Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-09-04 05:53:41

บทที่ 5 วาสนาที่มีคนจัดวาง

เจ็ดวันผ่านไปเร็วกว่าที่คิด เช้าวันงานชมบุปผา เรือนของเสิ่นชิงหลันคึกคักตั้งแต่ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่ สาวใช้ยกน้ำอุ่นเข้ามา ผลัดกันช่วยหวีผม แต่งหน้า และจัดอาภรณ์ เสี่ยวเถายืนอยู่ข้างกายไม่ห่างตามคำสั่งของผู้เป็นนายตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางไม่ได้รับของกินจากเรือนอื่นไม่ได้ถูกเรียกไปช่วยงานที่ใด และที่สำคัญ—มือทั้งสองข้างยังคงเป็นปกติ เสิ่นชิงหลันมองผ่านกระจกทองเหลือง ชาติก่อนในเวลานี้ เสี่ยวเถาควรทำชาร้อนหกใส่มือแล้ว “เสี่ยวเถา” “เจ้าคะ?” “เมื่อเช้ามีผู้ใดเข้ามาในเรือนหรือไม่” สาวใช้คิดครู่หนึ่ง “มีสาวใช้จากครัวเล็กนำชามาให้เจ้าค่ะ บอกว่าฮูหยินสั่งให้ต้มชาดอกไม้สำหรับคุณหนู แต่บ่าวจำคำสั่งคุณหนูได้ จึงไม่ได้แตะต้อง” มือของเสิ่นชิงหลันที่กำลังจัดแขนเสื้อหยุดลง “ชาอยู่ที่ใด” “บ่าวให้วางไว้ด้านนอกเจ้าค่ะ” “อืม อย่าให้ผู้ใดเอาไปเททิ้ง” เสิ่นชิงหลันไม่ได้อธิบาย นางยังไม่รู้ว่าชามีปัญหาหรือไม่ อาจไม่มีเลยก็ได้ บางทีเหตุการณ์ชาติก่อนอาจเป็นเพียงอุบัติเหตุจริง ๆ แต่นางไม่เชื่อในคำว่า บังเอิญ ง่าย ๆ อีกแล้ว “คุณหนู” สาวใช้อีกคนยกกล่องเครื่องประดับมาเปิด “ถึงเวลาเลือกปิ่นแล้วเจ้าค่ะ” ไม่จำเป็นต้องเลือก ปิ่นหยกขาววางอยู่ตรงกลางอย่างโดดเด่น ของที่เสิ่นฮูหยินกำชับด้วยตนเองว่านางต้องใช้ในวันนี้ เสิ่นชิงหลันหยิบมันขึ้นมา หยกขาวเย็นอยู่ในฝ่ามือ ชาติก่อนนางทำมันหล่น องค์ชายหกเก็บได้ และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เด็กสาววัยสิบห้าผู้ไม่เคยได้รับความรักอย่างที่ตนต้องการก็หลงเข้าไปในคำหวานของบุรุษคนหนึ่งจนถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง นางส่งปิ่นให้สาวใช้ “ปักเถอะ” เมื่อเสิ่นชิงหลันมาถึงเรือนหลัก พี่สาวทั้งสองรออยู่แล้ว เสิ่นซูอวี้สวมชุดสีเขียวอ่อน ปักลายกล้วยไม้ ดูสุขุมสง่างามสมกับเป็นพี่สาวคนโต ส่วนเสิ่นเยว่หรงเลือกสีทับทิมตามที่อยากได้ตั้งแต่แรก ยิ่งขับใบหน้าให้สดใสโดดเด่น เมื่อเสิ่นชิงหลันเดินเข้ามา เสียงพูดคุยกลับเงียบลงเล็กน้อย ชุดสีชมพูดอกท้อไม่ได้ฉูดฉาด เครื่องประดับมีเพียงไม่กี่ชิ้น แต่นางกลับงดงามเสียจนสิ่งที่สวมใส่ดูเหมือนเป็นเพียงฉากประกอบ เสิ่นเยว่หรงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเบือนหน้า “ท่านแม่เลือกสีให้น้องสี่ได้เหมาะจริง ๆ” คำชมฟังดูไม่ค่อยเหมือนคำชม เสิ่นชิงหลันเพียงยิ้ม ชาติก่อนนางคงเก็บไปคิดแต่วันนี้ไม่มีความรู้สึกอยากเอาชนะพี่สาวแม้แต่น้อย

