เข้าสู่ระบบ“อาฝากน้องด้วยนะต่อ” นภาทิพย์ยังไม่คลายความกังวลใจลง
“ครับอาฟ้า ไม่ต้องห่วงน้องนะครับ”
“งั้นก็ตกลงตามนี้”
นิลยาปิดจบบทสนทนา เป็นอันว่าทุกคนเห็นดีเห็นงามที่จะให้ ชิดจันทร์เข้าไปฝึกงานที่เอสเคไลฟ์
“กินข้าวอิ่ม ๆ แบบนี้ไปเดินย่อยอาหารรับลมข้างนอกกันไอ้ต่อ” ก้องภพลุกจากโต๊ะพลางบิดขี้เกียจไปมาเป็นการยืดเส้นยืดสาย
“อืม” ต่อตระการพยักหน้า มองสบตาเพื่อนก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องอยากคุยด้วย
ชิดจันทร์มองตามแผ่นหลังของสองหนุ่มออกไป ไม่ได้คิดอยากตามไปด้วยหรอก เธออยากคุยกับคุณยายนิลยาให้หายคิดถึงมากกว่า ทว่าผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีนภาทิพย์ที่เดินออกมาจากในครัวก็เอ่ยขึ้น
“จันทร์ ช่วยยกของหวานออกไปให้พี่ต่อกับพี่ก้องหน่อยสิลูก”
“ได้ค่ะแม่”
ร่างบางไม่อิดออด เดินเข้าไปรับถาดของหวานจากมารดาแล้วเดินออกไปทางแปลงดอกไม้ คิดไว้ว่าพี่ชายและต่อตระการน่าจะอยู่ที่นั่น ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิดเอาไว้เพราะเพียงแค่เดินเข้าไปไม่กี่ก้าวก็เห็นว่าทั้งคู่กำลังยืนคุยกันอยู่
“ทำไมมึงไม่ปฏิเสธ” ก้องภพถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง มองจากระยะไกลยังเห็นว่าสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด
“เรื่องอะไรวะ”
“เรื่องที่น้องสาวกูจะไปฝึกงานที่บริษัทมึง”
ร่างบางชะงักเท้าลงเมื่อรู้ว่าหัวข้อสนทนาคือตน สองเท้าเล็กเดินเข้าไปหลบที่มุมมืดเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนเห็น อยากรู้ว่าทั้งคู่จะคุยอะไรกันอีก
“มึงไม่ควรตามใจจันทร์ไปมากกว่านี้แล้วนะไอ้ต่อ”
“......”
“เหมือนอย่างวันนี้ที่มึงไปรับน้องกูที่มหาวิทยาลัย มึงควรบอกจันทร์ไปตามตรงว่ามึงไม่ว่าง ไม่ใช่ยกเลิกนัดลูกค้าเพื่อไปรับจันทร์แบบนี้”
“มึงก็รู้ว่าถ้ากูบอกไปแบบนั้นจันทร์จะต้องไม่ยอม”
“มึงเลิกตามใจจันทร์เพราะความเคยชินสักทีเถอะว่ะ มึงเป็นคนบอกกูเองไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้คิดอะไรกับน้องสาวกู มึงบอกเองนี่ว่าไม่ได้รักจันทร์ และจะไม่แต่งงานด้วย”
ก้องภพหวนนึกไปถึงเมื่อครั้งที่ตนและอีกฝ่ายได้เปิดอกคุยกันถึง เรื่องนี้ จำได้ว่าตอนนั้นเขาและต่อตระการเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย เขาถามว่าคิดจะทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ไหม สิ่งที่เพื่อนสนิท ตอบกลับมาก็คือ...
