัน
ชานนท์จึงจำใจหันดวงหน้าคมสันกลับไปมองภาพยนต์สุดระทึกสยองขวัญที่ทอฝันเป็นคนเลือกดูในเดทแรก
............................
“มันมากกก พี่ชานนท์ ตอนที่บาทหลวงเอาไม้กางเขนแปะบนหน้าผากไอ้ผีนั่น อู้ยยยย”
เขาเดินเคียงข้างทอฝันโดยโอบถังข้าวโพดคั่วที่ยังเหลือเกือบครึ่งถังไว้ในอก ส่วนอีกมือได้กุมมือเล็กในที่สุด และเขามองอย่างดีว่าคนละข้างกับที่จกลงไปในถังป๊อปคอร์น
“ทำไมเงียบไปล่ะพี่ชานนท์ ไม่สนุกเหรอ”
“ก็ดี แค่ไม่คิดว่าเราจะดูหนังผีกันในเดทแรก”
“ฮ่ะ ฮ่า งั้นเรื่องต่อไปหนูให้พี่เลือก”
เขาอมยิ้ม ในตอนนี้เดินกันจนมาถึงลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแล้ว
“แวะกินข้าวไหม ข้าวต้ม”
“ไม่อ่ะ หนูอิ่มป๊อปคอร์น” ทอฝันพูดอย่างสำนึกผิดแต่ไร้ซึ่งความกระดากอาย
“งั้นร้านนม”
“ไม่ได้หรอก วันนี้ต้องกลับเลย คราวที่แล้วม๊าถามใหญ่เลย”
“แล้วพรุ่งนี้ไปซ้อมอีกไหม”
“ไม่ได้แล้ว ม๊าไปบอกป๊า ตอนนี้ป๊าเลยเข้มงวดใหญ่เลย อีกอย่างใกล้สอบเข้ามหา’ลัย”
ชานนท์เปิดประตูให้ทอฝันรอกระทั่งเธอเข้าไปนั่งจึงวางถังป๊อปคอร์นที่เบาะหลังแล้วปิดประตู
“เข้าที่อุบลใช่ไหม”
“อือ ป๊าบอกให้เรียนที่นี่แหล่ะ จบแล้วก็ขายทองอยู่ดี อีกหน่อยก็มีผัว”
“ห๊า! นี่ป๊าพูดแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
“จริงสิ คนโบราณน่ะพี่ชานนท์ ไม่เป็นไรหรอก เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าต้องมาขายทอง ป๊ากับม๊ามีหนูเป็นลูกคนเดียวนะ ถ้าหนูไม่ขายแล้วใครจะขาย”
ชานนท์ชำเลืองมองดวงหน้าหวานที่เมื่อพูดจบก็เงียบเสียงไป
“อย่าไปคิดมาก เราคิดแต่แง่บวกดีกว่า ขายทอง ดีเสียอีก ใคร ๆ ก็อยากมีทองนะ ส่วนทอฝันมีทองเต็มร้าน เอามาทำเป็นผ้าห่มยังได้เลย”
“แหม ก็แอบมีน้อยใจบ้างเท่านั้นแหล่ะ ว่าแต่เทียนหอมไปเรียนกรุงเทพ หนูคงเหงาแย่”
“มีพี่ไง”
“ไม่ได้เจอกันทุกวันเสียหน่อย”
“งั้นก็ทำให้เจอกันทุกวันสิ”
ทอฝันเอี้ยวหน้ากลับไปมองสงสัย
“ทำไง เจอกันทุกวัน”
“ก็มาอยู่กับพี่”
“แต่หนูยังเรียนอยู่เลย”
“มหา’ลัยแล้ว ใคร ๆ เขาก็อยู่กับแฟนกันทั้งนั้น”
ทอฝันหรี่ตามองดุดัน
“พี่กำลังจะชวนหนูเสียคน”
“เสียคน! ตรงไหนไม่ทราบ พี่แค่หวังดีชวนมาอยู่ด้วยกัน จะได้เจอกันทุกวันไง”
“อย่าคิดว่าหนูรู้ไม่ทันนะ ถึงบ้านหนูแล้ว อย่า จอดห่าง ๆ หน่อย ตรงนี้ พอ ๆ”
ชานนท์แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อทอฝันกำกับให้จอดห่าง ๆ ทางขึ้นบ้าน
“ขอบคุณพี่ชานนท์มากค่ะ หนังผีวันนี้สนุกมาก”
ทอฝันเอี้ยวตัวกลับไปหยิบถังป๊อปคอร์นเบาะหลังแต่ชานนท์ยั้งร่างเธอไว้ก่อน
“ยังไม่ได้จูบกันเลย”
เธอหยุดชะงักแล้วยืดร่างกลับมานั่งตรงตามเดิม
“แต่ปากหนูมีรสคาราเมล”
“ฮ่ะ ฮ่า นั่นสิ”
ชานนท์ประคองดวงหน้าเล็กไว้ “พี่ขอชิมหน่อยแล้วกัน”
พูดจบชานนท์ไม่รอให้ทอฝันประท้วงห้ามอีก โน้มหน้าเข้าหาให้ความนุ่มของริมฝีปากรสบุหรี่แย้มกลีบปากอ่อนหวานรสคาราเมลออกเพื่อสอดลิ้นเข้าไป
“อืม..รสคาราเมลจริงด้วย เค็ม ๆ หวาน ๆ”
เธอร้องครางเบียดตัวเองเข้าไปหาร่างนักมวยจนเขาต้องเป็นฝ่ายยกเธอข้ามมานั่งตัก
จากนั้นไอร้อนภายในรถของลมหายใจกระชั้น ร่างกายบดเบียดทำให้กระจกเกิดฝ้า
เธอเปิดปากยินยอมให้เรียวลิ้นเชี่ยวชาญสำรวจรสชาติข้างใน ปล่อยให้เขากระหวัดดูดลิ้นเธอแล้วขบขอบปาก ออกแรงดูดจนบวมเล็กน้อย
“อืออ”
ทอฝันสะดุ้งเพราะฝ่ามือพี่ชานนท์ไม่อยู่นิ่ง นอกจากบีบบั้นเอวเธออย่างหมั่นเขี้ยวแล้วก็เลื่อนขึ้นสอดเข้าไปใต้เสื้อจนพบความนุ่มอวบใหญ่
“ทอฝัน...”
เขาล้วงเข้าใต้เสื้อชั้นในกอบแรงคลึง รั้งท้ายทอยเธอไว้เพื่อปิดเสียงร้องห้าม วันนี้เขาจะเดินหน้าอีกนิด อีกนิด
“พี่ชานนท์”
ทอฝันหอบหายใจขณะที่ชานนท์ละริมฝีปากออกเพื่อโน้มหน้าต่ำลง แล้วความรู้สึกเปียกชื้นจากเรียวลิ้นบนยอดหัวก็ทำให้ร่างเล็กของเธอสะดุ้งแรง
“พี่ชานนท์!”
มือเธอยันบ่าเขาไว้ แต่วันนี้เหมือนว่าพี่ชานนท์ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่หยุด ดวงตาเล็กอย่างลูกคนจีนเบิกกว้าง มองหาของจนเห็นกระเป๋าสะพายตนเองห้อยอยู่ กำลังเอื้อมหยิบแต่พี่ชานนท์คว้าจับมือเธอไว้เสียก่อน แล้วครอบครองยอดหัวทั้งหมดด้วยปากหนาใหญ่ดูดกินจนเธอมืออ่อนแรง
ชานนท์เลื่อนหน้าขึ้นประกบปากดูดเสียงประท้วง มือกอบหน้าอกไว้คลึงวน
“ทำความเคยชินกันไว้ก่อน”
“พี่ พี่ หยุดนะ หนู ยัง”
“ทอฝันโตแล้ว สิบแปดแล้วนะ”
“แต่ไม่ หยุดนะ ถ้าไม่หยุดหนูจะไม่เจอพี่อีกเลย”
เธอยื่นคำขาดอย่างเด็กสาวที่เสียงเครือ เพราะในตอนนี้มือใหญ่หนาเลื่อนเข้าไปในกระโปรง ใกล้ถึงจุดสำคัญเข้าไปทุกขณะ ปลายนิ้วสัมผัสโดนกางเกงในแล้ว...
ชานนท์ซบหน้าลงซอกไหล่ของทอฝัน ปลายนิ้วยังสัมผัสโดนจุดกึ่งกลางเป้าและมันเปียกชื้น
เขาเอนตัวออกห่าง ละมือออก มองทอฝันดึงเสื้อตัวเองลงปิดจนมิด ขยับร่างไปอีกด้าน
“หนูบอกแล้วว่าจูบอย่างเดียว” เธอโจมตีทันที
“แต่ มันต้องมีบ้าง อีกหน่อยเราก็ต้องมีอะไรกัน”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้ หนูเพิ่งสิบแปด” เธอจ้องตาเขากลับ “รอหนูยี่สิบก่อน”
“ยี่สิบ! สองปี!”
“ใช่ สองปี ถึงตอนนั้นหนูบรรลุนิติภาวะแล้ว”
“แต่ คนแถวบ้านมีลูกกันแล้วนะตั้งแต่สิบหก”
“ไม่ใช่คนแถวบ้านหนูแล้วกัน ถ้าไม่ตกลง จบกันแค่นี้ หนูอาจแค่อกหักแต่ไม่นานก็ลืม หนูยังเด็ก น่ารัก มีคนรอต่อคิวจีบอีกเพียบ”
น้ำเสียงของทอฝันฟังแล้วไม่ยี่หระเสียจนชานนท์กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ในเมื่อทอฝันยื่นคำขาดมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้เขาปฏิเสธก็คงทำไม่ได้ จึงจำใจพยักหน้าน้ำเสียงอ่อนแรง
“ก็ได้”
“ดีมากพี่ชานนท์ พรุ่งนี้มารับหนูตอนเย็นนะ ไปกินชานมกัน”
“พี่ไม่ชอบชานม”
“แต่หนูชอบกิน หนูอนุญาตให้พี่กินชานมบนปากหนูได้ แต่ห้ามล้วง ควัก เข้าใจไหม”
ชานนท์มองนิ้วเล็กตรงหน้าที่ส่ายไปมาใกล้จมูกแล้วรีบพยักหน้ารับ มองตามร่างเล็กเดินทอดน่องสบายใจไปยังประตูทางขึ้นบ้านหน้าร้านทอง ด้วยสีหน้าของชายที่กำลังห่อเหี่ยวและสิ้นหวัง
9. จบบริบูรณ์เกร้ง ๆ ๆชานนท์ถุยยางกันกระแทกออกจากช่องปากหลังจากที่ระฆังตีพักยก นั่งหอบหายใจรับน้ำมาจากมือโค้ชคนใหม่ เอี้ยวหน้าไปมองเฮียเสือที่ยืนกดดันอยู่ด้านล่างแขวนนวมคำพูดง่าย ๆ แต่พอทำจริงกลับยากเมื่อเขาต้องต่อรองกับเฮียเสือ สิวากร อรุณ ผู้ขึ้นมากุมบังเหียนแทนพ่อครูสถิตคุณน็อกเท่านั้น กูถึงอนุญาตให้มึงแขวนนวมเขาเบือนหน้ากลับมองไปยังมุมแดงฝั่งตรงข้าม เด็ดดวงศิษย์ศรเพชร นักมวยค่ายศรเพชร แล้วเลื่อนสายตาจนเห็นเจ้โปรดลูกเจ้าของค่าย ใบหน้าสวยคมอย่างลูกครึ่งแขก คนที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเฮียเสือตามตื้อมาหลายปี“ยกสุดท้ายแล้วไอ้นนท์ คะแนนมึงนำอยู่แต่เฮียเสือจะเอาชนะน็อก”เขาเหลือบสายตามองโค้ชก่อนจะพยักหน้า แล้วหันไปมองทางกล้องถ่ายทอดสด เขารู้ว่าทอฝันคงดูอยู่ที่บ้าน รวมไปถึงป๊า ม๊าของทอฝันด้วยเกร้ง ๆ ๆโค้ชยัดยางกันกระแทกเข้าไปในปากชานนท์แล้วตบบ่าสองครั้งก่อนจะลงจากเวทีในเวลานี้เหงื่อเขากำลังไหลโทรมร่างใหญ่โต อีกฝ่ายร่างเตี้ยกว่าแต่ล่ำกว่ามาก ประเมินจากแรงหมัดมาสี่ยกเขาเห็นทางเดียวที่จะทำให้มันหงายท้องคือเสยปลายคางชานนท์เต้นฟุตเวิร์คถ่วงเวลาเล็กน้อยเบี่ยงหลบหมัดที่พุ่งเข้าใส่ ถอยหลังกระท
8. NCเธอเอียงหน้าไปอีกด้านผ่อนร่างลงกับฟูก ไม่กล้าลืมตามองพี่ชานนท์ ได้ยินเพียงเสียงถอดกางเกงยีนส์ จากนั้นไอร้อนของแผ่นอกก็กระทบทรวงอกเธอ“ทอฝัน”“อือ พี่ชานนท์”“มองพี่คนดี”ทอฝันขยับเปลือกตาลืมขึ้น เห็นริมฝีปากฉ่ำน้ำก่อนอับดับแรก จึงใช้นิ้วลูบอย่างหลงใหลก่อนจะเลื่อนสบตาสีนิลคมกล้า“พี่กำลังจะเข้าไปแล้ว มองพี่คนดี”“อือ”ร่างใหญ่โตของนักมวยเมื่อเทียบกับร่างเล็กของทอฝันแล้ว ดูราวกับว่าเขากำลังทำร้ายเธอเสียมากกว่าชานนท์คุกเข่ากลางหว่างขา โน้มตัวลงเข้าหาเท้าข้อศอกทั้งสองข้างส่วนฝ่ามือประคองหน้าหวานไว้ให้จ้องมองแต่เขาสะโพกสอบเคลื่อนไหวพาดุ้นแข็งใหญ่สีเข้มสัมผัสรอยแยกอุ่นเปียก“อ่า ทอฝัน”ทอฝันมองริมฝีปากที่กำลังขยับเรียกชื่อเธอ ช่วงล่างแฉะและชื้นทั่วหน้าขา พอท่อนอุ่นจัดขยับโดนเธอสะดุ้ง มือกำไหล่คนด้านบนไว้แน่นจิกเล็บลงไปด้วยความตื่นเต้น“ทอฝัน อีกนิดนะคนดี”ชานนท์ปลอบประโลมด้วยเนื้อเสียงแสนต่ำ กลั้นใจทั้งฝืนไม่ให้โจนจ้วง ยิ่งร่างของทอฝันเล็กนิดเดียว ทางรักที่เขาต้องทะลวงเข้ายิ่งเล็กจนน่าหวั่นใจท่อนใหญ่เคลื่อนแทรกลงเนื้อสาวให้ความยาวแท่งร้อนถูไถกลีบอ่อนบาง ต้องการให้ทอฝันได้คุ้นชินแล้
7. NC“พี่จับนมทอฝันแล้วนะ”“อือ หนูรู้แล้ว มือพี่สากขนาดนั้น”ชานนท์เริ่มขยับฝ่ามือบนความอวบอิ่มนูนใหญ่ เนื้ออ่อนนุ่มจนเขากลัวว่าทอฝันจะเจ็บจึงค่อย ๆ คลึงเบา ๆ“พี่ชานนท์”“อือ” เขาละสายตาออกจากยอดกลางทรวงเพื่อสบตาทอฝัน“นมหนูมันไม่ช้ำง่าย ๆ หรอกนะ แรงกว่านี้ก็ได้”เขาหยุดชะงัก หรี่ดวงตามองเธอแล้วเริ่มคลึงแรงขึ้น“สักเท่านี้ไหม”“แรงอีก ทำเบาแบบนี้หนูจะไปรู้สึกอะไร”“ไหนว่ามือพี่สาก”“ก็สาก...แต่ไม่ใช่ทำอย่างกับว่านมหนูมันจะช้ำง่าย ๆ”คำตอบของทอฝันทำเอาชานนท์ต้องก้มหน้าซบลงบนทรวงอกตรงหน้าเพื่อกลั้นหัวเราะ“หยุดเลยนะ พี่ขำหนูเหรอ”“ก็ อืม..ฮ่ะ ฮ่า” ชานนท์ชำเลืองตามองสีหน้าทอฝัน ดวงหน้าหวานน่ารักเม้มปากนิ่งคงจะเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว เขาจึงชะโงกตัวอยู่ด้านบน “ไม่หัวเราะแล้ว เราเริ่มเลยนะ”“อืม” ทอฝันส่งเสียงรับในลำคอแล้วหลับตา“ไม่ ๆ ลืมตา”“หนูอาย”“อายอะไรกัน เร็ว ลืมตา”ทอฝันปรือตาขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อมองฝ่ามือที่ยังวางทาบบนทรวงอก“พี่กำลังจะเอาสายเสื้อออกหนึ่งข้างนะ”“อือ”เธอขานรับขยับสายตาตามมือสีเข้มที่เลื่อนขึ้นมายังหัวไหล่ข้างซ้าย แล้วเลื่อนสายเดี่ยวเสื้อนอนสุดวาบหวิวจนขยับลงไปยั
6.ทอฝันจะรวบหัวพี่ชานนท์แล้วบรื้น...เอี๊ยดชานนท์เลี้ยวเข้าจอดหน้าคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของจังหวัด เขาดับเครื่องแล้วลงไปยืนรอใต้ต้นไม้ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาสูบ ยกข้อมือขึ้นดูเวลาบ่ายสี่โมงเย็น น่าจะใกล้เลิกแล้วร่างสูงใหญ่ด้วยมัดกล้ามและท่าทางทระนงตัวอย่างนักมวย ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของนักศึกษาทั้งหญิงชายสายตาคมกล้าถูกปิดด้วยแว่นกันแดดแบรนด์เนมราคาแพง กวาดสายตามองหาแฟนสาวท่ามกลางนักศึกษาหลายสิบคนที่พร้อมใจกันกรูออกมาจากห้องเรียนใหญ่เขาขยับกายพิงต้นไม้กอดอกเมื่อมองเห็นทอฝัน รูปร่างผอมบางกว่าหลายปีก่อน คงเพราะโดนเขาเคี่ยวกรำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ“พี่ชานนท์”ในที่สุดคนตัวเล็กก็เห็นเขาเสียทีหลังจากมัวแต่ยืนเม้าท์กับเพื่อนอยู่เป็นนานชานนท์เพ่งมองทอฝันที่เดินแกมวิ่งทั้งยกมือขึ้นโบกไปมา ผมยาวปลิวสยายจากแรงลมต้นฤดูหนาวยามที่เธอวิ่งตัดลานจอดรถมาทางโค่นต้นไม้“มานานหรือยังคะ”เขาดีดบุหรี่ทิ้งทันทีเมื่อทอฝันเข้ามาใกล้ ยกมือขึ้นลูบเหงื่อชื้นบนปลายจมูก“วิ่งมาทำไม เหงื่อออกหมดแล้ว”“แหมทำเป็นพูด ตอนที่ให้หนูวิ่งบนลานหน้าโรงยิมไม่เห็นเป็นห่วงหนูแบบนี้เลย”“ฮ่ะ ฮ่า ก็นั่นออกกำลังกายนี่น