นางกำลังมองคนอีกผู้หนึ่ง เสิ่นฮูหยินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนจัดปิ่นบนศีรษะให้นางด้วยตนเอง “เอียงไปเล็กน้อย” นิ้วของผู้เป็นมารดาแตะปิ่นหยก “เช่นนี้จึงงาม” “ท่านแม่ชอบปิ่นนี้มากหรือเจ้าคะ” เสิ่นฮูหยินชะงัก “เหตุใดถามเช่นนั้น” “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เพียงเห็นท่านแม่กำชับว่าต้องใช้”อีกฝ่ายยิ้ม “ของดีต้องใช้ให้เหมาะกับคน” คำตอบธรรมดา ไม่มีพิรุธ เสิ่นชิงหลันจึงยิ้มกลับ “ลูกจะรักษาให้ดีเจ้าค่ะ” เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอกไม่นานสาวใช้ก็เข้ามารายงาน “ฮูหยิน คุณชายใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ” สีหน้าของเสิ่นฮูหยินเปลี่ยนเพียงน้อย เสิ่นชิงหลันกลับหันไปทางประตูทันที เสิ่นจิ่งเหิงก้าวเข้ามา วันนี้เขาไม่ได้สวมชุดขุนนาง แต่เป็นอาภรณ์สีเข้มเรียบง่าย กวานหยกดำรวบผมไว้เหนือศีรษะ รูปร่างสูงตรงทำให้บรรยากาศในห้องเหมือนสงบลงเอง เขาคารวะบิดามารดา จากนั้นมองน้องสาวทั้งสาม สายตาผ่านพี่รอง ผ่านพี่สามแล้วหยุดที่คนสุดท้าย “หลันหลัน” เพียงคำเรียกเดียวก็ทำให้เสิ่นเยว่หรงเหลือบมองทันที เสิ่นชิงหลันกลับยิ้ม “พี่ใหญ่” เสิ่นจิ่งเหิงมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “แผลหายแล้วหรือ” นางรู้ว่าเขาหมายถึงฝ่าเท้า “หายแล้วเจ้าค่ะ” เขาไม่ได้ชมว่านางงาม ไม่ได้ถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ แต่เสิ่นชิงหลันกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด เสิ่นฮูหยินมองคนทั้งสอง ก่อนกล่าวขึ้น “ในเมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางเถอะ”

รถม้าจวนเสิ่นจอดหน้าจวนองค์หญิงใหญ่ในช่วงสาย แขกมาถึงไม่น้อยแล้ว รถม้าตระกูลสูงศักดิ์เรียงยาวอยู่ริมถนน เสียงสนทนาของเหล่าคุณหนูดังแว่วมาจากด้านใน เสิ่นชิงหลันลงจากรถเป็นคนสุดท้าย เพียงยืนบนพื้น ความทรงจำก็ถาโถมกลับมา สถานที่เดิม วันเดียวกัน แม้แต่กลิ่นดอกไม้ในอากาศยังเหมือนเดิม นางเคยก้าวผ่านประตูนี้ด้วยหัวใจของเด็กสาวผู้ไม่รู้อะไร และออกไปพร้อมกับความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษผู้หนึ่ง จากนั้นใช้เวลาหลายปีมอบหัวใจให้เขาทีละน้อย “หลันหลัน” เสียงด้านข้างทำให้นางได้สติ เสิ่นจิ่งเหิงยืนอยู่ไม่ไกล “เป็นอะไร” “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” นางเดินไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มมองการกระทำนั้น แต่ไม่ได้พูด เสิ่นฮูหยินเห็นทุกอย่าง “หลันเอ๋อร์ เจ้าไปกับพี่สาวเถอะ ด้านในเป็นงานของสตรี พี่ใหญ่ของเจ้าจะไปคารวะองค์หญิงก่อน” เหมือนกำลังบอกเรื่องธรรมดา เสิ่นชิงหลันหันไปมองเสิ่นจิ่งเหิงเขาพยักหน้า “ไปเถอะ” นางลังเลเพียงครู่ ก่อนตามพี่สาวเข้าไป เพราะวันนี้นางไม่ได้มาเพื่อหลบหนีเหตุการณ์เดิม นางมาเพื่อดูมันเกิดขึ้นอีกครั้ง