‘กูจะไม่แต่งงานกับจันทร์ กูรักจันทร์เหมือนน้องสาว ไม่ได้คิดอะไร ไปมากกว่านั้น’
ไม่ได้รัก...จะไม่แต่งงานด้วย
ประโยคที่ได้ฟังไม่ต่างอะไรกับฟ้าผ่าลงกลางใจของชิดจันทร์ นั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของต่อตระการอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาเธอไม่ใช่คนสำคัญของเขาเหมือนที่คิดไว้ สิ่งที่เคยวาดฝันเป็นเธอฝ่ายเดียวที่คิดไปเอง
มือที่ถือถาดขนมอยู่สั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวใจปวดหน่วงราวกับมีใครเอาเข็มแหลมมาทิ่มตำ เพราะไม่เคยรับรู้ความจริงเลยไม่คิดเตรียมใจไว้รับความเจ็บปวด
“ยิ่งมึงทำดีกับจันทร์เท่าไร จันทร์จะยิ่งถลำลึกกับความรู้สึกที่มีให้มึง สุดท้ายแล้วคนที่จะเจ็บก็คือน้องกู!” ก้องภพเอ่ยออกไปอีก เขาเป็นพี่ชายย่อมต้องห่วงน้องสาวอยู่แล้ว
“กูแค่ไม่อยากทำให้น้องมึงเสียใจ”
“สิ่งที่มึงกำลังทำอยู่นี่แหละที่จะทำให้จันทร์เสียใจมากกว่าเดิม”
ต่อตระการเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่เวลานี้ไม่มีดวงดาวให้เห็นเลยสักดวง ฝ่ามือหนาสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางถอนหายใจออกมายาวเหยียด บอกให้รู้ว่าตนเองก็ลำบากใจไม่น้อย
“มึงกล้าปฏิเสธผู้หญิงทุกคนที่เข้าหามึง แล้วทำไมมึงถึงไม่กล้าปฏิเสธน้องสาวกูจริง ๆ จัง ๆ สักทีวะ”
“มึงพูดเหมือนกูทำได้ง่ายนักนี่ มึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกูกับจันทร์สองคนงั้นเหรอ ไม่ใช่เลยก้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องของสองครอบครัวต่างหาก”
ก้องภพนิ่งไปเพราะเถียงไม่ออก มันก็จริงอย่างที่เพื่อนเขาพูด นั่นแหละ ทุกอย่างสุดจะคาดเดาว่าหากสุดท้ายแล้วงานแต่งของต่อตระการและชิดจันทร์ไม่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวจะเป็นไปในทิศทางไหน
ทุกอย่างมันคงจบลงง่ายกว่านี้หากว่าชิดจันทร์ไม่ได้รักต่อตระการ
“มึงไม่คิดเปลี่ยนใจแต่งงานกับจันทร์เหรอวะไอ้ต่อ เป็นน้องเขยกูก็ไม่ได้แย่นะ ถึงแม้จันทร์จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่หากโตกว่านี้ก็น่าจะดีขึ้น”
“ไม่!” ต่อตระการตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่น “นั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เกิดขึ้น จันทร์เรียนจบเมื่อไรกูจะคุยกับจันทร์เรื่องยกเลิกสัญญา”
“ว่าไงคะคนเก่ง ไหนเรียกลุงก้องก่อน ก้อง...ลุงก้อง”“ก้อน”“ก้อง” ดูปากลุงดี ๆ “ก้อง”“ก้อง”“เก่งมาก หลานลุงเก่งที่สุดเลยลูก” เสียงทุ้มเข้มบอกอย่างยินดี ที่เด็กหญิงตัวน้อยวัยหนึ่งขวบนามว่า ‘ตามฝัน’ สามารถเรียกขานชื่อของตนเองได้ ชายหนุ่มจุ๊บลงไปบนแก้มยุ้ยแล้วชูกำปั้นขึ้นไปในอากาศราวกับจะประกาศชัยชนะห่างออกไปไม่ไกลมีคุณพ่อมือใหม่นั่งมองอย่างไม่สบอารมณ์ ต่อตระการพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เพราะก่อนหน้านี้เขาพร่ำสอนให้บุตรสาวเรียกชื่อตนอยู่บ่อยครั้ง หากทว่าเด็กหญิงตามฝันไม่เคย เอ่ยชื่อให้ได้ชื่นใจเลย“มองตาขวางทำไม?”“สมใจมึงแล้วสิ เทียวมาบ้านกูทุกวันเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ” ต่อตระการถามกลับ เพราะตั้งแต่เด็กหญิงตามฝันเกิด ก้องภพก็แทบจะพาตัวเองมา สิงสถิตอยู่ที่บ้านของเขาจนจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางไปแล้วมิหนำซ้ำยังตามใจเด็กหญิงตามฝันจนทำให้ยายหนูติดแจ แค่เห็น อีกฝ่ายเดินเข้าบ้านมาก็ส่งเสียงร้องเอิ๊กอ๊ากด้วยความดีใจพร้อมกับ กางแขนให้อุ้ม ชอบใจที่เห็นหน้ามันกว่าหน้าพ่อแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีกคิดแล้วก็น่าน้อยใจจริง ๆ ....“เข้าใจหรือยังว่ากูรู้สึกยังไงตอนจันทร์เรียกชื่อมึงได้ก่อนชื่อกู”ก้องภพถามอ
