Share

บทที่ 1 ไม่ใช่เด็กดี

last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 17:05:02

แดดรำไรสาดสะท้อนผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ทอดกระทบม่านหน้าต่างที่กำลังปลิวไสวลงบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกร้อนแล้วลืมตาตื่น ฝ่ามือกว้างจึงยกขึ้นช่วยบดบังแสงอาทิตย์นั้นเอาไว้

ชายหนุ่มกวาดสายตามองใบหน้าหญิงสาวก่อนนึกย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน เขายิ้มออกมาทั้งริมฝีปากและดวงตา

วสันต์แรกของปีนั้นเขาต้องพลัดถิ่นมาเป็นองค์ประกันยังแคว้นจงเจียน เมื่อก่อนอยู่แค้วนตงเสียก็ใช่ว่าชีวิตรัชทายาทเช่นเขาจะสุขสบาย

นอกจากถูกเคี่ยวกรำให้เรียนรู้เรื่องการเมืองการปกครอง เขายังต้องหมั่นฝึกฝนเรื่องวรยุทธ์อย่างหนัก วัยเด็กผู้อื่นเป็นเช่นไรเขาไม่รู้ ทว่ารัชทายาทเช่นเขากลับต้องแบกความหวังราชวงศ์ไว้บนบ่าตั้งแต่จำความได้ ดังนั้นโลกของเขาจึงเป็นสีเทามาโดยตลอด

ต่อมาไม่นานก็ถูกลอบทำร้ายจนเกือบสิ้นชื่อ ถูเข่อหานใช้ทุกศาสตร์วิชาหลีกหนีศัตรูที่เหนือชั้นกว่าอย่างเอาเป็นเอาตาย กระทั่งโดนทำร้ายจนตกหน้าผา เขาคิดว่าตนได้สิ้นชีวิตไปแล้วด้วยซ้ำทว่าเขากลับตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่เลือนหาย 

ตอนนั้นเขาได้รับการช่วยเหลือจากหญิงสาวผู้หนึ่งนามของนางก็คือ ซูเมิ่งหลาน นางเชี่ยวชาญวิชาแพทย์จึงสามารถรักษาเขาจนกลับมาร่างกายแข็งแรงดังเดิม หากแต่ความทรงจำยังไม่อาจหวนคืน เพราะบุญคุณช่วยชีวิตถูเข่อหานจึงเคารพรักนางประหนึ่งพี่สาวคลานตามกันมา

หลังจากนั้นนางกับเขาก็ระหกระเหินท่ามกลางเพลิงสงครามของสองแคว้น กระทั่งเขาและนางได้บังเอิญมาพัวพันกับแม่ทัพหนุ่มแห่งแคว้นจงเจียน พญายมแห่งเป่ยเปี้ยนเซี่ยเวย แม่ทัพเซี่ยมีญาติผู้น้องติดตามมาด้วย นามของนางก็คือ สุ่ยตัวตัว จากความเข้าใจผิดกลายเป็นใกล้ชิดและผูกพันเรื่อยมา

ถูเข่อหานจดจำเรื่องราวใดไม่ได้จึงเอาตัวรอดในที่แปลกใหม่ได้ยาก ส่วนซูเมิ่งหลานก็ต้องทำทุกวิธีเพื่อปกป้องเขาและให้เขากับนางมีชีวิตรอดในค่ายทหารอย่างไม่เสียเปรียบ ดังนั้นซูเมิ่งหลานจึงมีเวลาอยู่กับเขาในวัยเยาว์สั้นนัก ในขณะที่เขาอ้างว้างและโดดเดี่ยวนั่นเอง กลับมีมือคู่หนึ่งยื่นมาตรงหน้า รอยยิ้มของนางยิ่งกว่าแสงเทียนยามค่ำคืน สุกสกาวดั่งดาวเกลื่อนฟ้า แต่เขายังไม่ไว้ใจผู้ใดทั้งสิ้น 

‘เด็กน้อย เจ้าขี้แยเช่นนี้ขี้เหร่จนดูไม่ได้ มาเถอะพี่หญิงจะพาเจ้าไปหาอะไรสนุก ๆ ทำ’ 

ถูเข่อหานในวัยสิบเอ็ดขวบปัดมือเด็กสาวทิ้งอย่างไม่ไยดี เขาโวยวายยกใหญ่ก่อนตัดสินใจเอ่ยเสียงห้วน ‘ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ข้าจะไปหาพี่หญิงซู พี่หญิงของข้าอยู่ที่ใด!?’ 

