LOGINคำพูดของพินรตายังคงวนเวียนอยู่ในหัวสรัลจันทร์ตลอดทั้งเย็น
‘คุณแทนคณินอยากดูแลใกล้ชิดคุณจันทร์ทิพย์ค่ะ’
ย้อนแย้งสิ้นดี...
ถ้าอยากดูแลภรรยาที่ป่วยใกล้ชิดจนไม่อยากเข้าบริษัท แล้วเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ตับ ตับ ตับ กับเลขาหน้าห้องเมื่อกลางวันมันคืออะไร?
สรัลจันทร์ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องนอน สายตามองแผ่นหลังของแทนคณินที่กำลังประคบผ้าเย็นบนหน้าผากพี่สาวอย่างเบามือและทะนุถนอมราวกับพี่สาวเธอเหมือนแก้วเจียรไนชั้นดี ที่กลัวจะแตก
เบื้องหน้าเขาสามีแห่งชาติ เบื้องหลังสัตว์ป่าหื่นกระหาย... ชายคนนี้เล่นละครเก่งจนน่าส่งเข้าประกวดรางวัลออสก้า
สรุปแล้วพี่เขยเป็นคนดีหรือไม่ดีไม่รู้ ที่รู้ ๆ คือเอวดีมาก
ยิ่งคิดถึงภาพนั้นใบหน้าเธอยิ่งเห่อร้อน...จนต้องสลัดศีรษะไปมา
สรัลจันทร์เดินเข้าไปใกล้เตียงพยาบาล พิเคราะห์ใบหน้ายามหลับของจันทร์ทิพย์ใกล้ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ
คนเป็นมะเร็งก้านสมองระยะสุดท้าย ผ่านการผ่าตัดมาตั้งสามครั้ง... ทำไมผิวพรรณยังคงผุดผ่อง? แม้หน้าตาจะซีดเซียวไปบ้างเพราะไม่ได้ตากแดด แต่เรือนร่างกลับยังดูอวบอิ่ม สดใส เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทไม่ได้หลุดร่วงสักเส้นอย่างคนป่วยฉีดสารเคมีบำบัดทั่วไป
หรือแท้จริงแล้ว... พี่เขยยังคงเสียดายความสาวความสวยของภรรยาอยู่? แต่เพราะพี่สาวนอนป่วย ทำหน้าที่บนเตียงไม่ได้ ตัวเองถึงต้องไประบายความเงี่ยนโหยกับเลขา?
คิดยังไงก็คิดไม่ตก... มันมีบางอย่างผิดปกติในบ้านหลังนี้
ช่วงโต๊ะอาหารเย็น บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แทนคณินยังคงสวมบทพี่เขยผู้แสนดี คอยตักอาหารให้น้องเมียและพูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะที่พร้อมทัพพ์น้องชายตัวดีกลับนั่งเงียบ รังสีความหงุดหงิดจากการโดนโยนงานยัดใส่หัวพุ่งกระจายจนไม่มีใครกล้าปริปาก สรัลจันทร์เลือกที่จะเงียบ รีบกินรีบอิ่มแล้วขอตัวแยกย้ายกลับเข้าห้องพัก
เธอไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะคาสโนวาอย่างพร้อมทัพพ์ที่เพิ่งแอบเอาขนาดเท่าแขน มาดุนดันเธอตรงโถงทางเดิน!
ร่างเล็กนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่มจนเวลาล่วงเลยไปถึงตีสอง ความสับสนและอารมณ์บิดเกร็งที่ตกค้างทำให้นอนไม่หลับ แถมความแห้งผากในลำคอเริ่มประท้วงจนต้องลุกขึ้นมาหาน้ำดื่มแก้กระหาย
สรัลจันทร์ก้าวเท้าเปล่าออกจากห้องพัก บรรยากาศในคฤหาสน์ภัทรารินทร์ยามดึกเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมข้างนอกกระแทกหน้าต่าง แสงไฟกิ่งสลัวๆ ส่องสว่างพอให้เห็นทางเดิน
ทว่า... สายตาของเธอพลันไปสะดุดเข้ากับรอยแสงไฟที่ลอดผ่านช่องประตูห้องนอนของพี่สาว
ตีสองแล้ว... ทำไมไฟห้องพี่จันทร์ยังไม่ดับ?