สวนของจวนองค์หญิงใหญ่สมชื่อสถานที่จัดงานชมบุปผา ดอกโบตั๋นหลายสิบสายพันธุ์ถูกนำมาจัดเรียงตามศาลา ดอกท้อกำลังผลิบานเต็มต้น สายลมพัดกลีบดอกสีชมพูร่วงลงบนทางหินหญิงสาวจากตระกูลใหญ่จับกลุ่มพูดคุย ทันทีที่สามพี่น้องตระกูลเสิ่นปรากฏตัว สายตาจำนวนไม่น้อยก็หันมา โดยเฉพาะเสิ่นชิงหลัน นางชินแล้วความงามของตนเคยเป็นสิ่งที่นางภาคภูมิใจ ภายหลังจึงรู้ว่ามันสามารถเป็นทั้งของขวัญและราคาที่คนอื่นใช้ตีมูลค่านาง “นั่นคุณหนูสี่ตระกูลเสิ่นหรือ” “ได้ยินว่าเพิ่งปักปิ่น” เสียงกระซิบผ่านหู เสิ่นชิงหลันไม่สนใจ สายตาของนางกำลังมองหาคนคนหนึ่ง สาวใช้ ชาติก่อนเป็นสาวใช้หน้ากลม อายุไม่เกินสิบเจ็ด สวมชุดของจวนองค์หญิง นางจำหน้าได้ ความสามารถที่ครั้งหนึ่งทำให้องค์ชายหกชื่นชมนางนักหนา—เพียงเห็นครั้งเดียว นางแทบไม่เคยลืม เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสิ่นชิงหลันเริ่มสงสัยว่าตนจำเวลาผิดหรือไม่ จนกระทั่ง— “คุณหนูสี่เสิ่นเจ้าคะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง หัวใจนางหยุดไปหนึ่งจังหวะเสิ่นชิงหลันหันกลับ ใบหน้ากลม คิ้วบาง ไฝเล็กตรงใต้หางตาซ้าย คนเดิม หญิงสาวเกือบหัวเราะออกมา ในที่สุดก็มา “มีอะไรหรือ” สาวใช้ยอบกาย“เสิ่นฮูหยินให้บ่าวมาตามคุณหนูเจ้าค่ะ” แม้จะรู้อยู่แล้ว แต่ความเย็นยังไหลผ่านแผ่นหลัง “ท่านแม่อยู่ที่ใด” “ศาลาด้านตะวันออกเจ้าค่ะ” ชาติก่อนนางลุกตามไปทันที ครั้งนี้เสิ่นชิงหลันกลับนั่งนิ่ง “เจ้าชื่ออะไร” สาวใช้ชะงัก “บ่าวหรือเจ้าคะ?” นางพยักหน้ารอฟัง “ชุนเอ๋อร์เจ้าค่ะ” เสิ่นชิงหลันจดจำชื่อนั้น “ผู้ใดบอกเจ้าว่าท่านแม่เรียกข้า” “เสิ่นฮูหยินบอกบ่าวเองเจ้าค่ะ” คำตอบเร็วมาก “เช่นนั้นนำทาง”ใสาวใช้ถอนหายใจอย่างแนบเนียนแต่เสิ่นชิงหลันยังไม่ลุก นางหันไปหาเสี่ยวเถา“เจ้าไปตามพี่ใหญ่มา” ชุนเอ๋อร์หน้าซีดลงเล็กน้อย เพียงเล็กน้อย แต่เสิ่นชิงหลันเห็น

