Se connecter“คุณนนท์คะ ผักค่ะ”
“คะ”
“ผักค่ะ” เธอชี้ไปยังผักในมือเขา
ชานนท์ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังยืนเหม่อมองใบหน้าหวานจนลืมล้างผัก “อ้อ...ครับ”
กวางขยับเข้ามาใกล้เพื่อช่วยบอก “คุณนนท์คะ... ต้องล้างตรงโคนผักตรงนี้ด้วยค่ะ”
ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปแตะทับมือหนาใต้สายน้ำเพื่อนำทาง แต่แทนที่ชานนท์จะปล่อยให้เธอชักมือกลับเมื่อรู้ตัว ฝ่ามือใหญ่กลับกระชับกุมมือบางเอาไว้หลวมๆ ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ สัมผัสผิวกายเนื้อแนบเนื้อพาให้กวางชะงักกึก ลมหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
“ขอบคุณครับ...” น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆ ข้างหู
กวางรู้สึกเหมือนหน้าอกผ่าวร้อน สายตาประสานเข้ากับดวงตาคมเข้มที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หัวใจเต้นตึกตักจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เธอพยายามดึงมือออกอย่างนุ่มนวลที่สุด ซึ่งคราวนี้ชานนท์ก็ค่อยๆ ยอมปล่อยอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วเรือนร่าง
“พะ...พะแพงคะ มาช่วยพี่กวางเอาผักใส่ชามดีกว่าลูก” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบหลุดหาย
“เอา!” เด็กน้อยตอบอย่างร่าเริง แล้วรีบเข้ามาแทรกกลาง เบี่ยงเบนความสนใจของทั้งคู่ไปได้ทันเวลา
กวางถอนหายใจอย่างพร่าผ่าว แต่ความรู้สึกปั่นป่วนในอกกลับยิ่งโหมกระหน่ำ เธอรู้ดีว่าสายตาและการกระทำของคุณนนท์เมื่อครู่ มันล้ำเส้นเจ้านายกับลูกจ้างไปไกลแล้ว และนั่นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่ควรรู้สึก
“เสร็จแล้วค่ะ!” เสียงกวางดังขึ้นในที่สุด
“หม่ำๆ ข้าว!” พะแพงปรบมือเปาะแปะทันที
“ใช่ค่ะ กินข้าวกัน” กวางหันมายิ้มให้ชานนท์ แต่คราวนี้เธอกลับหลบสายตาเขาแทบจะทันที ก่อนที่บรรยากาศจะเงียบลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอหลุดปากถามออกไป
“คุณนนท์จะรอ...คุณวิไหมคะ”
คำถามนั้นราวกับสวิตช์ที่ถูกปิด บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ชะงักกึก ชานนท์นิ่งไป ความอบอุ่นในดวงตาคู่คมหมองลง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจางหายไปทิ้งไว้เพียงความเรียบตึง
“ไม่ต้องหรอก วันนี้วิคงไม่กลับมากินข้าวอีกเหมือนเดิม” เสียงทุ้มตอบเรียบสนิท ไร้ความรู้สึกถึงคนเป็นภรรยา
บรรยากาศตึงเครียดของ 'ความจริง' และ 'ศีลธรรม' เข้ามากดทับในห้องครัวทันที กวางก้มหน้าลง รู้สึกผิดที่พูดชื่อนั้นขึ้นมาทำลายบรรยากาศ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่วยดึงสติเธอให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
“งั้น... เราสามคนกินกันเถอะนะคะ” กวางเอ่ยเสียงเบา พยายามใช้น้ำเสียงปกติกลบเกลื่อน
คำว่า ‘สามคน’ และความเงียบสะท้อนอยู่ในความรู้สึก ทั้งคู่อยู่ในกรอบของสถานะที่พูดไม่ได้ แต่สายตากลับสื่อความหมายลึกซึ้ง กวางก้มหน้าก้มตาจัดวางจานชามบนโต๊ะ พยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงมื้อเย็นธรรมดา แต่ความอบอุ่นและสายตาคู่นั้นของชานนท์กลับสลักลึกอยู่ในใจเธอเรียบร้อยแล้ว
ไม่นานนัก อาหารสองสามอย่างก็ถูกยกออกมาวางเรียงบนโต๊ะ ต้มจืดเต้าหู้หมูสับส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เคียงด้วยผัดผักสีสันสดใส และไข่เจียวฟูนุ่มที่กวางตั้งใจทำเป็นพิเศษสำหรับพะแพง
“เสร็จแล้วค่ะ” กวางวางช้อนกลางลง ก่อนหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็กด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“พะแพงอยากกินอะไรเอ่ย”
“ไข่!”
