LOGINแสงอาทิตย์สาดส่องรับอรุ่ณกลางกรุงปักกิ่ง ที่ลอดเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ในเพ้นท์เฮาส์สุดหรู แทนคณินที่ตื่นเช้ามองสภาพเตียงคิงไซส์ที่ยับเยินจากพายุอารมณ์เมื่อคืนพลางยกยิ้ม ก่อนจะมองสภาพร่างของน้องเมียและเมียของตนเองที่นอนยังไม่ตื่น นับว่าเมื่อคืนเขาได้คลายความตึงเครียดตลอดหลายวันได้อย่างเต็มอิ่ม จึงลุกขึ้นในสภาพเปล่าเปลือยบิดตัวไปมาเพราะบั้นเอวที่ใช้งานนักไม่ได้พักปวดร้าว เสียงกระดูกลั่นกร็อบแกรบ บ่งบอกว่าเขาสมควรจะดูแลสุขภาพให้มากสักหน่อย จึงเดินออกด้านนอกเปลี่ยนชุดไปออกกำลังกายเล็กน้อยที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์ของที่นี่ ช่วงเช้าเช่นนี้มีคนมาออกกำลังกายไม่น้อยทีเดียว เขาจึงไม่ได้โดดเดี่ยวลำพัง เมื่อวิ่งไปได้ครึ่งชั่วโมงเขาก็เดินไปโซนเวทเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้ตนเอง แต่กระนั้นในหัวก็ยังวนเวียนคิดบางเรื่องอยู่ และรู้สึกหงุดหงิดเรื่องพินระตาไม่คลายไปเลยสักนิดเดียว ท่าทางที่ถือดีของเธอนั้น เขาอยากจะจับเธอมาตีก้นเสียให้เข็ด และชักท่อนเนื้อที่แข็งขืนดันใส่ร่องฝืด ๆ ของเธอตอนที่น้ำหล่อลื่นยังไม่ฉ่ำ สั่งสอนเธอให้รู้จักเสียบ้างว่าพยศกับคนอย่างคณินจะรู้สึกอย่างไร
เสียงหอบหายใจกระชั้นหนักหน่วงดังก้องท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนอนใหญ่ คนที่เพิ่งลืมตากัดริมฝีปากล่างแน่นมองภาพตรงนั้นด้วยความหวิวในอกพร้อมกับร่องรักที่ตอดตุบ ๆแทนคณินยังคงทาบทับร่างสูงใหญ่บดเบียดแนบชิดอยู่เหนือร่างของจันทร์ทิพย์ ชายหนุ่มเร่งระบายคลื่นอารมณ์ดิบเถื่อนระลอกสุดท้ายอย่างหนักหน่วง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปน ปลายคางและแนวสันกรามเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่หยดติ๋งลงบนซอกคอขาวผ่องของภรรยา ทว่านัยน์ตาดำสนิทที่ลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงกลับไม่ได้ละสายตาไปจากสรัลจันทร์เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ประโยคสั้นๆ กลับทำให้จันทร์ทิพย์ตัวแข็งทื่อดวงตาที่ปรอยปรือในตอนแรกตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกกระสันที่แล่นริ้วเข้ามาในร่างกาย นึกถึงช่วงเวลาที่ร่วมรักแบบมีน้องสาวอยู่ด้วยนัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างสั่นระริก เหลือบหันไปมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง เรียวปากขบเม้มแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกจันทร์ทิพย์ไม่ได้แค่กลัวว่าจะมีอะไรต่อหน้าน้องสาว
“เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดนาที...” ภีรเดชหัวเราะร่วนอย่างบ้าคลั่ง ยกหน้าจอมือถือที่กำลังนับเวลาถอยหลังขึ้นมาโบกตรงหน้าแทนคณิน “ถ้ามึงไม่คุกเข่าขอโทษกู แล้วยอมถอนตัวจากโครงการท่าเรือ ไฟล์พวกนี้ได้ร่อนไปทักทายเมียมึงกับบอร์ดบริหารเฉินคอร์ปอเรชันแน่!”แทนคณินยืนนิ่งขึง ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงดุดันจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ชายหนุ่มกำหมัดซ้ายแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ความเงียบงันภายในห้องสูทหรูเย็นยะเยือกทันที แทนคณินมองไปยังหน้าจอ
แสงแดดอ่อนยามสายสาดส่องกระทบโต๊ะอาหารหินอ่อนภายในเพนต์เฮาส์ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงกระทบของช้อนส้อม ทว่ากลิ่นอายความตึงเครียดกลับแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วพินระตานั่งตัวตรงในชุดสูททำงานสีกรมท่าเรียบหรู ใบหน้าสวยเฉียบแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อกลบรอยเหนื่อยล้า นัยน์ตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเย็นชา มือเรียวกำส้อมแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดเธอตั้งใจจะเก็บกระเป๋าออกจากเพนต์เฮาส์บ้าๆ นี่ตั้งแต่ฟ้าสาง แต่ติดตรงที่คีย์การ์ดห้องสูทของภีรเดชยังคงตกอยู่ในกระเป๋าเสื้อของแทนคณิน!และใช่เจ้านายไม่รู้กินยาตัวไหนมาถึงได้หวงคีย์การ์ดอันนั้นยิ่งกว่าจงอางหวงไข่แทนคณินนั่งจิบกาแฟดำอย่างไม่สะทกสะท้าน ฝ่ามือขวาที่พันผ้าก๊อซวางนิ่งอยู่บนหน้าตัก ชายหนุ่มส่งสายตาดุดันปรามเธอเป็นระยะ ราวกับจะตอกย้ำว่าตราบใดที่เขายังไม่อนุญาต เธอก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวขาออกไปไหนทั้งสิ้น“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมคะคุณพิน เห็นพี่แทนบอกว่าคุณกลับไปพักผ่อนตั
เสียงสแกนประตูดังลั่นเสมือนเสียงระเบิดเวลาที่นับถอยหลังจนแตะเลขศูนย์แทนคณินสบถในลำคอด้วยความตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ชายหนุ่มอาศัยสัญชาตญาณอันเฉียบไวผละตัวออกจากร่างระหง รูดซิปกางเกงสแล็กขึ้นอย่างรวดเร็ว สองมือหนายกร่างบอบบางของพินระตาลงจากเคาน์เตอร์หินอ่อน แล้วออกแรงดันหล่อนให้มุดหลบเข้าไปใต้ช่องว่างทรงโค้งของไอส์แลนด์ครัวอย่างเงียบเชียบที่สุด