ถึงแม้จะมีท่าทีไม่พอใจ ทว่าหลังจบมื้ออาหารคนเป็นพี่ชายก็จูงมือน้องสาวมานั่งลงบนโซฟาแล้วถามด้วยความเป็นห่วง“แพ้ท้องมากหรือเปล่า ?”ตอนอยู่บนโต๊ะอาหารสังเกตเห็นว่าชิดจันทร์กินข้าวไปเพียงไม่กี่คำ“ไม่มากค่ะพี่ก้อง ยังพอกินอะไรได้บ้าง” เธอเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ บางคนแพ้ท้องถึงขั้นกินอะไรไม่ได้เลยก็มี“พี่ซื้อของแก้แพ้ท้องมาให้จันทร์เยอะเลย”หญิงสาวหยิบถุงที่พี่ชายยื่นส่งให้มาเปิดดู ก็เห็นว่ามีทั้งบ๊วยอัดเม็ด มะขามแก้ว มะม่วงดิบและของที่มีรสชาติเปรี้ยวอีกหลายอย่าง“เห็นอะไรเปรี้ยว ๆ พี่ก็ซื้อมา เขาบอกว่าคนท้องชอบกินอะไร เปรี้ยว ๆ”ต่อตระการซึ่งกำลังเดินเข้ามาสมทบได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับกลั้นขำ ออกอาการท่ามากทำมาเป็นคำรามใส่ โธ่เอ๊ย! ที่แท้ก็เป็นคุณลุงเห่อหลานเหมือนกันนี่หว่า!“ขอกินบ้างสิ”ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งข้างภรรยาแล้วหยิบมะม่วงดิบแบบสำเร็จรูปขึ้นมาแกะ จากนั้นก็หยิบใส่ปากเคี้ยวตุ้ย ๆก้องภพที่เห็นแบบนั้นจึงเอื้อมหยิบมากินบ้าง ไหนตอนซื้อแม่ค้า พรีเซนต์นักหนาว่าเปรี้ยวขาดใจ ทว่าทำไมไอ้เพื่อนตัวดีมันถึงได้กินราวกับไร้รสชาติ ซึ่งทันทีที่มะม่วงแตะสัมผัสลิ้น ชายหนุ่มก็รีบคว้ากระดาษ
“จันทร์รักพี่ต่อ”“พี่ก็รักจันทร์ ขอบคุณที่จันทร์ยอมให้โอกาสและพร้อมเชื่อมั่นใน ตัวพี่”หญิงสาวซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง ต่อตระการจึงโอบร่างบางไว้แน่นด้วยความรักใคร่หวงแหน กระทั่งผ่านไปพักใหญ่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความ“ทำอะไรเหรอคะ?”“พี่ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัวของเราครับ บอกข่าวดีกับ ทุกคนว่าจันทร์ท้อง” บอกสีหน้าระรื่นเพราะเก็บความดีใจเอาไว้ไม่ไหวชิดจันทร์มองคนขี้เห่อแล้วอมยิ้มตาม จากนั้นก็มีเสียงข้อความเข้ามารัว ๆ เมื่อหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูก็เห็นว่าที่คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายพากันแสดงความยินดีเข้ามากันยกใหญ่ จะมีก็แต่ว่าที่คุณลุง อย่างก้องภพที่ไม่ส่งสารอะไรเข้ามาเลย ทั้งที่ขึ้นแจ้งเตือนว่าสมาชิกในกลุ่มอ่านครบทุกคนแล้ว“ไอ้ก้องส่งข้อความมาหาพี่”ร่างบางชะโงกหน้าไปดูโทรศัพท์ที่คนเป็นสามีถืออยู่ พี่ชายของเธอ ส่งข้อความมาหาต่อตระการเป็นการส่วนตัว หญิงสาวหัวเราะไหล่กระเพื่อมเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนนั้น‘ไอ้เหี้ยต่อ! มึงล่อลวงน้องสาวกู!’หลังกลับจากฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ต่อตระการพาภรรยาแวะเข้ามากินข้าวกับครอบครัวที่บ้าน ถึงแม้จะแต่งงาน
งานแต่งของต่อตระการและชิดจันทร์ผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น บัดนี้ทั้ง สองตระกูลเกี่ยวดองกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สมเจตนารมณ์ของ คุณทวดนงค์นุชผู้ล่วงลับไปแล้วหลังงานพิธีจบลง ต่อตระการช่วยประคองเจ้าสาวคนสวยที่วันนี้ ยืนรับแขกจนหน้าเริ่มซีดด้วยความเหนื่อยล้าเข้ามาในห้องนอน“จันทร์โอเคไหม ให้พี่พาไปหาหมอหรือเปล่า หน้าจันทร์ซีดมากเลยนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวค่อยไปวันพรุ่งนี้ก็ได้”“ไม่ได้ครับ เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ พี่พาไปตอนนี้เลย” น้ำเสียงร้อนรนของชายหนุ่มบอกได้ถึงความเป็นห่วงที่มีให้อย่างท่วมท้น“จันทร์ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ ได้นอนพักผ่อนเดี๋ยวก็คงดีขึ้น”“แต่ว่า...”