เด็กสาวถอนหายใจยาว นางนั่งลงตรงหน้าเขาพลางบีบแก้มเปื้อนมอมคู่นั้นเพื่อหยอกล้อ ‘เจ้านี่มันเด็กเกเรชัด ๆ วางใจเถอะ หากพี่หญิงของเจ้าไม่ใช่สายลับจริง ๆ ท่านพี่เซี่ยของข้าจะต้องดูแลนาง รวมถึงเจ้าอย่างดีแน่นอน’ 

เขาค่อย ๆ สงบสติลง สองมือคู่นั้นเปลี่ยนจากบีบแก้มของเขาแล้วย้ายมาช่วยเช็ดคราบน้ำตาอย่างเบามือ ‘ไม่ต้องร้องแล้ว ลูกผู้ชายต้องอดทน เจ้าไม่รู้หรือ’ 

เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้เขาท่าทีอ่อนลง ‘ท่านเป็นใคร?’

‘ข้ามีนามว่าสุ่ยตัวตัวเป็นญาติผู้น้องของแม่ทัพเซี่ย เจ้าจะเรียกพี่หญิงตัวตัวก็ได้นะ ข้าไม่ถือ แล้วเจ้าล่ะนามว่าอะไร’

เด็กชายขมวดคิ้วแน่น เขาเองก็จำชื่อของตนไม่ได้แล้ว แต่ซูเมิ่งหลานเรียกเขาว่า ‘เสี่ยวเป้ย’ 

ทันทีที่เด็กสาวได้ยินชื่อของเขา นางก็ฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาขึ้นรูปจันทร์เสี้ยว ทั้งยังขยี้ศีรษะของเขาราวกับรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน นางช่างตีสนิทกับคนแปลกหน้าได้เร็วยิ่งนัก ทว่าท่ามกลางรอยยิ้มนั้น เขากลับมองเห็นแสงทองส่องประกายออกมา มีทั้งความซุกซนเจือความงดงามผสานกลิ่นอายแห่งความกล้าหาญอย่างบอกไม่ถูก

‘เสี่ยวเป้ย มาเถอะ พี่หญิงจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง’ 

แต่แล้วเวลาแห่งความสุขก็ช่างแสนสั้น เมื่อเขาได้ความทรงจำกลับมา เด็กน้อยค้นพบว่าตนเป็นรัชทายาทแคว้นศัตรู สถานะของเขาเป็นปรปักษ์กับนางอย่างสิ้นเชิง สุ่ยตัวตัวก็ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาเช่นกัน หากแต่นางเป็นถึงองค์หญิงสามแห่งแคว้นจงเจียน ดังนั้นเขาจึงคิดหาสันติวิธีที่จะอยู่ร่วมกันของสองแคว้นเพื่อเคียงข้างนาง

ถูเข่อหานยินดีสละตัวเองมาเป็นองค์ประกันที่จงเจียน หลังลงนามไม่นาน เขาก็ได้ยินข่าวร้าย ซูเมิ่งหลาน พี่สาวผู้มีพระคุณของเขาได้จากไปไม่มีวันกลับ นางไม่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ตลอดกาล

จากวันนั้นเขาจึงเก็บตัวไม่เผชิญหน้าใครทั้งสิ้น ทำให้อยู่ ๆ ก็มีโรคร้ายรุมเร้าทั้งที่ยังเด็ก เขานอนเป็นผักไม่ได้สติถึงหนึ่งปีเต็ม ด้วยสถานะองค์ประกันต่างแคว้นการรักษาจึงย่ำแย่มาก เขาไม่ได้รับการเหลียวแล หมอหลวงไม่อาจรักษาเต็มกำลัง

