登入การันต์ก็รักพ่อแม่มาก เขาอยากได้เธอเป็นเมียแต่บอกว่าแค่รับไปอยู่ด้วยกันจะเลี้ยงดูให้ดี ไม่มีการจดทะเบียนสมรสหรือแต่งงาน ยกย่องเชิดชู เธอไม่เอาเด็ดขาดที่จะทำตัวเป็นผู้หญิงไร้ค่าเช่นนั้น เพราะในอดีตเธอทำตัวไร้ค่าเผลอปล่อยตัวให้สิบทิศจนตั้งท้อง แล้วก็ถูกทิ้งให้อุ้มท้องอยู่คนเดียว
และเหตุผลอีกอย่างที่สำคัญก็คือเธอไม่ได้รักการันต์ ไม่ว่าเขาจะทำดีแค่ไหน เธอก็ไม่ได้รักเขา ดังนั้นเธอจะไม่ยอมอยู่กับคนที่ไม่ได้รักอย่างแน่นอน
แม้ว่าพ่อแม่ของการันต์จะเอาเธอไปด่า ว่าหลอกเงินการันต์มาซ่อมบ้าน แต่เขาก็รู้ดีว่าเงินจำนวนนั้นเธอถูกล๊อตเตอร์รี เขาเองก็ไม่ยอมแก้ข่าวให้เคลียร์ ๆ กันไป จะเรียกว่ากลัวพ่อแม่ก็ย่อมได้ ผู้ชายแบบนี้เธอคงไม่คิดเอามาเป็นสามี
รักพ่อแม่รักได้ แต่กลัวพ่อแม่ เกรงใจ จนไม่ยอมเป็นตัวของตัวเองเธอคิดว่าไม่ไหว
เวทิตาจอดรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ไว้ที่โรงรถข้างบ้านหลังน้อย เธอขายผักจนกัดฟันซื้อรถมือสองของข้าราชการครูในหมู่บ้านได้หนึ่งคัน เป็นรถบ้านสภาพดี นั่นทำให้เธอมีรถใช้เป็นครั้งแรกในชีวิต และรถก็ไม่เคยเสียอีกด้วยเพราะครูสมใจใช้รถถนอมมาก ไม่เคยไปชนมาก่อน เธอเอามาใช้จึงไม่มีปัญหาอะไร
บ้านหลังน้อยที่ตัดสินใจซ่อมทั้งห้องน้ำห้องท่าก็สะดวกสบาย หลังเล็กทำความสะอาดง่าย ไม่เปลืองแรงหรือเปลืองเวลา แถมลูกชายตัวน้อยยังขยันช่วยเธอขายของ ช่วยเธอปลูกผัก ช่วยเธอทำงานบ้าน
เธอเริ่มสอนให้ต้นกล้าทำงานบ้านแต่เด็ก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า หรือแม้กระทั่งหุงข้าว ลูกชายของเธอทำเองได้หมด
ต้นกล้าฉลาดกว่าเด็กวัยเดียวกัน ดังนั้นเวลาเธอทำขนมลูกชายของเธอก็สามารถนำขนมไปขายเพื่อน ๆ และได้เงินกลับมาโดยไม่แอบเอาไปใช้จ่ายนอกเหนือจากค่าขนมที่เธอให้
แม้จะผิดหวังเสียใจกับพ่อของลูกจับจิตจับใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ทิ้งสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตเอาไว้ให้เธอ นั่นก็คือลูก ต้นกล้าเป็นเด็กดี ทำให้เธอมีความสุขเสมอในทุก ๆ วัน
มีคนเคยบอกว่ามีลูกดีเป็นลาภอันประเสริฐ เธอก็เพิ่งเข้าใจประโยคนี้ตอนที่ตัวเองมีลูกเป็นของตัวเอง
คนบางคนมีลูกไม่ดี คอยแต่จะผลาญเงินพ่อแม่ ต้องเลี้ยงกันไปจนโต เรียกว่าเกิดมามีกรรมกับลูก ต้องชดใช้ไปตลอดชีวิต
คุณยายเลี้ยงเธอมาก็สอนให้เธอเป็นคนดี รู้จักทำงานตั้งแต่เด็ก รู้จักทำมาหากิน รู้จักเก็บเงิน ดังนั้นเธอก็จะสอนลูกเช่นนั้นเหมือนกัน