“คุณหนูจะให้คุณชายใหญ่ไปด้วยหรือเจ้าคะ” “มีปัญหาหรือ” “ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่...ฮูหยินเรียกคุณหนูเพียงคนเดียว” เสิ่นชิงหลันยิ้ม “ข้าเพียงมีเรื่องจะพูดกับพี่ใหญ่” เสี่ยวเถารับคำแล้วจากไป ชุนเอ๋อร์ยืนอยู่ที่เดิมอย่างเห็นได้ชัดว่าเริ่มกระวนกระวาย เสิ่นชิงหลันกลับหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น นางอยากรู้ หากนางไม่เดินตามบทที่ถูกวางไว้—คนเหล่านั้นจะทำอย่างไรต่อ “คุณหนูเจ้าคะ” ชุนเอ๋อร์เร่ง “ฮูหยินกำลังรอ” นางกลับนั่งอย่างสงบ รออย่างใจเย็นต่อไป ไม่นาน เสี่ยวเถาก็กลับมาเพียงแต่ไม่ได้มาคนเดียว ร่างสูงในอาภรณ์สีเข้มเดินมาจากปลายทางหิน เสิ่นจิ่งเหิงมาถึง และทันทีที่เขาปรากฏตัว ชุนเอ๋อร์ก้มหน้าต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มมองน้องสาว “มีอะไรหรือ” เสิ่นชิงหลันลุกขึ้น “ท่านแม่ให้คนมาตามข้า ข้าอยากให้ท่านไปด้วย” เสิ่นจิ่งเหิงมองสาวใช้แปลกหน้าหนึ่งครั้ง “ไป” ไม่มีคำถามแม้แต่คำเดียว ชุนเอ๋อร์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากนำทาง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทางเดินเดิม สวนเดิม กระทั่งเมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง ชุนเอ๋อร์ก็หยุด “บ่าวจำผิดแล้วเจ้าค่ะ”ใเสิ่นชิงหลันมองนาง ประโยคเดิมไม่มีผิด “ฮูหยินน่าจะอยู่ศาลาด้านเหนือ บ่าวขออภัย” “เช่นนั้นก็ไปด้านเหนือ” คราวนี้คนพูดคือเสิ่นจิ่งเหิง ชุนเอ๋อร์ยิ่งก้มหน้าต่ำ เสิ่นชิงหลันเดินข้างพี่ใหญ่ หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหากเดินต่อไปอีกไม่ไกล—จะถึงสวนด้านตะวันตก จุดที่นางเคยพบองค์ชายหก แต่วันนี้เส้นทางเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะมีเสิ่นจิ่งเหิงอยู่ด้วย ทันใดนั้นชุนเอ๋อร์หยุดอีกครั้ง “คุณหนู!” เสียงตกใจดังขึ้น เสิ่นชิงหลันรู้สึกว่ามีบางสิ่งหลุดจากเส้นผม กึก ปิ่นหยกขาวตกลงบนพื้น นางไม่ได้แตะมัน ไม่ได้สะดุด ปิ่นซึ่งสาวใช้ในเรือนปักให้อย่างแน่นหนา กลับหล่นลงมาเองใเสิ่นชิงหลันก้มมอง ในชาติก่อนนางไม่เคยคิดว่าเหตุใดปิ่นจึงหล่น วันนี้กลับเห็นชัด ก่อนออกจากศาลา ชุนเอ๋อร์เดินเฉียดหลังนางครั้งหนึ่ง เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ เสียงฝีเท้าดังมาจากอีกด้านของสวน เสิ่นชิงหลันไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใครกำลังมา หัวใจไม่ได้เต้นแรงเพราะความรัก กลับเย็นจนแทบไม่มีความรู้สึก ชาติก่อนนางรอคอยเสียงฝีเท้านี้นับครั้งไม่ถ้วน วันนี้นางอยากเห็นเพียงว่า—เขาจะทำเหมือนเดิมหรือไม่

เงาร่างของบุรุษหลายคนปรากฏหลังแนวต้นท้อ ชายหนุ่มผู้เดินนำสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาสุภาพ รอยยิ้มบางประดับริมฝีปาก องค์ชายหก เขายังเหมือนในความทรงจำ ยังหนุ่มกว่าในวันที่ทรยศนางหลายปี ดวงตาคู่นั้นยังดูอ่อนโยน ยังไม่เคยมองนางด้วยความเย็นชายังไม่เคยพูดคำที่ทำลายชีวิตนาง ในชีวิตนี้—นี่คือครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน เสิ่นชิงหลันมองเขา ไม่มีความรักหลงเหลือ แต่ความเกลียดชังก็ไม่ได้พุ่งออกมาอย่างที่คิด มีเพียงความรู้สึกประหลาด เหมือนกำลังมองหลุมศพของตนเอง องค์ชายหกเห็นหญิงสาวใต้ต้นท้อ ฝีเท้าชะลอลง สายตาหยุดอยู่บนใบหน้านาง นานกว่าที่ควรเล็กน้อย จากนั้นจึงเลื่อนลงไปยังปิ่นหยกบนพื้น เหมือนชาติก่อนทุกประการ เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แต่ก่อนมือขององค์ชายจะทันแตะต้อง—มืออีกข้างหยิบปิ่นขึ้นเสียก่อน เสิ่นชิงหลันหันไป เสิ่นจิ่งเหิงยืนอยู่ข้างนาง ปิ่นหยกขาวอยู่ในมือเขา ชายหนุ่มใช้ผ้าเช็ดฝุ่นออกอย่างสงบ ก่อนยื่นให้น้องสาว “ของเจ้า”เพียงเท่านั้น วาสนาที่ชาติก่อนเคยเริ่มต้นขึ้นใต้ต้นท้อ— ถูกตัดขาดในพริบตา