โชคยังดีที่มีสุ่ยตัวตัวเคียงข้าง นางลอบมาพบเขาที่ตำหนักฉางชุนตลอด จนกระทั่งเขาได้สติ เพียงแต่การฟื้นคืนสติครานี้กลับทำให้เขาไม่เหมือนเดิม

ใช่แล้ว! เขากลับมาพร้อมเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจเปิดเผยต่อนาง เพราะหากเขาบอกความจริงออกไปก็หวั่นใจว่านางจะหวาดกลัวเขา ดังนั้น ถูเข่อหานจึงขอเก็บความลับนี้เอาไว้ให้ตายไปกับตนยังดีกว่า 

เปลือกตาบางปรือขึ้นเล็กน้อย ไม่นานก็ตื่นเต็มตา

“หนีเรียนมาอีกแล้วหรือ” เสียงใสถามอู้อี้ ก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ ที่นี่เป็นตำหนักส่วนตัวของนาง บ่อยครั้งที่เขาชอบลักลอบเข้ามาโดยพลการ

ถูเข่อหานหลุดจากภวังค์ เขาลดมือลงแช่มช้า “ข้าเปล่า”

สุ่ยตัวตัวคว้ามืออีกฝ่ายมาสำรวจ “ก็รู้ว่าร้อน เหตุใดไม่ปลุกข้า”

“พี่หญิงนอนน้ำลายยืดดูสบายเพียงนั้น ข้าไหนเลยจะกล้าปลุก” ถูเข่อหานหยอกล้อ

เพียะ!

เขาแสร้งสะดุ้ง ทั้งที่ฝ่ามือเมื่อครู่ไม่รู้สึกระคายผิวแม้เพียงเสี้ยว

“เด็กบ้า เจ้าน่ะสินอนน้ำลายยืด”

ถูเข่อหานหัวเราะครืน เขายื่นซองสีน้ำตาลไปตรงหน้าหญิงสาว “ให้ท่าน”

“อะไร?”

“เปิดดูสิ”

ทันทีที่เปิดออก สุ่ยตัวตัวก็ยิ้มกว้าง “บ๊วยเคลือบน้ำผึ้ง”

“ลองชิมดูสิอร่อยหรือไม่”

หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นโยนเจ้าเม็ดบ๊วยฉ่ำน้ำผึ้งเข้าปาก ความหวานอมเปรี้ยวที่ผสานกันอย่างลงตัวเช่นนี้ทำให้นางอารมณ์ดีทันตา สุ่ยตัวตัวได้ลิ้มลองรสชาติที่โปรดปรานก็ยิ้มแก้มแตก

“ยังอร่อยเหมือนเดิม แต่เด็กจนโตฝีมือของเจ้าไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ เจ้าเองก็ลองชิมดูสิ”

ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ สุ่ยตัวตัวพลันหยิบบ๊วยเม็ดหนึ่งส่งเข้าปากของเขา ปลายนิ้วเรียวที่แตะลงบนริมฝีปากได้รูปทำให้ถูเข่อหานตัวแข็งค้างประหนึ่งดินปั้นไม้แกะสลัก

สุ่ยตัวตัวกะพริบตาปริบ ๆ “เป็นอย่างไร”

ถูเข่อหานกระแอม เขาเฉไฉมองผ่านใบหน้าเกลี้ยงเกลาไปเพื่อบรรเทาความเก้อกระดาก

“ฝีมือข้า ไม่อร่อยได้หรือ”

“แบร่ หลงตัวเอง” สุ่ยตัวตัวยังคงหยิบบ๊วยเคลือบน้ำผึ้งเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า

ถูเข่อหานลอบมองใบหน้าหญิงสาวที่ยิ้มอย่างมีความสุข หัวใจของเขาก็เต้นแรงราวกับถูกของแข็งหวดตี ตอนเด็กเขามองนางเป็นพี่สาวที่แสนดีเสมอมา ทว่าตอนนี้เขากลับคิดไม่ซื่อกับนาง ยิ่งตอนที่ริมฝีปากสีกุหลาบขยับเคี้ยวสมองของเขาก็ยิ่งคิดเลยเถิดไปไกล ถูเข่อหานรีบเบือนหน้าหนี พลางกลืนน้ำลายจนคอขยับ

“องค์หญิงเพคะ องค์ชายรองมาขอพบเพคะ”

สุ่ยตัวตัวตาเบิกกว้าง “พี่รองมา!”

