تسجيل الدخولวันต่อมา
กรุงเทพมหานคร
ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา
11:45 น.
เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที
"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด"
"ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้
ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้าง
ส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถตามคำสั่งของคนเป็นพี่ชายกลับรอไม่ไหว
พรึ่บ!
แต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูลงจากรถ พระพายไม่ทันระวังเพราะมัวแต่มองเข้าไปภายในคฤหาสน์ เท้าเล็กจึงสะดุดเข้ากับขอบประตูรถ เลยทำให้เธอเสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นโดยเอาเข่าลง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าของคฤหาสน์ลงจากรถของเขาพอดี คนอายุมากจึงหันมามองทางสาวน้อยทันที
"โอ๊ย! ไอ้พายเอ๊ย ซุ่มซ่ามจริงๆเลย" พระพายร้องโอดโอยเพราะเจ็บตรงบริเวณเข่าพลางบ่นตัวเองไปด้วย
"เด็กที่ไหน" เสียงทุ้มของคนอายุมากเอ่ยลอยๆออกมา ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคำถาม
ด้านพระพายได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงนั่นทันที และเมื่อเห็นใบหน้าเจ้าของเสียงทุ้มก็ถึงกับชะงักนิ่งไป รู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียดื้อๆกับชายตรงหน้า เธอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมากจากแววตาของเขาที่มองเธออยู่ ทำให้เธอรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาทันทีอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้น ได้แต่นั่งมองเขาตาปริบๆ
ขณะเดียวกันด้านคนอายุมาก ทันทีทันใดที่สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองกัน หนุ่มใหญ่อย่างเขาถึงกับลมหายใจสะดุดพร้อมกับหยุดสายตาไว้ที่สาวน้อยในชุดเอี้ยมยีนส์กางเกงขาสั้นเข้ารูป ใบหน้าของเธอสวยสะดุดตา เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่สวยมากเลยทีเดียว ผิวของเธอขาวอมชมพู ตัวเล็กแต่สัดส่วนไม่เล็กเลย เขามองสำรวจร่างกายของสาวน้อยไปทั่ว เสมือนแทะโลมร่างกายของเธอทางสายตา จนทำให้คนที่ถูกมองยิ่งกลัวเขาเข้าไปใหญ่กับสายตาที่เขามองมา
กระทั่งมิราเดินออกมาจากในบ้านพร้อมกับคนรักที่เดินตามหลังเธอมาติดๆ มิราจึงเอ่ยทักคนเป็นพ่อไป
"คุณพ่อหนูมิกลับมาแล้วค่ะ" แต่ทว่าสายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของน้องสาวคนรักที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นตรงประตูรถ
"อ้าว พระพายทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ"
ด้านพระพายไม่ได้สนใจคำถามของมิราเลย เธอรีบลุกพรวดพราดขึ้นแล้ววิ่งไปหาพี่ชายตัวเองอย่างไว จนลืมความเจ็บที่หัวเข่าถลอกไปเสียสนิท เธอวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของพี่ชายเสมือนต้องการที่กำบังหรือคนปกป้อง ทั้งที่ไม่ได้มีใครคิดจะทำร้ายอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ จนคนเป็นพี่ชายอดสงสัยไม่ได้กับท่าทางหวาดกลัวของน้องสาว แต่กระนั้นเขาก็ยังคงนิ่งไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป ทว่าสายตาคมของเขาคอยจับสังเกตความผิดปกติอยู่ตลอด
ด้านคนอายุมากจึงละสายตาจากสาวน้อย แล้วหันไปพูดกับลูกสาวของตน
"หิวไหมครับ ทานข้าวเที่ยงมาหรือยัง"
"ยังค่ะ หนูมิรอทานพร้อมคุณพ่อ เออ จริงสิ พระพายมานี่เร็ว" เอ่ยตอบคนเป็นพ่อ แล้วหันไปกวักมือเรียกน้องสาวของคนรัก