ทางด้านสิบทิศเขาอยากรู้ความจริง จึงไปตามสืบเรื่องราวของเวทิตาผ่านทางเพื่อนที่ชื่อการันต์ การันต์เป็นเพื่อนสนิทสมัยที่เขายังเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ พ่อแม่ของการันต์เป็นเจ้าของเขียงหมูที่ใหญ่ที่สุดในชุมชนในขณะที่เขานั้นบิดามารดาเป็นข้าราชการ เป็นอาจารย์สอนในระดับมหาวิทยาลัย พอพวกท่านเสียชีวิตเขาก็เรียนจบพอดี และต้องย้ายไปอยู่ดูแลผู้เป็นยาย
กลับมาคราวนี้เพราะไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีก หลังจากยายเสียชีวิตเขาก็สามารถกลับมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอน มาทำงานที่รักได้อย่างอิสระ
เขารักศิลปะ ชอบวาดภาพ แต่ยายมีธุรกิจเกี่ยวกับบ้านเช่า อสังหาริมทรัพย์ ตลาด และอีกหลายอย่าง เขาจึงกลับไปช่วยท่านดูแล แต่พอท่านไม่อยู่ เขาก็สามารถทำตามฝันได้อย่างเต็มที่
ยายไม่เคยห้ามปรามไม่ให้เขาทำอะไร แต่ตอนนั้นยายป่วยหนัก เขาจึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่มีเวลาที่จะไปทำในสิ่งที่ตนเองรัก
จริง ๆ จ้างคนอื่นเอาก็ได้ แต่การทำอะไรเองมันก็มีคุณค่าทางจิตใจ การจ้างพยาบาลพิเศษอาจจะทำได้ แต่การดูแลเอาใจใส่ญาติผู้ใหญ่ที่เรารักมันเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จากที่คุณหมอบอกว่าคุณยายของเขาจะอยู่กับเขาอีกไม่นาน สรุปว่าท่านอยู่กับเขาอีกนานหลายปีเลยทีเดียว
“เฮ้ย! ไอ้สิบทิศลมอะไรหอบแกมาถึงบ้านฉันล่ะนี่” การันต์เอ่ยถาม ทั้งตกใจทั้งดีใจในเวลาเดียวกัน ตกใจเพราะไม่คิดว่าจู่ ๆ เพื่อนจะมาหาเขาแบบนี้ ดีใจที่ไม่ได้เจอกันหลายปี รวมถึงแปลกใจที่เพื่อนกลับมาบ้านเกิดแต่ไม่แจ้งข่าวมาให้เขาทราบล่วงหน้า
“ลมคิดถึงไง ฉันจะกลับมาอยู่ที่นี่ คุณยายท่านไปสบายแล้ว ฉันก็หมดห่วง ก็เลยไม่มีอะไรให้ต้องคอยพะวงอีก” เขาอยู่กรุงเทพฯ เพราะห่วงยายเท่านั้น เขาได้ทำหน้าที่หลานเป็นครั้งสุดท้ายได้ดีที่สุดแล้ว เขาจึงไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวลอีก
“ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงแกเหมือนกันว่ะ ต้องไปหาอะไรอร่อย ๆ กระแทกปากกันหน่อย มา ๆ ฉันจะพาแกไปกินอาหารร้านอร่อย ๆ แกไม่อยู่หลายปี ที่นี่มีร้านอาหารเปิดใหม่หลายร้านเลยเพื่อน”
“งั้นไปกัน ฉันก็อยากชิมอาหารร้านที่แกแนะนำเหมือนกัน” เขาซ้อนมอเตอร์ไซค์คันเก่งของการันต์ไปยังร้านอาหารบรรยากาศดีนอกเมืองในทันที
“นายเป็นไงบ้าง” สิบทิศเอ่ยถามเพื่อนรักเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของการันต์
