Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-09-04 05:11:24

บทที่ 4 หมากตาแรก

หลังจากออกจากเรือนชิงซง เสิ่นชิงหลันไม่ได้กลับเรือนของตนทันที นางเดินช้าลงตามทางทอดยาวข้างสระบัว แม้ฤดูใบไม้ผลิเพิ่งมาเยือน ใบบัวอ่อนยังไม่ทันคลี่เต็มผืนน้ำ แต่แสงแดดที่ตกกระทบผิวน้ำกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนตนกำลังมองโลกที่แตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิงตราบใดที่พี่ยังอยู่ เจ้าไม่มีวันไม่มีที่ไป คำพูดของพี่ใหญ่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ชาติก่อนเขาเคยทำตามคำพูดนั้นแล้ว ในวันที่นางไม่มีผู้ใดต้องการ เขามาในวันที่แม้แต่คนที่นางรักยังยอมแลกนางกับผลประโยชน์ เขากลับเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพานางออกไป เสิ่นชิงหลันหลับตาลงชั่วครู่ ครั้งนี้นางจะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างไปถึงวันนั้นอีก แต่จะเริ่มจากตรงไหน? หญิงสาวลืมตา นางมีความทรงจำของชีวิตหนึ่งชาติ รู้ว่าใครจะรุ่งเรือง รู้ว่าตระกูลใดจะล่มสลาย รู้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าราชสำนักจะเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย และรู้ว่าองค์ชายหกจะค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาจากองค์ชายผู้ไม่ได้โดดเด่นนัก จนกลายเป็นหนึ่งในผู้มีโอกาสแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทมากที่สุด ชาติก่อนนางเคยภูมิใจที่ได้อยู่ข้างเขา ช่วยเขาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนกำลังช่วยความจำของนางเคยเป็นประโยชน์ต่อเขามากเพียงใด...เวลานี้คิดแล้วกลับอยากหัวเราะ ในเมื่อสวรรค์ให้นางนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาด้วย ชาตินี้นางก็จะใช้มันใหม่ เพียงแต่เปลี่ยนคนทุกสิ่งที่เคยกลายเป็นบันไดให้องค์ชายหก—นางจะนำมาวางไว้ใต้เท้าพี่ใหญ่แทน

“คุณหนู?” สาวใช้เห็นนางยืนนิ่งอยู่นานจึงเรียกเบา ๆ เสิ่นชิงหลันได้สติ “ไปเรือนข้ากันเถอะ” นางต้องเริ่มจากเรื่องที่ใกล้ที่สุดก่อน อีกเจ็ดวันงานชมบุปผาที่จวนองค์หญิงใหญ่ ชาติก่อนนางคิดว่านั่นคือวันที่ตนได้พบรัก ชาตินี้...นางอยากรู้เหลือเกินว่ามันเป็นความบังเอิญจริงหรือไม่ ยามบ่าย เรือนของเสิ่นชิงหลันเงียบผิดปกติ นางสั่งให้สาวใช้นำหีบเก็บของเก่าออกมาทั้งหมด “คุณหนูจะหาอะไรหรือเจ้าคะ” “เทียบเชิญ” สาวใช้ครุ่นคิด ก่อนรีบเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะอีกด้าน “เทียบงานจวนองค์หญิงหรือเจ้าคะ อยู่ตรงนี้” กระดาษสีแดงอ่อนถูกส่งมาให้ เสิ่นชิงหลันรับไว้ เทียบเชิญประณีต กระดาษมีกลิ่นหอมจาง ๆ ตรงมุมประทับตราดอกโบตั๋นของจวนองค์หญิงใหญ่ นางเคยเห็นมันแล้ว แต่ชาติก่อนไม่เคยสนใจรายละเอียดหญิงสาวไล่สายตาไปทีละตัวอักษร เชิญฮูหยินจวนเสิ่นพร้อมคุณหนูทั้งสามเข้าร่วมงานชมบุปผา ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ “เทียบนี้ผู้ใดนำมาส่ง” สาวใช้คิด “คนจากจวนองค์หญิงใหญ่เจ้าค่ะ” “แล้วเหตุใดท่านแม่จึงเพิ่งบอกพวกเราวันนี้” สาวใช้เริ่มงุนงง “บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ” เสิ่นชิงหลันพยักหน้า ไม่ได้ถามต่อ นิ้วลูบผ่านตราประทับบนกระดาษเบา ๆนางจำได้ว่าในชีวิตก่อน งานนี้มีคุณหนูจากหลายตระกูลเข้าร่วม องค์หญิงใหญ่ชื่นชอบความครึกครื้น ทุกปีเมื่อดอกไม้ในจวนผลิบานจะจัดงานเชิญสตรีชั้นสูงมาชมบุปผา บางครั้งมีบุรุษหนุ่มจากตระกูลสูงศักดิ์มาร่วมช่วงท้ายด้วย ดังนั้นการพบองค์ชายหกที่นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