นางรีบหันรีหันขวาง หากสุ่ยจื่ออันจับได้ว่านางลักลอบพบกับถูเข่อหานทุกอย่างต้องจบไม่สวยแน่ บ่อยครั้งที่สุ่ยจื่ออันขัดขวางความสัมพันธ์ของนางกับเขา เพียงเพราะถูเข่อหานก็เป็นแค่องค์ประกัน และยังเป็นองค์ชายแคว้นศัตรู

“เจ้าไปหาที่หลบก่อนเร็วเข้า”

สุ่ยตัวตัวคว้ามือถูเข่อหานได้ก็รีบพาไปหยุดที่หน้าตู้ไม้สักทองขนาดใหญ่ “เจ้าเข้าไปก่อน”

“พี่หญิง ข้าไม่กลัวเขา”

“ไม่ได้ เจ้าต้องเชื่อฟัง เข้าไป”

ถูเข่อหานหน้าม่อยคอตก “ก็ได้ เพราะเป็นท่านหรอกนะข้าถึงยอม”

“ข้ารู้ ๆ เด็กดี เข้าไปเถอะนะ” สุ่ยตัวตัวเขย่งปลายเท้าพลางลูบศีรษะคนตัวสูง 

ถูเข่อหานยิ่งหน้ามุ่ยเข้าไปใหญ่ เมื่อไหร่นางจะเลิกเห็นเขาเป็นเด็กเสียที ตอนนี้เขาอายุสิบแปดปีแล้วตัวยังสูงกว่าพี่ชายทั้งสองของนางด้วยซ้ำ 

ที่สำคัญ เขาไม่ใช่เด็กดี!

“น้องหญิงสาม เจ้ามายืนทำไมตรงนี้”

สุ่ยตัวตัวสะดุ้งโหยง ร่างระหงค่อย ๆ หันหลังกลับแช่มช้า ริมฝีปากสีกุหลาบยิ้มออกมาจนตาปิด “พี่รอง ข้าว่าจะเปลี่ยนอาภรณ์สักหน่อย นึกไม่ถึงว่าท่านจะใจร้อนเข้ามาก่อน”

สุ่ยจื่ออันพยักหน้า “ข้าไม่รอบคอบเอง แต่ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้า”

“เรื่องอะไรเพคะ”

“เจ้าใช้อุบายไว้อาลัยแม่ทัพเซี่ยกับหมอหญิงซูได้ถึงหกปีเต็ม ตอนนี้ปีที่เจ็ดแล้ว ควรต้องทำตามสัญญาหมั้นหมายเสียที”

สุ่ยตัวตัวหูอื้ออึงไปชั่วขณะ ตอนนั้นนางเอาตัวรอดมาได้เพราะสู้อุตส่าห์ใช้อุบายบวกปีรวมกันหลังจากเซี่ยเวยและซูเมิ่งหลานจากไป นึกไม่ถึงว่าเวลาแห่งอิสรภาพจะผันผ่านไปรวดเร็วเพียงนี้

“พี่รอง ข้าว่าเรื่องนี้รอเสด็จพ่ออีกทีดีกว่า”

“ไม่ต้องรอแล้ว นี่เป็นโองการจากเสด็จพ่อให้ข้ามาบอกเจ้า”

คนที่อยู่ในตู้ถึงกับกัดฟันกรอด มือของเขากำแน่นจนเส้นโลหิตปูดโปน ดวงตาของชายหนุ่มมีประกายไฟลุกโชนออกมา แม้แต่สุ่ยจื่ออันที่ยืนห่างออกไปยังรู้สึกถึงไอสังหารจนหายใจลำบาก 

‘นางเป็นพี่หญิงของข้า ไม่ว่าใครหน้าไหนอย่าได้คิดจะพรากนางไปจากข้า!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   ตอนพิเศษ แสงประทีปแห่งชีวิต