“ได้เลยค่ะ” กวางตักไข่เจียวชิ้นเล็กๆ ใส่จานให้ ก่อนเป่าเบาๆ “รอก่อนนะคะ ยังร้อนอยู่”
พะแพงพยักหน้าหงึกๆ อย่างว่าง่าย ชานนท์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งมองภาพนั้นเงียบๆ ภาพของกวางที่คอยดูแลลูกสาวอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาอ่อนโยน และรอยยิ้มละมุนละไม ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
“ปะป๊า กิน!” พะแพงยื่นช้อนที่มีไข่เจียวอยู่ปลายช้อนมาตรงหน้าเขา
ชานนท์หัวเราะแล้วอ้าปากรับ “อืม...อร่อยมาก”
“ของพะแพง!”
“ครับ ของพะแพง”
เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ ก่อนหันไปหากวาง “พี่กวางกินด้วย”
“กินค่ะ” กวางตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง แต่ยังไม่ทันเคี้ยวดี พะแพงก็ยื่นช้อนมาหาอีก
“พี่กวาง...เอา!”
“โอ้โห จะป้อนพี่กวางด้วยเหรอคะ” กวางหัวเราะ ก่อนยอมกินจากช้อนเล็กๆ ของเด็กน้อย
“หร่อยไหมพี่กวาง”
“อาหย่อย!” กวางเลียนแบบเสียงเด็ก พะแพงปรบมือชอบใจเสียงดัง
“คุณนนท์ไม่กินเหรอคะ” กวางเงยหน้าขึ้นถาม ดึงสายตาคมที่แอบมองอยู่ให้ประสานเข้ากับเธอพอดี
“กินครับ”
“งั้นตักเลยค่ะ ลองต้มจืดดูนะคะ กวางไม่แน่ใจว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” เธอพูดพลางเลื่อนจานกับข้าวเข้ามาใกล้เขา
ชานนท์ตักน้ำซุปขึ้นมาชิม “อร่อย”
คำตอบสั้นๆ แต่สายตาที่ส่งมากลับทำเอาแก้มหวานร้อนวูบ กวางยิ้มกว้าง “จริงเหรอคะ”
“จริงสิ”
“งั้นค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ” เธอหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงจัดอาหารให้พะแพงต่อ
ชานนท์มองรอยยิ้มและกรอบหน้าหวานนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาลึกซึ้งขึ้น มันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติอาหาร แต่เป็นความรู้สึกปรารถนาอยากมีผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงนี้ทุกๆ วัน อยากสัมผัส อยากครอบครอง และอยากให้ภาพนี้กลายเป็นเรื่องจริงในชีวิตของเขา
“พะแพงกินเต้าหู้ไหมคะ พี่กวางตักให้” กวางใช้ช้อนคันเล็กตัดเต้าหู้นิ่มๆ ในชามต้มจืด เป่าลมเบาๆ สองสามทีให้หายร้อน ก่อนจะป้อนเข้าปากเล็กที่รออ้าอยู่แล้ว
“อ้ำ! อาหย่อย!” เด็กน้อยเคี้ยวแก้มตุ้ย ปรบมือชอบใจใหญ่
“เคี้ยวช้าๆ ลูก เดี๋ยวติดคอ” ชานนท์เอ็ดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขามองภาพกวางที่คอยดูแลลูกสาว ทั้งเช็ดปากที่เปื้อนคราบน้ำซุป และคอยตักผักต้มเปื่อยๆ ให้ทีละช้อน
“ปะป๊า ป้อน!” พะแพงตบโต๊ะเบาๆ ชี้ไปที่ชามต้มจืด
“ครับๆ ป้อนแล้วครับ อ้าปากเร็ว” ชานนท์บรรจงป้อนลูกสาวอย่างระมัดระวัง พะแพงเคี้ยวไปพลางหัวเราะไปพลาง ก่อนจะชี้มือไปทางกวางแล้วพูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด
“พี่กวาง ป้อนปะป๊าด้วย!” คำพูดบริสุทธิ์ของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารชะงักกึกไปเสี้ยววินาที…
กวางถึงกับทำช้อนในมือเกือบหลุด หน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาถึงใบหูทันที ขณะที่ชานนท์เองก็ชะงักมือที่กำลังถือช้อน สายตาคมเลื่อนขึ้นสบตากับกวางตรงๆ รอยยิ้มกรุ้มกริมซ่อนความปรารถนาล้ำลึกปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“พะแพงคะ... ปะป๊าโตแล้ว ทานเองได้ค่ะลูก” กวางรีบแก้ตัว เสียงเบาหวิวด้วยความประหม่าก้มหน้าหลบสายตา
“ทานเองได้ครับ...” ชานนท์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ตาทอดมองใบหน้าหวานและริมฝีปากอิ่มของกวางอย่างเปิดเผย
“แต่ถ้ามีคนป้อน... ก็คงอร่อยขึ้นมาก”
คำพูดก้ำกึ่งที่ทำเอาหัวใจของกวางสั่นสะท้านไปทั้งอก หญิงสาวรีบก้มหน้าก้มตาเคี้ยวข้าวในจานตัวเอง ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มอีกเลย ความรู้สึกอุ่นวาบปนประหม่าฟุ้งกระจายไปทั่วห้องกินข้าว
“พ่อ...พี่กวาง...” พะแพงเรียกขึ้นพร้อมกัน
“ครับ”
“คะ”
เด็กน้อยยิ้มจนตาหยี ก่อนกางแขนเล็กๆ ออก “รักกัน!”
