Masukสรัลจันทร์ที่ถูกลากออกมาถึงโถงทางเดินที่เป็นช่องทางแคบ ๆ เชื่อมต่อกับเรือนหลังที่เป็นห้องครัวและต่อไปยังที่พักของคนงานในบ้าน โดยมีคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาเป็นคนดึงออกมาได้ทัน
เมื่อรู้เธอเกือบถูกจับได้...ตอนที่สองร่างกระตุกเข้าหากันในช่วงกำลังเสร็จสม สายตาเฉียบคมของคนด้านในตวัดมองมา ดีที่อีกคนไวกว่า...
‘เกือบไปแล้ว...เกือบไปแล้ว!!!’
มือเล็กลูบหน้าอกอยู่หลายที ก่อนจะหันไปมองดี ๆ ว่าคนข้างหายที่ชวยให้เธอหนีตายเป็นใครกัน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด
“นี่...” เนื่องจากไม่รู้ว่าเขาเป็นใครจึงหันมาเผชิญหน้าและกล่าวสรรพนามที่ไม่ระบุชื่อ แต่ทว่ากลับทำให้ตัวเองตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อใบหน้ากระจ่างสว่างออร่าจับราวกับดารายืนอยู่ตรงหน้า
“จะอ้าปากอีกนานไหม” ชายหนุ่มข้างกายเห็นอาการชะงักค้าง ของผู้หญิงช่างสอดรู้สอดเห็นแล้วก็ยกมือขึ้นแตะคางมนสวยรับกับใบหน้าจนฟันหน้าของเธอขบกัน
“กึก”
แต่นั่นทำให้คนที่โดนเปิดโปงว่ากำลังอึ้งกับผู้ชายที่ใบหน้าคมคายเกิดอาการฟันขบริมฝีปากจนร้องออกมา
“ซี๊ด!” ร่างเล็กเมื่อเกิดเจ็บพลันร้องออกมาพร้อมกับมองตาขวางกับคนด้านข้าง
‘สาบานให้ตาย...เธอไม่เคยเจอผู้ชายหยาบคายขนาดนี้มาก่อนเลย’
เบ้าหน้าแบกสันดานมาก!
สบถด่าในใจไปหนึ่งคำรบ จากนั้นจึงค้อนให้หนึ่งทีก่อนจะถามเขา “คุณเป็นใคร?” เธอยังอยากตอบข้อสงสัยของตัวเองให้จบเสียก่อน ส่วนเรื่องแอบไปมองความลับของเจ้าของบ้านเอาไว้ทีหลัง
“นี่...เธอไม่รู้จักฉันจริงเหรอ” คนตรงหน้าไม่พูดเปล่าแต่กลับผลักเธอไปยังกำแผงในช่องทางคับแคบมุมอับสายตา ที่กล้องวงจรปิดในบ้านจับไม่ได้ จากนั้นดันหัวเข่าให้เรียวขาขาวแยกออกจากกัน
มือข้างหนึ่งของเขากักตัวเธอเอาไว้ชิดกับผนัง
“ทะ...ทำอะไรน่ะ!” สรัลจันทร์ร้องเสียงหลง ตกใจกับท่าทางคุกคามแบบไม่มีปี่ไม่มีแตร หัวเข่าแข็งแรงของชายหนุ่มดันแทรกอยู่กลางระหว่างขาอ่อนของเธอ ความร้อนรุ่มจากสัมผัสบีบให้เธอเกร็งตัวอัตโนมัติ
บ้านนี้มันมีคนแบบนี้อยู่เต็มไปหมดเลยเหรอ...ให้ตายเถอะ
“ฉันเป็นใครเหรอ ก็นึกว่าคนของตระกูลพิมลจะฉลาดกว่านี้”
“ต่อให้ฉลาด...แต่ฉันก็ไม่ทะเบียนราษฎร์ ที่จะรู้ว่าใครชื่ออะไร...อีกอย่างคุณก็คนดัง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทหัวเราะหึในลำคอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าคมคายเข้ามาจนปลายจมูกแทบชนกัน กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เข้มข้นผสมกลิ่นบุหรี่บางเบาลอยแตะจมูกเธออย่างยั่วยวน
“พร้อมทัพพ์... น้องชายพี่เขยเธอไง และต่อให้ไม่ใช่คนดัง...แต่ฉันสามารถทำให้เธอครางดังกว่าเลขาพี่ชายฉันได้แล้วกัน!”
นัยน์ตาของสรัลจันทร์เบิกกว้าง พร้อมทัพพ์! คาสโนวาตัวพ่อที่พ่อของเธอสั่งนักสั่งหนาว่าให้ยั่วและจับเขาให้ได้ภายในสามปีเพื่อแลกกับการไม่ถูกตัดออกจากตระกูล!