ด้านพระพายถึงกับสะดุ้งเมื่อมิราเรียกเธอให้ไปหา ขณะที่เธอยังคงยืนหลบอยู่หลังพี่ชายอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เดินไปหามิราแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้เธอก็พอจะรู้แล้วว่าผู้ชายที่ไว้หนวดไว้เคราคนนั้นคือพ่อตาของพี่ชายหรือพ่อของมิรา ถึงเขาจะยังดูหนุ่มและหล่อมากเพียงใด แต่สำหรับเธอเขาก็น่ากลัวมากอยู่ดี ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้กลัวเขามากขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอก็ไม่ใช่คนที่กลัวใคร แต่กับพ่อตาของพี่ชาย เธอกลับกลัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้เลย
ด้านมิราเมื่อเห็นว่าพระพายไม่ยอมเดินมาหา เธอจึงเดินไปลากแขนพระพายออกมาจากด้านหลังของคนรัก
"พระพายมานี่เร็ว" จากนั้นก็พาพระพายไปแนะนำให้พ่อของตัวเองรู้จัก
"คุณพ่อคะนี่พระพายค่ะ น้องสาวของพี่วายุ พระพายนี่คุณพ่อของมิรานะ เป็นไงพ่อเราหล่อไหมล่ะ" หลังจากแนะนำให้คนทั้งสองรู้จักกันไว้ มิเราก็อดไม่ได้ที่จะอวดพ่อของตัวเอง เพราะเธอภูมิใจมากที่มีพ่อหล่อแถมยังรวยมากอีกต่างหาก
ทว่าคำถามของมิรา ทำเอาพระพายไปไม่เป็นเลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ไม่ลืมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้า
"เอ่อ สะ สวัสดีค่ะคุณลุง"
ด้านคนอายุมากถึงกับใจห่อเหี่ยวเมื่อสาวน้อยตรงหน้าเรียกตนว่า ลุง แต่ก็ไม่ลืมยกมือรับไหว้สาวน้อย
"สวัสดีครับ คงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไอ้วายุสินะ" เนื่องจากรู้ประวัติของลูกเขยดีอยู่แล้ว แค่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาญาติของวายุมาก่อน บัดนี้ได้เห็นน้องสาวของลูกเขยก็รู้สึกถูกตาต้องใจนัก
"ใช่แล้วค่ะ" มิราตอบยืนยันขึ้นมาแทน
"พ่อคุยกับหนูพายครับ ไม่ได้คุยกับหนูมิ" เดชาหันไปตำหนิลูกสาวอย่างไม่จริงจัง ทำเอาสาวน้อยที่ได้ยินเขาใช้สรรพนามเรียกเธอแบบนั้นกลับรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้
"แฮๆ คุณพ่ออะ" มิราหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะกระเง้ากระงอดใส่คนเป็นพ่ออย่างไม่จริงจัง
ทว่าเดชากลับไม่สนใจลูกสาวเลย เลือกที่จะชวนสาวน้อยคุยแทน
"หนูพายเรียกพ่อว่าพ่อเดย์ก็ได้นะครับ ยังไงพ่อก็มีศักดิ์เป็นพ่อตาของไอ้วายุมัน หนูพายเองก็เป็นน้องของไอ้วายุ เรียกพ่อก็คงไม่แปลกอะไร" สำหรับคนอื่นอาจจะฟังดูเหมือนเขาเอ็นดูสาวน้อยเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่สำหรับเขาคำว่าพ่อนั้น มันหมายถึงพ่อทูนหัวของเธอต่างหาก 'พ่อทูนหัวที่แปลว่าผัวของเธอ'
ขณะเดียวกันด้านวายุที่ยืนมองยืนฟังอยู่นานก็เดินมาหาคนเป็นน้องสาว ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
"ไปกันได้แล้วพาย" จากนั้นก็หันไปขออนุญาตคนเป็นเจ้านาย
"ผมขอไปส่งน้องที่คอนโดนะครับ แล้วจะรีบกลับมา" พูดจบวายุก็คว้าข้อมือเล็กของน้องสาวก่อนจะพาเดินไปขึ้นรถของตัวเองอย่างไว เพราะไม่อยากให้น้องสาวอยู่ที่นี่นาน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากสายตาของเจ้านายที่มองน้องสาวของเขามีหรือเขาจะดูไม่ออก คำพูดที่เจ้านายพูดกับน้องสาวของเขามีหรือเขาจะไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่ได้อยากจะขัดขวาง แค่กลัวว่าคนเป็นเจ้านายที่พ่วงด้วยตำแหน่งพ่อตาจะทำกับน้องสาวของเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น คงไม่จริงจังอะไรกับเด็กแบบน้องสาวเขา
ด้านเดชายืนมองตามรถคันหรูสีดำของลูกเขยที่ขับเคลื่อนออกไปจากคฤหาสน์จนพ้นสายตาเขา ขณะที่ในหัวคิดถึงแต่ใบหน้าสวยสะดุดตาของสาวน้อยเมื่อครู่ ปากหนายิ้มบางๆออกมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ทำเอาลูกน้องห้าคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างรวมถึงลูกน้องมือขวาคนสนิทอย่าง ภาค มองคนเป็นเจ้านายเป็นตาเดียวกัน ด้วยความที่อยู่รับใช้คนเป็นเจ้านายมานาน ลูกน้องเหล่านี้จึงรู้ดีว่าเจ้านายของพวกเขากำลังคิดไม่ซื่อกับสาวน้อยคนสวยเมื่อครู่เข้าแล้ว...