ชานนท์กับกวางชะงักไปพร้อมกัน ความเงียบงันบังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความรู้สึกแอบซ่อนที่เด่นชัดขึ้นทุกที กวางพยายามจะหัวเราะกลบเกลื่อน แต่พอเงยหน้าขึ้น เธอกลับพบว่าชานนท์กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาหนักแน่น ลึกซึ้ง และไม่คิดจะหลบสายตาอีกต่อไป... เป็นสายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองผู้หญิงที่ตนต้องการ ไม่ใช่เจ้านายมองพี่เลี้ยงอีกต่อไป
ฝรั่งเศส นครแห่งความหรูหรา แฟชั่น และศิลปะที่ไม่เคยหลับใหล หลังจากการเจรจาธุรกิจและเซ็นสัญญาฉบับสำคัญผ่านไปอย่างราบรื่น รังสรรค์พาเลขาคู่ใจมาร่วมงานเลี้ยงฉลองกับกลุ่มคู่ค้าระดับมหาเศรษฐีชาวต่างชาติโต๊ะอาหารในร้านหรูเต็มไปด้วยเมนูชั้นเลิศจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ พร้อมด้วยไวน์แดงวินเทจระดับตำนานราคาแพงที่ถูกรินลงในแก้วทรงสูงทีละน้อย วิภาวรรณในชุดเดรสเกาะอกสีดำผ่าสูงแหวกหลังดีไซน์หรู เผยแผ่นหลังขาวเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างพอดิบพอดี เธอนั่งละเลียดจิบไวน์รสละมุนด้วยท่วงท่าทรงเสน่ห์ ละอองความสุขและความทะเยอทะยานแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่าง สายตาของเธอมองออกไปชมแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนของกรุงปารีสด้วยความพอใจ ก่อนกระตุกยิ้มมุมปากและนึกในใจด้วยความเหยียดหยาม ‘ชีวิตหรูหราแบบนี้... ถ้ายังจมปุกอยู่กับผัวไร้อนาคตอย่างชานนท์ ชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังเลยว่าจะได้มาสัมผัส’ นี่ต่างหากคือชีวิตที่เธอต้องการ ไม่ใช่บ้านหลังเล็กๆ กับอาหารธรรมดาบนโต๊ะ ไม่ใช่สามีที่ไม่มีความทะเยอทะยาน และไม่ใช่ชีวิตที่ต้องคอยประหยัดเพื่อรอเงินเดือนสิ้นเดือน ทุกอย่างที่นี่ดูหรูหราและไร้ขีดจำกัด ความรู้สึกเย่อหยิ่งพองโตขึ้นใ
แสงสว่างยามเช้าทอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนเล็ก น้องพะแพงตื่นนอนขึ้นมาภายในห้อง เด็กน้อยขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะมองข้ามเบาะนุ่มมาที่เตียงใหญ่ของพี่เลี้ยง พลันดวงตาใสซื่อก็ฉายแววดีใจสุดขีดเมื่อเห็นพี่เลี้ยงสาวนอนอยู่ตรงนั้น“พี่กวางงง…” พะแพงส่งเสียงใสแจ๋ว ร้องทักอย่างร่าเริงตามประสาเด็กแต่พอเด็กน้อยขยับเข้ามาใกล้ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนเป็นพ่อนอนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของพี่เลี้ยงสาว พะแพงยิ่งตบมือดีใจใหญ่ ยิ้มกว้างอย่างหัวไว “ปะป๊า! พี่กวาง! นอนด้วยกัน... พะแพงอยากให้ ปะป๊ากับพี่กวางนอนแบบนี้ทุกวันเลย”ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำเอาตกอยู่ในความเงียบกริบ ทว่าเบื้องล่างภายใต้ผ้าผืนหนาที่คลุมร่างของคนทั้งสองไว้ ชานนท์กลับไม่ได้มีความคิดจะหยุดยั้งความหื่นกระหายเลยแม้แต่น้อย“งั้น ปะป๊าจะนอนกับพี่กวางนอนทุกวันเลยนะ” แววตาของคุณพ่อลูกอ่อนเต็มไปด้วยความคึกคักรับเช้าวันใหม่ มือกว้างใต้ผ้าห่มจับแกนกายใหญ่โตที่ตึงขึงแข็งปั๋งขึ้นมาทาบลงบนร่องเนื้อฉ่ำหวานของกวาง แล้วบรรจงกดแทรกความแข็งแกร่งสอดเข้าใส่ร่องรักทางด้านหลัง ทีละนิดจนมิดด้าม“อื้อออ!...” กวางสะดุ้งสุดตัว ดวงตาโตขึ้นด้วยความตกใจและตระหนกสุด
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคันหรูของวิภาวรรณดังกระหึ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่ตัวรถจะทะยานออกจากบ้านไปโดยไม่คิดแม้แต่จะบอก หรือใส่ใจว่าสามีและลูกสาวจะเป็นอย่างไร เธอละทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเพื่อมุ่งหน้าไปหาชีวิตอันหรูหรากับท่านประธานรังสรรค์ ทันทีที่เสียงรถยนต์แล่นลับหายไป ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านหลังเล็ก ชานนท์ที่ลืมตาตื่นอยู่บนเตียงในห้องนอนเด็ก กำลังมองเรือนร่างขาวผ่องเปลือยเปล่าของกวางที่ยังคงนอนหลับอยู่ข้างกายด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มเนียนและซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนเมียเด็กเริ่มรู้สึกตัวงัวเงียขึ้นมา “อื้อ... พี่นนท์ขา…” กวางปรือตาขึ้นมอง บิดกายเสียวซ่านยามสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งตึงแน่นที่กำลังบดเบียดอยู่ตรงสะโพก “คุณวิ... ไปแล้วเหรอคะ” “ไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ... ไม่เคยสนใจผัวหรอก” ชานนท์กระซิบพร่า มือกว้างบีบเฟ้นเต้าอกอวบอิ่มอย่างมันมือ “ตอนนี้ทั้งบ้าน... และทั้งเตียงนี้ เป็นของผัวกับหนูคนเดียวแล้ว” ชายหนุ่มขยับตัวเลื่อนพิงหัวเตียง จับกวางให้ขยับลงไปอยู่ระหว่างขา ชูท่อนเอ็นแกร่งที่ยังคงชูชันตึงแน่นท้าทายสายตาขึ้นตรงหน้าเธอ “เมียจ๋า...เด็กดีของผัว ดูดควยให้ผั
ประตูเชื่อมระหว่างห้องนอนถูกดันเปิดออกเบาๆ ชานนท์ก้าวเข้ามาภายในห้องนอนของลูกสาว ความเงียบสงบและแสงไฟจากโคมสลัวส่องให้เห็นร่างเล็กของน้องพะแพงที่นอนหลับสนิทอยู่ในเตียงเด็ก ชายหนุ่มทอดสายตามองลูกด้วยความรัก ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อแน่ใจว่าลูกสาวหลับสนิท เขาเลื่อนสายตาไปยังเตียงนอนผู้ใหญ่ติดกัน ที่ซึ่งกวางกำลังนอนหลับอยู่ในชุดนอนเรียบง่าย เธอคงเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน เพราะเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า หญิงสาวก็ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น“พี่นนท์...” กวางกระซิบเสียงแผ่ว “ลูกหลับแล้วค่ะ”ชานนท์เดินเข้าไปหา พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของกวาง มือกว้างยื่นไปลูบแก้มเนียนนุ่มเบาๆ“ใช่ครับ ลูกหลับสนิทแล้ว แต่...ผัวนอนไม่หลับ” ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูพี่เลี้ยงสาว ลมหายใจอุ่นร้อนรดซอกคอหอมกรุ่นจนกวางขนลุกซู่ “เห็นลูกหลับปุ๋ยแบบนี้... ผัวขอนะครับเมียจ๋า คืนนี้อยากเอาหนูใจจะขาดแล้ว”“พี่นนท์...” กวางหน้าแดงผ่าว หัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันทีกับคำขอตรงไปตรงมาอันแสนเร่าร้อน เธอมองสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและตัณหาของชายหนุ่ม ก่อนจะพูดเบาๆ “แต่คุณวิ อยู่บ้านนะคะ”“อยู่ก็ช่าง
