LOGINจุดเริ่มต้นของเรื่อง
เดชา เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลูกสาวของตนกับบอดี้การ์ดส่วนตัวได้แอบลักลอบคบหากัน กว่าที่เขาจะยอมรับและทำใจกับเรื่องนี้ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งวันนี้บอดี้การ์ดที่ได้เลื่อนขั้นมาเป็นลูกเขย ก็ได้มาขออนุญาตกับเขาว่าจะพาลูกสาวของเขากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อที่จะพาไปแนะนำให้ผู้ใหญ่ฝั่งนั้นรู้จัก ซึ่งเขาก็ได้อนุญาตไป...
ต่างจังหวัด
"ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีหรือ พระพาย เธอตะโกนบอกคนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน
และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ
"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ"
"หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิรา เอ่ยทักทายและแนะนำตัวเองกลับด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นกัน
"ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วจ้า พี่วายุโทรมาบอกลุงวินแล้ว แต่มิราหน้าตาน่ารักมากเลยนะ พี่ชายพายเนี้ยตาถึงจริงๆ" ซึ่งพระพายก็รู้ว่ามิราเป็นลูกคุณหนูที่พี่ชายของเธอเป็นบอดี้การ์ดให้ แต่ถึงแม้ว่ามิราจะเป็นลูกคุณหนู แต่เท่าที่เธอเห็นมิราไม่ได้มีท่าทีวางตัวหรือท่าทีเย่อหยิ่งแต่อย่างใด กลับกันมิรากลับดูเข้าถึงง่าย พูดจาก็เป็นกันเอง และดูไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย คนที่บ้านคงจะสอนมาดี ไม่เหมือนกับพวกคุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงตามใจเหมือนในละครหลังข่าวที่เธอเคยดู
"เข้าไปคุยกันต่อในบ้านดีกว่านะเด็กๆ" วายุ ที่ยืนดูสองสาวคุยกันก็พูดขึ้นมา เพราะตอนนี้บ่ายกว่าแล้ว แดดมันแรงคุยตรงนี้คงไม่สะดวก หลักๆคือเป็นห่วงเมียเด็กที่ตอนนี้แก้มสองข้างแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุขไปแล้ว คงจะร้อนเพราะฤทธิ์แดด
"ค่ะ/ค่ะ" สองสาวจึงพยักหน้าตอบพร้อมกันทันที
จากนั้นพระพายก็โอบเอวของมิราพากันเดินเข้าไปในบ้าน พลางพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนิทสนม โดยมีวายุเดินถือกระเป๋าสัมภาระของคนรักและของตัวเองตามหลังเด็กสาวสองคนไปติดๆ ปากหนากระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูเด็กสาวทั้งสองคนที่ดูจะสนิทสนมกันเร็วและเข้ากันได้ดี เห็นแบบนั้นก็พาให้เขามีความสุข
ภายในบ้าน
"ทานข้าวเที่ยงกันมาหรือยังคะ" เป็นเสียงป้าสะใภ้ที่มีนามว่า ป้าจ๋า เอ่ยถามคนรักของหลานชายที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวเยื้องกับตัวที่เธอและสามีนั่งอยู่ ซึ่งในคราแรกหลังจากที่เอ่ยทักทายสวัสดีกันเสร็จเธอกับสามีตั้งท่าจะนั่งพื้นแล้วด้วยซ้ำเพราะอยากให้เกียรติแฟนสาวของหลานชาย เพราะถึงอย่างไรเด็กสาวก็มีศักดิ์เป็นเจ้านายของหลานชาย แต่ก็ถูกเด็กสาวห้ามไว้ จึงต้องนั่งบนโซฟาตามความต้องการของเด็กสาว
"หนูกับพี่วายุเราแวะทานข้าวเที่ยงกันเรียบร้อยแล้วค่ะ" มิราตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ไม่ได้ดูอึดอัดหรือประหม่าแต่อย่างใดที่ต้องมาสนทนากับผู้ใหญ่ทางฝั่งคนรัก