หน้าตาดีเป็นบ้า... แต่สันดานเลวทรามไม่มีใครเกิน!
สรัลจันทร์ด่าสบถในใจ ดวงตาคู่สวยมองหน้าเขาอย่างท้าทาย ไม่อยากแสดงความหวาดกลัวให้อีกฝ่ายเห็น
อันที่จริงคนผู้นี้ก็ไม่น่ากลัวสักนิด!
“ปล่อย!” เธอพยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่แผงอกใต้เสื้อเชิ้ตนั้นแน่นตึงปานหินผา “ฉันรู้จักแล้ว ก็ช่วยถอยออกไปไกล ๆ ด้วย”
“ถอยทำไม?”
พร้อมทัพพ์ยักไหล่ นัยน์ตาพราวระยับมองลงมาที่ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าของเธอ สายตาของเขาโลมลามอย่างเปิดเผยไล่ตั้งแต่ขาท่อนล่างขึ้นมาถึงริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอออก
“คนที่สอดรู้สอดเห็น เดินสวมชุดวาบหวิวมายืนดูพี่เขยเอากับเลขาจนหน้าแดงระเรื่อ... มีสิทธิ์มาสั่งคนอื่นด้วยเหรอ?”
คำพูดตรงไปตรงมาและขวานผ่าซากทำเอาสรัลจันทร์เห่อร้อนไปทั้งใบหน้าและช่องท้อง ความเหงื่อชื้นและอารมณ์ที่ตกค้างจากการแอบดูเซ็กส์สดๆ เมื่อครู่ถูกเขาแฉเธอแถไม่ออก
“ฉันไม่ได้...”
“อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาไปหน่อยเลยสรัลจันทร์” พร้อมทัพพ์ขยับตัวชิดขึ้นอีกนิด หัวเข่าดันลึกเข้าไปประชิดโคนขาอ่อนจนเธอหลุดเสียงครางฮึดฮัดในคอ มือหนาเลื่อนจากกำแพงขึ้นมาบีบเชิดคางมนของเธอขึ้นเบา ๆ
“สายตาเธอเมื่อกี้... มันฉ่ำวาวเหมือนผู้หญิงอยากลองของ แล้วส้นสูงกับชุดกระโปรงนี่ล่ะ? ตั้งใจแต่งมาอ่อยพี่ชายฉัน?”
“นายอย่ามาคิดเองเออเอง!” สรัลจันทร์เชิดหน้าสู้ แม้หัวใจจะเต้นตึกตักปานจะหลุดออกมาจากอก ภาพแทนคณินเคลื่อนเข้าหาร่างเลขาสาวเมื่อครู่ติดตาจนคิดว่าล้างยังไงก็ล้างไม่ออก
“ฉันมาดูแลพี่สาวที่ป่วย! ไม่ได้มีเจตนาต่ำๆ เหมือนนายกับพี่ชาย!”
“เจตนาสะอาดมากมั้ง?” พร้อมทัพพ์แค่นยิ้มร้าย นิ้วโป้งกดคลึงริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ
“พ่อเธอส่งเธอมาเป็น 'ตู้เอทีเอ็ม' ใบใหม่ตระกูลฉัน รู้ไว้ด้วยว่าฉันไม่ได้โง่...!”
พูดจบ ใบหน้าคมก็ซุกต่ำลงกดจูบลงบนซอกคอหอมกรุ่นของเธอทันที!