เสิ่นชิงหลันมองปิ่นในมือพี่ใหญ่ ก่อนรับมันมา “ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” องค์ชายหกหยุดอยู่ไม่ไกล แววตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงน้อย เสิ่นจิ่งเหิงจึงหันไปคารวะตามธรรมเนียม “ถวายพระพรองค์ชายหก” “ไม่ต้องมากพิธี” องค์ชายหกยิ้มสายตากลับมาหยุดที่เสิ่นชิงหลันอีกครั้ง “คุณหนูผู้นี้คือ...” “น้องสาวกระหม่อม” เสิ่นจิ่งเหิงตอบ สั้นและไม่คิดแนะนำต่อ เสิ่นชิงหลันเกือบยิ้ม องค์ชายหกกลับไม่ได้ถือสา “ที่แท้คือคุณหนูตระกูลเสิ่น” นางยอบกาย “ถวายพระพรองค์ชายหกเพคะ” ไม่มีอาการเขินอาย ไม่มีดวงตาเป็นประกาย ไม่มีเด็กสาวคนเดิม องค์ชายหกมองนางนานขึ้นอีกนิด “ปิ่นไม่ได้เสียหายกระมัง” คำถามธรรมดา แต่เสิ่นชิงหลันรู้ว่าในชาติก่อน นี่คือประโยคแรกที่เขาพูดกับนาง ของคุณหนูหรือ? วันนี้คนเก็บเปลี่ยนไปประโยคจึงเปลี่ยนตาม นางก้มมองปิ่น “ไม่เสียหายเพคะ” แล้วเงยหน้าขึ้น “ของที่หล่น หากมีคนของตนเก็บให้ทัน ก็ไม่จำเป็นต้องรบกวนผู้อื่น” เสิ่นจิ่งเหิงหันมามองนาง องค์ชายหกเองก็ชะงักก่อนหัวเราะเบา ๆ “คุณหนูเสิ่นกล่าวได้มีเหตุผล” เขาไม่ได้รั้งไว้ เพียงเดินผ่านไปพร้อมคนติดตาม