    หลังอภิเษกสุ่ยตัวตัวก็ส่งจดหมายบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับพี่ชายทั้งสองทราบ สุ่ยจื่ออันได้อ่านก็โมโหจนไฟออกปาก นึกไม่ถึงว่าถูเข่อหานเล่นแรงเพียงนี้ทว่าสิ่งอื่นใดก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของน้องสาว ถูเข่อหานยุบวังหลังทั้งหมดทิ้ง เขากลายเป็นฮ่องเต้หนึ่งเดียวในแผ่นดินที่ชื่อเสียงขจรไกลเรื่องรักเดียว เป็นแบบอย่างให้บุรุษใต้หล้ากระนั้นยังมีบรรดาชายมากอนุอีกหลายคนที่ไม่ชอบฮ่องเต้เช่นเขา เพราะถึงอย่างไรบุรุษต้องยิ่งใหญ่กว่าผืนฟ้า แต่ถ้ามองย้อนประวัติชีวิตของฮ่องเต้อายุน้อยผู้นี้ให้ดี มิใช่ว่าเขาขึ้นมาบนจุดสูงสุดได้เพราะหัวใจรักที่หนักแน่นหรือสุ่ยจื่ออันอ่านข้อความในจดหมายจนถึงบรรทัดสุดท้ายก็ส่ายหน้าพลางอมยิ้ม เขาบรรจงจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี ในเมื่อน้องสาวได้เคียงคู่กับคนที่นางรักและเขาก็รักนาง เพียงเท่านี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีกเจ้าของร่างสูงโอบเอวคอดกิ่วจากทางเบื้องหลัง เขาหนุนคางลงบนไหล่แคบ “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้ กำลังทำอะไรลับหลังสวามีอยู่หรือ”เสียงใสหัวเราะคิก “เปล่าทำลับหลังเสียหน่อย พี่ใหญ่กับพี่รองตอบจดหมายกลับมา รู้หรือเปล่าว่า

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 17 สัมผัสของใจ (2) (จบ)

    สุ่ยตัวตัวรู้สึกว่าเขาสุขุมมากกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังซ่อนความเป็นเด็กเมื่ออยู่กับนาง“หานเอ๋อร์”“พี่หญิง ข้าไม่ชอบคำว่าหานเอ๋อร์ ข้าโตแล้ว”“ต่อให้เจ้าโตก็ยังเด็กกว่าข้า”“ข้าไม่เด็กแล้ว หากท่านไม่เชื่อไว้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็น ต่อไปท่านจะได้เลิกเรียกข้าว่าหานเอ๋อร์เสียที”“เช่นนั้นเจ้าอยากให้ข้าเรียกว่าอะไร”“ท่านพี่”“แบร่ ฝันไปเถอะ”“ก็ได้ ๆ ถ้าจะให้ถูกต้อง ท่านต้องเรียกข้าว่า สวามี ไม่ใช่หรือ”หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวทันที นางไม่มีคำใดให้โต้กลับ จึงแสร้งเฉไฉมองทิวทัศน์สองข้างทางถูเข่อหานอมยิ้ม ในยามที่นางเขินอายน่ารักจนหัวใจเขาเต้นระรัว“อ๊ะ น้ำตกสวยจัง”“อยากไปหรือไม่”“อื้อ”ไม่ช้าเขาก็ควบม้ามาหยุดลงที่ริมน้ำตก ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวลงมา พวกเขาหย่อนกายนั่งลงตรงโขดหินที่มีละอองน้ำปลิวมากระทบให้พอเย็นชุ่มฉ่ำสุ่ยตัวตัวเริ่มบทสนทนาแรกก่อน “เหตุใดเจ้าต้องจากไปไม่บอกข้า”“เพราะข้ากลัวว่าหากข้าตายไปจริง ๆ ท่านจะลำบาก ถ้าข้าหายไปเลย แล้วปล่อยให้ท่านโกรธเกลียดข้า ทำเช่นนี้ต่อไปท่านจะไ

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 17 สัมผัสของใจ (1)

    ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด หน้าอกด้านซ้ายเต้นระส่ำอย่างไม่อาจควบคุม นางยังไม่พร้อมสู้หน้าเขา จึงตัดสินใจคว้าผ้าคลุมเจ้าสาวมาคลุมศีรษะของตนเอาไว้ พลางได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะแผ่วเบาผ่านลำคอยิ่งทวีความประหม่าให้มีมาก สุ่ยตัวตัวมองเห็นเท้าอีกฝ่ายก้าวมาหยุดไม่ห่างจากตน ร่างสูงยอบกายคุกเข่าลงเบื้องหน้าสุ่ยตัวตัวแทบหยุดหายใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะทำเช่นนี้ ดูเหมือนเขาไม่ได้มาร้ายทั้งยังยื่นมือส่งมาเบื้องหน้า เขานิ่งอยู่อย่างนั้น รอคอยการยอมรับจากหญิงสาวด้วยความอดทนสุ่ยตัวตัวลังเล มือทั้งสองยังคงกำกริชเอาไว้อย่างเหนียวแน่น นางไม่ยื่นมือกลับไปเขาก็ไม่ยอมเคลื่อนไหว แม้แต่ปริปากสักคำก็ยังไม่ทำ ราวกำลังกดดันให้นางไม่มีทางเลือกสุ่ยตัวตัวทำใจดีสู้เสือ “ฝ่าบาท พระวรกายของพระองค์สูงส่งเทียมฟ้า ทำเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมังเพคะ”เขาเริ่มขยับตัวอีกครั้ง สุ่ยตัวตัวคิดว่าอีกฝ่ายยอมถอดใจถอยห่างออกไป ทว่าหาได้เป็นเช่นนั้น เขากำลังโน้มตัวใกล้เข้ามาต่างหาก นางรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นระอุเป่าผ่านปราการผืนผ้าบางอย่างเด่นชัดมือหนาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นเนิบช้า สุ่ยตัว

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 16 แต่งงานหรือออกทำศึก (2)

    รุ่งเช้ายามเหม่า [1] ชุยช่านช่วยสุ่ยตัวตัวหวีผมไปก็น้ำตาคลอไป เสียงสะอื้นของนางทำให้คนที่ได้ยินต้องยิ้มเอ็นดูออกมา“ไม่ต้องร้อง ข้าไปแต่งงาน ไม่ได้ไปตายเสียหน่อย”“ฮึก ฮื่อ…องค์หญิง ท่านไม่ไปไม่ได้หรือเพคะ หรือถ้าท่านไม่เปลี่ยนพระทัยจริง ๆ ก็ให้หม่อมฉันติดตามไปปรนนิบัติท่านเถิด”สุ่ยตัวตัวคว้ามือสาวใช้เอาไว้ แม้ชุยช่านดูแลข้างกายนางได้ไม่นาน แต่ก็เป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ การไปครั้งนี้นางไม่อยากให้ใครจากบ้านเกิดไปลำบากกับนางทั้งนั้น เพราะสุ่ยตัวตัวก็ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าที่เลือกเดินอยู่ถูกต้องหรือไม่ หากผิดพลาดขึ้นมา นางจะขอรับความเสี่ยงไว้เพียงลำพัง“เจ้าอยู่ที่นี่ย่อมดีที่สุด เจ้าเองก็ไม่อยากจากบ้านเกิดไปไกลใช่หรือไม่”ชุยช่านเม้มปาก “แต่องค์หญิงก็ไม่อยากจากไปเช่นกันนี่เพคะ”“ทำไมจะไม่ล่ะ เจ้าก็รู้ว่าข้าหัวแข็งเพียงใด หากข้าไม่เต็มใจใครจะกล้าบังคับข้า ต่อไปไม่มีข้าแล้วเจ้าก็ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี”“ฮื่อ…องค์หญิง…”“ไม่ต้องร้อง พอแล้ว ๆ” สุ่ยตัวตัวกอดปลอบเด็กสาวร่างอว

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 16 แต่งงานหรือออกทำศึก (1)