เมื่อรอพนักงานคิดเงินค่าของทั้งหมดเสร็จก็พากันกลับ ในขณะที่กำลังเดินไปที่รถ จู่ๆคนอายุมากก็ช้อนอุ้มเด็กสาวขึ้นในท่าอุ้มเด็กอย่างอุกอาจพรึ่บ!"อ๊ะ! พะ พ่อเดย์ทำอะไรคะ" พระพายอุทานตกใจออกมาทันทีกับการกระทำที่อุกอาจของคนอายุมาก มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นมาดันไหลแกร่งออกห่างจากตัวอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้ดันแรงเท่าที่ควร แค่รู้สึกประหม่ากับการกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวของเขา"หนูพายเดินช้า พ่ออุ้มไปดีกว่าจะได้ถึงรถไวๆ ป่านนี้ยัยหนูมิคงรอหนูพายแย่แล้ว" พูดอ้างไปอย่างนั้นและยกลูกสาวมาอ้างด้วย ทั้งที่ความจริงตั้งใจอุ้มเด็กสาวอยู่แล้ว พลางลอบยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะตอนนี้หน้าอกใหญ่โตเกินตัวของเธออยู่เสมอกับใบหน้าของเขาพอดี มันช่างเป็นภาพที่ล่อแหลมเสียจริง ทำเอาเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "แต่หนูไม่ใช่เด็กนะคะ หนูเดินเองได้ พ่อเดย์ปล่อยหนูลงเถอะค่ะคนมองใหญ่แล้ว" เอ่ยบอกคนอายุมากพลางดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในวงแขนแกร่งของเขา ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้คนที่อยู่บริเวณใกล้ๆก็หันมองมาทางเธอกับเขาเป็นตาเดียวกัน ไหนจะสายตาลูกน้องของเขาอีก ทำเธอรู้สึกประหม่าไปหมด"หนูพายอย่าดิ้นสิครับ เดี๋ยวตกนะ" บอกกับเด็กสาวด้วย
รถตู้คันหรูสีดำราคาสูงริ้วขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วปกติ ภายในรถมีแต่ความเงียบ โดยมีสาวน้อยคนสวยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนอายุมากที่นั่งข้างๆก็เอาแต่ลอบมองสาวน้อยคนสวยอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน โดยที่สาวน้อยก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสายตาเจ้าเล่ห์ของคนอายุมากมองแทะโลมร่างกายของเธออยู่...ณ ห้างสรรพสินค้าขณะนี้สาวน้อยกำลังเดินเลือกซื้อเลือกหาวัตถุดิบในการทำขนมอยู่ โดยมีคนอายุมากเดินตามไม่ห่างและยังมีลูกน้องของเขาประมาณสามสีคนเดินตามหลัง โดยหนึ่งในลูกน้องเข็นรถเข็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของทางห้างตามหลังไม่ห่างเช่นกันเดชามองทุกอิริยาบถของเด็กสาวอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเธอนั่ง เดี๋ยวเธอยืน เดี๋ยวก็เงย เดี๋ยวก็ก้มเพราะเธอกำลังเลือกหาสิ่งของที่ต้องการอยู่ เธอดูดุ๊กดิ๊กดูซุกซน มันช่างเป็นภาพที่น่ารักมาก เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจเหลือเกินยามที่ได้มองสาวน้อยคนสวยของเขา...แต่ทว่าในขณะนั้นเอง"คนสวย~ ชื่ออะไรเหรอครับ" มีหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาหล่อพอตัว เดินเข้ามาเต๊าะพระพายด้วยความที่หนุ่มวัยรุ่นคนดังกล่าวสนใจแต่พระพาย จึงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างว่ามีชายชุดดำหลายคนที่ยืนอยู่มองมาทางเขาเป็น