แต่ก่อนจาก สายตานั้นหันกลับมามองนางอีกครั้ง เสิ่นชิงหลันเห็น และรู้ทันทีว่า—บางอย่างเปลี่ยนแล้ว แต่ยังไม่จบ เพราะองค์ชายหกยังเห็นนาง ยังสนใจ เพียงแต่วาสนาที่เคยถูกวางไว้ไม่สามารถเริ่มต้นในรูปแบบเดิมได้อีก “หลันหลัน”เสียงของเสิ่นจิ่งเหิงดังขึ้น นางหันไป “เจ้าคะ?” “รู้จักองค์ชายหกมาก่อนหรือ” หัวใจเสิ่นชิงหลันกระตุก “เหตุใดท่านถามเช่นนั้น” “เจ้ามองเขาแปลก ๆ ” สมกับเป็นพี่ใหญ่ นางเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่รู้จักเจ้าค่ะ” ไม่รู้จักในชีวิตนี้ “แล้วเหตุใด—” “เพียงรู้สึกไม่ชอบ” เสิ่นจิ่งเหิงมองนาง “เพิ่งพบก็ไม่ชอบแล้ว?” “ไม่ได้หรือเจ้าคะ” ชายหนุ่มนิ่ง “ได้” คำตอบทำให้นางยิ้มออกมาจริง ๆ เสิ่นจิ่งเหิงไม่ได้ถามอีก แต่ดวงตาของเขามองไปยังทิศทางที่องค์ชายหกเพิ่งจากไป เยียบเย็นลงเล็กน้อย ชุนเอ๋อร์ซึ่งถูกลืมอยู่ด้านหลังเริ่มถอย เพียงหนึ่งก้าว “ช้าก่อน” เสียงของเสิ่นจิ่งเหิงดังขึ้น สาวใช้ตัวแข็งค้าง “เจ้าบอกว่าฮูหยินเสิ่นอยู่ศาลาด้านเหนือ นำทางต่อ” ใบหน้าชุนเอ๋อร์ซีด “คือ...” เสิ่นชิงหลันมองนาง ชาติก่อน หลังพบองค์ชายหก นางมัวแต่เขินอายจนลืมเรื่องมารดาเสียสนิท สาวใช้ผู้นี้จึงหายไปจากความทรงจำอย่างง่ายดาย แต่ครั้งนี้—นางไม่ลืม “ไปสิ” เสิ่นชิงหลันยิ้ม “ท่านแม่กำลังรอข้าอยู่มิใช่หรือ” ศาลาด้านเหนือไม่มีเสิ่นฮูหยิน ไม่มีแม้แต่คนจากจวนเสิ่นสักคน ชุนเอ๋อร์คุกเข่าลงทันที “คุณหนู บ่าวจำผิดเจ้าค่ะ!” “จำผิดถึงสองครั้ง?” เสิ่นชิงหลันถาม “บ่าวโง่เขลา...” “ผู้ใดสั่งเจ้า” สาวใช้หน้าซีด “ไม่มีผู้ใดเจ้าค่ะ!” เสิ่นชิงหลันไม่ได้ถามต่อ นางหันไปมองพี่ใหญ่ เสิ่นจิ่งเหิงยืนเงียบมาตลอด สีหน้าไม่เปลี่ยน “ฉินเฟิง” ไม่รู้คนผู้นั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อชายหนุ่มเรียก เจาจึงปรากฏตัวขึ้น "พาตัวไป” ชุนเอ๋อร์ตกใจ “ไม่ได้!” คำพูดหลุดออกมาเร็วเกินไป ทุกคนเงียบ สาวใช้รู้ตัวทันทีว่าพลาด เสิ่นจิ่งเหิงมองนาง “เหตุใดจึงไม่ได้” “นี่...นี่คือจวนองค์หญิงใหญ่ บ่าวเป็นคนของจวนองค์หญิง คุณชายไม่มีสิทธิ์—” เสิ่นจิ่งเหิงตอบ “ข้าไม่มีสิทธิ์” เขาหันไปทางฉินเฟิง “ไปเชิญพ่อบ้านจวนองค์หญิงมา บอกว่ามีบ่าวอ้างชื่อฮูหยินเสิ่นหลอกน้องสาวข้ามายังสวนเปลี่ยว และระหว่างทางน้องสาวข้าบังเอิญพบองค์ชายหก”

คำว่า บังเอิญ ถูกพูดอย่างเรียบเฉย เสิ่นชิงหลันกลับรู้สึกเย็นวาบ พี่ใหญ่เห็นแล้ว เขาอาจยังไม่รู้ทั้งหมด แต่เห็นแล้วว่าเรื่องนี้ผิดปกติ ชุนเอ๋อร์เริ่มสั่น “คุณชายเสิ่น...” “หากเป็นเพียงความจำผิด” เสิ่นจิ่งเหิงมองนาง “จวนองค์หญิงย่อมสอบถามไม่กี่คำแล้วปล่อยเจ้า” “แต่หากไม่ใช่—” เขาไม่พูดต่อ ไม่จำเป็นต้องพูด สาวใช้ทรุดลง เสิ่นชิงหลันมองนาง ก่อนเอ่ยช้า ๆ “ข้าถามอีกครั้งผู้ใดให้เจ้ามาตามข้า” ชุนเอ๋อร์กัดริมฝีปาก น้ำตาเริ่มไหล แต่ยังส่ายหน้าใเสิ่นชิงหลันไม่รีบ “ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร” นางหันหลัง “พี่ใหญ่เราไปกันเถอะ” เสิ่นจิ่งเหิงมองนางเล็กน้อย “ไม่อยากรู้แล้ว?” “คนตัวเล็กเช่นนาง ต่อให้พูดก็คงพูดเพียงชื่อคนที่รับคำสั่งต่อมาอีกทอดหนึ่ง” ชุนเอ๋อร์เงยหน้าพรวด เสิ่นชิงหลันเห็นสีหน้านั้น พอแล้ว นางเดาถูก “ข้าไม่อยากจับได้เพียงปลายเชือก” นางพูดเบา ๆ “ข้าอยากรู้ว่าปลายอีกด้านอยู่ในมือใคร” แววตาของเสิ่นจิ่งเหิงเปลี่ยนไป เขามองน้องสาวตรงหน้าราวกับเพิ่งเห็นบางสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลันหลันของเขา...โตขึ้นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด เรื่องชุนเอ๋อร์ถูกจัดการอย่างเงียบที่สุด จวนองค์หญิงรับตัวไปสอบสวน งานเลี้ยงยังดำเนินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เสิ่นชิงหลันรู้ดีว่าใต้น้ำสงบเริ่มมีคลื่นแล้ว