หลังจากนั้นก็เริ่มมีบทสนทนาต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในบทสนทนานั้นๆ และเมื่อต่างคนต่างพูดคุยกันไปได้สักพัก คนเป็นหลานชายที่มักจะไม่ค่อยพูด ได้แต่เป็นผู้รับฟังที่ดี ก็ได้หันไปพูดกับคนเป็นน้องสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม
"มหาลัยที่เราสมัครเอาไว้ อาทิตย์หน้าจะเปิดสอบเข้าแล้วไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้พี่จะกลับแล้ว งั้นเราก็เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เลยแล้วกัน" ที่เขาพูดเหมือนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับน้องสาว นั่นก็เพราะเขาเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดูค่าเล่าเรียนของน้องสาวมาตลอดตั้งแต่ที่พ่อของเธอเสียโดยอยู่ในความปกครองของผู้เป็นลุงและป้า ซึ่งหลังจากนี้คนเป็นน้องก็ต้องอยู่ในความปกครองของเขาแบบเต็มตัวเพราะเธอต้องไปเรียนต่อมหาลัยที่กรุงเทพ ซึ่งเขาก็ได้ปรึกษาหาลือกันแล้วว่าเด็กหัวดีอย่างพระพายสอบติดแน่นอน โดยจะให้พระพายไปพักอาศัยอยู่ที่คอนโดของเขาในระหว่างที่เรียนมหาลัย ส่วนตัวเขาก็อยู่ที่คฤหาสน์หรือบ้านพักบอดี้การ์ดเช่นเดิม
"ดีเลย เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เขาลุงจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง" คนเป็นลุงหรือ ลุงวิน ที่เป็นคนพูดน้อยเหมือนกัน ก็พูดสมทบขึ้นมาทันที เพราะเขาเองก็เป็นห่วงไม่อยากให้หลานสาวต้องเดินทางเข้ากรุงเทพคนเดียวด้วยรถโดยสาร หากจะให้เขาไปส่งก็เกรงว่าจะขับรถไม่ไหว กว่าจะไปถึงกรุงเทพโรคเก๊าท์คงกำเริบกันพอดี
"เอางั้นก็ได้ค่ะ" พระพายเธอได้หมด ผู้ใหญ่ว่าไงเธอก็ว่าตามนั้น
"งั้นพายไปเก็บกระเป๋าเถอะลูก พรุ่งนี้จะได้เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เขาเลย" คนเป็นป้าเอ่ยเสนอสมทบต่ออีกคน เธอเองก็หายห่วงที่คนเป็นหลานไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพคนเดียวแล้ว
หลังจากนั้นพระพายก็ไปเก็บสัมภาระจำเป็นของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพพรุ่งนี้พร้อมพี่ชาย
"แล้วพระพายจะสอบเข้ามหาลัยอะไรเหรอคะ" คล้อยหลังพระพาย มิราก็เอ่ยถามขึ้นมา พลางกวาดสายตามองทุกคนในที่นี้ไม่ได้เจาะจงว่าถามใคร
"มหาลัยเดียวกันกับหนูนั่นแหละครับ แต่คนละคณะ" เป็นวายุที่เอ่ยตอบคำถามของคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยกมือหนาข้างหนึ่งขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างรักใคร่ทะนุถนอม จนคนเป็นลุงและป้าที่มองอยู่ยิ้มตามกับความอ่อนโยนของหลานชายที่ปฏิบัติต่อเด็กสาว ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นหลานชายอ่อนโยนกับใครเช่นนี้มาก่อน
"จริงเหรอคะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สอบเข้าคณะเดียวกัน ว่าแต่พระพายจะสอบเข้าคณะอะไรเหรอคะ" ซึ่งตัวเธอนั้นจะสอบเข้าคณะบริหารตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าเรียนจบจะได้มาช่วยบริหารธุรกิจต่อจากผู้เป็นพ่อ
"นิเทศศาสตร์ครับ" วายุเอ่ยตอบขณะที่มือหนายังคงลูบศีรษะเล็กอยู่อย่างนั้น มองเด็กสาวด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู จนคนเป็นลุงกับป้าที่มองอยู่ยิ้มตามไม่หยุด เห็นหลานมีความสุขพวกเขาสองคนก็พลอยมีความสุขไปด้วย...