ชายหนุ่มชะงักไป สันกรามขบแน่นอย่างหงุดหงิด เพราะรู้ดีว่าสภาพชุดพวกนั้น ถ้าเอาไปใส่ในห้องประชุมที่มีแต่ผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูง คงกลายเป็นเป้าสายตาและสร้างเรื่องอื้อฉาวมากกว่าเดิม“แล้วเสื้อผ้าตัวอื่นของเธอล่ะ”“อยู่ที่คฤหาสน์หมดค่ะ ที่นี่มีแต่ชุดที่คุณหอบมา” สรัลจันทร์ยิ้มหวานหยดย้อยอย่างจงใจกวนประสาท “หรือคุณจะให้สรัลใส่เข้าไปนั่งประชุมล่ะคะ ท่านประธาน”“โธ่เว้ย!”แทนคณินสบถลั่น มือหนาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่ฟ้องว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เขาไม่มีเวลาพอที่จะรอให้เธอไปหาชุดใหม่หรือขับรถพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านใหญ่“อยู่ที่ห้องนี้ ห้ามก้าวขาออกไปไหนเด็ดขาด” แทนคณินชี้หน้าเธอด้วยสายตาเฉียบขาด “โดยเฉพาะชั้นยี่สิบสาม... ถ้าฉันรู้ว่าเธอแอบไปหามัน ฉันจะกลับมาฉีกขาเธอ แล้วขังเธอไว้บนเตียงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน!”พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน คว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหม่และสูทมาสวมอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยคลุ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงเปิดประตูและปิดกระแทกลงอย่างรุนแรงจะดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าพายุลูกใหญ่ได้พัดผ่านออกไปจากห้องแล้ว
ปัง!เสียงบานประตูไม้เนื้อหนากระแทกปิดสนิท ล็อกสองชั้นหมุนดังแกร๊กด้วยแรงเหวี่ยงจากมือหนายังไม่ทันที่สรัลจันทร์จะได้กะพริบตา แผ่นหลังของเธอก็ถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องโถงทางเดินอย่างแรง แขนแกร่งของแทนคณินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนแผงอกเปลือยเปล่าที่มีหยดเหงื่อซึมตามร่องกล้ามเนื้อบดเบียดลงมาแนบชิด ท่อนล่างที่สวมเพียงกางเกงสแล็กตัวเดิมดันเบียดเข้าหากลางลำตัวของเธอจนไร้ช่องว่าง“จะขึ้นไปหามันเหรอ” แทนคณินกดเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอ นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ สันกรามบดแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน“คิดว่าใส่เศษผ้าตัวนี้ออกมาอ่อยมันต่อหน้าฉัน แล้วฉันจะปล่อยให้เธอเดินขึ้นไปหามันง่ายๆ หรือไง”สรัลจันทร์ขยับข้อมือที่ถูกบีบแน่น เธอไม่ยอมหลบสายตา แต่กลับเชิดคางขึ้นสบตากับคนอารมณ์ร้ายตรงๆ“ฉันไม่ได้อ่อยค่ะ แต่คุณหมอเขาเป็นคนมีมารยาท เอาของมาให้ถึงหน้าห้อง สรัลก็แค่จะขึ้นไปขอบคุณตามมารยาทคนปกติ... ซึ่งคนแถวนี้คงสะกดไม่เป็น”“มารยาท?” แทนคณินเค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาฝังจมูกลงบนซอกคอขาว ขบฟันลงบนผิวเนื้ออ่อนตรงแอ่งชีพจรอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง “มารยาทของ
แสงแดดเช้าแทงลอดรอยแยกของผ้าม่านทึบเข้ามากระทบขอบเตียงสรัลจันทร์ยังนอนคว่ำหน้า จมูกฝังอยู่กับหมอนใบใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาขยับไหวเพียงเล็กน้อย ผิวแผ่นหลังเนียนมีรอยกดทับสีแดงจางเป็นปื้นภาพความทรงจำของเมื่อคืนย้อนกลับมาชัดเจนหลังจากภีรเดชเดินพ้นลานจอดรถไป แทนคณินไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มลากเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงสู่ชั้นยี่สิบสี่ ผลักเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดล็อกประตูลงกลอน เสียงฝนกระหน่ำซัดกระจกบานใหญ่ด้านนอกไม่ดังเท่าเสียงหอบหายใจของคนสองคนบนเตียงหลังนี้ เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด มีเพียงกางเกงที่ถูกปลดออกลวกๆ ก่อนจะกดทับตัวตนลงมาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนายึดสะโพกเธอไว้แน่น ตอกตรึงจังหวะหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่น เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง พยายามดิ้นหนี แต่เขากลับโน้มตัวลงมากัดใบหู กระซิบสั่งห้ามไม่ให้เธอหยุดรัดแน่น ความมืดและกลิ่นไอฝนกลืนกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้น กระทั่งเกือบตีสี่ที่พายุสงบลง เขาถึงยอมทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โดยไม่ยอมลุกกลับไปไหนก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง หนักแน่น เป
ความตระหนกแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจในเสี้ยววินาที ร่างกายของสรัลจันทร์เย็นเฉียบด้วยความกลัว ทว่าจุดที่ทั้งสองร่างยังคงหลอมรวมแนบชิดกันอยู่นั้นกลับร้อนจัดและบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาเองโดยสัญชาตญาณความหวาดระแวงระคนตื่นตระหนกทำเอาช่องทางคับแคบหดเกร็งตอดกระตุกอย่างรุนแรงเป็นระลอก บีบคั้นท่อนเนื้อร้อนผ่าวของแทนคณินที่ยังฝังลึกอยู่ข้างในจนชายหนุ่มถึงกับสะท้านเยือก ลมหายใจสะดุดกึก เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนขึ้นเป็นริ้วด้วยความทรมานจากการต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้สุดกำลัง“อยู่นิ่งๆ...” แทนคณินกดเสียงต่ำสั่นพร่า สั่งการชิดริมหูของเธอราวกับเสียงกระซิบของสายลมมือหนาข้างหนึ่งกดศีรษะของน้องเมียให้ซบแนบแน่นลงกับแผงอกกว้างของตนเอง ปล่อยให้เรือนผมดัดลอนยาวสยายปกคลุมบดบังใบหน้าของเธอไว้จนมิด พร้อมกับดึงสูทตัวนอกที่พาดอยู่เบาะหลังขึ้นมาคลุมทับแผ่นหลังบางและสะโพกผายที่กำลังนั่งคร่อมทับหน้าตักของเขาไว้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เยียบเย็นดั่งผืนน้ำแข็ง ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกฝั่งคนขับลงมาเพียงแค่คืบเดียว พอให้มองเห็นและสนทนาได้โดยไม่เปิดเผยสภาพความล่อแหลมด้านในฟึ่บ...ช่องว่างของกระจกฟิล์มดำเปิดออก
สรัลจันทร์กัดริมฝีปากเพราะด้านล่างอีกคนกำลังแทรกตัวตนเข้ามาก่อนกระทุ้งหนัก ๆ เมื่อเธอไม่ยอมตอบกลับเสียทีตับ!แรงกระแทกส่งให้ช่องทางคับแคบบีบรัดถี่ ๆ จนเธอเผลอครางออกมา “ซี๊ด!”หมอรวินที่คาสายอยู่ได้ยินเสียงแปลก ๆ จากปลายสายจึงรีบเอ่ยถาม “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณรัน”สรัลรีบกลั้นใจก่อนเอ่ยตอบกลัวเขาจะกระวนกระวายใจแล้วสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไปถึงได้ครางไปตามสายแบบนั้น“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ถึงคอนโดแล้วกำลังจัดของให้เข้าที่เข้าทาง” แม้บอกไปแต่ใจกลับจดจ่อกับสิ่งที่กำลังเคลื่อนเข้าเคลื่อนออกอยู่ตรงด้านล่าง และยิ่งมองเห็นว่าเธอทรมานแต่ยังไม่มากพอ แทนคณินจึงโน้มริมฝีปากเข้าไปกัดที่ปลายเต้าอวบแล้วขบปลายแรง ๆ จนเธออยากกรีดร้อง‘เสียว...ให้ตายเถอะเสียวอะไรขาดนี้ นี่พี่เขยเธอต้องการให้เธอเสียวตายคาสายหรือไง’“ผมโทรมากวนหรือเปล่าครับ” หมอรวินยังถามต่อราวกับไม่อยากวาง สรัลจันทร์ก็ไม่อยากวางหรอก หากไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกใครบางคนทรมานเกือบตายแบบนี้ยิ่งเขาหยุดขยับตอนที่เธอเริ่มเสียววาบตรงช่องท้อง ทำให้เอวของเธอร่อนไปมาอยากให้เขาขยับเข้ามาลึก ๆ หนัก ๆ จนเป็นฝ่ายโยกเข้าหาเสียเอง ราวกับอยากฝังตัวตนเข้า
พื้นที่ภายในห้องโดยสารของแมคลาเรนคันหรูแคบลงถนัดตาเมื่อถูกแทนที่ด้วยร่างสูงใหญ่และกลิ่นอายคุกคามอันดิบเถื่อน กำลังจัดท่าทางให้เหมาะกับการร่วมรักกันอย่างโจ่งครึ้มภายนอกตัวรถ สายฝนยังคงสาดซัดกระทบพื้นจนเกิดเสียงดังกึกก้อง สายน้ำพร่ามัวบดบังทัศนียภาพของลานจอดรถชั้นใต้ดินจนตัดขาดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิง ทว่าภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบลุกเป็นไฟสรัลจันทร์พยายามขืนกายออกจากอ้อมแขนแกร่ง สองมือเรียวดันแผงอกกว้างที่แน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มอย่างสุดกำลัง แต่แรงของเธอกลับไม่อาจสั่นคลอนคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อย ยิ่งดิ้นรน สะโพกกลมกลึงที่สวมเดรสซาตินตัวสั้นยิ่งเสียดสีบดเบียดเข้ากับท่อนขาแข็งแรงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้และยิ่งเมื่อเขากดลำท่อนเข้ามาจดจ่อตรงร่องกลีบเพียงแค่แหวกเพนตี้ออกไป“อยู่นิ่งๆ สรัลจันทร์” แทนคณินกดเสียงต่ำรอดไรฟัน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างที่สอดแทรกอยู่ใต้ชายกระโปรงทั้งจับจ่อลำท่อนให้สอดตรง ๆ “คิดว่าดิ้นแล้วจะรอดออกไปได้หรือไง”“ปล่อย! สรัลอึดอัด... บอกแล้วไงว่าในรถมันแคบ!” หญิงสาวตวัดสายตามองสบตากับเขาในความสลั