สองเท้าเล็กค่อยๆ สาวก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด หัวใจเริ่มเต้นระทึกขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกลางสังหรณ์บางอย่างสั่งให้เธอหยุดยืนอยู่ข้างประตู สรัลจันทร์แนบใบหน้าลงกับรอยแยกเล็ก ๆ ของประตูที่แง้มไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อมองเข้าไปด้านใน
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาสรัลจันทร์อ้าปากค้าง ร่างกายแข็งเกร็งเย็นวาบไปจนถึงปลายเท้า!
บนเตียงนอนกลางห้อง... จันทร์ทิพย์นอนหลับตานิ่งสนิท แต่สิ่งที่ทำให้สรัลจันทร์แทบหยุดหายใจ คือผ้าห่มและเสื้อผ้าทุกชิ้นของพี่สาวถูกถอดออกจนหมดสิ้น!
ใครถอด! คำถามนี้ผุดในหัว
พี่สาวของเธอนอนเปลือยกายล่อนจ้อน ไร้สิ่งปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว ผิวเนื้อเนียนนวลสะท้อนแสงไฟสลัว โดยเฉพาะช่วงล่างตรงเนินสวาท... มันถูกโกนจนเกลี้ยงเกลา เกลาเรียบไร้รอยขน ดุจดั่งผิวเด็กแรกเกิด!
และข้าง ๆ เตียงนั้น...
แทนคณินกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้
พี่เขยผู้แสนดีของเธออยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำที่ไม่ได้คาดสายคาดเอว สายตาที่มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยามันทำให้เธอสับสน
แววตาที่อ่านไม่ออกแบบนั้นหมายความว่ายังไง
Shit!
สรัลจันทร์ยกมือขึ้นอุดปากตัวเองแน่นจนข้อหิ้วซีดขาวที่เผลออุทาน
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ถอดเสื้อผ้าพี่สาวทำไม!
เมื่อมองไปด้านในไม่เห็นว่าพี่เขยเห็นว่าเธอแอบมองจึงโล่งใจและดูว่าเขากำลังทำอะไรต่อ
ในมือขวาของแทนคณิน... ถือกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ที่เพิ่งหยิบมาจากแจกัน กลีบดอกของมันยังคงสดและบริสุทธิ์ไร้รอยช้ำ
แทนคณินกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองนั้นหลงใหล ที่ทำให้คนมองขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหาเรือนร่างที่ไร้สติของจันทร์ทิพย์ ริมฝีปากแตะแผ่วเบาที่หน้าท้องของจันทร์ทิพย์ จากนั้นจูบลากริมฝีปากไปทั่วหน้าท้อง
สรัลจันทร์เห็นว่าร่างกายของพี่สาวของเธอเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ปลายเท้าของพี่สาวเธอเหยียดเกร็งแต่ดวงตายังหลับแน่นสนิท
จุ๊บ! เสียงของเขาจูบแผ่ว ๆ ค่อยลากไล้ระเรื่อยลงมาและหยุดตรงบริเวณเนินสาว...
ภาพนั้นทำเอาเธอเผลอขมิบร่องสาวตามไปด้วย
จากนั้นเขาค่อยๆ ยกดอกกุหลาบสีขาวในมือขึ้นมา...
และลงมือทำบางสิ่งที่สรัลจันทร์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต!
แผ่วเบา... แต่กลับชวนให้ช่องท้องบิดเกร็ง จนเธอต้องบดเบียดสองขาเข้าหากัน...