เวลาต่อมา17:22 น."อื้อ~" คนหลับส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคออย่างรำคาญเมื่อมีอะไรมารบกวนการนอนของเธอ จนทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นโดยที่ยังไม่ได้ลืมตา และเสียววูบวาบบริเวณจุดกลางกายของตัวเองขึ้นมา เธอจึงค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่อาการงัวเงียออกไป ก่อนจะหลุบตามองส่วนล่างก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอีกคนที่ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กำลังใช้ปากรังแกความเป็นสาวของเธออยู่ เธอจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ"อ๊ะ! พะ พ่อเดย์ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" จากนั้นก็ดันตัวลุกขึ้นนั่งกระเถิบถอยไปด้านหลังทันที แล้วดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมปิดส่วนล่างที่เปลือยเปล่า ซึ่งเธอไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าอีกคนถอดกางเกงของเธอออกไปตอนไหนขณะเดียวกันเดชาจึงต้องผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามของเด็กสาวทันทีอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเธอกระเถิบถอยไปด้านหลัง เขาจึงหยัดกายขึ้นแล้วเข้าไปนั่งใกล้เด็กสาว ก่อนจะเอ่ยตอบเธอน้ำเสียงกระเส่าเล็กน้อย"พ่อพึ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เองครับ" ตอบจบก็วางมือข้างหนึ่งลงบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าเล็กแล้วกดหอมแก้มนุ่มนิ่มของเธอฟอดใหญ่อย่างชื่นใจด้วยความคิดถึง ห่างกับเด็
วันต่อมา11:45 น.หลังจากเดชาออกไปทำธุระตั้งแต่เช้า พระพายก็อยู่ห้องของเธอไป พอเที่ยงก็สั่งข้าวมากินตามปกติ แต่เมื่อทานข้าวเที่ยงเสร็จ โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นเพราะมีสายเรียกเข้า เธอจึงหยิบมันขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของป้าสะใภ้โทรมาจึงกดรับสายทันทีแล้วยกโทรศัพท์แนบหู ก่อนจะได้ยินคนเป็นป้าพูดขึ้นราวกับตกใจอะไรมา แต่น้ำเสียงที่พูดกับเธอกลับอ่อนโยน(พาย เราทำป้ากับลุงตกใจมากเลยนะรู้ไหม ป้าเนี่ยตกใจแทบแย่)"ตกใจ? ตกใจอะไรเหรอคะ?" คนเป็นป้าพูดมาแบบนี้ทำเอาเธองงเป็นไก่ตาแตกไปเลย(ก็คุณเดชาพ่อของหนูมิราเขามาสู่ขอเราไง พึ่งกลับไปเมื่อกี้นี่เอง ป้าก็เลยรีบโทรมาหาเรา จะถามว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมเราถึงไปคบกับคุณเดชาเขาได้เนี่ย ชอบคนมีอายุเหรอเรา หื้ม) "ปะ ป้าจ๋าว่าไงนะคะ มะ เมื่อกี้ป้าบอกว่าพ่อเดย์ไปสู่ขอหนูเหรอคะ" เธอแทบไม่อยากเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยินจนต้องถามย้ำ ไม่คิดว่าคนอายุมากจะทำอะไรบ้าบิ่นเช่นนี้ เพราะเรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเธอก็ยังไม่ได้คาดหวังถึงขั้นนั้น แต่ไม่คาดคิดเลยจริงๆว่าเขาจะทำแบบนี้(ใช่จ้ะ คุณเดชาเขาซื้อของติดไม่ติดมือมาให้ลุงกับป้าเต็มเลยนะ แล้วยัง
หลังจากทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ ทั้งคู่ก็พากันมานั่งดูทีวีกันไปเรื่อยเปื่อย พลางพูดคุยกระหนุงกระหนิงกันตามประสาคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่มีอายุต่างวัยกัน โดยที่คนอายุมากนั่งอยู่บนโซฟาคอยป้อนขนมขบเคี้ยวให้เด็กสาวที่นั่งอยู่บนพื้นในอาณัติหว่างขาแกร่งของเขา มีถุงขนมรวมถึงพวกน้ำอัดลมกระป๋องและนมกล่องวางอยู่บนโต๊ะกลางโซฟาข้างหน้าเด็กสาวเต็มโต๊ะไปหมดทว่าด้านเด็กสาวเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากที่มีความสุขอยู่กับคนอายุมากก็มีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที เธอจึงหันไปหาคนอายุมากพร้อมกับวางมือลงบนขาข้างหนึ่งของเขา แล้วเอ่ยพูดออกไป"พ่อเดย์คะ ถ้าพี่วายุรู้เรื่องของเรา พี่วายุต้องดุหนูแน่ๆเลย"เดชาได้ยินเช่นนั้นจึงวางมือข้างหนึ่งลงบนศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างปลอบประโลม เพื่อให้เด็กสาวคลายความกังวล ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน"หนูพายไม่ต้องกังวลนะครับ ไอ้วายุมันรู้อยู่แล้วว่าพ่อชอบหนู มันรู้อยู่แล้วว่ายังไงวันนึงพ่อต้องจับหนูพายทำเมีย อีกอย่างมันไม่กล้าดุหนูพายของพ่อหรอกครับ เพราะถ้ามันกล้าดุหนู พ่อก็จะจัดการมันเอง" "แล้วพี่วายุรู้ได้ยังไงคะว่าพ่อเดย์ชอบหนู" ถึงจะตกใจไม้น้อยที่คนเป็นพี่ชายรู้เรื่องที่คน
เวลาต่อมา19:20 น."อื้อ" พระพายเริ่มรู้สึกตัวตื่นหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมา แล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่อาการงัวเงียออกไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงอีกคนพูดขึ้นข้างหูน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู"ตื่นแล้วเหรอครับ หื้ม" ก่อนจะโดนเขาหอมแก้มไปหนึ่งฟอด และหอมหัวไปหนึ่งทีซึ่งเดชาได้ตื่นก่อนเด็กสาวสักพักใหญ่แล้ว และได้โทรสั่งการลูกน้องคนสนิทให้เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เขาและซื้ออาหารซื้อยาคุมมาด้วย แน่นอนว่าคืนนี้เขาจะนอนที่นี่กับเมียเด็กของเขา"พ่อเดย์ตื่นนานแล้วเหรอคะ" พระพายเงยหน้าขึ้นมามองคนอายุมากแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย พลางกระชับกอดเขาแน่นขึ้นอย่างออดอ้อน "ครับ" เดชาตอบเด็กสาวแค่นั้น ก่อนจะจูบซับหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน พลางลูบศีรษะเล็กอย่างรักใคร่เอ็นดู ตอนนี้เขามีความสุขมากที่ได้อยู่กับเด็กสาวแบบนี้ เขาไม่ได้มีความสุขเช่นนี้มานานมากแล้วตั้งแต่ที่ภรรยาเขาเสียไป และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กสาวทำให้เขามีความสุขมากกว่าอดีตภรรยาของเขาอีกเขาไม่เคยมีความสุขอะไรเท่านี้มาก่อนเลย หัวใจมันกระชุ่มกระชวยไปหมด มันเป็นความรู้สึกที่เรียกได้ว่าเหมือนกลับไปสิบสี่อีกครั้งยังไงยังงั้น และ
"อื้อ พะ พ่อเดย์ หนูเจ็บค่ะ" พระพายครางบอกน้ำเสียงแหบพร่าปนสั่นเครือ น้ำใสๆไหลออกทางหางตาด้วยความเจ็บแปลบตรงใจกลางความเป็นสาว แต่เธอก็ไม่คิดที่จะให้อีกคนหยุดการกระทำนี้แต่อย่างใด ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วว่าจะมอบกายให้เขาเธอก็จะไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บนี้"หนูพายอดทนหน่อยนะ หนูอดทนอีกนิดนะครับคนเก่งของพ่อ" เขารู้สึกสงสารเด็กสาวจับใจ ได้แต่บอกให้เธออดทนและพยายามดันความเป็นชายเข้าไปในรูรักของเธออย่างเบาที่สุดเท่าที่เขาจะเบาได้เพราะกลัวเธอจะเจ็บไปมากกว่านี้ ซึ่งเขาเองก็เจ็บไม่แพ้เธอเลย ตอนนี้เขาดันความเป็นชายเข้าไปในรูรักของเด็กสาวได้ครึ่งลำแล้ว แต่ภายในของเธอตอดรัดเขาแน่นมากจนเขาปวดหนึบไปทั้งลำ หายใจติดขัดไปหมด แต่ใช่ว่าเขาไม่เคยผ่านสาวบริสุทธิ์แบบเธอมาก่อน อายุของเขาปาไปสี่สิบสองแล้วก็ต้องเจอสาวบริสุทธิ์มาบ้าง แต่กับเด็กสาวใต้ร่างของเขาคนนี้ เธอสวยไปทั้งตัวไม่มีที่ติเลยแม้แต่จุดเดียวจนหญิงสาวบริสุทธิ์ที่เขาเจอมาเทียบเธอไม่ติดเลยจากนั้นเขาก็หยัดกายขึ้นแล้วก้มมองจุดกลางกาย เมื่อเห็นเลือดสาวบริสุทธิ์เคลือบท่อนเอ็นของตัวเอง ปากหนาที่ห้อมล้อมไปด้วยหนวดเคราก็ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ตนได้เป็นคนแรกขอ
"หนูพร้อมและเต็มใจเป็นของพ่อเดย์ค่ะ" ตอบจบพระพายก็เริ่มปลดกระดุมกระโปรงของตัวเองที่สวมใส่อยู่ แล้วรูดซิบกระโปรงลงจนสุดก่อนจะถอดออกทางขาเรียวเล็ก จากนั้นก็ตามด้วยถอดกางเกงชั้นในตัวจิ๋วสีชมพูหวาน เธอทำทุกอย่างโดยที่มองหน้าอีกคนตลอดไม่ละสายตา ถึงแม้จะเขินอายมากแค่ไหนแต่เธอก็อยากทำให้เขามั่นใจว่าเธอพร้อมและเต็มใจที่จะเป็นของเขาจริงๆการกระทำของเด็กสาวทำเอาเดชาแทบคลั่ง ยิ่งตอนนี้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าเขาก็แทบจะหยุดหายใจเมื่อได้เห็นเนินเนื้ออวบอูมของเธอ ในขณะที่กำลังมองมันอย่างไม่ละสายตา ลมหายใจก็ต้องสะดุดทันทีเมื่อเด็กสาวย่างกายขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ให้ตายเถอะ เลือดกำเดาเขาแทบพุ่ง เธอจะทำให้เขาคลั่งตายให้ได้เลยสินะ"หนูพาย หนูทำขนาดนี้งั้นพ่อไม่อ่อนโยนแล้วนะ" บอกกล่าวจบก็ซุกไซ้ซอกคอของเด็กสาวทันทีอย่างเร่าร้อน จนเสียงหวานครางกระเส่าออกมา"อื้อ~"จากนั้นเขาก็เริ่มถอดเสื้อสูทนอกของตัวเองแล้วตามด้วยเสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวโดยที่ยังซุกไซ้ซอกคอหอมๆอยู่อย่างนั้นด้วยความหลงใหล เมื่อร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าก็เผยให้เห็นกล้ามอกกล้ามหน้าท้องและกล้ามแขนเป็นมัดๆ ดูแข็งแรงกำยำล่ำสัน บ่งบอกได้ว่าเขาดู
รถตู้คันหรูสีดำราคาสูงริ้วขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วปกติ ภายในรถมีแต่ความเงียบ โดยมีสาวน้อยคนสวยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนอายุมากที่นั่งข้างๆก็เอาแต่ลอบมองสาวน้อยคนสวยอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน โดยที่สาวน้อยก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกสายตาเจ้าเล่ห์ของคนอายุมากมองแทะโลมร่างกายของเธ
หลายวันต่อมาหลังจากการสอบเข้ามหาลัยได้เสร็จสิ้นไป วันนี้เด็กสาวทั้งสองคนหรือพระพายกับมิราก็ได้นัดกันว่าจะมาทำขนมที่บ้านของมิรา ซึ่งระหว่างทางจากคอนโดของพระพายไปบ้านของมิราก็ต้องผ่านห้างสรรพสินค้า พระพายจึงอาสาที่จะซื้อวัตถุดิบในการทำขนมไปเองวันนี้พระพายแต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวแขนตุ๊กตา
เวลาต่อมาหลังจากทานมื้อเที่ยงกับลูกสาวเสร็จ เดชาก็ได้เข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยสั่งการกับลูกน้องคนสนิทมือขวาของเขาที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน"ให้คนของเราคอยตามดูหนูพายแล้วมารายงานฉันด้วย ทุกวัน!" เน้นย้ำสองคำสุดท้ายของประโยคเพื่อเป็นการบอกลูกน้องว่าต้องรายงานเรื่องของสาวน้อยคนสวยให้เขาฟังท
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วยณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไ