LOGINแต่ละคนเมามายเพียงโดนเบียร์ไปคนละกระป๋องกว่าๆ พวกเธอเลยอยากแก้ตัว โดยนัดแนะกันว่าคืนวันเสาร์จะไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ฮ็อตและฮิตมาก
"มีโซน Edm เพิ่งเปิดใหม่ ฉันอยากตื้ด"
วิชชี่เปิดคลิปโซนที่ว่าให้ดูว่าแสงสีเสียงสนุกสนานแค่ไหน
"ที่ไหนเหรอ" ลูกตาลสนใจ
"Crown ผับ"
"ริมแม่น้ำยังป็อก ไปผับจะเอาตัวรอดได้ไหม" เหมยลี่พูดแซว แซวใครล่ะ ตัวเธอก็ด้วยนั่นแหละ
"ไม่ฝึกวิทยายุทธ์แล้วจะเก่งกาจได้ไง"
"ใครห้อยก็หิ้วด้วยแล้วกันย่ะ ไปคุยโทรศัพท์แปป"
มีสายเรียกเข้าจากคุณโทรมาหาเหมยลี่ เธอปลีกตัวเดินมารับสาย
"ค่าเฮีย"
[มาโซนวอ.อีกแล้วหรือไง เฮียบอกว่าอย่ามาไง]
"ไปธุระ ไม่ได้ไปป่วนเลยนร้า"
[ป่วนมั้ง ได้ข่าวว่าไปนั่งดื่มกันอยู่ริมแม่น้ำ]
"แหงะ! มีคนฟ้องเหรอ ใครฟ้องคะ"
[แล้วกลับยังไง]
"นั่งรถแท็กซี่กลับค่ะ อยู่รอดปลอดภัยจนถึงตอนนี้ อ่ะๆๆ เฮียคุณห้ามบ่นนะ เหมยโตแล้ว มาอยู่คนเดียวเท่ากับว่าดูแลตัวเองได้แล้วค่า"
[ให้ได้อย่างที่พูด ทำไม่ได้เฮียจะตี]
"เฮียไม่กล้าตีเหมยหรอก แบร่"
กดวางสายด้วยน้ำเสียงและท่าทางทะเล้น เฮียคุณของเธอเป็นคนดุ หน้าดุ แต่ดุไม่จริงหรอก ไม่เชื่อไปถามพี่แอลลี่แฟนเฮียได้เลย
"ยังไงสาว จะขึ้นเรียนแล้ว ตกลงเสาร์นี้ไป Crown นะ"
วิชชี่ตะโกนมา เหมยลี่รีบร้อนกลับไปนั่งทำตาโต
"ช่วงนี้คืนเสาร์ยังต้องไปค้างบ้าน คืนศุกร์ได้ไหม"
"ฉันว่าคืนศุกร์ก็ดีนะ เผื่อเมามากเสาร์จะได้นอนยาวๆ"
เหมยลี่พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับลูกตาล
"ก็ได้ย่ะอีพวกชะนีขี้เกียจ"
นัดหมายคือคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ ทุกคนเฝ้ารออย่างตื่นเต้น ครั้นถึงวันศุกร์เหมยลี่ก็ค้นเสื้อผ้าที่มีออกมาเลือก
เธอเป็นสาวหมวยที่ชอบแต่งตัวชิลๆ ชอบสุดคือการสวมใส่เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ขาม้าเอวต่ำ อย่างน้อยในความเป็นอาหมวย พ่อกับแม่ก็ยังให้ความสูงมาตั้งร้อยหกสิบสองเซนติเมตร ถึงมันจะยังดูเตี้ย แต่ในบรรดาเพื่อนสมัยเรียนมัธยมเธอสูงที่สุดแล้ว
ค่ำคืนนี้ลุคของเหมยลี่คือสาวหมวยสุดเซ็กซี่ เสื้อครอปรัดรูปสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาม้าสีซีดเอวต่ำโชว์สะดือที่เพิ่งเจาะใส่จิลเวอรี่ดอกเดซี่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน รองเท้ารัดส้นสไตล์เกาหลีสีขาว สะพายกระเป๋าแฟชั่นสีดำที่เอฟมาตอนแฟลชเซลล์ ปล่อยผมดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าบางๆ เพราะเธอไม่ชอบความหนาเตอะ
ความน่ารักของเหมยลี่สะดุดตาคนมองตั้งแต่คอนโดมิเนียมจนเดินทางมาถึงผับ นับว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอแต่งตัวจัดเต็มแบบนี้
"ฉันมาถึงคนสุดท้ายได้ไง"
นัดแนะเจอกันหน้าผับ เหมยลี่ดันมาถึงเป็นคนสุดท้าย เธอยกนาฬิกาข้อมือมาดู..