แสงแดดเช้าแทงลอดรอยแยกของผ้าม่านทึบเข้ามากระทบขอบเตียงสรัลจันทร์ยังนอนคว่ำหน้า จมูกฝังอยู่กับหมอนใบใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาขยับไหวเพียงเล็กน้อย ผิวแผ่นหลังเนียนมีรอยกดทับสีแดงจางเป็นปื้นภาพความทรงจำของเมื่อคืนย้อนกลับมาชัดเจนหลังจากภีรเดชเดินพ้นลานจอดรถไป แทนคณินไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มลากเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงสู่ชั้นยี่สิบสี่ ผลักเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดล็อกประตูลงกลอน เสียงฝนกระหน่ำซัดกระจกบานใหญ่ด้านนอกไม่ดังเท่าเสียงหอบหายใจของคนสองคนบนเตียงหลังนี้ เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด มีเพียงกางเกงที่ถูกปลดออกลวกๆ ก่อนจะกดทับตัวตนลงมาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนายึดสะโพกเธอไว้แน่น ตอกตรึงจังหวะหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่น เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง พยายามดิ้นหนี แต่เขากลับโน้มตัวลงมากัดใบหู กระซิบสั่งห้ามไม่ให้เธอหยุดรัดแน่น ความมืดและกลิ่นไอฝนกลืนกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้น กระทั่งเกือบตีสี่ที่พายุสงบลง เขาถึงยอมทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โดยไม่ยอมลุกกลับไปไหนก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง หนักแน่น เป
ความตระหนกแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจในเสี้ยววินาที ร่างกายของสรัลจันทร์เย็นเฉียบด้วยความกลัว ทว่าจุดที่ทั้งสองร่างยังคงหลอมรวมแนบชิดกันอยู่นั้นกลับร้อนจัดและบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาเองโดยสัญชาตญาณความหวาดระแวงระคนตื่นตระหนกทำเอาช่องทางคับแคบหดเกร็งตอดกระตุกอย่างรุนแรงเป็นระลอก บีบคั้นท่อนเนื้อร้อนผ่าวของแทนคณินที่ยังฝังลึกอยู่ข้างในจนชายหนุ่มถึงกับสะท้านเยือก ลมหายใจสะดุดกึก เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนขึ้นเป็นริ้วด้วยความทรมานจากการต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้สุดกำลัง“อยู่นิ่งๆ...” แทนคณินกดเสียงต่ำสั่นพร่า สั่งการชิดริมหูของเธอราวกับเสียงกระซิบของสายลมมือหนาข้างหนึ่งกดศีรษะของน้องเมียให้ซบแนบแน่นลงกับแผงอกกว้างของตนเอง ปล่อยให้เรือนผมดัดลอนยาวสยายปกคลุมบดบังใบหน้าของเธอไว้จนมิด พร้อมกับดึงสูทตัวนอกที่พาดอยู่เบาะหลังขึ้นมาคลุมทับแผ่นหลังบางและสะโพกผายที่กำลังนั่งคร่อมทับหน้าตักของเขาไว้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เยียบเย็นดั่งผืนน้ำแข็ง ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกฝั่งคนขับลงมาเพียงแค่คืบเดียว พอให้มองเห็นและสนทนาได้โดยไม่เปิดเผยสภาพความล่อแหลมด้านในฟึ่บ...ช่องว่างของกระจกฟิล์มดำเปิดออก