เมื่อกลับไปยังศาลาหลัก เสิ่นฮูหยินกำลังพูดคุยกับฮูหยินตระกูลหนึ่ง พอเห็นบุตรสาวกลับมาพร้อมเสิ่นจิ่งเหิง นางชะงัก “หลันเอ๋อร์ เจ้าไปไหนมา” คำถามนั้นทำให้เสิ่นชิงหลันเกือบหัวเราะ นางเดินเข้าไปหา “ท่านแม่ไม่ได้ให้คนไปตามลูกหรือเจ้าคะ” ใบหน้าของเสิ่นฮูหยินนิ่งไป เพียงชั่วพริบตา “แม่?” “สาวใช้ของจวนองค์หญิงบอกว่าท่านแม่รอลูกอยู่ศาลาด้านตะวันออก” คนรอบข้างเริ่มหันมาฟัง เสิ่นฮูหยินจึงตอบทันที “แม่อยู่ที่นี่ตลอด” “เช่นนั้นหรือเจ้าคะ” “เจ้าคงถูกบ่าวจำคนผิดแล้ว” “น่าจะเป็นเช่นนั้น” เสิ่นชิงหลันไม่เปิดโปงเพียงยิ้ม “โชคดีที่พี่ใหญ่ไปกับลูก” นางเห็นนิ้วของเสิ่นฮูหยินที่ถือถ้วยชาเกร็งขึ้น “มิเช่นนั้นลูกคงเดินหลงอยู่ตั้งนาน แล้วปิ่นที่ท่านแม่เลือกให้...” เสิ่นชิงหลันยกมือแตะปิ่นหยกขาว “ก็เกือบหายเสียแล้ว” ดวงตาของสองแม่ลูกสบกันคราวนี้—ไม่มีใครยิ้มจริงอีกต่อไป ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของสวน องค์ชายหกยืนอยู่ใต้ต้นท้อบุรุษคนสนิทเดินเข้ามาใกล้ ก่อนกล่าวเสียงต่ำ “องค์ชาย ผิดแผนพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายหกไม่ได้หันกลับ สายตายังคงมองไปยังศาลาที่หญิงสาวชุดสีชมพูดอกท้อเพิ่งเดินเข้าไป “เสิ่นจิ่งเหิงไม่ควรอยู่ที่นั่น” “แต่เขาอยู่” น้ำเสียงไม่ได้โกรธ กลับคล้ายสนใจมากกว่าเดิม คนสนิทลังเล “เช่นนั้นเรื่องคุณหนูสี่เสิ่น...” องค์ชายหกเงียบครู่หนึ่ง ภาพหญิงสาวใต้ต้นท้อยังติดอยู่ในความคิด งามกว่าที่ได้ยินมา แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความงาม—คือสายตาของนาง นางมองเขาเหมือนรู้จัก แต่ก็เหมือนเกลียดที่จะรู้จัก “ไม่ต้องรีบ” องค์ชายหกกล่าว “วันนี้อย่างน้อยก็ได้เห็นหน้าแล้ว ส่วนเสิ่นจิ่งเหิง...” รอยยิ้มบนริมฝีปากค่อย ๆ จางลง “ดูเหมือนข่าวที่ว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นรักน้องสาวคนเล็กมากเป็นพิเศษ...” เขามองไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเด็กสาว “จะเป็นเรื่องจริง” คนสนิทก้มศีรษะ “ให้ตามต่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” “ตาม” องค์ชายหกตอบ ก่อนเสริมอีกประโยค “แต่อย่าแตะต้องนาง” เขายิ้มบาง “อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่ต้อง”เพราะหมากที่เดินง่ายเกินไป—ย่อมไม่น่าสนุก และวันนี้เขาเพิ่งพบว่า คุณหนูสี่ตระกูลเสิ่นอาจไม่ได้เป็นเพียงหญิงงามที่ตระกูลเสิ่นตั้งใจนำมาวางบนกระดานเท่านั้น ส่วนเสิ่นจิ่งเหิง...ดูเหมือนจะเป็นตัวแปรที่ไม่มีผู้ใดคำนวณไว้ตั้งแต่ต้น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 75