“จันทร์มีของขวัญวันแต่งงานให้พี่ต่อด้วยค่ะ” หญิงสาวไม่ยอมให้ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีป้ายแดงเอ่ยอะไรออกมาอีก ร่างบางเดินไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบกล่องขนาดกะทัดรัดยื่นส่งให้คนที่ยังมีสีหน้ากังวล“เปิดดูสิคะ ไม่รู้พี่ต่อจะชอบหรือเปล่า” เห็นความกังวลยังไม่คลายจากใบหน้าหล่อเหลา หญิงสาวจึงนั่งลงข้าง ๆ แล้วโน้มตัวไปจูบแก้มสาก “จันทร์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ พี่ต่อสบายใจได้”“เฮ้อ...” ต่อตระการถอนหายใจ เหนื่อ
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นริมฝีปาก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อผ้าออกจากตัว เผยให้เห็นลำกายเหยียดขยายอย่างเต็มที่ มันใหญ่จนคนมองลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างติดขัด เพียงแค่มองก็รู้สึกเหมือนมีใครจุดไฟให้ร่างกายแผดเผาไหม้ ท้องน้อยบิดเกร็งราวกับมีผีเสื้อบินว่อนอยู่ข้างใน นับพัน ๆ ตัวต่อตระการใช้มือผลักเรียวขาเสลาให้แยกกว้างออกจากกัน ใบหน้าคมก้มลงซุกไซ้ปาดเลียน้ำหวานของกุหลาบสวยอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็จับท่อนเอ็นขึงขังถูไถกับกลีบเนื้อนุ่มที่ปกคลุมไปด้วยเส้นไหมสีอ่อน“จะ..จันทร์กลัว มัน.. มันใหญ่เกินไป” ชิดจันทร์ขยับตัวหนีเมื่อเห็นอาวุธประจำกายของอีกฝ่ายเต็มสองตา เธอกำลังหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวแท้ ๆ“จันทร์รับไหวครับเชื่อพี่” น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบประโลม มาถึงขั้นนี้แล้วเขาไม่มีทางให้เจ้าหล่อนถอยกลับเป็นอันขาด ใครเป็นคนเริ่มก็ควรต้องรับผิดชอบเพราะรู้ว่าเธอยังสดใหม่จึงค่อย ๆ แทรกใส่ลำกายขึงขังเข้าไปใน โพรงเนื้อนิ่ม เพื่อหล่อหลอมให้เราสองผสานเป็นหนึ่งเดียว ความคับแน่นอุ่นร้อนตอดรัดจนเสียวแปลบไปทั่วทั้งสรรพางค์มือบางจิกลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียดแน่นที่สอดแทรก เข้ามา ทุกจังหวะการชักเข้าออกก่อเก
“เท้าจันทร์เปียกน้ำค่ะ ก็เลยลื่น” เสียงหวานใสละล่ำละลักบอก“เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง” นัยน์ตาสีเข้มฉายชัดไปด้วยความเป็นห่วง“ตึง ๆ ข้อเท้าค่ะ น่าจะเคล็ด” วงแขนแกร่งช้อนอุ้มร่างเล็กบอบบาง เข้าสู่อ้อมอก สองขายาวก้าวไปยังเตียงกว้างแล้วค่อย ๆ วางคนข้อเท้าเคล็ดลงไป“ไหนขอพี่ดูหน่อย” ต่อตระการคุกเข่าลงบนพื้นแล้วจับเท้าเล็กของคนที่นั่งอยู่บนเตียงขึ้นมานวดคลึงเบา ๆ เพื่อไม่ให้มันบวมจนเดินไม่ได้“พี่ต่อเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเหรอคะ” ชิดจันทร์ส่งประโยคคำถามมาให้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“เปล่านี่ครับ พี่ใช้กลิ่นนี้ประจำ”คิ้วเรียวเหนือดวงตาคู่สวยมุ่นเข้าหากัน แล้วจึงค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาหาใกล้ ๆ คล้ายจะสูดดมกลิ่นกายของคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอีกครั้งชายหนุ่มตัวเกร็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนลมหายใจอุ่นร้อนเป่าลดลงตรงซอกคอ กลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายนุ่มนิ่มทำให้ลมหายใจเริ่มปั่นป่วน“กลิ่นเดิมจริงด้วย จมูกจันทร์คงเพี้ยนไปเอง” ปากบอกแบบนั้นทว่าริมฝีปากกลับคลอเคลียอยู่ตรงใบหูไม่ห่าง“จันทร์....” ลมหายใจของต่อตระการขาดห้วง เลือดในกายร้อนฉ่าจนต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความต้องการที่หลอมหล่อให้ลำกายขยายเหยียดตัว