สรัลจันทร์กัดริมฝีปากเพราะด้านล่างอีกคนกำลังแทรกตัวตนเข้ามาก่อนกระทุ้งหนัก ๆ เมื่อเธอไม่ยอมตอบกลับเสียทีตับ!แรงกระแทกส่งให้ช่องทางคับแคบบีบรัดถี่ ๆ จนเธอเผลอครางออกมา “ซี๊ด!”หมอรวินที่คาสายอยู่ได้ยินเสียงแปลก ๆ จากปลายสายจึงรีบเอ่ยถาม “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณรัน”สรัลรีบกลั้นใจก่อนเอ่ยตอบกลัวเขาจะกระวนกระวายใจแล้วสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไปถึงได้ครางไปตามสายแบบนั้น“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ถึงคอนโดแล้วกำลังจัดของให้เข้าที่เข้าทาง” แม้บอกไปแต่ใจกลับจดจ่อกับสิ่งที่กำลังเคลื่อนเข้าเคลื่อนออกอยู่ตรงด้านล่าง และยิ่งมองเห็นว่าเธอทรมานแต่ยังไม่มากพอ แทนคณินจึงโน้มริมฝีปากเข้าไปกัดที่ปลายเต้าอวบแล้วขบปลายแรง ๆ จนเธออยากกรีดร้อง‘เสียว...ให้ตายเถอะเสียวอะไรขาดนี้ นี่พี่เขยเธอต้องการให้เธอเสียวตายคาสายหรือไง’“ผมโทรมากวนหรือเปล่าครับ” หมอรวินยังถามต่อราวกับไม่อยากวาง สรัลจันทร์ก็ไม่อยากวางหรอก หากไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกใครบางคนทรมานเกือบตายแบบนี้ยิ่งเขาหยุดขยับตอนที่เธอเริ่มเสียววาบตรงช่องท้อง ทำให้เอวของเธอร่อนไปมาอยากให้เขาขยับเข้ามาลึก ๆ หนัก ๆ จนเป็นฝ่ายโยกเข้าหาเสียเอง ราวกับอยากฝังตัวตนเข้า
พื้นที่ภายในห้องโดยสารของแมคลาเรนคันหรูแคบลงถนัดตาเมื่อถูกแทนที่ด้วยร่างสูงใหญ่และกลิ่นอายคุกคามอันดิบเถื่อน กำลังจัดท่าทางให้เหมาะกับการร่วมรักกันอย่างโจ่งครึ้มภายนอกตัวรถ สายฝนยังคงสาดซัดกระทบพื้นจนเกิดเสียงดังกึกก้อง สายน้ำพร่ามัวบดบังทัศนียภาพของลานจอดรถชั้นใต้ดินจนตัดขาดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิง ทว่าภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบลุกเป็นไฟสรัลจันทร์พยายามขืนกายออกจากอ้อมแขนแกร่ง สองมือเรียวดันแผงอกกว้างที่แน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มอย่างสุดกำลัง แต่แรงของเธอกลับไม่อาจสั่นคลอนคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อย ยิ่งดิ้นรน สะโพกกลมกลึงที่สวมเดรสซาตินตัวสั้นยิ่งเสียดสีบดเบียดเข้ากับท่อนขาแข็งแรงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้และยิ่งเมื่อเขากดลำท่อนเข้ามาจดจ่อตรงร่องกลีบเพียงแค่แหวกเพนตี้ออกไป“อยู่นิ่งๆ สรัลจันทร์” แทนคณินกดเสียงต่ำรอดไรฟัน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างที่สอดแทรกอยู่ใต้ชายกระโปรงทั้งจับจ่อลำท่อนให้สอดตรง ๆ “คิดว่าดิ้นแล้วจะรอดออกไปได้หรือไง”“ปล่อย! สรัลอึดอัด... บอกแล้วไงว่าในรถมันแคบ!” หญิงสาวตวัดสายตามองสบตากับเขาในความสลั
