LOGIN“ก็ไม่เชิงครับอาหยางเขาเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือผมมาตลอด ไม่แปลกถ้าผมจะรู้สึกดีกับเขา”
“ใช่สินะพี่มันคนเลวทำร้ายวินไว้เยอะ แต่ก็ดีแล้วล่ะวินได้เจอคนดี ๆ พี่ก็ดีใจด้วย”
“ขอบคุณครับ”
ผมแทบกลั้นขำไม่อยู่เมื่อเห็นว่าตอนนี้พี่ธีแอบร้องไห้ เขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้แต่มันดันไหลลงมาเป็นสายซะอย่างนั้น พี่ธีใช้มือเกลี่ยมันออกพยายามไม่ให้ผมเห็น นั่งใกล้ขนาดนี้จะไม่เห็นได้อย่างไรกัน เพียงแต่ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็นเท่านั้นเอง
พี่ธีสายโหดในวันนั้นเป็นคนเดียวกับที่นั่งข้างผมจริง ๆ เหรอเนี่ยไม่อยากจะเชื่อเลย เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ในที่สุดก็มาถึงบ้านเสียที ผมได้กลิ่นอายของความสุขเมื่อได้ย่างกรายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างถาวร ผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้ยายจันทร์กำลังยิ้มต้อนรับพวกเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง
ผมกลับมาแล้วนะครับยาย ผมจะไม่มีทางย้ายออกไปจากบ้านของเราอีกแล้ว
“พี่ธีอยู่ทานข้าวก่อนนะครับ” ผมเอ่ยกับเขาหลังจากช่วยกันจัดบ้านอยู่นาน จนตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“คือ...พี่” ผมรู้ว่าพี่ธีคงไม่อยากเห็นผมอยู่กับอาหยางแน่นอน แต่ผมจะรั้งเขาไว้ให้ได้
“เพราะอาหยางใช่ไหม”
“คงงั้นมั้ง” เขาถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะเสตาไปมองทางอื่น
“ผมรับรองว่าจะไม่ทำตัวรุ่มร่ามกับอาหยาง ผมเองก็กลัวว่าพี่จะไม่สบายใจเหมือนกัน แต่มาขึ้นบ้านใหม่ทั้งทีผมก็อยากให้ทั้งคนรักและพ่อของลูกอยู่พร้อมหน้ากัน” ยิ่งได้ยินคำว่าคนรักพี่ธียิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปม
“กล้าเอ่ยปากว่าคนรักพี่คงหมดหวังแล้วสินะ” เขาว่าก่อนจะเดินไปที่ศาลาท่าน้ำ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาจะอยู่ที่นี่ต่อ ผมไม่เคยเห็นท่าทีขี้งอนอย่างนี้มาก่อนเลย...ก็น่ารักไปอีกแบบนะ
จากนั้นผมก็เดินเข้าไปในครัว ตอนนี้แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ ส่วนตาหนูกำลังนั่งปั้นแป้งให้เป็นลูกกลม ๆ เล็ก ๆ เพื่อนำมาทำบัวลอยไข่หวาน ดูท่าทางตาหนูคงจะสนุกมากราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ซะอย่างนั้น
“เก่งจังเลยครับน้องนนท์” ผมเอ่ยชมก่อนจะนั่งลงข้างลูกชาย
“สนุกมาก ๆ เลยครับคุณแม่ น้องนนท์ไม่เคยเล่นอย่างนี้มาก่อน” ตาหนูส่งยิ้มมาให้ ขณะที่มือน้อย ๆ ก็บรรจงปั้นแป้งวางไว้ในถาดอย่างขะมักเขม้น
“สนุกก็ทำให้เสร็จนะครับ คุณยายจะได้เอาไปทำเป็นขนมให้ทาน”
“ขนมอะไรครับคุณแม่ น้องนนท์ไม่เห็นเคยรู้จักเลย”
“ก็บัวลอยไข่หวานไงครับ”
“บัวลอยไข่หวาน ว้าว! ชื่อน่ากินจังเลย”
“ถ้างั้นเรารีบทำกันเถอะครับจะได้เสร็จเร็ว ๆ”
“ครับคุณแม่” ผมยิ้มให้ลูกชายอย่างมีความสุข ไม่นึกเลยว่าเราจะได้กลับมาอยู่ที่นี่ด้วยกันอีกครั้ง แถมยังมีแม่แท้ ๆ ของผมมาอยู่ด้วยอีกคนมันเหมือนฝันมากเหลือเกิน ตอนนี้จะเหลือก็แต่พ่อของลูกเท่านั้นที่ยังไม่ได้ถูกเอ่ยปากชวนให้มาอยู่ที่นี่อย่างเป็นทางการ
“อ้าว! พ่อธีล่ะลูกหรือว่ากลับไปแล้ว” แม่ที่กำลังยืนอยู่หน้าหม้อแกงหันมาเอ่ยถาม
“อยู่ที่ศาลาท่าน้ำครับแม่”
“เรานี่นะไปพูดอย่างนั้นได้ไงตอนอยู่บนรถ อย่างนี้พ่อธีก็เสียใจแย่สิ” แม่เอ่ยตำหนิผมพลางส่ายหน้าเล็กน้อย
“ก็ผมตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นนี่ครับแม่”
“อ้าวไอ้ลูกคนนี้สรุปเราเลือกได้แล้วใช่ไหมว่าเป็นอาหยาง”
“เปล่าครับแม่”
“แล้วทำไมถึงพูดอย่างนั้นออกไปล่ะ”
“จริง ๆ แล้วอาหยางไม่ได้โทรมาหรอกครับผมแค่แกล้งพี่ธีเท่านั้นเอง”
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้

![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