สิ่งที่แปลกคือ—เหตุใดเขาจึงไปอยู่ตรงสวนด้านตะวันตกซึ่งห่างจากงานเลี้ยง และเหตุใดนางจึงไปที่นั่นพอดี เสิ่นชิงหลันหลับตา ภาพเมื่อหลายปีก่อนชัดเจนขึ้น วันนั้นหลังนั่งอยู่ในงานได้ไม่นาน สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเสิ่นฮูหยินเรียกหา นางจึงออกจากศาลา แต่ระหว่างทางสาวใช้คนนั้นกลับบอกว่าจำผิด ท่านแม่อยู่ศาลาอีกฝั่ง นางเดินอ้อมสวน จากนั้น—ปิ่นหยกขาวหล่น องค์ชายหกเก็บมันขึ้นมา ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสิ่นชิงหลันลืมตา ชาติก่อนนางไม่เคยสงสัยสาวใช้คนนั้น เพราะหลังจากวันนั้นก็ไม่เคยพบอีก “เสี่ยวเถา” “เจ้าคะ” “งานชมบุปผาครั้งนี้ เจ้าไปกับข้า” สาวใช้ชะงัก ก่อนยิ้มทันที “เจ้าค่ะ!”เสิ่นชิงหลันมองนาง เสี่ยวเถาติดตามนางมาตั้งแต่เด็ก แต่ในชีวิตก่อน วันนั้นกลับไม่ได้ไปเพราะอะไร? นางพยายามนึก ไม่นานคำตอบก็ปรากฏขึ้น ก่อนออกจากจวน เสี่ยวเถาทำถ้วยชาร้อนหกใส่มือจนพุพอง มารดาจึงเปลี่ยนสาวใช้คนอื่นให้ติดตามนางแทน เรื่องเล็กมาก เล็กเสียจนนางเกือบลืม “ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันงาน อย่ารับของกินจากผู้ใด อย่าดื่มอะไรนอกเรือน และไม่ว่าผู้ใดเรียกเจ้าไปทำอะไร ต้องมาบอกข้าก่อน” เสี่ยวเถาเบิกตา “คุณหนู?” “ทำตามที่ข้าบอก” แม้ไม่เข้าใจ แต่สาวใช้ก็พยักหน้า “เจ้าค่ะ”