แมคลาเรนสีดำสนิทจอดอยู่บนที่จอดขณะยังสตาร์ทเครื่องยนต์เอาไว้อยู่ในส่วนที่ลับตาคนที่สุด ภายในเปิดแอร์ฉ่ำแม้อากาศด้านนอกจะมีฝนตกกระหน่ำ แต่ไม่สามารถดับความร้อนเร่าในร่างกายของแทนคณินได้เลย เขาหยิบกางเกงชั้นในของน้องเมียขึ้นมาแล้วรูดกับท่อนเนื้ออไม่นานนักความอึดอัดตั้งแต่บ่ายก็แตกกระจาย ยิ่งเมื่อคิดว่าเธอกำลังพูดคุยกับผู้ชายอื่นอย่างออกรสออกชาติ คล้ายกับจะตัดขาดกับเขาที่เป็นพี่เขย และคนอย่างแทนคณินจะไม่ยอมให้ของเล่นที่ตัวเองหยิบมาเล่นตกไปอยู่ในมือใครนอกเสียจากตัวเองไม่ต้องการเสียงรองเท้าส้นสูงกระแทกพื้นลานจอดเป็นจังหวะสะท้อนทำให้คนในรถที่กำลังคิดจะหยิบทิชชูทำความสะอาดพลันยกยิ้ม เขามองการเคลื่อนไหวของร่างระหงในชุดที่ตัวเองเลือกให้ และเธอใส่ออกมาจากร้านหนึ่งชุด ยิ่งเห็นสะโพกยักย้ายไปมา ยิ่งพาในอารมณ์ที่คุกรุ่นผุดขึ้นอีก สรัลจันทร์เดินไปยังที่จอดรถสอดส่ายสายตามองหาไม่นานก็พบรถที่คุ้นตา เพราะว่าเคยนั่งมาทำงานกับเขา เธอไม่รอช้ารีบเดินตรงไปยังฝั่งคนขับก่อนจะเคาะกระจกที่ติดฟิลม์ดำเสียจนมองไม่เห็นด้านใน “ก็อก ก็อก ก็อก”เธอยกหลังมือเคาะกระจกเพื่อให้เขาเปิดกระจกมาคุยด้วยกัน แต่ทว่าประตูรถที่ย
ได้ฟังพี่เขยเรียกชื่อแบบนี้ สรัลจันทร์ก็ค่อยสบายใจหน่อยที่อย่างน้อยก็รู้ว่าสามีพี่สาวยังยั่วขึ้นโดยเฉพาะยั่วโมโห“เรียกชื่อบ่อยจังเลยนะคะ...นึกว่าจิตใจตอนนี้นึกถึงแต่พินระตาเสียอีก ขนาดเมียนอนอยู่โรงพยาบาลยังไม่ไปเยี่ยม” เธอยังไม่วายแซะเรื่องเลขา บอกตรง ๆ ว่าแอบหมั่นไส้พี่เขยอยู่ไม่น้อย เธอกับพี่สาวเด็ดไม่เท่าเลขาของเขาหรือไง ถึงเอาแต่จมปลักอยู่ได้แต่แทนคณินหรือจะคณากับคำพูดจายั่วโมโหของน้องเมีย ที่ชอบให้เขาเลียคนนี้ล่ะ“แล้วไม่ให้เรียกชื่อแล้วเรียกอะไร” เขายิ้มเยาะหลังถามเสร็จ ขณะที่หันหลังแต่เงาสะท้อนในกระจกดันเห็นชัดว่าอีกคนก็ยิ้มในแบบเดียวกันอยู่ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าน้องเมียก็ร้ายใช่ย่อย เพราะเขาไปหาจันทร์ทิพย์ที่โรงพยาบาล จึงได้รู้ว่าน้องเมียตัวแสบแอบแล่นมานอนคอนโดที่เป็นสมบัติจากแม่ที่ทิ้งเอาไว้ โดยที่เขาช่วยทวง ถ้าอย่างนั้นหากเขาจะขอนอนด้วยก็คงได้สินะ“เรียกน้องเมียสิคะ...หรือจะเรียกแม่ล่ะ” เธอตอกย้ำสถานะที่เขาควรจะระลึกถึงเอาไว้ และเธอไม่ใช่ที่ระบายความใคร่ เธอก็มีหัวใจเหมือนกันแทนคณินยกยิ้ม พลางคิดว่าเรียกน้องเมียมันช่างไม่เข้าปากเลยสักนิด“น้องเมียยาวไป...แต่จะให้เรียกแม่..