หลายวันต่อมาหลังจากการสอบเข้ามหาลัยได้เสร็จสิ้นไป วันนี้เด็กสาวทั้งสองคนหรือพระพายกับมิราก็ได้นัดกันว่าจะมาทำขนมที่บ้านของมิรา ซึ่งระหว่างทางจากคอนโดของพระพายไปบ้านของมิราก็ต้องผ่านห้างสรรพสินค้า พระพายจึงอาสาที่จะซื้อวัตถุดิบในการทำขนมไปเองวันนี้พระพายแต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวแขนตุ๊กตา ความสั้นของกระโปรงถือว่าสั้นมาก แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนตัวเล็กจึงใส่ออกมาได้ดูน่ารักและแอบเซ็กซี่เบาๆ ไม่ได้โป๊จนเกินไป ส่วนช่วงบนก็เรียบร้อยดีเพราะว่าเป็นชุดเดรสแขนตุ๊กตา เธอแต่งหน้าอ่อนๆตามสไตล์เด็กวัยใส รวบผมเป็นห่างมา สะพายกระเป๋าข้างใบเล็กสีครีม ใส่ร้องเท้าผ้าใบผู้หญิงสีขาว รวมๆแล้วเธอแต่งตัวออกมาได้น่ารักสมวัยเวลา 13:10 น.ขณะนี้พระพายกำลังยืนรอรถแท็กซี่อยู่หน้าคอนโดเพื่อที่จะไปบ้านของมิราโดยเผื่อเวลาแวะห้างสรรพสินค้าก่อน เพื่อที่จะซื้อวัตถุดิบในการทำขนม ซึ่งระยะหลายวันที่ผ่านมานี้ พระพายก็ยังไม่รู้ตัวว่ามีคนคอยตามดูเธออยู่ตลอด เธอยังคงใช้ชีวิตตามปกติในทุกๆวัน...ทว่าในขณะที่ยืนรอรถแท็กซี่อยู่บนฟุตบาท จู่ๆก็มีรถตู้คันหรูสีดำขับเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าเธอ"รถใคร ทำไมคุ้นจัง" เธอพึมพ
เวลาต่อมาหลังจากทานมื้อเที่ยงกับลูกสาวเสร็จ เดชาก็ได้เข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยสั่งการกับลูกน้องคนสนิทมือขวาของเขาที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน"ให้คนของเราคอยตามดูหนูพายแล้วมารายงานฉันด้วย ทุกวัน!" เน้นย้ำสองคำสุดท้ายของประโยคเพื่อเป็นการบอกลูกน้องว่าต้องรายงานเรื่องของสาวน้อยคนสวยให้เขาฟังทุกวันห้ามขาด"ได้ครับนาย" ภาคพยักหน้าตอบรับคำสั่งเจ้านายทันที ก่อนจะลอบยิ้มมุมปากเพราะรู้แน่แล้วว่าคนเป็นนายคิดจะเคลมสาวน้อยคนสวยจริงๆ แต่ดูท่าสาวน้อยคนนี้คงจะพิเศษกว่าใคร เจ้านายของเขาถึงได้ให้คนคอยตามดู เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้านายของเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนเหมือนกับสาวน้อยคนนี้มาก่อน"ระวังอย่าให้หนูพายรู้ตัวล่ะ เดี๋ยวจะตื่นกลัวเอา" เดชาไม่ลืมที่จะเอ่ยกำชับลูกน้อง เพราะหากเด็กสาวรู้ตัวคงได้ตื่นกลัวคิดว่ามีพวกโรคจิตคอยตามเป็นแน่ ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะเขาไม่ใช่พวกโรคจิต เขาแค่ต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของเด็กสาวก็เท่านั้น อีกอย่างเธอเพิ่งจะเข้ามาอยู่กรุงเทพ แถมยังอยู่คอนโดคนเดียวอีก เขาเลยนึกเป็นห่วงขึ้นมา"ครับนาย ผมจะกำชับคนของเราอย่างดีครับ" ภาครับคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริ
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วยณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออ
จุดเริ่มต้นของเรื่องเดชา เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลูกสาวของตนกับบอดี้การ์ดส่วนตัวได้แอบลักลอบคบหากัน กว่าที่เขาจะยอมรับและทำใจกับเรื่องนี้ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งวันนี้บอดี้การ์ดที่ได้เลื่อนขั้นมาเป็นลูกเขย ก็ได้มาขออนุญาตกับเขาว่าจะพาลูกสาวของเขากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อที่จะพาไปแนะนำให้ผู้ใหญ่ฝั่งนั้นรู้จัก ซึ่งเขาก็ได้อนุญาตไป...ต่างจังหวัด"ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีหรือ พระพาย เธอตะโกนบอกคนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านและไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ""หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิรา เอ่ยทักทายและแนะนำตัวเองกลับด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นกัน"ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วจ้า พี่วายุโทรมาบอกลุงวินแล้ว แต่มิราหน้าตาน่ารักมากเลย