"ก็ตรงเวลานี่หน่า"
"พวกฉันตื่นเต้นเลยมาเร็ว"
ตื่นเต้นมากสุดคงจะเป็นลูกตาล เด็กต่างจังหวัดที่ไม่เคยเห็นแสงสีเสียงและวัยรุ่นเทสดีเดินสวนกันขวักไขว่ วันนี้ได้มาเห็นและสัมผัส เหมยลี่เองก็ด้วย แต่ยังคงเก็บอาการเอาไว้ได้
"ดูสิ! มีแต่หล่อๆ ทั้งนั้นเลย ฉันกลับกับใครสักคนได้ไหมอ่า"
"ใจเย็นนะวิช เราเพิ่งมาถึงกันเองนะ"
"แหมตาล มันก็ต้องจองกันไว้หน่อยสิ"
"เข้าไปจองข้างในกันดีกว่าย่ะ"
ทั้งสามคนควงแขนกันเดินมายังประตูผับ แต่ไม่ทันไรก็เจอปัญหา คนคุมหน้าประตูขอตรวจบัตรประชาชนและพบว่าพวกเธออายุแค่สิบแปดปี
วิชชี่พนมมือไหว้อ้อนวอนขอเข้าไปด้านใน ไหว้เท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ระหว่างนี้เหมยลี่ก็ออกอาการเซ็งแล้วหันไปเห็นว่ามีใครบางคนกำลังเดินตรงมาทางนี้
เหมยลี่หันมองซ้ายมองขวา เริ่มรู้สึกถึงภัยบางอย่างเพราะสายตาของเฉินที่จ้องมองมาไม่ต่างจากพวกเด็กช่างเจอคู่อริ แม้ในมือของเขาจะไม่มีอาวุธเลย แต่ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งน่ากลัว
"ฮะ เฮีย.."
เอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงลนลานราวกับกลัวความผิด ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเฉินเดินเข้ามาหาเธอทำไม
"ไม่คิดว่าจะเจอเหมยที่นี่"
เฉินลากสายตามองการแต่งตัวของน้องสาวเพื่อน แปลกไปจากลุคที่เห็นในทุกวันอยู่มาก
"เหมยมาเที่ยวค่ะ"
"อายุไม่ถึง"
"ช่าย" เหมยลี่ทำหน้างอ
"กลับไปซะ ก่อนไอ้คุณมันจะมาเจอแล้วจะถูกดุ"
"อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเฮียเฉินเอาเรื่องเมื่อคืนไปฟ้องเฮียคุณนี่เอง ขี้ฟ้องเหรอคะ"
"อีเหมย!" วิชชี่ดึงแขนเหมยลี่แล้วกระซิบ "ไปพูดแบบนั้นกับพี่เฉินเดี๋ยวก็เจอตีนมหันตภัยหรอก"
"นั่นสิ เดี๋ยวจะซวยเอานะ" ลูกตาลพยายามเตือนอีกคน
"ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย"
กระซิบตอบแล้วหันมาคุยกับเฉิน เขาเปลี่ยนท่ายืนเป็นเท้าสะเอว สงสัยจะอารมณ์เสียเพราะเธอแล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าเธอไม่ได้กลัว
"ของวันนี้ไม่ฟ้องได้ไหมคะ" เหมยลี่ต่อรองแล้วหยิบลูกอมจากในกระเป๋ายื่นให้หนึ่งเม็ด "แลกกับลูกอมเม็ดนี้"
เฉินเค้นหัวเราะ "ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะมาซื้อด้วยลูกอม"
"แต่เด็กอนุบาลซื้อลูกอมนี้ไม่ได้นะคะ ราคามันแพงกว่าเม็ดละห้าบาทนะ สรุปเอาไม่เอาคะ"
ลูกอมไม่ได้ถูกรับไป แต่เป็นข้อมือเล็กที่ถูกกระชากให้ขยับก้าวเดินไปหนึ่งก้าว
"ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็กลับกันให้หมดนี่ เดี๋ยวจะไปส่ง"
เหมยลี่ถลาตามการดึงรั้งและจับจูงเดินไปยังลานจอดรถ เดินมาเจอไผ่กับแฟนสาวของเขาตอนถึงรถพอดี
"เฮ้ย! ทำไมน้องเหมยมาอยู่นี่"
ไผ่ชี้น้องกับเพื่อนสลับกัน
"จะเข้าไปผับมึงไง"
"เข้าไม่ได้ครับ อายุไม่ถึง" ไผ่รีบบอก
"การ์ดหน้าประตูบอกแล้วค่ะ" เหมยลี่ยอมรับสภาพ อายุสิบแปดปีโตแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์
"กูจะไปส่งน้องเขาหน่อย เดี๋ยวมาอีกรอบ"
ประตูรถถูกเปิดพร้อมคนตัวเล็กถูกดันให้เข้าไปนั่งในรถ เฉินปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมตัวรถมาคุยกับไผ่
"ไม่ต้องบอกไอ้คุณ"
"เรื่องไหน เรื่องที่น้องมันมาที่นี่หรือเรื่องที่มึงไปส่งน้องมัน"
"ก็ทั้งสองเรื่อง ตอนนี้กูถือว่าช่วยมันอยู่นะ ติดแต่เมีย น้องนุ่งไม่ดูแลเลยว่ะ"
"งั้นคงต้องลำบากมึงแล้วเพื่อน"
ไผ่โบกมือลาตามท้ายรถ มองจนแน่ใจว่าเฉินขับรถพ้นอาณาเขตก็หันมาสบตาเอิร์ทแฟนสาว
"เหมือนเห็นตัวเองเลย"
"ยังไงครับ"
"พอมาเรียนมหาลัยก็อยากจะเข้าแต่ผับ อายุก็ยังไม่ถึงแท้ๆ"
"แต่ก็เข้าไปจนได้" นิ้วชี้เคาะจมูกเล็กหยอกล้อ เอิร์ทก็เลยรีบกอดแขนไผ่ออดอ้อน
"ก็เลยตกหลุมรักหุ้นส่วนผับนี่ไงคะ"
"ตกหลุมรักเหมือนกันครับ"
ความรักลอยฟุ้งอยู่แถวๆ นี้ ไม่มีใครสังเกตเลยว่ามีสองคนถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่
วิชชี่กับลูกตาลมองหน้ากันงุนงง เหมยลี่ถูกลากตัวไปแล้ว แล้วพวกเธอจะเอาอย่างไรต่อดี
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"