เสิ่นชิงหลันวางเทียบเชิญลง หมากตาแรกของชีวิตนี้—นางจะเริ่มจากการไม่ปล่อยให้คนข้างกายถูกเปลี่ยนออกไปง่าย ๆ อีก ค่ำวันนั้น เรือนหลักยังมีแสงตะเกียงสว่างอยู่ หลังบุตรสาวทั้งสามแยกย้ายกลับเรือน เสิ่นฮูหยินนั่งเงียบอยู่หลังโต๊ะน้ำชา เสิ่นเฉิงอันเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ “จิ่งเหิงตอบตกลงจะไปจริงหรือ” “หลันเอ๋อร์พูดเช่นนั้น" “นางเป็นอะไรไป” เสิ่นฮูหยินขมวดคิ้ว “หลายเดือนมานี้นางเชื่อฟังดี ข้าคิดว่าคงเข้าใจแล้วว่าไม่ควรเกาะติดจิ่งเหิงเหมือนตอนเด็ก” เสิ่นเฉิงอันไม่ตอบทันทีเขารินชา “เด็กสาวเพิ่งปักปิ่น อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ใช่เรื่องแปลก” “แต่จิ่งเหิง—” “ปล่อยให้ไป” เสิ่นฮูหยินมองสามี “ท่านไม่กังวลหรือ” “กังวลอะไร” “หากเขาเห็น—” เสียงหยุดลง เสิ่นเฉิงอันเงยหน้าขึ้น เพียงสายตาเดียว สตรีตรงหน้าก็ไม่พูดต่อ “เรื่องที่ยังไม่เกิด อย่าเอ่ยให้มาก” น้ำเสียงยังสุภาพ แต่เสิ่นฮูหยินเม้มริมฝีปาก “ข้าเพียงไม่ชอบที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันเกินไป” “พวกเขาโตมาด้วยกัน” “เพราะเช่นนั้นจึงต้องแยก” นางตอบทันที “จิ่งเหิงไม่ใช่เด็กแล้ว หลันเอ๋อร์เองก็ปักปิ่นแล้ว ต่อไปนางต้องมีประโยชน์ในที่ของนาง หากยังเห็นพี่ชายสำคัญกว่าทุกคน เมื่อถึงเวลาจริงจะจัดการยาก” เสิ่นเฉิงอันยกถ้วยชาขึ้นจิบ “นางอายุเพียงสิบห้า” “สิบห้าก็ถึงเวลารู้แล้วว่าควรฟังผู้ใด” ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ ก่อนชายวัยกลางคนจะกล่าว “เพียงอย่าทำให้จิ่งเหิงสงสัย” “ข้ารู้” เสิ่นฮูหยินลดเสียง “ข้าจึงค่อย ๆ ทำมาตลอด มิได้ห้ามหลันเอ๋อร์ตรง ๆ” “ส่วนงานจวนองค์หญิง...” “ทำเหมือนเดิม” คำตอบสั้นมาก เสิ่นฮูหยินพยักหน้า ไม่มีใครรู้ว่าเงาร่างหนึ่งซึ่งเพิ่งเดินผ่านนอกเรือนหยุดชะงักเพียงครู่ ก่อนจากไปอย่างไร้เสียง

“คุณชาย” ฉินอันเดินตามเสิ่นจิ่งเหิงอยู่ครึ่งก้าว ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับ “ว่ามา” “คนของเราส่งข่าวมาแล้วขอรับ” ทั้งสองเดินเข้าสู่เรือนชิงซง ประตูปิดลง ฉินเฟิงซึ่งรออยู่ด้านในลุกขึ้นทันทีบนโต๊ะมีแผนที่ฉบับหนึ่งกางอยู่ เสิ่นจิ่งเหิงถอดเสื้อคลุมตัวนอกส่งให้ ก่อนนั่งลง ท่าทีอ่อนโยนยามอยู่ต่อหน้าหลันหลันในตอนเช้าหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความเย็นสงบที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นโดยไม่ต้องออกคำสั่ง “พูด” ฉินอันวางกระดาษแผ่นเล็กลงตรงหน้า “คนจากร้านยาฉางอันส่งมา เมื่อสามวันก่อนมีสินค้าจากด่านซีโจวเข้ามาเมืองหลวงอีกชุดหนึ่ง บัญชีที่ส่งเข้ากรมกับจำนวนสินค้าจริงไม่ตรงกัน” เสิ่นจิ่งเหิงมองตัวเลขบนกระดาษ “เท่าใด” “หายไปเกือบสามส่วน” ดวงตาของชายหนุ่มเย็นชา “มากกว่าครั้งก่อน” “ขอรับ” ฉินเฟิงกล่าวต่อ “คนของท่านผู้เฒ่าบอกว่าไม่ควรตามต่อในเมืองหลวง อาจมีคนเริ่มระวังตัวแล้ว” ท่านผู้เฒ่าในเรือนเสิ่น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคำเรียกนี้หมายถึงใคร เสิ่นจิ่งเหิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบกระดาษขึ้นจ่อเปลวเทียน ไฟลามจากมุมกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวเลขทั้งหมดกลายเป็นเถ้า“ส่งข่าวกลับไปอย่าแตะเส้นทางนั้นชั่วคราว” ฉินอันชะงัก “แต่เราใช้เวลาตามมาสองปีแล้ว” “เพราะตามมาสองปี จึงไม่ควรเสียทุกอย่างเพราะรีบร้อนเพียงครั้งเดียว” ไม่มีใครโต้แย้ง เสิ่นจิ่งเหิงมองเปลวไฟจนมอด ยี่สิบปี เขารอมาได้ถึงยี่สิบปีอีกไม่กี่เดือนจะเป็นอะไร “อีกเรื่องหนึ่งขอรับ” ฉินเฟิงพูด “เกี่ยวกับงานชมบุปผาจวนองค์หญิงใหญ่” ชายหนุ่มเงยหน้า “คุณชายให้ข้าตรวจรายชื่อผู้ร่วมงาน จวนองค์หญิงยังไม่ได้ส่งรายชื่อบุรุษทั้งหมดออกมา แต่มีข่าวว่าองค์ชายสองพระองค์อาจเสด็จช่วงบ่าย” นิ้วของเสิ่นจิ่งเหิงหยุดบนโต๊ะ “ผู้ใด” “องค์ชายสามกับ...องค์ชายหกขอรับ” ห้องทั้งห้องเงียบลง เสิ่นจิ่งเหิงไม่ได้มีปฏิกิริยามาก แต่ฉินเฟิงซึ่งติดตามเขามาหลายปีรู้ทันทีว่าเจ้านายไม่พอใจ “องค์ชายหก?”

“กล่าวว่าไปเยี่ยมองค์หญิงใหญ่ซึ่งเป็นพระญาติ” ฟังดูสมเหตุสมผล มากเสียจนไม่มีสิ่งใดให้สงสัย เสิ่นจิ่งเหิงกลับมองแผนที่บนโต๊ะ นิ้วเคาะเบา ๆ หนึ่งครั้ง “ตรวจต่อไปโดยเฉพาะคนที่เข้าออกจวนเสิ่นในช่วงหนึ่งเดือนนี้” ฉินเฟิงรับคำเสิ่นจิ่งเหิงไม่ได้อธิบายเหตุผล ตั้งแต่เช้า หลันหลันผิดปกติ นางวิ่งเท้าเปล่ามาหาเขา ร้องไห้ กอดเขา ถามว่าเขาจะทิ้งนางหรือไม่ จากนั้นจู่ ๆ ก็ขอให้เขาไปงานชมบุปผาที่ปกตินางไม่เคยสนใจว่าเขาจะไปหรือไม่ เด็กคนนั้นกำลังกลัวบางสิ่ง และไม่ยอมบอกเขา เสิ่นจิ่งเหิงไม่ชอบความรู้สึกนี้ “คุณชาย” ฉินอันลังเลก่อนถาม “งานจวนองค์หญิง ท่านจะไปจริงหรือขอรับ” “อืม” “แต่วันนั้นเรามีนัดกับคนจาก—” “เลื่อนไปก่อน” คำเดียวทำให้ทั้งสองเงียบ ฉินอันเหลือบมองฉินเฟิง อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่เห็นอะไร แผนซึ่งวางมาหลายเดือนเลื่อนได้ คนที่นัดไว้รอได้ แต่คุณหนูสี่พูดเพียงว่า ไปกับข้า เจ้านายของพวกเขาก็ตอบตกลง เรื่องเช่นนี้...เกิดขึ้นมานานจนทั้งคู่ควรชินเสียที

“มีอีกเรื่อง” เสิ่นจิ่งเหิงเอ่ย “ส่งคนดูเสี่ยวเถาไว้” ฉินอันเลิกคิ้ว “สาวใช้ของคุณหนูสี่?” “อย่าให้นางรู้ตัว” “คุณชายสงสัยนางหรือขอรับ” เขาส่ายหน้าก่อนตอบ “ดูว่าใครเข้าใกล้นาง” คราวนี้ฉินอันเข้าใจทันที “ขอรับ” เสิ่นจิ่งเหิงก้มมองแผนที่อีกครั้ง ในใจกลับนึกถึงใบหน้าซีดขาวของเด็กสาวยามพูดว่า แล้วท่านก็ตาย ฝันร้ายหรือ? เขาไม่เชื่อเรื่องลาง ยิ่งไม่เชื่อเรื่องภูตผี แต่หากมีบางสิ่งทำให้หลันหลันหวาดกลัวถึงเพียงนั้น—เขาจะหาให้พบเอง

สองวันผ่านไปอย่างสงบ เสิ่นชิงหลันกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาววัยสิบห้าตามปกติ เรียนพิณ ฝึกอักษร ลองชุด รับประทานอาหารกับพี่สาวและไปเรือนชิงซงวันละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เสิ่นฮูหยินเตือนสองหน นางรับคำทุกครั้ง จากนั้นวันต่อมาก็ไปอีก ไม่มีผู้ใดทำอะไรนางได้ เพราะเสิ่นจิ่งเหิงไม่เคยไล่ กระทั่งวันที่สาม สิ่งที่เสิ่นชิงหลันรอคอยก็มาถึง สาวใช้ถือถาดเครื่องประดับเข้ามา “คุณหนู ฮูหยินให้ส่งของมาเจ้าค่ะ บอกว่าเลือกไว้สำหรับงานชมบุปผา” บนถาดมีต่างหู กำไล และปิ่นหลายชิ้น ตรงกลาง—คือปิ่นหยกขาวอันนั้น เสิ่นชิงหลันมองมันนิ่ง นางจำได้ว่าตนสั่งให้เก็บออกไปแล้วแต่ตอนนี้มันกลับมา “ผู้ใดเลือกปิ่นนี้” “ฮูหยินเจ้าค่ะ” หญิงสาวไม่พูด สาวใช้จึงกล่าวต่ออย่างไม่รู้เรื่อง “ฮูหยินบอกว่าปิ่นนี้เข้ากับชุดสีชมพูดอกท้อที่สุด และกำชับว่าคุณหนูต้องใช้ในวันงานเจ้าค่ะ” เสิ่นชิงหลันยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา หยกเย็นเฉียบแตะฝ่ามือ ภาพในชีวิตก่อนปรากฏขึ้นทันที สวนด้านตะวันตก ดอกท้อปลิว ปิ่นหล่นบนพื้น มือของบุรุษผู้หนึ่งก้มเก็บ รอยยิ้มอ่อนโยน และเสียงที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้หัวใจเด็กสาวเต้นแรง “ของคุณหนูหรือ?” เสิ่นชิงหลันหลับตา เมื่อก่อนนางเชื่อว่าเป็นวาสนา ตอนนี้—นางอยากรู้แล้วว่าใครเป็นคนเขียนวาสนานั้นให้กันแน่ “คุณหนู?” หญิงสาวลืมตา ก่อนยิ้มบาง ๆ “ในเมื่อท่านแม่ตั้งใจเลือกให้” นิ้วเรียวกำปิ่นหยกไว้ “ข้าก็จะใช้” นางจะสวมมัน จะไปยังงานนั้น จะเดินเข้าไปในสวนเดิม และจะรอดูว่า—หากครั้งนี้พี่ใหญ่ยืนอยู่ข้างกายนาง ผู้ใดยังกล้าเข้ามาเก็บปิ่นชิ้นนี้อีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 89