    ในเวลาเดียวกัน จิ่งเหิงได้รับข่าวว่าคนดูแลเส้นทางเงินของสกุลกู้กำลังหนีออกจากเมืองหลวง นี่เป็นปลาตัวใหญ่ที่สุดที่โผล่มาตั้งแต่เริ่มคดี หากจับได้เส้นเงินจากเหมืองไปยังค่ายลับจะสมบูรณ์ เขาจึงออกจากจวนในคืนนั้น ก่อนออกไปแวะเรือนตะวันออก ชิงหลันกำลังอ่านบันทึกเรื่องมารดา เมื่อเห็นเขาก็วางหนังสือลง นางเด

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 74

    บทที่ 34 ช่องว่างที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น หลังพบจดหมายของกู้เยี่ยนฉือ ทุกอย่างกลับง่ายขึ้นจนน่าแปลก เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลตราสำรองของตำหนักบูรพายอมเปิดปากภายในคืนเดียว เขายืนยันว่าตราขององค์รัชทายาทถูกขโมยไปเมื่อสามปีก่อน อุบัติเหตุซึ่งทำให้เขา “ตาย” ก็เป็นเพียงฉากบังหน้า หลังจากนั้นคนของสกุลกู้จัดหาที่พั

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 73

    บทที่ 33 คนที่อยู่ใกล้บัลลังก์ที่สุด ตราประทับขององค์รัชทายาททำให้คลังอาวุธทั้งหลังเงียบลง ไม่มีผู้ใดกล้าตีความทันทียิ่งหลักฐานใหญ่เท่าใด—ยิ่งต้องระวังว่ามันถูกวางไว้ให้เห็นหรือไม่ จิ่งเหิงไม่แตะบัญชีด้วยมือเปล่า เขาเพียงยืนมองตราประทับตรงหน้าสุดท้ายอยู่นาน ก่อนสั่งให้ปิดค่ายทั้งหมด แยกคนในค่ายออกส

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 72

    ชิงหลันเงยหน้า ครั้งหนึ่งนางคงดีใจจนหัวใจเต้นแรงหากเขาพูดเช่นนี้ วันนี้กลับเพียงยิ้ม “ไม่เคยเพคะ” ที่จริงแล้วเคยเมื่อหลายปีก่อนแวบหนึ่ง ตอนที่นางทำปิ่นตกในจวนองค์หญิงใหญ่ นางรู้ว่าเขาจำได้ แต่ก็เพียงแวบเดียว บางทีเขาอาจไม่ใส่ใจหรือลืมไปแล้ว ทว่าคำตอบว่าไม่เคย เป็นคำตอบธรรมดาแต่บางอย่างในดวงตาทำให้

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 71

    จิ่งเหิงมองรายชื่อทั้งหมด แล้วพบสิ่งที่น่าสนใจกว่า คนอีกผู้หนึ่งซึ่งร่วมลงนาม—เป็นขุนนางตระกูลฝ่ายมารดาขององค์ชายหก เส้นสองเส้นที่พวกเขาเคยคิดว่าเพิ่งมาบรรจบกันในยุคนี้—อาจพันกันมานานก่อนองค์ชายหกกับกู้เยี่ยนฉือเกิดเสียอีก ข่าวถูกปิดไม่ถึงหนึ่งวัน ฝ่ายตรงข้ามก็ขยับตอนบ่าย มีไฟไหม้คลังเอกสารเก่าของกร

  • พี่ชายคนดีครั้งนี้ข้าจะรักท่านให้มาก   บทที่ 70

    บทที่ 32 สิ่งที่มารดาทิ้งไว้ คำว่า ลูกของนางเอง ทำให้ห้องหนังสือเงียบอยู่นาน ชิงหลันไม่ได้รีบค้นสิ่งของ เพราะหากมารดาซ่อนบางอย่างไว้กับนางจริง สิ่งนั้นย่อมไม่ใช่ของที่เห็นได้ง่าย ตอนนางถูกพาเข้าจวนเสิ่นยังเป็นเพียงทารก ของติดตัวมีไม่มาก สร้อยเงินหนึ่งเส้น ผ้าห่อตัว กำไลข้อเท้า และเสื้อชั้นในเด็กซึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status