5.เจอว่าที่พ่อตาเสียงจ้อกแจ้กในยามเช้าภายในหลังบ้านของร้านทองยามที่ทุกคนนั่งลงกินข้าว เป็นเสียงที่ทอฝันเคยชินและได้ยินตั้งแต่เด็ก“อาฝัน เมื่อวานนี้อาเจ็กหลงร้านขายขนมจีบเขาเห็นลื้อลงมาจากรถค่ายมวย ส อรุณ”มือเล็กเรียวหยุดกึก “เขาแค่มาส่ง ป๊าก็รู้ว่าหนูไปเล่นมวยลดน้ำหนัก”“แต่เขามองลอดเข้าไปเห็นพวกลื้อจูบกัน”“เจ็กหลงตาฝาดหรือเปล่า ใครมันจะไปจูบกันได้ข้างถนนแท้ ๆ”“นั่นสิ ป๊าถามย้ำหลายรอบ อีเลยเอาคลิปให้ป๊าดู”เคร้ง!ดวงหน้าหวานแต่ตาหยีเล็กอย่างคนจีนเผือดซีดลง เลื่อนสายตาขึ้นจากชามข้าวเพื่อพบว่านัยน์ตาตี๋ของพ่อกำลังจ้องจับผิด“ก็ ก็”“ใช่นักมวยที่ชื่อชานนท์หรือเปล่า”คราวนี้เธอคาดว่าตนเองคงหนีไม่พ้นจากสถานการณ์ตรงหน้าได้แล้ว แสดงว่าคลิปคงชัดเพราะรถคันนี้ถ้าไม่ก้มมองดี ๆ จะมองไม่เห็นคนที่อยู่ข้างใน“ลื้อไม่ตอบ อาฝัน”“หนูแค่ไม่รู้จะตอบยังไง”“ลื้อยังต้องเรียนมหา’ลัย หรือว่าลื้อจะไม่เรียนแล้วเอาผัว”“ป๊า! ลื้อจะไปกดดันทอฝันทำไม ทอฝันมันโตเป็นสาวแล้ว มีแฟนย่อมเป็นเรื่องปกติ”ทอฝันหันไปพยักหน้าเห็นด้วยกับแม่หงึกหงัก“แต่อาฝันเพิ่งสิบแปด”“จำไม่ได้หรือไง สิบแปดอั๊วท้องทอฝันแล้วนะ”ทอฝันมอ
4.เดทแรกชานนท์สาวเท้าวิ่งแทนที่จะยืนอยู่นิ่งบนสายพานบันไดเลื่อนเพราะตนเองมาสาย ช้ากว่าที่นัดไว้เกือบครึ่งชั่วโมงด้วยเพราะความสูงเกือบร้อยแปดสิบสองทำให้เขามองเห็นร่างเล็กของทอฝันแต่ไกล แผ่นอกสะท้อนขึ้นสูดลมหายใจในเวลานี้ทอฝันน้ำหนักลดลงกว่าแต่ก่อนพอสมควร ทำให้ความเจ้าเนื้อหายไปทว่าความอวบอิ่มเปล่งปลั่งยังคงอยู่ ทั้งวันนี้ทอฝันเลือกสวมชุดกระโปรงยีนส์และเสื้อครอปรัดรูปตัวสั้น อวดเนื้อขาวบั้นเอว เห็นแล้วใจสั่น ๆ คันยุบยิบพิกล“พี่มาช้า”“เออ..แก้ตัวไม่ออกเลยพี่ ไอ้แสนมันโทรมาจากโคราช ถามเรื่องน้องส้ม”“แล้วทำไมพี่แสนไม่คุยกับส้มเองหล่ะ”“ก็มันให้พี่คอยดูแลน้องส้ม”“ดูแล? หรือว่าคอยคุมกันแน่ คราวก่อนเรื่องพี่จอมก็ทีแล้ว เป็นฝีมือพี่แสนใช่ไหม”“เออน่า ไป เข้าไปดูหนังกัน เดี๋ยวไม่ทันฉายนะ”“ก็ได้ ฝากไว้ก่อน นี่ตั๋วของพี่”“เดี๋ยวพี่โอนคืนให้นะ”“ไม่ต้องหรอก พี่เลี้ยงขนมหนูดีกว่า วันนี้หนูอยากจะกิน...”“ยังไม่ทันจะเข้าโรง คิดเรื่องกินเสียแล้ว ไปก่อนเร็ว”ชานนท์ไม่รอให้ทอฝันพูดจบคว้ามือเล็กมากุมแล้วออกเดินนำ ลากจนทอฝันต้องเร่งฝีเท้าตาม แต่พอเข้าไปในโรงฉายกลับพบว่าคนน้อยมากจนเขาประหลาดใจ“นี