    จิ่งเหิงมองเพียงครู่เดียวก็ละสายตา กรามขบแน่น เขามีคำถามนับร้อย นางถูกขังที่ใดบ้างได้กินหรือไม่ หลับหรือไม่ ใครเป็นคนมัด รอยช้ำมาจากอะไร เหตุใดเสื้อจึงขาด เลือดบนฝ่ามือเกิดจากอะไร กู้เยี่ยนฉือแตะต้องนางแค่ไหน แต่ไม่มีคำถามใดหลุดออกมา คนตรงหน้าเพิ่งกลับมาจากสถานที่ที่ทุกสิ่งถูกคนอื่นตัดสินแทน เขาจะไม

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 88

    บทที่ 42 กลับบ้านกันเถอะ “พี่ใหญ่!” เสียงนั้นไม่ดังนักแหบพร่าเสียด้วยซ้ำ แต่จิ่งเหิงได้ยิน ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขาเคยคิดถึงเสียงของนางนับครั้งไม่ถ้วน คิดว่าหากหาเจอ นางจะเรียกเขาหรือไม่ จะยังมีแรงเรียกหรือไม่ กระทั่งยามนี้ นางยังยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆม้าพุ่งผ่านปลายถนน ชายที่กำลังจับชิงหลันรีบลากนางถ

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 87

    ก่อนพูดเพียงว่า “คืนนี้พักเสีย” จากนั้นเดินออกไป เสียงกลอนดังขึ้น ชิงหลันยังยืนอยู่ที่เดิมหัวใจเต้นแรงจนเจ็บ คืนนี้พักเสีย ประโยคธรรมดาแต่สิ่งที่ทำให้นางหนาวกลับเป็นคำที่ไม่ได้พูดต่อ คืนนี้ แล้วพรุ่งนี้เล่า ชิงหลันนั่งลงข้างเตียงร่างกายเหนื่อยจนแทบไม่มีแรง หลายวันที่ผ่านมา นางคิดมาตลอดว่าขอเพียงอดทน

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 86

    บทที่ 41 คืนที่นางไม่ยอมรอ รถขนหญ้าออกจากประตูหลังโดยไม่มีคนคุ้มกัน คนขับเป็นชายชรา เสื้อผ้าเก่า หมวกฟางกดต่ำ กองหญ้าสูงจนแทบมองไม่เห็นตัวรถ จิ่งเหิงไม่ได้ไล่เข้าไปทันที เขาทิ้งระยะ ตามอยู่ห่าง ๆ โดยใช้เงาอาคารบังตัว สองครั้งที่รถเลี้ยว ชายชราหันกลับมามอง จิ่งเหิงจึงหยุด ปล่อยให้รถหายไปตรงหัวถนน แล

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 85

    มันทำให้ความอดทนของคนที่เคยคิดว่าตนมีเวลาเหลือเฟือเริ่มบางลง มือที่จับข้อมือแน่นขึ้น ชิงหลันหน้าซีด แล้วทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น สามครั้งกู้เยี่ยนฉือหยุด คนด้านนอกกล่าวอะไรบางอย่างเบามาก ชิงหลันจับใจความไม่ได้ แต่เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยน เพียงเล็กน้อย เขาปล่อยมือเดินออกไปทันที ประตูปิด คราวนี้เ

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 84

    บทที่ 40 ก่อนจะสายเกินไป รถม้าของจิ่งเหิงไม่ได้หยุดหน้าคลังม้าเก่ามันแล่นผ่านไปตามถนน เลี้ยวพ้นกำแพงสูง ก่อนหายเข้าไปในตรอกอีกสายราวกับเป็นรถของพ่อค้าธรรมดาที่บังเอิญผ่านมา ไม่มีผู้ใดลงจากรถไม่มีคนของจวนเซี่ยปรากฏตัว กระทั่งสายที่เฝ้าอยู่บนหอสูงฝั่งตรงข้ามก็มองไม่เห็นสิ่งผิดปกติ จิ่งเหิงไม่ยอมพลาดเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status