“ฉันเบื่อว่ะ ป๊ากับม๊าบังคับทุกอย่าง ทุกวันนี้ต้องทำตามคำสั่ง ขู่แต่ว่าจะไม่ยกสมบัติให้ ขนาดผู้หญิงที่ชอบยังเอามาทำเมียไม่ได้เลย” การันต์ถอนใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นซด
"อยู่ด้วยกันต้องถนอมน้ำใจกันให้มาก คนเราไม่รู้จะตายตอนไหน สิ่งสำคัญก็คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด ให้ทุกวันเป็นวันดี ๆ ของเรา”“ค่ะคุณแม่ หนูรักคุณแม่กับคุณพ่อมากนะคะ” พลอยกาญจน์กอดรัดบิดามารดาด้วยความรัก“พ่อกับแม่ก็รักหนูมากเช่นกันจ้ะ” การกอดรัด บอกรักกัน คือความสุขสุดยอดของครอบครัว เพราะมันให้ความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าเราจะเจออะไรเลวร้ายแค่ไหน แต่เราก็ยังมีครอบครัวที่รัก คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกันอยู่เสมอพลอยกาญจน์เรียนจบก็ได้ทำงานในสิ่งที่รัก เธอได้เที่ยวเปิดหูเปิดตาไปทั่ว เพราะอาชีพไกด์นำเที่ยวที่ต้องไปทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เธอได้เห็นโลกกว้าง“เฮียคะ” พลอยเพชรนั่งมองรูปถ่ายที่ลูกสาวส่งไลน์มาหาแล้วยิ้มกว้าง หัวใจฟูฟ่องที่ได้เห็นลูกสาวของเธอมีความสุขในสิ่งที่เลือก“ว่าไงเพชร” การันต์เดินมาทรุดนั่งลงข้าง ๆ กับภรรยา เขากับเธอย้ายบ้านมาซื้อที่ดินอยู่ในสวนที่อากาศดี การันต์ยังเพาะต้นไม้ขาย และทำงานช่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช้ชีวิตสมถะ ในขณะที่พลอยเพชรเป็นแม่บ้านและขายเสื้อผ้าออนไลน์แทนการออกไปส่งเอง แต่ส่งทางไปรษณีย์และขนส่งเอกชนแทนการขายออนไลน์นั้นพลอยกาญจน์เป็นคนช่วยเหลือสนับสนุนมารดาเกี่ยวกั
“เป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว แต่ถ้าเป็นแฟนแม่ก็ไม่ว่านะ ค่อย ๆ ดูกันไป มีอะไรอยากปรึกษาแม่กับพ่อ ก็ปรึกษาได้ตลอด แม่กับพ่อยินดีรับฟังและคุยกับหนูได้ทุกเรื่องนะจ๊ะ”“ค่ะแม่ หนูรักแม่จังเลย เพื่อน ๆ ยังพูดเลยค่ะว่าอิจฉาหนูมาก ๆ ที่มีพ่อแม่ดีแบบนี้” พลอยกาญจน์นอนหนุนตักมารดาอย่างมีความสุขพลอยเพชรลูบผมนุ่มสลวยของบุตรสาวไปมาเบาๆ อย่างเอ็นดู“มีแฟนได้ มีความรักได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขต ไม่ท้องก่อนเรียนจบ ต้องรักนวลสงวนตัว แล้วก็รู้ด้วยว่าต้องป้องกันตัวเองยังไง เอาตัวรอดยังไงถ้าผู้ชายหลอก คนเรามีดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่เราก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้” พลอยเพชรเคาะเบา ๆ ที่ศีรษะของตัวเอง