    อยู่ ๆ หญิงสาวก็เผยโฉมที่ท้องพระโรง บรรยากาศด้านในเงียบเชียบ นายทหารเฝ้าประตูรีบถลาเข้ามา“องค์รัชทายาท กระหม่อมห้ามแล้วแต่องค์หญิงทรง…”“ช่างเถอะ”“พ่ะย่ะค่ะ”สตรีร่างระหงย่างกรายตรงเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า นางปรายตามองเหล่าคณะทูตจากแคว้นหานโจว พยายามกวาดสายตาเพื่อมองหาคนที่คุ้นเคยแต่กลับไม่มี“น้องหญิงเจ้ากำลังเล่นซนอะไร กลับออกไป เรื่องนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะตัดสินใจเอง หากเจ้าไม่เต็มใจผู้ใดก็บังคับเจ้าไม่ได้” สุ่ยจื่ออันรีบขวางสุ่ยตัวตัวคิดมาดีแล้ว นางกำลังหาทางไปเยือนหานโจวอยู่พอดี การใช้วิธีนี้นับว่าไม่เลว หากคำพูดในวันนั้นของถูเข่อหานเป็นจริง นางเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่แน่หากเขารู้ว่านางตัดสินใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ถูเข่อหานต้องไม่มีทางนิ่งดูดาย แต่ถ้าเขาไม่โผล่มาชิงเจ้าสาวนางจะเชื่อว่าเขาได้ตายไปแล้วจริง วันเข้าหอนางสัญญาจะกัดลิ้นตายแล้วลงไปตามหาเขาที่ปรโลกเสีย อย่างน้อยก็ไม่ผิดต่อบ้านเมือง และยังไม่ผิดต่อตัวนางกับเขา‘เจ้าบีบบังคับพี่หญิงเองนะ หากเจ้าไม่โผล่มา ข้าจะเกลียดเจ้าไปชั่วชีวิต ต่อให้เจ้าตายไปแล้วข้าก็จะตา

  • พี่หญิงอย่าทอดทิ้งข้า   บทที่ 15 เพียงข้อเสนอเดียว

    สุ่ยตัวตัวเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นางเอาแต่ร้องฟูมฟายไม่กินไม่ดื่ม ไม่ว่าผู้ใดเกลี้ยกล่อมก็ไม่ใจอ่อน กระทั่งบังเอิญเหลือบไปเห็นบันทึกเล่มหนึ่งที่วางทิ้งไว้สุ่ยตัวตัวปาดคราบน้ำตาส่ง ๆ จากนั้นลุกไปหยิบมันขึ้นมา‘พี่หญิง ต่อไปหากเกิดอะไรขึ้น ท่านจะเชื่อใจข้าได้หรือไม่ ท่านต้องรอข้าไม่ว่าจะได้ยินอะไรมาก็ตาม ข้าไม่มีทางทอดทิ้งท่าน’เสียงของถูเข่อหานสะท้อนขึ้นในหัว ทำให้นางรู้สึกมีหวัง สุ่ยตัวตัวพลิกเปิดบันทึกหน้าแรกด้วยมือสั่นเทาที่แท้บันทึกเล่มนี้ก็คือบทนิยายเรื่องหนึ่ง สุ่ยตัวตัวกวาดสายตาอ่านไปทีละตัวอักษร นางใช้เวลาและสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราวที่บรรยายออกมาเหล่านั้นสุ่ยตัวตัวยิ่งอ่านก็ยิ่งพบแต่ความตื่นตะลึง ราวกับตนกำลังติดตามชีวิตคนคนหนึ่งอย่างชัดเจน ประหนึ่งผู้บรรยายเป็นพระเจ้าที่กวาดสายตาก็มองทะลุทุกสรรพสิ่งแน่นอนว่าเรื่องราวที่ถูกบรรยายเอาไว้ ตรงกับการใช้ชีวิตของนางทั้งหมด ไม่ว่าสถานะครอบครัว บุคลิกนิสัยส่วนตัว ล้วนตรงกับนางไม่มีผิดเพี้ยนสุ่ยตัวตัวใจเต้นระส่ำ ที่แท้ชีวิตของนางก็ถูกควบคุมไว้ด้วยปลายพู่กันอย่างที่ถูเข่อหานเคยบอก สุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status