“สวัสดีค่ะท่านประธาน…”“ว่าไงครับวิ... เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้วครับ” เสียงทุ้มจากปลายสายฟังดูอบอุ่น แต่แฝงความหวงแหนและหิวกระหายอย่างไม่คิดจะปิดบัง“วิเพิ่งจัดกระเป๋าเตรียมเดินทางพรุ่งนี้เสร็จค่ะ ตอนนี้อยู่ในห้องนอนค่ะ”“ห้องนอนเหรอครับ... อยู่คนเดียวหรือเปล่า ไหนขอป๋าดูหน่อยสิ เปิดกล้องหน่อยได้ไหมครับ ป๋าคิดถึงอยากเห็นหน้าเลขาคนสวยจะแย่แล้ว” รังสรรค์เอ่ยออดอ้อนแบบชายวัยใหญ่ที่กำลังหลงเสน่ห์สาวรุ่นลูกจนหัวปักหัวปำวิภาวรรณหัวเราะเบา ๆ ก่อนสลับเป็นวิดีโอคอล โชคดีที่ภายในห้องนอนใหญ่ไม่เคยมีรูปคู่ระหว่างเธอกับชานนท์แม้แต่ใบเดียว เธอแพนกล้องไปรอบห้องนอนโทนสีเรียบหรูอย่างตั้งใจ ให้คนปลายสายเห็นชัดเจนว่าไม่มีร่องรอยผู้ชายคนอื่น“เห็นหรือยังคะ วิอยู่คนเดียวจริง ๆ ค่ะ ไม่มีใครมารบกวนวิหรอกค่ะท่านประธาน…”“ไม่เอา นอกเวลางานแล้ว เรียกป๋าสิครับ เด็กดี”“ค่ะ... ป๋า”เพียงคำเรียกสั้น ๆ กับรอยยิ้มยั่วยวน ก็ทำให้รังสรรค์ยิ้มกว้างผ่านหน้าจอ ชายวัยกลางคนจ้องมองใบหน้าเนียนสวยและปากแดงฉ่ำของเลขาคู่ใจด้วยสายตาตัณหาร้อนฉ่า ไม่เหลือเค้าของเจ้านายกับลูกน้องอีกต่อไป“ดีมากครับ... รู้
ไฟหน้ารถยนต์สปอร์ตคันหรูของวิภาวรรณส่องสว่างเข้ามาในบริเวณบ้านเดี่ยวหลังเล็ก บรรยากาศเงียบสงบยามหัวค่ำทำให้เธอก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าราบเรียบ วันนี้เธอกลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะต้องกลับมาจัดกระเป๋าเตรียมเดินทางไปประชุมต่างประเทศกับท่านประธานรังสรรค์ในวันรุ่งขึ้นทันทีที่เปิดประตูบ้าน สายตาของวิภาวรรณก็ปะทะเข้ากับภาพชานนท์กำลังนั่งขัดสมาธิเล่นกับน้องพะแพงอยู่บนเสื่อยางกลางห้องรับแขก ชายหนุ่มอยู่ในเสื้อยืดสีซีดที่ย้วยตรงคอ กับกางเกงขาสั้นปานกลาง ผมยาวยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง วิภาวรรณยืนมองสามีของตัวเองด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ‘น่าสมเพช’ เธออดไม่ได้ที่จะนำภาพตรงหน้าไปเปรียบเทียบกับท่านประธานรังสรรค์ ชายวัยใหญ่ผู้ทรงเสน่ห์ที่มักปรากฏกายในชุดสูทสั่งตัดจากแบรนด์ชั้นนำ นาฬิกาเรือนละหลายล้านประดับอยู่บนข้อมือ รูปร่างภูมิฐาน ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างดี และใบหน้าคมเข้มที่ยังดูหล่อเหลาสมวัย ผู้ชายอย่างรังสรรค์ ต่อให้เดินควงไปไหนก็ทำให้เธอรู้สึกเชิดหน้าชูตาไม่เหมือนชานนท์...ผู้ชายที่ดูเหี่ยวเฉา ไร้ความทะเยอทะยาน และเหมือนจะพอใจกับชีวิตธรรมดา ๆ ตรงหน้า‘โชคดีแค่ไ

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)