เป็นการบอกว่าเราต้องคิดให้ได้ว่าหากอยู่ในสถานการณ์อันตรายจะเอาตัวรอดยังไงได้เธอส่งลูกไปเรียนมวยไทย เรียนว่ายน้ำ เรียนขับรถ สอนทำอาหาร ทำงานบ้านทุกอย่าง เธออยากให้ลูกเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังสนับสนุนให้ลูกได้เรียนภาษาอีกด้วยพลอยเพชรไม่ได้บังคับให้ลูกต้องเรียนหนังสือ แต่สอบถามความสมัครใจว่าลูกอยากเรียนอะไรเพิ่มเติมไหม สิ่งที่เรียนเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งเธอโชคดีอยู่อย่างที่ลูกกระตือรือร้นอยากจะเรียนทุกอย่าง
หงส์ปรับตัวเองให้ดีขึ้น ขอโทษลูกชายและลูกสะใภ้อย่างจริงใจ ซึ่งการันต์นั้นก็ยังคงไม่ถือโทษโกรธมารดาเช่นเดิม ในขณะที่พลอยเพชรให้อภัย แต่ขอไม่ให้มารดาของเขามาจุกจิกจู้จี้ยุ่งวุ่นวายกับเธออีก เพราะเธอกำลังท้อง อยากมีความสุขกับการใช้ชีวิต ไม่ใช่เคร่งเครียดหรือกดดันใด ๆ เพราะจะส่งผลกับลูกในท้องพลอยเพชรก็ยังคงอึดอัดเช่นเดิม แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับแม่สามี แม้จะน้อยลงแต่ก็ยังมีความรู้สึกขุ่นเคืองในหลาย ๆ ครั้งหงส์มักเรียกลูกชายไปหา ให้ไปเอาใจ บางทีก็ต้องค้างคืนด้วยกัน ตัดพ้อต่อว่าว่าไม่มีเงินมีทอง อยากไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ไป การันต์จึงต้องพามารดาไปเที่ยวพักผ่อน ในขณะที่เธอทำงานงกๆ และก็ท้องด้วยพลอยเพชรไม่ได้อยากแช่งให้แม่สามีตายเพราะมันเป็นบาปกรรม และยิ่งท้องอยู่ด้วยยิ่งไม่ควรคิดสิ่งไม่ดี แต่หลายครั้งเธอก็รู้สึกว่าการไม่มีแม่สามีที่คอยเบียดเบียนและก่อกวนอารมณ์น่าจะดีคิดได้ดังนั้นพลอยเพชรจึงเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เธอหันไปสนใจตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายที่เหมาะกับคนท้องเพื่อลูกและตัวเธอเอง รวมถึงทำจิตใจให้ดีขึ้น ฟังแต่เรื่องดี ๆ เช่นฟังธรรมะ และมีความสุขให้ได้แม้ไม่มีสามีอยู
การันต์ไม่ยอมใจอ่อนอีก เขาต้องเคลียร์ให้จบวันนี้ แม่ก็ส่วนแม่ เมียก็ส่วนเมีย เขาไม่เคยเอามาปนกัน ปฏิบัติกับแม่ก็ส่วนหนึ่ง ปฏิบัติกับเมียก็ส่วนหนึ่ง พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดพลอยเพชรออกมาจากบ้านก็เจอแต่ความว่างเปล่า เธอถอนใจอย่างหนักหน่วง จบสิ้นกันเสียทีกับวันนี้ทุกวันนี้เธอเหนื่อยล้าหลายอย่าง เตือนสติตัวเอง บอกว่าต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่อยากคิดให้ปวดหัวอีก ชีวิตคนเราไม่รู้จะอยู่กันไปอีกนานแค่ไหน จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ เธอจึงอยากทำแค่วันนี้ให้ดี มีความสุขกับวันนี้ วันพรุ่งนี้จะมีหรือไม่มีสำหรับเธอก็ช่างแม่งการันต์กลับเข้าบ้านมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า“เพชรสั่งหมี้เกี้ยวเจ้าประจำมา เฮียมากินด้วยกันสิ”“เฮียขอโทษเพชรด้วยนะ” การันต์รู้สึกผิดไม่น้อย“อย่าคิดมากเลยจ้ะเฮีย อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ยังไงนั่นก็คือม๊าของเฮีย เพชรรู้ว่าเฮียทิ้งม๊าไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันหรือมีปัญหากันขนาดไหน” พลอยเพชรตบหลังมือของสามีอย่างให้กำลังใจ เธอรู้ว่าเขาเครียดแค่ไหนที่ต้องเจอคนในครอบครัวทำอะไรไม่ดีใส่ แต่คนในครอบครัวเป็นอะไรที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะทิ้งก็
คราวก่อนที่มารดาของการันต์พูดไม่ดีกับเธอ ทำไม่ดีกับเธอ เธอใช้โทรศัพท์บันทึกและอัดเสียงเอาไว้ รวมถึงอาศัยกล้องวงจรปิดด้วย ไม่เช่นนั้นการันต์ก็คงจะเห็นเธอเป็นนางมารร้าย รังแกแม่ของเขา ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิดสร้างความร้าวฉานคืองานของเจ๊หงส์ นี่คือคำนิยามที่เธอให้แก่แม่สามีทำไมชีวิตต้องมาทนอะไรแบบนี้ด้วย ประโยคนี้เธอได้แต่ถามตัวเองในใจ แต่ชีวิตคนเราไม่มีใครโรยด้วยกลีบกุหลาบทุกคนหรอก มีทุกข์มีสุข มีปัญหาด้วยกันทั้งสิ้นพลอยเพชรปลอบใจตัวเองในขณะที่เธอนอนไม่หลับเอาเสียเลย แต่การันต์นอนหลับไปแล้วแม่ผัวของเธอตื่นมาทำอาหารให้กินตั้งแต่ไก่โห่ พูดจาดีเอาอกเอาใจสารพัด เธอเองก็เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีปัญหาอะไรจริง ๆ ก็พูดจากับท่านดีขึ้นพลอยเพชรออกไปทำงานตั้งแต่เช้าหลังรับประทานมื้อเช้ากับสามีและแม่สามี ในขณะที่หงส์มีแขกประจำอย่างหยกมาที่บ้านทุกวันหยกมาคอยช่วยทำโน่นทำนี่ให้หงส์และการันต์ ทำให้ทั้งสองได้สนิทสนมกัน แต่การันต์ก็พยายามทิ้งระยะห่างกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยา“อาหนูหยกไปตามเฮียเขามากินข้าวด้วยกันสิ” หงส์เอ่ยกับยาใจ“เฮียคะ ไปกินข้าวเถอะค่ะ เที่ยงแล้ว” ยาใจเอ่ยบอกการันต
“นี่ลื้อย้อนอั๊วะอย่างนั้นเหรอ”“อั๊วะแค่อยากให้ม๊าได้คิดบ้างว่าอั๊วะโตแล้ว อายุสี่สิบกว่าเขาไปแล้ว อั๊วะไม่ใช่เด็กอมมือ มีความคิดเป็นของตัวเอง สามารถเลือกอะไรเองได้แล้ว เลือกแล้วจะดีหรือไม่ดีอั๊วะก็จะรับมันให้ได้ ถ้าสิ่งที่อั๊วะเลือกมันผิดพลาดหรือไม่ดี อั๊วะก็จะไม่โทษใคร ไม่ฟูมฟายกับสิ่งที่อั๊วะได้ตัดสินใจไปแล้ว และอั๊วะก็ไม่อยากให้คนเป็นพ่อแม่ของอั๊วะซ้ำเติมอั๊วะด้วย เพราะอั๊วะคิดเสมอว่าคนเราทำผิดกันได้ เหมือนที่ป๊ากับม๊าต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะไปค้ำประกัน อั๊วะก็ไม่เคยด่าว่าหรือซ้ำเติมอะไรม๊าเลยนะ”“ใช่น่ะสิ ลื้อมันโตแล้ว ถึงได้พูดจายอกย้อนซ้ำเติมม๊าแบบนี้ ม๊ามันโง่เองที่ถูกหลอกจนหมดตัว” หงส์พูดไปอีกอย่าง เหมือนไม่อยากรับรู้ในสิ่งที่ลูกชายพูด“ม๊าก็ควรคิดว่าอั๊วะโตแล้ว ม๊าคิดถึงใจเขาใจเรา ถ้าม๊าโดนบังคับจะรู้สึกยังไง ถ้าม๊าไม่ชอบโดนบังคับ อั๊วะก็ไม่ชอบเหมือนกัน ถ้าม๊ารักอั๊วะเหมือนพ่อแม่คนอื่น ๆ ม๊าก็ควรจะดีใจที่เห็นอั๊วะมีความสุขกับสิ่งที่อั๊วะเลือก เราจะอยู่กันเป็นครอบครัวไม่ได้เลยหรือไง อั๊วะเป็นคนกลางอั๊วะอึดอัด การทิ้งม๊าคือความอกตัญญู แต่ทิ้งเมียที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา อ
“อืมจริง” การันต์ครางในลำคอ“ฉันอยากรู้ว่าตอนฉันไม่อยู่ เวคบกับใคร แล้วเด็กนั่นลูกใคร นายพอจะรู้ไหมว่าพ่อของเด็กคนนั้นคือใคร”“ฉันจะไปรู้เหรอ ฉันไม่ได้ไปนอนใต้เตียงของเวกับผู้ชายคนนั้นนะ” การันต์เสียงดังใส่เพื่อน“แกก็พูดไปโน่น เวท้องก็ต้องมีแฟนสิ ต้องมีคนเห็นว่าเวคบกับใครถึงได้ท้อง แกอยู่ที่นี่ไม่
“ใจเย็น ๆ สิ พ่อแม่ของแกมีแกแค่คนเดียวก็ต้องรักแกมาก ๆ และตั้งความหวังเอาไว้กับแกเป็นธรรมดา แล้วแกชอบผู้หญิงคนไหนวะ ฉันพอจะรู้จักหรือเปล่า”“พ่อแม่แกก็มีแกแค่คนเดียว ไม่เห็นตั้งความหวังอะไรเอาไว้กับแกเลย ส่วนผู้หญิงที่ฉันชอบ แกอย่าสนใจเลยว่ะ” “มันไม่เหมือนกันนะโว้ย พ่อแม่ของฉันไม่อยู่แล้ว แต่พ่อแ
“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” เธอหันไปมองเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองและผู้ชายใจร้าย ก่อนเขาฟันเธอแล้วทิ้ง เขาได้ทิ้งสิ่งที่มีค่าที่สุดเอาไว้ให้เธอ นั่นก็คือลูกที่กำลังก่อกำเนิดในครรภ์ของเธอในวันนั้นยายของเธอป่วยหนัก เธอต้องเฝ้ายายอยู่ที่โรงพยาบาล เธอฝากข่าวเรื่องที่ยายของเธอป่วยหนักผ่านการันต์ เพื่อนข
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เวทิตา สิริศักดิ์ หญิงสาววัยยี่สิบห้าอุทานพร้อมเอ่ยขอโทษเมื่อเดินชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง“ไม่เป็นไรครับ” สิบทิศ เขมสิทธิ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้ารีบเอ่ยออกมาว่าไม่เป็นอะไร แต่พอเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็ต้องตกตะลึงหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมเด็กน้อยที่ถูกมารดาประคองขึ้นจากพื้นด้วยใบหน







